ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีคนกลุ่มใหญ่เดินทางมาที่โกดังแห่งนี้ เฉินม่อไป๋ถูกคนมากหน้าหลายตารุมล้อม บางส่วนก็ไปชื่นชมหยกระดับสูงอยู่ห่าง ๆ หมายมั่นปั้นมือว่าต้องประมูลมาให้ได้ ถึงแม้บางคนจะไม่ได้มาเพื่อประมูลของแต่ก็มาเพราะอยากจะทำความรู้จักกับปรมาจารย์เฉินโดยเฉพาะ
หญิงสาวเป็คนมนุษยสัมพันธ์ดี ทั้งยังหน้าตางดงามเป็ทุนเดิมอยู่แล้วจึงทำให้หลายคนชื่นชอบได้ไม่ยาก พวกเขาพากันส่งนามบัตรให้เธอจนล้นมือ กว่าจะได้เริ่มประมูลอีกครั้งก็ใช้เวลาสักพัก
ขณะนั้นเองก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในโกดังเพิ่ม การประมูลรอบสองนี้เป็หยกสีเืซึ่งเป็ที่ชื่นชอบของสตรีหลากหลายอายุ พวกเธอแข่งประมูลกันอย่างดุเดือดจนแม้แต่ผู้ชายยังสู้ไม่ไหว และแล้วการประมูลก็หยุดลงที่ราคาหนึ่งร้อยล้านหยวน เป็หญิงสาวในชุดสูทสีฟ้าคนหนึ่งที่ได้ไป
ได้ยินว่าเธอเป็ลูกสาวเ้าของบริษัทสื่อบันเทิงขนาดใหญ่ในเมืองหลวงซึ่งมาทำธุระที่เมืองถานพอดี เมื่อรู้ว่ามีหยกสีเืที่หายากก็มาร่วมประมูลด้วย
"ยินดีที่ด้วยนะคะคุณซู่" เฉินม่อไป๋เป็ผู้มอบหยกให้หญิงสาวด้วยตนเอง เธออารมณ์ดีไม่น้อยเมื่อเห็นการแจ้งเตือนจากธนาคารในโทรศัพท์
ซู่อิงมีใบหน้างดงาม หุ่นผอมเพรียว ท่าทางกระฉับกระเฉงมาก เธอถอดแว่นสีชาทรงกลมมาคล้องบนกระเป๋าเสื้อจากนั้นก็เอื้อมไปรับหยกบนมือของเฉินม่อไป๋ "ขอบคุณนะคะอาจารย์เฉิน ฉันจะดูแลหยกก้อนนี้อย่างดีเลยค่ะ"
"ฉันเชื่อค่ะ" เฉินม่อไป๋พยักหน้า เธอมองดูลักษณ์ของคนคนนี้แล้วก็พบว่าเป็หญิงสาวที่มีคนนับถือและช่วยเหลือผู้อื่นมาเยอะ
จากนั้นงานประมูลรอบที่สามก็เริ่มขึ้น ซู่อิงยังมีธุระต่ออีกจึงไม่อาจอยู่ร่วมงานประมูลได้ เธอยื่นหยกให้คนติดตามเก็บไว้ในกระเป๋าล็อกอย่างดีแล้วขอตัวจากไป
การประมูลรอบที่สามนั้นดุเดือดยิ่งกว่ารอบสอง เรียกได้ว่าหลายคนมาที่นี่ก็เพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ทุกคนล้วนเป็นักสะสมหยกตัวยง หยกจักรพรรดิเป็หยกที่ได้ชื่อว่าแม้มีเงินก็ไม่สามารถหาซื้อได้ แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าของพวกเขาจึงไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น
เฉินม่อไป๋มองเหล่าเศรษฐีแข่งขันกันเพื่อหยกก้อนเดียวอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้ราคาของมันพุ่งสูงถึงสี่ร้อยล้านแล้ว ซึ่งเหลือแค่ชายชราสองคนที่ยังแข่งกันอยู่ เพียงไม่นานการประมูลก็จบลงที่ราคาห้าร้อยห้าสิบล้าน
"พี่สาวยินดีด้วยนะ!" อู๋หลิ่วถงลอยมาเกาะขาเธอด้วยดวงตาเป็ประกาย
หญิงสาวยิ้มให้เขาพร้อมกับมองเงินจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าบัญชีด้วยความสุข แม้ทางธนาคารจะรับโอนเงินผ่านบัญชีอย่างจำกัด แต่คนรวยเหล่านี้ก็มีวิธีโอนมาให้เธออยู่ดี
เฉินม่อไป๋ถือหยกไปมอบให้ชายชราด้วยตนเอง เขาใช้ผ้ารับหยกจักรพรรดิมาถืออย่างทะนุถนอม ไม่ยอมให้ผู้ช่วยด้านข้างแตะต้องเลยแม้แต่น้อย เขามอบนามบัตรและขอบคุณเฉินม่อไป๋ก่อนจะจากไปพร้อมกับคนติดตามนับสิบ
หลังจากการประมูลจบลงทุกคนก็ค่อย ๆ ทยอยจากไป ซึ่งเฉินม่อไป๋และเมิ่งหลานก็เป็หนึ่งในนั้น
เมื่อขึ้นมานั่งบนรถ เมิ่งหลานก็ถามขึ้น "ผมตั้งใจว่าจะเอาเศษยกพวกนี้ไปให้ร้านทำเครื่องประดับ อาจารย์เฉินสนใจไหมครับ จะได้เอาหยกไปเจียระไนด้วย"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ" เฉินม่อไป๋หยักหน้า เธอยังคิดอยู่เลยว่าจะนำหยกไปเจียระไนที่ไหนดี
ก่อนที่เมิ่งหลานจะพาไปร้านรับทำเครื่องประดับก็แวะกินข้าวเที่ยวก่อน ตอนนี้เลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้ว คนจึงไม่เยอะเท่าไหร่ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ
ร้านรับทำเครื่องประดับที่เมิ่งหลานแนะนำนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากโกดังพนันหยก เมื่อมาถึงเมิ่งหลานก็ยกกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบลงจากรถอย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าจะทำให้หยกด้านในเสียหาย
ทันใดนั้นเองก็มีชายรุ่นเดียวกันออกมาต้อนรับอย่างตื่นเต้น "เมิ่งหลานมาแล้วเหรอ!"
"อาจารย์เฉิน นี่คือหลิงซุ่น เป็เ้าของร้านนี้ หลิงซุ่นนี่คืออาจารย์เฉินที่เล่าให้ฟัง" เมิ่งหลานแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน เขาโทรมาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในโรงพนันหยกแก่หลิงซุ่นแล้ว จึงไม่แปลกที่คนตรงหน้าดูเหมือนจะตื่นเต้นขนาดนี้
"สวัสดีค่ะคุณหลิง" เฉินม่อไป๋โค้งศีรษะทักทาย
"สวัสดีครับอาจารย์เฉิน! เป็เกียรติอย่างยิ่งที่วันนี้ร้านของเราได้ต้อนรับปรมาจารย์อย่างคุณ! เชิญเข้ามาข้างในกันดีกว่าครับ" หลิงซุ่นผายมือให้พวกเธอตามมา
ร้านเครื่องประดับแห่งนี้เป็ตึกสองชั้น เมื่อเข้ามาชั้นแรกก็พบกับโต๊ะประชาสัมพันธ์มีไว้ให้ลูกค้าได้ติดต่อและสอบถามเื่ต่าง ๆ
ซึ่งหลิงซุ่นนั้นพาทั้งคู่ขึ้นไปชั้นสอง โดยชั้นสองนั้นคล้ายสำนักงานธรรมดาที่มีรูปภาพเครื่องประดับต่าง ๆ แขวนไว้ ส่วนใหญ่ก็เป็ผลงานมาสเตอร์พีชที่ทางร้านเคยรับออกแบบมา
"เชิญนั่งก่อนครับ" หลิงซุ่นผายมือไปบนโซฟาซึ่งมีโต๊ะเตี้ยวางไว้ควบคู่กัน
หลิงซุ่นหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับสาวสวยที่ถือถาดถ้วยชาในมือ
เขานั่งลงก่อนจะยืนแท็บเล็ตสีขาวเครื่องหนึ่งมาตรงหน้าของเธอแล้วพูดว่า "ในนี้จะมีแบบเครื่องประดับที่ทางร้านออกแบบเอง อาจารย์เฉินลองเลือกดูได้เลยครับ หลังจากเลือกเสร็จแล้วผมจะเรียกช่างของทางร้านขึ้นมาพูดคุยว่าหยกที่มีสามารถทำตามแบบได้หรือเปล่า"
เฉินม่อไป๋รับแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาเปิดดู ข้อมูลในนี้ค่อนข้างเป็ระเบียบมาก หาก้าทำเครื่องประดับรูปทรงอะไรก็พิมพ์ค้นหาได้เลย
เธอพิมพ์คำว่าลูกประคำหยกลงไป มันก็ขึ้นรูปมาให้ทันที หญิงสาวกดเลือกสร้อยข้อมือและสร้อยคอไปอย่างละสองชุดจากนั้นก็เลือกทำเครื่องประดับอีกหลากหลายแบบ
ในระหว่างที่เฉินม่อไป๋กำเลือกแบบอยู่นั้น เมิ่งหลานและหลิงซุ่นก็จิบชาพร้อมกับพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับหญิงสาวเท่าไหร่เพราะกลัวเธอเสียสมาธิ
ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกว่าน่าจะพอแล้วจึงเงยหน้าถาม "เศษชิ้นส่วนหยกที่ถูกตัดออกมาสามารถทำเครื่องประดับแบบไหนได้บ้างเหรอคะ"
ถึงแม้จะเป็แค่เศษชิ้นส่วนแต่อย่าลืมว่ามันคือหยกที่มีพลัง เธอจึงรู้สึกเสียดาย
หลิงซุ่นได้ยินเธอคำถามก็สวมิญญานักพูดทันที เขาพูดอธิบายให้เธออย่างช้า ๆ พร้อมกับเปิดรูปในแท็บเล็ตประกอบ
เฉินม่อไป๋ดูรูปก็ตกหลุมเครื่องประดับแก้วและเรซิ่นทันที เธอเลือกอยู่หลายแบบจึงค่อยยื่นให้เมิ่งหลานไปเลือกดูบ้าง
แน่นอนว่าเมิ่งหลานเป็ผู้ชายที่คลุกอยู่กับข้าวของโบราณ จะไปมีความสามารถในการเลือกเครื่องประดับผู้หญิงได้ยังไง ดังนั้นจึงขอให้เธอช่วยเลือกให้อย่างเขินอาย
"ขอดูรูปภรรยาของคุณได้ไหมคะ ฉันจะดูว่าเครื่องประดับอะไรเหมาะกับเธอ" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
เมิ่งหลานได้ยินก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหารูปทันที เฉินม่อไป๋ดูรูปแล้วก็หลุบตามองแบบเครื่องประดับครู่หนึ่งจึงค่อยเลือกมาทีละรูป เมื่อเลือกแบบเสร็จ หลิงซุ่นก็ให้เลขาสาวสวยไปหยิบใบสัญญาการจ้างงานออกมา หลังจากเฉินม่อไป๋เซ็นเอกสารแล้ว หลิงซุ่นก็ให้เลขาสาวไปตามหัวหน้าทีมช่างฝีมือของทางร้าน
เมื่อช่างฝีมือมาถึง หลิงซุ่นก็แนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกับเค่อหลู่ชง เขาเป็ชายอายุห้าสิบปีรูปร่างสมส่วนท่าทางใจดีคนหนึ่ง
พวกเขาทักทายกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นหญิงสาวก็หยิบกระเป๋าเดินทางสองใบขึ้นมาเปิด ด้านในกระเป๋าแต่ละใบมีหยกวางอยู่สามก้อน ซึ่งแต่ละก้อนขนาดแตกต่างกันไป
หลิงซุ่นและหัวหน้าช่างรู้สึกเหมือนจะเป็ลม พวกเขาเคยเห็นเพชรพลอยที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านมาแล้วก็จริง แต่กลับเทียบไม่ได้เลยกับหยกรัตติกาลในตำนาน มันคือหยกที่ประเมินค่าไม่ได้!
"พระเ้า...ดูเส้นสีทองระยิบระยับนั่นสิ ช่างงดงามอะไรอย่างนี้" เค่อหลู่ชงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น เขาเป็ช่างฝีมือมาสิบ ๆ ปีก็พึ่งเจอหยกในตำนานเป็ครั้งแรก
หลิงซุ่นใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย หยกในตำนานนับได้ว่าเป็ของล้ำค่า ประเมินราคาไม่ได้ หากมีเื่อะไรเกิดขึ้นเขาคงชดใช้ไม่ไหวแน่!
"ฉันเชื่อมือพวกคุณนะคะ ทุกอย่างต้องออกมาดีและทำได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน" เฉินม่อไป๋ยิ้ม เมื่อพิจารณาลักษณะโดยรวมแล้ว พวกเขาเป็คนดีและค่อนข้างซื่อสัตย์ คงไม่ยอมให้เกิดเื่อะไรกับของของเธอได้ง่ายแน่นอน แถมเธอร่ายอาคมบางอย่างใส่หยกพวกนี้แล้ว ไม่มีทางที่จะถูกขโมยถึงมันจะเป็เพียงเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ ก็ตาม
เมื่อหลิงซุ่นและเค่อหลู่ชงได้รับความไว้วางใจขนาดนี้ พวกเขาก็ต้องตอบแทนด้วยการทำงานให้ดีที่สุด
เฉินม่อไป๋ปรึกษาเื่การทำเครื่องประดับอยู่ครู่ใหญ่ก็ได้ใบนัดรับของมา เนื่องจากเธอสั่งเครื่องประดับหลายชุด หลิงซุ่นจึงต้องทยอยส่งให้เดือนละชุด แน่นอนว่าเครื่องประดับชุดแรกที่เฉินม่อไป๋้าย่อมเป็ลูกประคำ ทั้งยังใช้หยกรัตติกาลอีกด้วย ซึ่งนั่นทำเอาเค่อหลู่ชงแทบหลั่งน้ำตาด้วยความเ็ปเพราะดันคิดไปว่าจะได้แสดงฝีมือแกะสลักของตนเองบนหยกในตำนาน แทนที่จะทำเป็ลูกประคำโง่ ๆ ไร้ลวดลายน่ะสิ!