จู่ ๆ ความทรงจำของเ้าของร่างก็หลั่งไหลเข้าสู่หัวสมองของภีม เดิมทีแล้วเ้าของร่างมีนามว่า “เฟยหรง” เป็บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลจาง มหาเศรษฐีผู้มีหน้ามีตาประจำมณฑลเจียงซู
แทนที่เขาจะเป็หน้าเป็ตาให้แก่ตระกูล แต่เขากลับเป็คนทึ่ม ซื้อบื้อ จนโดนคนอื่นรังแกอยู่เป็ประจำ จนทำให้เขาต้องคอยมีผู้ติดตามอย่างลี่ิคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
อุปนิสัยของเฟยหรงผิดกับพ่อของเขาที่เป็ถึงปราชญ์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ด้วยความเขลาของเขานั้นจึงทำให้ผู้เป็บิดาไม่ค่อยชอบใจในตัวของเขานัก จะมีก็เพียงแต่มารดาที่รักเขาและคอยดูแลเขา
บ่ายแก่ ๆ วันเดียวกันนั้น
ลี่ิที่ห่วงว่าเฟยหรงยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันจึงยกข้าวต้มมาให้เขา
ชายหนุ่มร่างสูงผลักบานประตูห้องออก และเดินไปหาบุรุษที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่รีบร้อน ก่อนที่เขาจะยื่นชามข้าวต้มให้กับคุณชายของเขา
“กินนี่หน่อยนะ ท่านจะได้มีแรง”
เฟยหรงรับชามข้าวต้มมาแล้วรีบซดเข้าไปอย่างไวราวกับว่ากำลังซดน้ำแกง ตัวเขาเองก็หิวแทบตายอยู่แล้วเนื่องจากในกระเพาะอาหารไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวัน
หลังจากที่บุรุษหนุ่มจัดการกับข้าวต้มที่อยู่ในชามจนหมดเกลี้ยง เขาก็หันมาหาลี่ิที่ยืนดูเขากินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย
ในใจของลี่ินั้นก็นึกขำอยู่เล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วนายของเขาเกลียดข้าวต้มยิ่งเสียกว่าอะไร แต่วันนี้ดันซัดซะจนหมดเกลี้ยงจนแทบจะไม่ต้องล้างจาน
“นี่ลี่ิ ปกติแล้ว ข้าทึ่มมากเลยหรอ?”
“ก็ไม่นะขอรับ ท่านก็แค่ ไม่ถนัดวิชาอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็ในเื่ตำรา เื่การต่อสู้ แล้วก็ไม่รอบคอบ ทะนงตน และก็....”
“พอ พอ ยิ่งพูดข้ายิ่งดูแย่”
ในระหว่างที่บุรุษทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น จู่ ๆ จางฮูหยิน พร้อมกับหญิงรับใช้ก็เดินเข้ามาหาบุตรชายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เฟยหรง เป็อย่างไรบ้างลูก?”
“ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ลูกคนนี้ของแม่ แต่ไหนแต่ไรมาชอบทำให้แม่เป็ห่วงอยู่เรื่อย แต่หลังจากวันพรุ่งนี้เป็ต้นไป แม่คงวางใจได้เสียทีนะ เพราะเ้าจะได้เป็ฝั่งเป็ฝาแล้ว”
“นี่ท่านแม่พูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”
ภีมทำหน้างงในสิ่งที่จางฮูหยินพูด ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงจะเป็ฝั่งเป็ฝาในวันรุ่งขึ้น
เมื่อจางฮูหยินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มจนแก้มปริเพราะความไม่รู้เดียงสาของบุตรชาย
“เฟยหรง เ้าคงหลับไปนานจนลืมวันลืมคืน วันพรุ่งนี้เ้าจะต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหยาง”
“ฮะ!ท่านว่าอย่างไรนะ?พรุ่งนี้ข้าจะต้องแต่งงาน?”
“ใช่แล้วลูกรัก แม่ให้คนเตรียมชุดมาให้เ้าลองแล้ว”
จางฮูหยินสั่งให้สาวใช้นำชุดแต่งงานที่เธอสั่งตัดให้บุตรชายคนเดียวของเธอเข้ามาในห้อง ชุดสีแดงสวยที่ถูกปักอย่างปราณีตงดงามบ่งบอกถึงความใส่ใจของผู้ที่ทำขึ้นมา
“เฟยหรง ชุดตัวนี้ แม่ตั้งใจทำมันขึ้นมาให้เ้าได้สวมใส่ในงานมงคล ในที่สุดความฝันของแม่ก็เป็จริงเสียทีที่จะได้เห็นเ้าเป็ฝั่งเป็ฝา”
จางฮูหยินพูดขึ้นด้วยความปีติยินดี ดวงตาคู่สวยของนางในตอนนี้ชุ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ปลื้มปีติอย่างเต็มที่ เฟยหรงก็เอ่ยทัดท้านขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านแม่ ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่มีวันยอมถูกคลุมถุงชนเด็ดขาด!”
เฟยหรงตอนนี้ถึงกับนั่งอยู่ไม่ติดที่ เขาผุดลุกขึ้นจากเตียง พร้อมทั้งยืนเท้าเอวทำท่าทางเอาแต่ใจ
จางฮูหยินที่เห็นพฤติกรรมของบุตรชายก็เกิดอาการหน้าถอดสี เพราะก่อนหน้านั้นเป็เขาเองที่เร่งรัดให้รีบจัดพิธีแต่งงาน
“โถ่ เฟยหรง เห็นทีครั้งนี้แม่คงตามใจเ้าไม่ได้ เพราะทุก ๆ อย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้จนหมดสิ้นแล้ว”