บทที่23 เบาะแส
หลังจากกำจัดกองทัพสัตว์อสูรในชุดแรกทั้งหมดในเวลาอันสั้นมีนจึงเดินหน้ากวาดล้างสัตว์อสูรอื่น ๆ ที่อยู่ในภายในเมืองต่อในทันที โดยไม่ได้แยแสสนใจว่ากองทัพสัตว์อสูรชุดที่ 2 จะออกมาในตอนไหน
หญิงสาวเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ทั้งสองทักษะสลับโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดทักษะ [พุ่งชน] ก็เลื่อนระดับมาอยู่ในขั้นสูงสุดแล้ว ส่วนทักษะ [ลำแสงแอกโซโลตล์] เวลานี้ ก็ได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ใน่กลางของขั้นสูงแล้วเหมือนกัน
สิ่งก่อสร้างที่อยู่รอบๆ ปราสาทวังจ้าวสมุทร ถูกทำลายกลายเป็เศษซากปรักหักพัง จนไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปบรรดาสัตว์อสูรระดับต่ำที่อยู่ในเมืองต่างก็พากันหนีตายเอาชีวิตรอด ซึ่งหญิงสาวก็ไม่คิดจะติดตามไปไล่ล่าสังหารพวกมันแต่อย่างใดเนื่องจากในตอนนี้ จำนวนสัตว์อสูรตามภารกิจที่ตนต้องสังหารฯ ขาดอีกเพียงไม่กี่พันตัวก็จะครบตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้แล้ว
ไม่นานกองทัพสัตว์อสูรชุดที่2 ก็เริ่มทยอยออกมาตั้งแถว และรวมตัวกันอยู่ตรงลานหน้าปราสาทอีกเช่นเคย ก่อนที่พวกมันจะมุ่งหน้ามายังจุดที่มีผู้บุกรุกอยู่ในที่สุด
กองทัพสัตว์อสูรชุดนี้มีระดับไม่แตกต่างไปจากชุดแรกมากนัก จะต่างก็ตรงที่ “จำนวน” ซึ่งมีมากกว่าสัตว์อสูรชุดก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดและหากดูจากลักษณะการจัดวางกองกำลังของพวกมันแล้ว มีนเดาเอาว่ากองกำลังของศัตรูชุดนี้ น่าจะเป็กองกำลังผสมระหว่างนักรบ/นักเวท พร้อมด้วยนักธนูจากหลายๆ เผ่าพันธุ์ รวมกันกว่า 2,000 ตัวเลยทีเดียว
มีนได้แต่คิดสงสัยในใจว่าสัตว์อสูรจำนวนมากเหล่านี้ พวกมันออกมาจากปราสาทหลังงามเป็พัน ๆ ตัวได้อย่างไร?พื้นที่ภายในปราสาทฯ สามารถรองรับสัตว์อสูรได้เป็จำนวนมากขนาดนี้เชียวหรือ?
กองทัพสัตว์อสูรฯเริ่มกระจายกำลังออกเป็รูปเกือกม้าฯ เตรียมที่จะโอบล้อมปลาตีนสาวเอาไว้ โดยมีกองทัพนักรบเป็แกนหลักส่วนนักเวทและนักธนูพวกมันต่างประจำการอยู่ด้านหลังแนวรบ โดยเว้นระยะห่างอยู่พอสมควร
หญิงสาวก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะมาไม้ไหน? ดังนั้นมีนจึงลอยตัวหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพื่อรอให้อีกฝ่ายได้บุกเข้ามาประชิดโดยไม่คิดจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว
กลุ่มนักรบฝ่ายศัตรูเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างช้า ๆ จากทางด้านหน้าและด้านข้างเป็ 3ทิศทาง เพียงเว้นช่องเปิดด้านหลังของผู้บุกรุกเอาไว้แค่ช่องเดียว
เมื่อขบวนทัพนักรบบีบระยะเข้ามาใกล้จนเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตร มีนตัดสินใจพุ่งตัวถอยไปทางช่องเปิดด้านหลัง เพื่อล่อให้พวกมันบีบขยับระยะห่างระหว่างกองทัพฯให้มากระจุกตัวรวมกันเป็กลุ่มเดียว
ทันใดนั้นจู่ ๆ ในตำแหน่งที่หญิงสาวหยุดลอยตัวอยู่ กลับปรากฏวงเวทจำนวนสิบกว่าวง ซ้อนทับกันอยู่บนพื้นทรายใต้ร่างส่วน้าเหนือศีรษะก็พบว่า มีเงาดำ ๆ ของลูกธนูจำนวนนับพันดอก พุ่งลงมาในตำแหน่งดังกล่าวอย่างพอเหมาะพอเจาะราวกับว่าอีกฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว...
บรึ้มๆ ๆ ตูม ๆ ๆ
วงเวททุกวงเกิดการะเิและปลดปล่อยพลังทำลายออกมาโจมตีปลาตีนสีชมพูตัวจ้อยอย่างพร้อมเพรียง พื้นที่ในละแวกใกล้เคียงกับจุดปะทะต่างได้ยินเสียงดังกึกก้องกัมปนาทฝุ่นทรายที่เกิดจากแรงะเิก็ฟุ้งตลบอบอวลกระจายไปทั่ว บดบังวิสัยทัศน์จนไม่อาจมองเห็นร่างของผู้ถูกโจมตีได้ไม่เพียงเท่านั้น ห่าฝนลูกธนูก็ยังพุ่งลงมาโจมตีในตำแหน่งที่เป้าหมายยืนอยู่อย่างไม่ขาดสาย...
แม้จะถูกศัตรูโจมตีอย่างหนักแต่ตัวปลาตีนสาวในเวลานี้กลับรู้สึกเพียงแค่ว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างมาสะกิดร่างของตนเบาๆ เพียงเท่านั้น ด้วยพลังป้องกันที่เป็ตัวเลขถึงเจ็ดหลัก การโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามชุดนี้จึงไม่อาจทำให้พลังชีวิตของปลาตีนสาวลดลงไปถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์
มีนยิ้มมุมปากด้วยความกระหยิ่มก่อนจะเรียกใช้งานทักษะฯ เปิดฉากโจมตีพวกมันในทันที “[พุ่งชน]!!”
ร่างของปลาตีนตัวเขื่องพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วมีนเรียกใช้ทักษะพุ่งชนอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนที่พร้อมกับทำลายนักรบในกองทัพ ซึ่งอยู่ตรงหน้าในเวลาเดียวกันจนร่างของตัวเองทะลุผ่านไปยังด้านหลังของกองทัพฯ โดยไม่สนใจการโจมตีของพวกมันแม้แต่น้อย
จากนั้นมีนจึงกระหน่ำยิงลำแสงสีแดงปนดำสลับกับการพุ่งตัวไปมาเพื่อหาตำแหน่งและทิศทางที่เหมาะสมสำหรับสังหารหมู่พวกมันจำนวนมากในคราเดียว และทุกครั้งที่ทักษะเผ่าพันธุ์ถูกเรียกใช้งานจะต้องมีสัตว์อสูรหลายตัว จบชีวิตและกลายเป็แสงสีเทาหายไปเสมอ...
บรรดาสัตว์อสูรสายเวทและนักธนูฯพวกมันต่างพยายามล็อกเป้าโจมตีผู้บุกรุกอย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยค่าสถานะอันสูงสุดกู่ประดุจเทพเ้านี้จึงทำให้หญิงสาวเลิกล้มความคิดหลบหลีกการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามโดยปริยายฯเพราะถึงอย่างไร ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น มันก็เป็ตัวเลขอันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าพลังชีวิตและพลังป้องกันที่ตนมีอยู่ในขณะนี้อีกทั้งการโจมตีอย่างต่อเนื่องของฝ่ายตรงข้าม ก็ไม่ได้ทำให้การเคลื่อนไหวหรือการเรียกใช้งานทักษะฯต้องหยุดหรือชะงักไปแต่อย่างใด…
ทักษะเผ่าพันธุ์ทั้งสองถูกเรียกใช้งานอย่างต่อเนื่องไม่กี่อึดใจ...กองทัพสัตว์อสูรชุดที่สอง ก็กลายเป็แสงสีเทาหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อศัตรูถูกสังหารไปจนหมดไม่นาน...ประตูวังจ้าวสมุทรก็เปิดออกมาอีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยการปรากฏตัวของกองทัพสัตว์อสูรในชุดต่อไปทันที
มีนไล่ล้างบางกองทัพสัตว์อสูรแต่ละชุดที่ออกมาจากตัวปราสาทอย่างรวดเร็วจนมาถึงชุดนี้...ก็เป็ชุดที่ 7 แล้ว
สัตว์อสูรกลุ่มใหม่ที่เห็นอยู่นี้ต่างจากชุดก่อนหน้าทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ เนื่องจากพวกมันออกมาเพียง 10ตัวเท่านั้น โดยแต่ละตัว ต่างก็เป็สัตว์อสูรที่มีระดับสูงถึง 245 อีกทั้งทุกตัวยังมีชื่อบนหัวแสดงให้เห็นเป็ตัวหนังสือสีฟ้าอีกด้วย
“มินิบอส” ทั้ง10 ประกอบไปด้วย 5 เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์ละ 2 ตัว อันได้แก่ สิงโตทะเล ปลาไหลไฟฟ้าฉลามั์ แมงกะพรุนไฟ และหมึกั์
เมื่อออกมาจากปราสาทฯพวกมันทั้งหมดต่างล็อกเป้าโจมตีปลาตีนสาวอย่างรวดเร็ว โดยหมึกั์ทั้ง 2 ตัวใช้แรงดีดจากหนวดอันทรงพลังของตัวเอง ทะยานร่างเข้ามาขนาบปลาตีนสาวเอาไว้ทั้งซ้ายและขวาก่อนจะใช้หนวดอันเหนียวแน่นและแข็งแรง มัดพันธนาการร่างเป้าหมายเอาไว้ จากนั้นพวกมันทั้งสองจึงเริ่มปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาทำการโจมตีศัตรูช่างเหมือนกับเ้าหมึกั์ตัวที่เคยสังหารหญิงสาวตอนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด...หนำซ้ำระดับความแข็งแกร่งของเ้าหมึกทั้งสองตัวในเวลานี้ก็ยังสูงกว่าเ้าบอสหมึกคู่แค้นของมีนอยู่มากโข
ความทรงจำอันแสนเ็ปและทรมานในครั้งก่อนได้หวนย้อนกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง
เพียงแต่...ในครั้งนี้หาเป็เช่นเดิมอีกไม่
เพราะกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลต์ที่แล่นเข้ามาสู่ร่างกายในเวลานี้กลับทำให้มีนรู้สึกเพียงแค่คัน ๆ เท่านั้น
ปลาตีนสาวพยายามดิ้นรนขัดขืน...แต่ดูเหมือนว่ายิ่งมีนดิ้น หนวดของเ้าหมึกั์ทั้งสองก็ยิ่งรัดร่างของตนแน่นมากขึ้น...
ถึงแม้พวกมันทั้งคู่จะออกแรงรัดแน่นเพียงใดแต่กลับไม่ทำให้มีนเกิดความรู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
หลังจากได้ทดสอบและประเมินความสามารถของเ้าหมึกั์ทั้งสองจนพอใจแล้วมีนจึงเรียกใช้งานทักษะเผ่าพันธุ์ในทันที “[พุ่งชน]”
ร่างของปลาตีนสีชมพูพุ่งทะลวงออกจากพันธนาการไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงแม้หนวดของสองหมึกั์ที่รัดพันร่างของตนเอาไว้จะแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่อาจต้านทานพลังทำลายของทักษะจากหญิงสาวในเวลานี้ได้ด้วยความรุนแรงของทักษะฯ เส้นหนวดขนาดใหญ่ ซึ่งบอสหมึกทั้งสองใช้มัดร่างศัตรูเอาไว้ก็ขาดสะบั้นในทันที
แต่ยังไม่ทันที่ปลาตีนสาวจะได้ทำอะไรต่อเ้าฉลามสีเงินตัวหนึ่งก็ได้พุ่งร่างเข้ามาชนเป้าหมายตัวจ้อยด้วยความรุนแรง
เปรี้ยง!
ร่างเล็กถูกกระแทกอย่างไม่ทันตั้งตัวปลิวกระเด็นตามแรงปะทะออกไปไกลหลายเมตร แต่ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นบนร่างกลับแสดงให้เห็นกลับเป็ตัวเลขเพียง 3 หลักเท่านั้น ในทางกลับกันเป็เ้าฉลามตัวที่พุ่งเข้ามาหาหญิงสาวต่างหากที่พบว่าบนร่างของปรากฏเืสีแดงข้นไหลเป็ทางออกมาจากส่วนหัว อีกทั้งแถบแสดงพลังชีวิตของมันยังลดลงไปถึง1 ใน 5 ส่วน จากผลของการปะทะในครั้งนี้
ส่วนเ้าฉลามอีกตัวหนึ่งเมื่อเห็นสหายของตัวเองได้รับาเ็ จึงเกิดอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มันจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วพร้อมกับอ้าปากอันใหญ่โต ซึ่งมีฟันอันแหลมคมอยู่ภายใน หมายจะงับและฉีกกระชากร่างปลาตีนสาวให้แยกออกเป็สองส่วน...
ฉึก!
ถึงแม้ว่าฉลาม จะเป็สัตว์อสูรที่มีกรามอันแข็งแกร่งและมีฟันที่คมกริบเหนือกว่าสัตว์อสูรอื่นใดในท้องทะเล แต่ไม่ว่าตัวมันจะพยายามออกแรงบีบและขบกรามอย่างสุดกำลังเพียงใดแต่อนิจจา...ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของมัน ก็ไม่ประสบกับผลสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียวเพราะร่างกายของปลาตีนตัวจ้อยตัวนี้ “แข็งแกร่ง” เกินจะฮุบกลืนบดขยี้
ไม่นานเ้าฉลามั์จึงจำเป็ต้องเปลี่ยนวิธีสังหารศัตรูเสียใหม่...
มันเริ่มอ้าปากขึ้นอีกครั้ง
แต่การอ้าปากในครั้งนี้ไม่ใช่เป็เพราะตัวมันคิดจะปล่อยเหยื่อในปากหลุดรอดออกไปแต่อย่างใด
แต่ในปากฉลามั์เวลานี้กลับมีก้อนพลังงานสีฟ้าครามที่ส่องแสงสว่างเรืองรองอยู่ในลำคอของมันแล้วนั่นเอง
และนี่คือ...หนึ่งในทักษะสังหารอันเลื่องชื่อของเ้าฉลามั์ตัวนี้[ลำแสงพิฆาต]
ในขณะที่บอสฉลามกำลังอ้าปากเตรียมจะปลดปล่อยลำแสงพิฆาตสังหารปลาตีนสาวในระยะเผาขนอยู่นั่นเอง หญิงสาวจึงอ้าปากของตัวเองขึ้นมาบ้าง‘จะวัดพลังกับฉันหรือ? เ้าปลาใหญ่...เอานี่ไปกินซะ!!’
ตูม!
ลำแสงสังหารของปลาตีนสาวที่อยู่ในปากของฉลามั์ปลดปล่อยพลังทำลายออกมาอย่างรวดเร็วด้วยลำแสงสีแดงปนดำที่มีขนาดถึง 1.5 เมตร...
ร่างของเ้าฉลามั์ซึ่งกำลังอ้าปากและเตรียมปลดปล่อยพลังฯ กลับถูกลำแสงของอีกฝ่ายฉีกกระชากพร้อมกับกร่อนทำลายร่างกายั้แ่ส่วนลำคอยาวไปตลอดจนถึงครีบหางก่อนจะสูญสลายหายไปอย่างรวดเร็ว จะเหลือก็แค่ชิ้นส่วนที่อยู่เหนือปากขึ้นมาเพียงเท่านั้นที่พอจะนำมาใช้เทียบเคียงเพื่อระบุยืนยันตัวตนได้ว่า ร่างที่ถูกลำแสงสังหารจากปลาตีนสาวทำลายไปเมื่อครู่...เป็ร่างของผู้ใด?
เ้าฉลามตัวแรกที่เข้ามาปะทะกับหญิงสาวได้เห็นเพื่อนของตนถูกศัตรูสังหารลงต่อหน้าต่อตา ก็เกิดความแค้นขึ้นมาทันที ก่อนที่มันจะอ้าปากและปลดปล่อย[ลำแสงพิฆาต] โจมตีปลาตีนสาวผู้ที่ปลิดปลงสังหารสหายร่วมเผ่าพันธุ์ในทันที
ซูม…ตูม!!
แสงสีฟ้าครามขนาด1 เมตรพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ พร้อมกับกลืนกินร่างเล็กจ้อยจนจมมิดอยู่ตรงใจกลางของลำแสง...เป็เวลานานเกือบอึดใจ
“แสบ ๆ คัน ๆเหมือนมดกัด” คือความรู้สึกของมีนตอนนี้ หลังจากถูกลำแสงพิฆาตของฝ่ายตรงข้ามยิงเข้ามาอย่างจัง
ทันใดนั้น...แสงสีฟ้าเรืองรองซึ่งปกคลุมร่างปลาตีนตัวจ้อย กลับแปรเปลี่ยนเป็สีแดงปนดำในเวลาอันสั้นก่อนลำแสงที่ว่านั้น จะพุ่งย้อนกลับไปยังต้นทางของลำแสงสีฟ้าคราม
ตูม!
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่มีเวลาให้เ้าฉลามั์ได้คิดหนี ลำแสงสีแดงปนดำพุ่งทวนย้อนกลับมา ก่อนจะกลืนกินร่างของมันอย่างรวดเร็วในที่สุด...ร่างั์ของเ้าฉลามตัวนี้ ก็สลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผงธุลี
หลังจากฉลามั์ทั้งสองตัวตายไปบอสสิงโตทะเล 2 ตัว ต่างพร้อมใจกันทะยานร่างของพวกมันเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว พวกมันมั้งสองเงื้อง่าอาวุธประเภท“ง้าว” อันใหญ่ั์ที่ถืออยู่ในมือ ฟาดเหวี่ยงส่วนคมจากบนลงล่างหมายจะฟันร่างปลาตีนน้อยให้ขาดเป็ชิ้น ๆ
ตูม!ตูม!
พื้นทรายใต้ทะเลในจุดที่มีนยืนอยู่ฟุ้งกระจายไปด้วยฝุ่นทรายจนทัศนวิสัยในการมองเห็นถูกบดบังไปไกลหลายเมตร
แต่กระนั้น ก่อนจะเกิดการปะทะขึ้นปลาตีนสาวกลับสามารถพุ่งตัวหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมโจมตีสวนกลับด้วยการพุ่งชนไปยังร่างสิงโตทะเลตัวหนึ่งจนอีกฝ่ายปลิวกระเด็นตามแรงกระแทก ก่อนจะไปกระทบเข้ากับร่างสหายที่อยู่ใกล้อย่างรุนแรงทำให้ร่างของพวกมันทั้งคู่ต่างลอยละลิ่วอย่างไร้การควบคุมไปในทิศทางเดียวกัน
ตูม! ๆ
คนอย่างมีนหรือ?จะเปิดโอกาสให้พวกมันทั้งสอง...ตั้งตัวได้ เมื่อศัตรู “ล้ม” ตนต้องตามไป “ซ้ำ” ให้ถึงที่สุดเพราะมันคือ “คติประจำใจ” ของหญิงสาว
ปลาตีนสาวอ้าปากยิงลำแสงฯปิดบัญชีเ้าสิงโตทะเลทั้งคู่ให้ตกตายไปในเวลาเดียวกัน
จากนั้นมีนก็ไม่ทำให้พวกที่เหลือต้องรอนานเร่งปิดฉากการต่อสู้ด้วยการ ไล่สังหารมินิบอสที่เหลืออยู่ทีละตัวจนครบ...ในเวลาอันสั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเ้าหมึกั์ ซึ่งเป็สัตว์อสูรร่วมเผ่าพันธุ์กับคู่กรณีของตน มีนได้จัดชุดใหญ่ให้พวกมันเป็พิเศษด้วยการใช้ร่างน้อย ๆ ของตัวเองพุ่งกระแทกทั้งคู่อย่างต่อเนื่องสลับกันไปมาโดยไม่คิดเรียกใช้งานทักษะฯจนพลังชีวิตของพวกมันหมดลงในที่สุด
ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความแค้นของหญิงสาวที่มีต่อพวกมัน บรรเทาเบาบางลงไปมากนัก นั่นก็เพราะว่าหลังจากตนได้พุ่งตัวไปกระแทกร่างของพวกมันได้เพียงตัวละไม่กี่ครั้ง เ้าหมึกั์ทั้งคู่ก็วิ่งหนีไปเฝ้ายมบาลเป็ที่เรียบร้อย...
เมื่อสังหารมินิบอสตัวสุดท้ายเสร็จสิ้นประตูวังจ้าวสมุทรก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เพียงแต่...ในคราวนี้ หญิงสาวเฝ้ารอการปรากฏตัวของศัตรูอยู่ในพื้นที่ด้านนอกของตัวปราสาทมาพักใหญ่แต่กลับไม่มีวี่แววว่า จะมีสัตว์อสูรใด...ปรากฏออกมาให้เห็นแม้แต่ตัวเดียว
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงแหวกว่ายเคลื่อนร่างของตนเข้าไปยังพื้นที่ด้านในตัวปราสาทอย่างช้า ๆ และเมื่อร่างของปลาตีนสีชมพูผ่านปากทางเข้าปราสาทได้ไม่นานประตูบานใหญ่ั์ทางด้านหลังก็ถูกปิดลงโดยอัตโนมัติ
แอด...ตึง!!
หลังจากเข้าไปในตัวปราสาทแล้วมีนกลับพบว่าภายในปราสาทฯ มีรูปร่างคล้ายกับเปลือกหอยทรงเจดีย์ ซึ่งเป็เกลียววนขึ้นไปเป็ชั้นๆ จำนวนหลายสิบชั้น โดยแต่ละชั้นจะถูกแบ่งออกเป็ห้อง ๆ ชั้นละหลายสิบห้อง ส่วนทางขึ้นลงมีเพียงทางเดียวคือ ด้านที่ติดกับผนังทางขวามือของตัวปราสาทฯ จึงทำให้พื้นที่ตรงกลางของปราสาทกลายเป็พื้นที่เปิดโล่งจนสามารถมองเห็นยอดแหลมที่อยู่้าสุดของปราสาทได้อย่างชัดเจน
โถงชั้นแรกและชั้นเดียวในปราสาทหลังนี้ก็คือจุดที่มีนอยู่ มันมีลักษณะเป็ห้องโถงกว้างคล้ายกับท้องพระโรง ปลายสุดด้านในของห้องโถงจะเป็ที่ตั้งของบัลลังก์สีทองจำนวน5 ตัว ซึ่งถูกวางบนฐานยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งเด่นเป็สง่าดึงดูดสายตาของผู้พบเห็นอยู่ไม่น้อยส่วนตรงกลางห้องโถงจะมีเสาสีเงินต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบอยู่ต้นหนึ่ง โดยส่วนปลายของเสาจะทอดยาวขึ้นไปจรดส่วนยอดของปราสาทฯซึ่งมีนคิดว่า เ้าเสาต้นนี้ คงจะทำหน้าที่เหมือนเป็แกนหลักในการค้ำยันตัวปราสาทหลังนี้เอาไว้อีกทั้งบนเสาต้นใหญ่ยังถูกสลักไว้ด้วยลวดลายอันวิจิตรบรรจง และมีการสลักข้อความด้วยอักขระเวทมนตร์อันคุ้นตาแทรกเอาไว้อยู่ระหว่างลวดลายของเสาต้นนั้นอีกด้วย
ปลาตีนสาวมุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าของบัลลังก์สีทองฯก่อนจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อได้ยินเสียงข้อความแจ้งเตือนจากระบบฯ เมื่อมีระยะห่างจากบัลลังก์ราว10 เมตร
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์สิงโตทะเล’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์ปลาไหลไฟฟ้า’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์ฉลามั์’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์แมงกะพรุนไฟ’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นาา ระดับ 250 ‘ราชันย์หมึกั์’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
สิ้นเสียงรายงานจากระบบฯกลับปรากฏว่า มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทิศทางอันเป็ที่ตั้งของบัลลังก์สีทองเ่าั้“แอกโซโลตล์...เ้ากล้ามาก ที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง...”
“ครั้งก่อนข้ายังใจดีเห็นแก่มิตรภาพของเราจึงปล่อยเ้าไปครั้งหนึ่ง ข้าก็นึกว่า เ้าจะหนีไปไกลแสนไกลแล้ว...”อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นสอดรับกับเสียงแรกในทันที
“แต่เ้าก็ยังไม่สำนึกยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีก...”
“กลับมาอย่างเดียวไม่พอ...ยังบังอาจทำลายเมืองของพวกข้าเสียจนเละเทะอีกทั้งยังสังหารลูกสมุนของข้าไปจนหมดอีก...”
“ครั้งนี้พวกข้าจะไม่ใจดีปล่อยให้เ้าได้หนีรอดไปได้อีก...เผ่าพันธุ์ของเ้า จะต้องสิ้นสูญไปตลอดกาล”
จากนั้น...ก็ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนจากพวกที่เหลืออยู่ซึ่งประโยคที่พวกมันทั้ง 5 กล่าวออกมา มีนย่อมเข้าใจว่า พวกมันกำลังหมายถึงผู้ใด?
หญิงสาวที่ได้รับรู้เื่ราวอันสุดแสนจะรันทดของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์จนมีอารมณ์และความรู้สึกร่วมไปกับมันฯ ก่อให้เกิดเป็ความคับข้องใจจนต้องกล่าวออกมาว่า“เมืองของพวกเ้า??”
เมื่อฝ่ายตรงข้ามคิดว่าตัวเองคือ “แอ๊กซอล” ดังนั้นมีนจึงทำการสวมรอยแทนเ้าตัวก่อนจะกล่าวออกมาจากความรู้สึกของตน “พวกเ้าทุกตัวแย่งชิงมาจากข้า ยังมีหน้ามาว่าเป็เมืองของพวกเ้าอีกอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามเชิงค่อนแคะจากอีกฝ่ายาาฉลามั์จึงรีบตัดบทในทันที “อย่าเสียเวลากับมันเลยสหาย...รีบ ๆ สังหารมันทิ้งกันเถอะข้าเบื่อเห็นหน้ามันจะแย่อยู่แล้ว”
“อืม...รีบทำให้มันจบๆ ไปเถอะ” บอสสิงโตทะเลส่งเสียงสนับสนุนฯ
“ถูกต้อง! ก่อนหน้านี้ที่เ้าปล่อยมันไป ข้าก็ไม่เห็นด้วยนัก เพราะเกรงว่า มันจะกลับมาสร้างความวุ่นวายให้แก่พวกเราอีกและวันนี้...มันก็กลับมาจริง ๆ” บอสแมงกะพรุนไฟเอ่ยขึ้นมา
“ว่าแต่...ใครจะลงมือก่อนดี?”เ้าปลาไหลไฟฟ้าส่งเสียงถามขอความเห็นจากพวกพ้องที่เหลือ
“ข้าเอง!” บอสสิงโตทะเลขานรับด้วยเสียงดัง ก่อนจะลุกออกจากบัลลังก์ พร้อมกับเดินมุ่งหน้าเข้าหาปลาตีนสาว
บอสสิงโตทะเลเรียกง้าวสีทองอันใหญ่ออกมาจากแหวนมิติก่อนจะกวัดแกว่งอาวุธด้วยสองมือ ระลอกคลื่นที่เกิดจากการหมุนควงง้าวฯ แผ่กระจายออกเป็วงกว้างไปทุกทิศทางรอบตัวของมัน
แต่กระนั้น มีนก็ยังคงลอยตัวนิ่งอยู่ตรงจุดเดิมโดยไม่ได้ขยับร่างไปไหน ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ “แต่คนที่จะตาย...เป็เ้ามิใช่ข้า”
กล่าวจบ มีนเรียกใช้ทักษะ[พุ่งชน] อย่างต่อเนื่องเคลื่อนที่เข้าหาพร้อมกับโจมตีเ้าสิงโตทะเลที่ยืนกวัดแกว่งอาวุธเตรียมพร้อมรับมือโดยไม่สนใจว่า อีกฝ่ายจะโจมตีตอบโต้กลับมาแต่อย่างใด
ตูม!
บอสสิงโตทะเลถูกกระแทกจนกระเด็นไปด้านหลังเป็ทางยาวหลายเมตรพร้อมกับค่าพลังชีวิตที่หายไปกว่าครึ่งในทันที
เมื่อถูกโจมตี สิงโตทะเลตัวนี้จึงเกิดอาการโมโหและเผยถึงอารมณ์อันเกรี้ยวกราดออกมาให้เห็นก่อนจะพุ่งทะยานเข้ามาหาหญิงสาว พร้อมกับเงื้อง้าวอันใหญ่ฟันลงมากลางลำตัวของเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นแต่กลับไม่ใช่เสียงที่เกิดจากง้าวอันใหญ่ั์ปะทะเข้ากับร่างของปลาตีนสาวแต่อย่างใดแต่เป็เสียงจากแรงปะทะ ซึ่งเกิดจากทักษะ [พุ่งชน] กระแทกเข้ากลางลำตัวของบอสสิงโตทะเลอีกครั้ง
และการปะทะในคราวนี้ร่างของเ้าสิงโตทะเลกลับปลิวกระเด็นจนไปชนเข้ากับบัลลังก์สีทองตัวใหญ่ ซึ่งมีเ้าแมงกะพรุนไฟนั่งอยู่
หลังจากการชนฯ พลังชีวิตของเ้าสิงโตทะเลลดลงจนเหลือเพียงแค่1 ใน 10 เท่านั้น ซึ่งนั่น...จึงทำให้ตัวมันเข้าสู่โหมดคลั่งในทันที...
ส่วนตัวเ้าแมงกะพรุนไฟที่โดนลูกหลงไปนั้นพลังชีวิตของมันกลับลดหายไปถึง 1 ส่วนในพริบตา
“สัตว์อสูรราชันย์สิงโตทะเลระดับ 250 อยู่ในสภาวะ ‘คลั่ง’ พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 5 เท่า พลังป้องกันลดลง 3 เท่าค่ะ”
เสียงเตือนจากระบบดังขึ้นแต่หญิงสาวกลับไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะถึงอย่างไรในเวลานี้ พวกมันทั้งหมดก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตนแม้แต่น้อยแต่สิ่งที่มีน้าจากพวกมันในศึกครั้งนี้ก็คือ การศึกษาแนวทางการโจมตีและการเรียกใช้งานทักษะของพวกมันทั้ง5 ต่างหาก
เพราะถึงอย่างไร...ตนก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องกลับมาต่อสู้กับพวกมันทั้ง 5 อีกครั้ง (นอกมิติแห่งความทรงจำ) ดังนั้นการศึกษาข้อมูลของศัตรูจึงเป็สิ่งสำคัญและมีประโยชน์ต่อตัวเองในอนาคต...
ในขณะที่มีนกำลังจะยิงลำแสงฯเพื่อสังหารเ้าสิงโตทะเลอยู่นั้น บอสฉลามั์ก็พุ่งตัวออกจากบัลลังก์ฯ เข้าโจมตีร่างของเป้าหมายอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ตูม!
เมื่อถูกชนเข้าอย่างจังในขณะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทำให้ร่างปลาตีนตัวจ้อยลอยละลิ่วไปด้วยความเร็วอย่างไร้การควบคุม ก่อนร่างปลาตีนสีชมพูจะไปกระแทกเข้ากับเสาต้นใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง ห่างจากจุดปะทะออกไปไกลหลายสิบเมตร
อั๊ก!
เืสีแดงไหลออกจากมุมปากของปลาตีนสาวพร้อมกับตัวเลขแสดงค่าพลังชีวิตที่ลดลงถึง 3 ส่วนในทันที
ทว่า เืที่ไหลออกจากมุมปากและพลังชีวิตที่ลดหายของมีนนั้นกลับไม่ได้เกิดจากแรงปะทะหรือพลังโจมตีของเ้าฉลามั์แต่อย่างใด...
แต่สาเหตุที่มีนได้รับาเ็ก็เป็เพราะว่าถูกพลังโจมตีของตัวเองตีกลับ ในขณะที่กำลังจะยิงลำแสงออกจากปาก อันเป็ผลมาจากการพุ่งเข้ามาชนของเ้าฉลามั์ใน่เวลาที่ตัวเองเรียกใช้งานทักษะอย่างประจวบเหมาะ และเมื่อทักษะถูกขัดจังหวะอย่างไม่ถูกวิธีฯจึงทำให้พลังโจมตีส่วนหนึ่งย้อนกลับมาทำร้ายผู้เรียกใช้งานทักษะนั่นเอง
มีนพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับจ้องไปที่เ้าฉลามั์ด้วยสายตาอาฆาต “หน็อย...แสบนักนะแก!!”
ในเวลาเดียวกัน บอสสิงโตทะเลที่ตกอยู่ในสภาวะคลั่งได้พุ่งตัวเข้ามาหาหญิงสาวด้วยความรวดเร็วสูง อีกทั้งยังมีบอสแมงกะพรุนไฟ ซึ่งเคลื่อนที่มุ่งหน้าตามมาสมทบพร้อมกับปล่อยลูกไฟนับสิบลูกโดยมีตนเป็เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
มีนเรียกใช้ทักษะ[พุ่งชน] เบี่ยงร่างออกไปทางซ้าย หลบการโจมตีจากลูกไฟก่อนเป็อันดับแรกก่อนจะเรียกใช้ทักษะเดิมซ้ำอีกครั้ง เพื่อพุ่งตัวเข้าไปโจมตีบอสสิงโตทะเล
ตูม!
บอสสิงโตทะเลส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปก่อนที่พลังชีวิตจะหมดลงและกลายเป็แสงหายไปเป็ตัวแรก หลังจากบอสสิงโตทะเลถูกสังหารบอสปลาไหลไฟฟ้าและเ้าหมึกั์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์...ก็เริ่มเคลื่อนไหว
บอสทั้ง 4กระจายตัวโอบล้อมหญิงสาวในลักษณะรูปพัด พวกต่างมันหันหน้ามาจ้องมองกันและกันด้วยแววตาอันเหลือเชื่อ
พวกมันทั้ง 5ล้วนแต่เป็สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดใต้ท้องทะเลแห่งนี้
นับั้แ่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันพวกมันทั้ง 5 ยังไม่เคยได้ลงมือพร้อมกันมาก่อน
แม้กระทั่งตอนที่พวกมันยึดอำนาจและทำการขับไล่ “แอ๊กซอล” ออกจากเมืองแห่งนี้เองก็เช่นกัน อย่างมาก...พวกมันก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนรับมือคู่ต่อสู้เท่านั้น
พวกมันแต่ละตัวไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องเจอศัตรูที่มีความแข็งแกร่ง มากถึงขนาดที่ต้องร่วมมือกันสังหารอีกฝ่ายเช่นนี้
ในอดีต เมื่อครั้งที่พวกมันยังอยู่ใต้การปกครองของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์สิ่งที่พวกมันกังวลมาตลอดก็คือ ทักษะเผ่าพันธุ์ขั้นเทพของ “แอกโซโลตล์” ซึ่งเป็ทักษะที่ทำให้เหล่าแอกโซโลตล์กลายเป็เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งจนไม่มีใครกล้าท้าทายลูบคม
ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงจำเป็ต้องพยายามลิดรอนขุมกำลังของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์อยู่อย่างลับๆ พร้อมกับหาวิธีการต่าง ๆ นานาคอยหลอกล่อ และขัดขวางการพัฒนาทักษะของาาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีระดับสูงเกินไปกว่าที่พวกมันจะควบคุมได้ ซึ่งวิธีการที่ว่า ก็คือการใช้ประโยชน์จากนิสัยอันรักสงบไม่นิยมการต่อสู้ของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์เอง มาเป็เครื่องมือในการดำเนินการตามแผนการที่พวกมันได้วางเอาไว้อีกทอดหนึ่งจนท้ายที่สุด...พวกมันจึงเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีที่จะทำให้พวกมันคลายความกังวลในเื่นี้ได้ก็คือ การกำจัดเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ ให้หมดสิ้นไปจากท้องทะเลแห่งนี้ พร้อมกับยึดอำนาจทั้งหมด...มาอยู่ในมือของพวกมัน
แต่สุดท้ายแผนการที่พวกมันได้วางเอาไว้กลับเกิดข้อผิดพลาดประการหนึ่ง ซึ่งถือเป็ความผิดพลาดอันใหญ่หลวง ที่จะส่งผลทำให้เกิดหายนะขึ้นตามมาในอนาคต...เหมือนเช่นในเวลานี้
นั่นก็คือ...การที่พวกมันใจอ่อนยอมปล่อยให้ “แอ๊กซอล” พาบรรดาสมาชิกร่วมเผ่าพันธุ์ที่เหลืออันน้อยนิดจากไป โดยไม่ได้ติดตามไล่ล่าสังหารอย่างที่ควรจะกระทำนั่นเอง
“ข้าจะกำจัดเ้าให้สิ้นซาก!! เ้าแอกโซโลตล์!!” ราชันย์หมึกั์ ะโก้องด้วยน้ำเสียงอันดุร้าย
............