“ เฮ้ย จะรีบไปไหน นี่เ้าจะสู้กับฉีเซียนพรุ่งนี้ยังไง อาวุธก็ใช้ไม่ได้ ปราณยุทธ์ก็ไม่มี”
ต้าเฉิงตามมาทัน ก็รีบถามด้วยความสงสัย เพราะหาใช้อาวุธ เขาก็ยังมั่นใจได้ว่า หยางเฟยหลงสามารถใช้มีดปาดคอของ ฉีเซียนได้อย่างแน่นอน แต่ว่า นี่คือการสู้ด้วยมือเปล่า เขาไม่เห็นหนทางที่จะสู้กับฉีเซียนได้เลย
“ ยังไม่รู้เหมือนกัน” ราเชนตอบไปตามตรง
“ อะไรนะ เ้าไม่รู้จะสู้ยังไง แล้วประทับลายมือไปทำไม นี่ท่านป้าหยางรู้เข้า เอาข้าตายแน่ๆ ที่ไม่ยอมห้ามเ้า”
ราเชนยิ้มให้ กับต้าเฉิง ที่มีทีท่ากลัวแม่เขาเล่นงาน มากกว่ากลัวว่าเขาจะต้องตาย
ที่ผ่านมาเขามีชีวิตโดดเดี่ยว นับแต่จำความได้ เพื่อนของเขาทั้งหมด ที่กินนอนร่วมกันมา ต้องมาตายลงไปทีละคน เพราะการฝึกซ้อม คนที่นอนอยู่ในห้องเดียวกัน 10 คน จะต้องตายลงไปทุกอาฑิตย์ ด้วยฝีมือของเขา หากเขาไม่ฆ่าก็จะต้องถูกฆ่าเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่อยากมีเพื่อนอีกต่อไป แต่ตอนนี้ เขารู้สึกหัวใจของเขาผิดแปลกไปจากเดิม เริ่มที่จะมีรอยยิ้มขึ้นมา เพราะต้าเฉิง
“ ไม่ต้องเป็ห่วง แค่ฉีเซียนคนเดียว ข้าไม่เคยกลัวมันอยู่แล้ว”
ราเชนถึงจะไม่อาจใช้อาวุธ และไร้พลังปราณยุทธ์ แต่นี่ไม่ใช่การประลองเพื่อเอาชนะ แต่เป็การต่อสู้เพื่อเอาชีวิต ซึ่งเขาเองถูกฝึกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ดังนั้นแค่ฉีเซียนคนเดียว ไม่ทำให้เขาต้องหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ ในเมื่อเ้ามั่นใจ ข้อก็ได้แต่สวดอ้อนวอนเทพเ้า ขอให้เ้าปลอดภัยก็แล้วกัน”
“ ไปเรียนกันดีกว่า”
ทั้งสองคนเดินไปที่ห้องเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งวันนี้เป็วันที่มีอาจารย์คนใหม่เพิ่งเข้ามาสอนวิชาสมุนไพร มีศิษย์หนุ่มๆ มากมายเข้ามาร่วมฟัง จนกระทั่ง มีหญิงสาวแสนสวยวัยรุ่น อายุราวๆ 18 ปี เดินมาเข้ามา ทุกๆ คนถึงกับเบียดเสียดเข้าไปยืนใกล้ๆ ด้านหน้าห้อง เพื่ออยากใกล้ชิดกับ อาจารย์คนใหม่แสนสวยคนนี้
“ อาจารย์ไป๋เซียง นี่สวยดั่งคำร่ำลือจริงๆ เลย ข้าเห็นเชียนเชียนสวยงามดุจนางฟ้าแล้ว แต่พอเห็นอาจารย์ไป๋ ทำไมข้าถึงได้ลืมเชียนเชียนไปได้”
ต้าเฉิงเอ่ยปานละเมอออกมา เหล่าศิษย์หนุ่มๆ ทุกๆ คน ก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน
“ ในห้วงเวลานี้ อาณาจักรทั้งห้า เริ่มมีมรสุมเค้าลางร้ายเริ่มก่อตัวขึ้น อีกไม่นาน ไฟาอาจจะลุกลามมาถึง พวกเราได้ทุกเมื่อ ดังนั้น สิ่งที่จะเอาตัวรอดได้ในยามา นั่นคือ การศึกษาวิชาสมุนไพร เพื่อรักษาโรค อาการาเ็ ทั้งช่วยเหลือตัวเอง และ ช่วยเหลือผู้อื่นในยามคับขัน ตำราสมุนไพรทั้งหมดตอนนี้ถูกบันทึกเอาไว้ที่ห้องสมุดของ สำนัก หลังจากหมดเวลา ขอให้พวกเ้าทุกๆ คนไปหาเวลาศึกษาอ่านเพิ่มเติม แต่ว่าวันนี้ อาจารย์จะมีการแนะนำสมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาแผลาเ็ภายใน และ รักษาเส้นปราณยุทธ์ ที่ใช้การไม่ได้ หรือขาดสะบั้นลงไป ให้สามารถกลับมาเชื่อมต่อเป็ปกติได้อีกครั้ง นั่นคือ ผลกิเลนไฟ ซึ่งเป็ผลไม้ที่เกิดขึ้นในยากในยุคนี้ แต่ทว่า เคยมีคนเห็นมันในป่าลับแล นี่คือรูปภาพของมัน”
ราเชนฟังอยู่ถึงกับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจะมีผลกิเลนไฟที่จะช่วยเชื่อมต่อเส้นปราณยุทธ์ ที่ขาดไปแล้วให้ต่อกลับมาได้ ขนาดหมอฮัว ยังไม่เคยบอกเขามาก่อนเลยว่ามี
“ ส่วนวิธีกินนั้น ต้องนำมันไปแช่ในน้ำ แล้วใช้มีดเฉือนเปลือกของมันออก จากนั้นเราก็กินเฉพาะเนื้อของมัน วันละชิ้น จนกว่าจะหมด เส้นชีพจรปราณยุทธ์ที่ขาด ก็จะค่อยๆเชื่อมต่อกัน ทีละนิด จนกลับมาหายเป็ปกติ”
ราเชนถึงกับต้องวาดภาพของ ผลกิเลนไฟเอาไว้ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับจดวิธีการกินผลของมัน ส่วนอาจารยไป๋เซียง ก็ยังคงสอนถึง สมุนไพรตัวอื่นๆ จนใกล้หมดเวลา ศิษย์หนุ่มแต่ละคน ก็ยังคงเคลิบเคลิ้มไปกับ น้ำเสียงของ อาจารย์ไป๋เซียง จนแทบจะไม่สนใจเนื้อหาวิชา ที่อาจารย์สอนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งใกล้จะหมดเวลา อาจารย์ไป๋เซียง ก็พูดขึ้นมาว่า
“ คนไหนคือ หยางเฟยหลง” ทุกๆ คนต่างแตกตื่นใยิ่ง แม้กระทั่งตัวของราเชนเองก็อดสงสัยไม่ได้
“ อยู่นี่ เฟยหลงเป็เพื่อนของข้าเอง” ต้าเฉิงรีบฉุดแขนของ เฟยหลงให้ยืนขึ้นแสดงตัว
“ นี่เ้าอ้วนขนาดนี้เลยเหรอ?”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยอย่างใ
“ ตอนนี้เขาน้ำหนักลดไปเยอะแล้ว” ต้าเฉิงรีบบอกออกไปทันที
“ ทุกคนกลับบ้านได้ แต่หยางเฟยหลงอยู่ก่อน”
ทุกๆ คนหันมามองหน้าหยางเฟยหลงด้วยความอิจฉา แต่ก็ต้องเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงอาจารย์ไป๋เซียงกับหยางเฟยหลงเพียงสองคน
“ อาจารย์มีอะไรเชิญว่ามาได้เลย”
“ ได้ข่าวว่า พรุ่งนี้เ้าจะต่อสู้เป็ตายกับฉีเซียนใช่หรือไม่?”
ราเชนก็ไม่อยากตอบเื่นี้ เพราะไม่อยากเป็ที่สนใจนัก แต่ก็สงสัยทำไม อาจารย์ไป๋เซียง ถึงได้สนใจเื่ของเขานัก
“ อาจารย์ได้ยินมาถูกต้องแล้ว”
อาจารย์ไป๋เซียงไม่ตอบ แต่กลับพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว แล้วสะบัดมือฟาดเข้ากลางหน้าอกของ ราเชน แม้ว่าเขาจะเห็นั้แ่อาจารย์ไป๋เซียงขยับแขน แต่ก็ไม่คิดว่า เท้าที่เคลื่อนไหวของนาง จะก้าวเข้ามาได้รวดเร็วปานนี้ ทำให้เขาไม่อาจหลบพ้นได้ จึงได้แต่ถีบโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าของตน ออกไป
โครม !
โต๊ะไม้หนาๆ ถึงกับแตกละเอียดลงไป เมื่อถูกฝ่ามือของอาจารย์ไป๋เซียง
“ ท่านคิดจะทำอะไร?”
“ ฆ่าเ้าอย่างไงเล่า”
ราเชนตอนนี้ถึงกับงงเป็ไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าหยางเฟยหลงไปมีเื่กับ หญิงงามผู้นี้ั้แ่เมื่อไร การฟาดฝ่ามือเมื่อครู่นี้ หากถูกหน้าอกของเขา คงได้ซี่โครงหักกันพอดี แต่เขายังไม่อยากใช้อาวุธ จึงรีบพูดออกไปว่า
“ เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ทำไมต้องคิดสังหารข้าด้วย”
“ ฆ่าคนต้องมีความแค้นด้วยรึ?”
คำตอบนี้ทำให้ราเชนถึงกับเหวอ ไปไม่ถูก ฝ่ามือพุ่งมาอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิม ราเชนไม่อยากฆ่าคนในตอนนี้ เพราะทุกๆ คนต่างรู้กันหมดว่าเขาอยู่กับอาจารย์ไป๋เซียง แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็นแววตาของอาจารย์ไป๋เซียงอย่างชัดเจน เลยยืนนิ่งไม่ขยับตัว ปล่อยให้ฝ่ามือกระแทกเข้าหน้าอกของเขา จนตัวของเขาปลิวกระเด็นไปติดกับฝาห้อง
แต่ทว่า เขากลับไม่าเ็อะไร แม้แต่น้อย เพราะเขามองออกว่า แววตานี้ไม่ใช้แววตาของนักฆ่า แต่กลับอ่อนโยน มีเมตตามากกว่า
“ เ้าไร้พลังปราณยุทธ์จริงๆ ด้วย ข้านึกว่าจะมี ไม้ตายอะไรเสียอีก ช่างโง่เขลานัก พรุ่งนี้ถึงเวลาประลอง เ้าได้ตายสมใจแน่ๆ”
ราเชนยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วปัดฝุ่นตามเนื้อตัว เสื้อผ้า แล้วประสานมือคารวะอาจารย์ไป๋เซียงแล้วเอ่ยว่า
“ ขอบคุณที่เป็ห่วง แต่ชีวิตหยางเฟยหลง ไม่ยอมให้ใครมาเอาไปได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”
“ ยังปากดี นี่ข้าไม่เห็นแก่ท่านลุงหยางเจี้ยน ข้าจะไม่สนใจเ้าเลย”
“ ท่านรู้จักบิดาของข้า?”
“ บิดาของเ้าเคยมีบุญคุณกับครอบครัวของข้า ดังนั้นข้าไม่อยากให้เ้าตายในวันพรุ่งนี้ ไปขอเลื่อนการประลองในวันพรุ่งนี้ รอให้ข้าหาผลกิเลนไฟเจอเสียก่อน แล้วฝึกฝนพลังปราณยุทธ์อีก สักสามปี ค่อยไปท้าประลองกับ ฉีเซียนใหม่”
“ คงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นสำนักเมฆาม่วง คงไล่ข้าออกจากสำนักแน่ๆ”
“ เฮอะ แค่สำนักสาขาเล็กๆ เมื่อเ้ารักษาเส้นปราณยุทธ์ได้แล้ว ข้าจะพาเ้าไปที่สำนักใหญ่ในเมืองหลวง”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ แต่ว่านี่มันเป็เื่ของศักดิ์ศรีของข้าและวงศ์ตระกูล ข้าไม่อาจทำให้ตระกูลหยางต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่”
“ หากเ้าตายไปในตอนนี้ ตระกูลหยางก็จะไร้ผู้สืบสกุล เ้าลืมไปแล้วหรือไง”
“ ดูเหมือนว่า ท่านจะรู้จักข้ามากมาย แต่ทำไมข้าไม่เห็นเคยได้ยินท่านพ่อ ท่านแม่เอ่ยถึงตระกูลไป๋เลย”
ราเชนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เฮอะ หากว่าท่านพ่อไม่กำชับให้ข้ามาช่วยเ้า ข้าก็ไม่อยากมานักหรอก ข้าจะสอนวิชาท่าเท้าวายุเหิน มันจะทำให้เ้าเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิม แม้นว่าเ้าจะไม่มีพลังปราณยุทธ์ก็ตาม แต่แค่พลังปราณยุทธ์ไม่เกินระดับที่ 20 ก็ไม่น่าจะทำอะไรเ้าได้”
“ ท่าเท้าวายุเหิน?”
ราเชนยังอดสงสัย แต่อาจารย์ไป๋เซียง ก้าวเท้าสามสี่เก้า ก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ราเชนถึงกับอึ้งไป สนใจอยากศึกษาวิชาท่าเท้าวายุเหินทันที
“ หายใจเข้าออกให้ยาวนานที่สุดที่จะทำได้ ควบคุมสมาธิให้อยู่กับตัว แล้วก้าวเท้าไปตามจุดต่างๆ เหล่านี้ มันไม่ใช่พลังวิเศษอะไร แต่มันเป็วิธีก้าวเท้า คล้ายกับค่ายกลเท่านั้น ไม่ได้ใช้พลังปราณใดๆ ดังนั้นเ้าสามารถฝึกฝนได้ แม้จะไม่สามารถฝึกได้รับดับสูงสุด แค่พื้นฐานก็เพียงพอต่อการหลบหลีกของฉีเซียนได้แล้ว”
ราเชนก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าเจ็ดก้าว ข้างซ้าย และ ข้างขวา ฝั่งละ เจ็ดก้าวตามทิศทางของจุดที่อาจารย์ไป๋เซียงกำหนดเอาไว้ ทำให้เขาเองก็รู้สึกว่า เขาเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิมถึง สามเท่า
“ โอ้ ประหลาดแท้ นี่แค่วิธีการก้าวเท้าเท่านั้น ก็สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิมอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า บางทีข้าอาจจะใช้เข็มฟ้าพิฆาตยิงเข้าหูของมัน โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ก็ได้”
“ เ้าบ่นอะไร?”
“ เปล่าๆ ไม่มีอะไร”
“ ดี นี่คือยาเม็ดเก้าอาชา 100 เม็ด เ้ากินไป 1 เม็ดก็พอ โอ้ รูปร่างอย่างเ้าต้อง 2 เม็ดถึงจะได้ผล มันจะเร่งเร้าให้เืในกายของเ้าเดือดพล่าน เส้นลมปราณของเ้าแม้จะใช้ไม่ได้ แต่มันจะทำให้ประสาทของเ้าตื่นตัว
ราวกับมีพลังอาชาอยู่ในร่าง มันจะทำให้เ้ามีพลังมากกว่าปกติ ถึงสองเท่า แต่หลังจาก 1 ชั่วยาม เ้าจะหมดแรง แทบจะเดินต่อไปไม่ได้ นี่คือผลข้างเคียงของมัน”
“ ยาบ้า?”
“ เ้าว่าไงนะ?”
“ เปล่าๆ แค่คิดว่าเคยเห็นยาเม็ดแบบนี้ที่ไหนกันแน่”
ราเชนหยิบยาเม็ดลูกกลอนสีน้ำตาลออกมาดู แม้มันจะทำการปั้นเป็ลูกกลมๆ แต่สรรพคุณของมันก็คล้ายกับ ยาบ้าในยุคที่เขาจากมา ซึ่งนอกจากทำให้เพิ่มพลังงานไม่ง่วงนอนแล้ว หากกินเข้าไปจำนวนมาก ไม่รู้จะต้องตกเป็ทาสของมันหรือเปล่า ราเชนเก็บกระปุกยาเก้าอาชามาเก็บเอาไว้
“ จำเอาไว้ การต่อสู้แม้จะไม่จำกัดเวลา แต่ว่า หากกรรมการทั้งสามท่านเห็นว่า ต่างฝ่ายต่างไม่อาจทำอะไรกันได้ การต่อสู้นั้นจะถูกยุติ และนัดต่อสู้ใหม่ในภายหลัง หวังว่าเ้าจะยื้อเวลาให้นานจนกรรมการตัดสินยกเลิกการต่อสู้ในครั้งนี้” อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยเพราะไม่คิดว่า ราเชนจะเอาชนะฉีเซียนได้
“ ขอบคุณอาจารย์ไป๋”
“ ไม่ต้องขอบคุณ รอให้เ้าเอาชีวิตรอดจากการประลอง ค่อยมาขอบคุณข้า”
อาจารย์ไป๋เซียง เอ่ยจบก็เดินออกจากห้องไปในทันที
พอราเชนออกจากห้องเรียน ก็พบว่าต้าเฉิง ยังคงยืนรออยู่
“ เฮ้.. อาจารย์ไป๋พูดอะไรกับเ้า?”
“ นางบอกให้ข้าหนี ไม่ต้องขึ้นประลอง”
“ แล้วเ้าว่ายังไง?”
“ ข้าไม่หนี พรุ่งนี้ข้าจะสู้กับฉีเซียน”
“ ดี ลูกผู้ชายมันต้องอย่างนี้ ข้าจะเอาใจช่วย แต่ว่า ท่านป้าหยางรู้เข้าต้องไม่ยอมแน่”
“ เ้าไม่บอก ข้าไม่บอก แล้วท่านแม่จะรู้ได้อย่างไร”
“ เฮ้อ.. ข้ามีเื่บอกกับเ้า เมื่อครู่ เสี่ยวฉีกับ เชียนเชียน เดินทางไปที่บ้านตระกูลเมิ่ง เพื่อแจ้งเื่ประลองเป็ตายของเ้ากับป้าหยางแล้ว”……..