่อายุ 15 ปีเป็่เปลี่ยนชีวิตของขวัญชีวาเนื่องจากในชีวิตก่อนหลังเกิดเหตุการณ์ที่ขวัญเป็ลม ขวัญได้มาพบกับพี่ฟ้ารุ่งซึ่งเป็ลูกสาวของป้าสาย
ป้าสายเป็ลูกพี่ลูกน้องกับแม่กลอยที่ได้แต่งงานมาอยู่ที่บ้านหนองนาด้วยกันบ้านอยู่ห่างจากบ้านขวัญไปเพียงสามหลังเท่านั้น
พี่ฟ้ารุ่งทำงานในโรงงานเย็บผ้าอยู่ที่เมืองรัตนราชซึ่งเป็เมืองหลวง กลับมาเที่ยวบ้าน่พิธีรดน้ำดำหัวซึ่งจัดว่าเป็พิธีกรรมสำคัญประจำอาณาจักรดวงดาวแห่งสายน้ำ
พี่ฟ้าได้คุยให้ฟังว่าที่โรงงานให้ค่าจ้างดีทางโรงงานมีที่พักให้ อาหารการกินก็ไม่ได้ขาดแคลนงานที่ทำก็ไม่หนักหากทำงานนอกเวลาก็มีค่าจ้างจ่ายพิเศษเพิ่มต่างหาก
เมื่อขวัญได้ยินดังนั้นก็สนใจคิดอยากที่จะไปทำงานด้วยแต่หากจะขอพ่อไปก็คงจะไม่ได้ไปง่ายๆ แน่เพราะพ่อกับแม่เลี้ยงกลัวว่าจะไม่มีใครเลี้ยงน้องที่ยังเล็กอีกสองคน
ไหนจะงานในท้องทุ่งท้องนาอีกหากขาดขวัญไปก็เท่ากับขาดกำลังหลักไปหนึ่งคน
หลังจากที่คุยเื่งานเสร็จก็คุยกันถึงเื่สัพเพเหระต่างๆกับพี่ฟ้ารุ่งจนกระทั่งเย็นขวัญจึงได้กลับเข้าบ้าน
่นี้เป็่งานพิธีกรรมรดน้ำดำหัวพ่อกับแม่เลี้ยงไม่อยู่่ที่บ้านเพราะพ่อต้องพาแม่เลี้ยงซึ่งเป็คนต่างหมู่บ้านกลับบ้านเดิมรวมถึงได้นำน้องๆ ลูกที่เกิดจากแม่เลี้ยงทั้งสามคนกลับไปด้วย
ส่วนอาจันทร์กับปู่และย่าก็ไปหาอาเจริญที่อยู่หมู่บ้านท้ายทุ่งโดยทิ้งให้ขวัญชีวากับขวัญเพชรอยู่เฝ้าบ้านเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย
ทั้งสองคนเป็พี่น้องสายเืแม่เดียวกันที่เกิดจากแม่กลอยสองพี่น้องไม่สามารถจดจำใบหน้าแม่ของตนได้เลยเนื่องจากแม่กลอยได้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยหลังคลอดขวัญเพชรได้ไม่นาน
ตอนนั้นขวัญชีวาเพิ่งจะมีอายุได้แค่สองปีส่วนขวัญเพชรก็เพิ่งเกิดได้แค่เจ็ดวัน
พ่อทวนเลี้ยงขวัญและเพชรมาได้หนึ่งปีก็ได้พบกับแม่เลี้ยงซึ่งเป็หญิงต่างหมู่บ้านชื่อนวล
หลังจากคบหาดูใจกันอยู่ไม่นานเท่าไหร่พ่อก็ตัดสินใจแต่งงานเมื่อมีแม่นวลเข้ามาอยู่ในบ้านหน้าที่เลี้ยงขวัญกับน้องจึงตกไปเป็ของแม่เลี้ยงคนนี้
ส่วนพ่อก็จะเหมือนกับผู้ชายส่วนใหญ่ทั่วไปที่ออกไปทำงานในท้องนาท้องทุ่งเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย
หลังจากที่พ่อแต่งงานใหม่ได้สองปีขวัญก็มีน้องคนใหม่เมื่อแม่เลี้ยงมีลูกเป็ของตัวเองขวัญในตอนนั้นที่มีอายุได้สี่ขวบเพชรอายุได้สองขวบก็ถูกโอนมาให้ปู่กับย่าเลี้ยงพอรู้ความขึ้นมาจึงเป็เด็กช่างซักช่างถาม
ก็สงสัยว่าทำไมบ้านของตนถึงมีทั้งวัวทั้งควายเพราะบ้านอื่นบางบ้านยังไม่มีเหมือนบ้านตน ปู่จึงเล่าให้ฟังว่าสมัยนั้นบ้านใครมีวัวมีควายก็จัดว่าเป็คนรวยได้
เพราะราคาค่อนข้างแพงที่บ้านของขวัญเองก็มีควายอยู่สองตัวชื่อเ้าทุยกับนางขาว ส่วนวัวก็มีสองตัวเหมือนกันชื่ออีแดงกับไอ้ดำ
บ้านของขวัญเป็ครอบครัวใหญ่อยู่รวมกันกับปู่ย่าและอาจันทร์ ที่บ้านของขวัญมีฐานะส่วนหนึ่งก็มาจากแต่ก่อนปู่ทูลเป็หมอสมุนไพรเลื่องชื่อ
ใครเจ็บไข้ ได้ป่วยก็มาตามให้ไปรักษา ใครมีมากหลังจากหายดีก็ให้มาก ใครมีน้อยหรือไม่มีปู่ก็แทบจะไม่เก็บค่ารักษาเลย
บางคนก็เก็บผักมาให้หาปลาได้ก็นำมาแบ่งปู่ เป็คนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดี
สมัยก่อนตามป่าเขาหาหมอยากบางคนกว่าจะมาถึงสุขศาลาหรือโรงบาลอาการก็อาจจะแย่ก่อน
ขวัญกับเพชรค่อนข้างสนิทกับปู่และย่าเพราะพอแม่เลี้ยงมีลูกเอง ปู่กับย่าก็เป็คนเลี้ยงขวัญกับน้องมาโดยตลอดขวัญเคยถามปู่ว่ารู้เื่สมุนไพรและการรักษามาจากไหน
ปู่ก็เล่าให้ฟังว่าตอนบวชเป็พระได้เรียนกับพระอาจารย์ท่านหนึ่งท่านเก่งทางด้านนี้ตอนนั้นก็อาศัยครูพักลักจำเอาจนท่านเห็นถึงความตั้งใจจริงท่านจึงได้เมตตาสอนให้
ขวัญได้ระลึกถึงความหลังเื่ราวของตนเองตอนเป็เด็กปีนี้ปู่ก็อายุเจ็ดสิบปีแล้วส่วนย่าก็หกสิบแปด
ถึงแม้ท่านทั้งสองจะยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอยู่ก็ตามแต่ก็จัดว่าเข้าสู่วัยชราแล้ว หากขวัญไปทำงานในเมืองหลวงใครจะช่วยอาจันทร์ดูแลปู่กับย่ากัน
แต่ถ้าหากไม่ไปก็ต้องมีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่เลี้ยงน้องแล้วก็ต้องฟังเสียงแม่เลี้ยงพร่ำบ่นอยู่ร่ำไป
ตนเองกับเพชรก็ยังคงต้องทำงานหนักเหมือนเดิมขวัญคิดว่าหากได้ไปอยู่โรงงานก็จะให้เพชรไปอยู่วงดนตรีของลุงมิ่ง
ชีวิตของน้องก็น่าจะไม่ลำบากนักเพราะลุงมิ่งก็เป็ลุงแท้ๆของทั้งสองคน เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วขวัญก็เรียกเพชรมาคุยด้วย
“เพชร พี่ว่าพี่จะไปทำงานกับพี่ฟ้ารุ่งที่โรงงานเย็บผ้านะเพราะพี่เคยได้เรียนเย็บจักรจากครูจำปีมาแล้ว”ครูจำปีคือครูที่สอนวิชาการเรือนที่โรงเรียนบ้านหนองนาหมู่บ้านที่ขวัญอยู่ในตอนนี้
ขวัญกับเพชรได้ร่ำเรียนจนจบชั้นประถมสี่กันทั้งสองคนเพราะอาณาจักรดวงดาวแห่งสายน้ำนี้ถือว่าเป็ภาคบังคับสำหรับเื่การศึกษา
เด็กทุกคนเมื่ออายุเจ็ดขวบจะต้องเริ่มเรียนชั้นประถมแรกและต้องเรียนอย่างน้อยจนจบชั้นประถมต้นคือประถมสี่นั่นเอง
“พี่จะไปอยู่โรงงานในเมืองหลวงเหรอถ้าพี่ไปแล้วทางโรงงานเขาจะรับพี่เข้าทำงานเลยหรือเปล่า แล้วไหนจะเื่ที่อยู่ที่กินอีกพี่จะทำยังไง”คนเป็น้องพูดออกมาด้วยความกังวล
“เื่พวกนี้น้องไม่ต้องเป็ห่วงไปพี่ฟ้ารุ่งบอกว่าที่โรงงานมีที่อยู่ ที่กินให้ ตลาดก็อยู่ใกล้ๆหากพี่ได้ไปอยู่โรงงานทางโน้นน้องก็ไปเป็เด็กฝึกงานที่วงของลุงมิ่งเขาล่ะ
ต่อไปน้องจะได้มีวิชาติดตัวพอพี่ไปถึงโรงงานเรียบร้อยแล้วและได้ทำงานเมื่อไหร่พี่จะเขียนจดหมายส่งมาหาน้อง
น้องไม่ต้องเป็ห่วงหรอกพี่ฟ้ารุ่งรับรองให้พี่ได้ ยิ่งตอนนี้คนงานเย็บจักรค่อนข้างขาดคน"ขวัญพูดเพื่อให้น้องมั่นใจในตัวเอง
“หากพี่จะไปอยู่ทางโน้นเราก็ต้องมีเงินนะตอนนี้บ้านเราไม่ได้เหมือนสมัยที่ปู่หนุ่มๆ อีกแล้วเงินที่พ่อหามาได้พ่อก็เอาไปให้แม่นวลหมด
สำหรับเราสองคนพอทำมาหาได้ก็ยังต้องแบ่งเข้าส่วนกลางเลยผมแอบเก็บไว้ได้ไม่กี่บาทเองแล้วตัวพี่มีอยู่มากน้อยแค่ไหนกัน” ผู้เป็น้องก็แสดงท่าทีกลุ้มใจ
เมื่อขวัญได้ยินน้องพูดออกมาแบบนี้จึงรีบเดินไปที่ห้องก้มลงหากระป๋องเหล็กใบเล็กใต้เตียงและหยิบออกมาส่วนตัวของเพชรเองก็เข้าไปหยิบกระป๋องเงินของตนบ้างเช่นกัน
ขวัญกับน้องเทเงินออกมารวมกันนับได้มีอยู่ประมาณ 300บาท ส่วนใหญ่มีแต่เหรียญบาทกับเหรียญสลึง มีธนบัตร 20บาท และ10 บาทอย่างละ 5 ใบ
สองพี่น้องก็ทำการแบ่งเงินกันเพชรผู้เป็น้องชายได้เอาเงินให้พี่สาวไปสองร้อยบาท ส่วนตัวเองเก็บไว้แค่หนึ่งร้อยก็พอ
เพราะเขาจะไปอยู่บ้านลุง เงินที่แบ่งกันนี้เป็เงินออมที่สองพี่น้องช่วยกันทำงานนอกบ้านเป็ระยะเวลาห้าปี
ั้แ่ที่ขวัญอายุได้สิบขวบก็เริ่มไปรับจ้างทำงานบ้านโดยได้ครูจำปีเป็คนแนะนำงานให้
ส่วนสำหรับเื่งานในบ้านกับเลี้ยงน้องนั้นก็จะสลับกันกับเพชรสองคนเมื่อเพชรอายุได้สิบขวบเขาก็เริ่มออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกเหมือนกับพี่สาวเช่นกัน ถ้าเป็งานจำพวกการใช้แรงเช่นเกี่ยวข้าว
ตากข้าว ขวัญก็ให้เพชรเป็คนไปทำอย่าคิดว่าอายุแค่สิบกว่าขวบจะไม่สามารถทำงานพวกนี้ได้
เด็กชาวไร่ชาวนามักจะต้องโตเกินไวเนื่องจากปัญหาของปากท้องนั้นสำคัญเป็อย่างยิ่งเมื่อสองพี่น้องคุยกันเรียบร้อยแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ขวัญทำงานในบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วขวัญก็รีบเดินไปบ้านพี่ฟ้าทันทีเพื่อที่จะถามกับพี่ฟ้าว่าจะกลับไปทำงานวันไหน
เพราะตนตกลงจะไปด้วยเมื่อตกลงเวลากันเรียบร้อยแล้วว่าพี่ฟ้าจะกลับพรุ่งนี้เดินทางตอนหกโมงเช้าขวัญจึงขอตัวกลับมาก่อน
ขวัญตั้งใจที่จะไปลาครูจำปีเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพักครูแล้ว ขวัญก็ะโร้องเรียกครูทันที
"ครูจำปีค่ะครูอยู่บ้านหรือเปล่าค่ะ" แต่เสียงที่ตอบกลับมาหาใช่เสียงครูจำปีไม่
แต่กลับเป็เสียงของครูผกาที่อาศัยอยู่บ้านพักเดียวกันเมื่อเห็นครูผกาออกมาขวัญจึงยกมือไหว้ทันที
"ขวัญชีวาหรอกรึมาหาครูจำปี หนูมีเื่อะไรด่วนหรือเปล่าจ๊ะ พอดีครูจำปีกลับบ้านที่ในอำเภอนะกว่าจะกลับมาโรงเรียนก็วันมะรืน" ครูผกาบอกกับขวัญ
“หนูไม่ได้มีเื่อะไรหรอกค่ะครูพอดีหนูแวะมาจะคุยกับครูจำปีเฉยๆ ค่ะ” ขวัญก็ตอบออกไปขวัญไม่กล้าบอกครูผกาว่าตนจะมาลาครูจำปีไปทำงานที่เมืองหลวง
เพราะขวัญกลัวว่าหากพูดออกไปเื่นี้อาจจะไปถึงหูของคนที่บ้านได้เมื่อเห็นว่าครูจำปีไม่อยู่ขวัญจึงได้ยกมือไหว้ลาครูผกาแล้วขอตัวกลับบ้านทันที
เมื่อกลับมาถึงบ้านขวัญก็เริ่มเก็บเสื้อผ้าที่มีอยู่เพียงสองชุดและของใช้ส่วนตัวของตนอีกเล็กน้อยใส่กระเป๋าผ้าใบย่อมไว้เตรียมสำหรับการเดินทางพรุ่งนี้เช้าเอาไว้ จะได้ไม่หลงลืมสิ่งใด
ค่ำคืนนี้ช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินสำหรับความคิดของทั้งสองพี่น้องเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขาทั้งสองคนจะต้องอยู่ไกลกัน
รุ่งเช้าในเวลาตีห้าขวัญได้ตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วส่วนเพชรก็ตื่นแล้วเช่นกัน
เพชรรู้สึกใจหายเมื่อถึงเวลาที่พี่สาวที่ตนรักที่สุดกำลังจะเดินทางไปไกลจากตนหลายร้อยกิโลเมตร
ขณะที่เขากำลังบอกให้พี่สาวดูแลตัวเองให้ดีๆอยู่ต่างที่ต้องระมัดระวังให้มาก ดวงตาของเขาก็มีสีแดงระเรื่อเล็กน้อย
เมื่อขวัญเห็นดังนั้นจึงบอกว่าทุกวันหยุดเทศกาลที่โรงงานให้หยุดพี่จะรีบกลับบ้านทันทีขวัญได้ฝากจดหมายที่เขียนถึงพ่อและปู่ย่าไว้ให้กับเพชร
เนื้อความในจดหมายไม่มีอะไรมากแค่เขียนเอาไว้ว่าตนขอโทษที่หนีไปทำงานโรงงานเมื่อไหร่ที่ตนทำงานแล้วอยู่ตัวจะส่งเงินกลับมาให้ทางบ้าน
ตนขอให้ปู่กับย่าและพ่อไม่ต้องเป็ห่วงและขอให้ทั้งสามคนดูแลตัวเองให้ดี โดยเฉพาะปู่กับย่าขอให้รักษาสุขภาพด้วย เมื่อได้ไปอยู่โรงงานแล้วตนจะเขียนจดหมายมาหา
และพอถึงวันหยุดที่มีเวลาให้หลายวันตนก็จะรีบกลับมาบ้านทันทีขวัญกับฟ้าใช้เวลาเดินทางนานมากกว่าแปดชั่วโมง
แล้วยังต้องเปลี่ยนรถขึ้นๆลงๆ อีกถึงสามครั้งด้วยกัน กว่าจะถึงโรงงานที่พี่ฟ้าทำงาน
ขวัญคิดว่าตนเองค่อนข้างโชคดีนะที่ไม่เมารถไม่อย่างนั้นสภาพคงจะยิ่งแย่ไปกว่านี้แน่ๆ
เมื่อเข้าห้องพักเรียบร้อยพี่ฟ้าก็ช่วยบอกว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหนหอพักที่นี่ใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวม
แต่ว่าแยกชายหญิงเหมือนห้องพักห้องพักแต่ละห้องให้พนักงานพักได้สองคน
พรุ่งนี้เป็วันทำงานวันแรกหลังจากหยุดยาวมาหลายวันพี่ฟ้าบอกขวัญว่าให้รีบไปอาบน้ำจะได้มานอนเอาแรงไว้ พรุ่งนี้ตอนเช้าพี่ฟ้าจะพาขวัญไปพบฝ่ายบุคคล
ในอาณาจักรดวงดาวแห่งสายน้ำนี้อายุสิบห้าปีสามารถทำงานโรงงานได้แล้ว
มีเงื่อนไขแค่ว่าวุฒิการศึกษาขั้นต่ำอย่างน้อยต้องจบชั้นประถมต้นนั่นก็คือป.4
ขวัญก็เรียนจบแค่ชั้นนี้เช่นกันเพราะเป็การเรียนภาคบังคับตามกฎของอาณาจักรนี้