บทที่สาม
พบเจอ
“ตาสิงห์!! ทำไมแกยังอยู่ในสภาพนี้อยู่อีก!!” เพลินจิตแผดเสียงเอ่ยถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองขึ้นในทันที เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน
ดวงตาที่เริ่มพร่ามัวกวาดสายตามองลูกชายของตัวเอง ที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ผมเผ้ายาวไม่เป็ทรง และหนวดเครายังคงรกรุงรังราวกับโจรป่าไม่มีผิดเพี้ยน ก่อนจะถอดถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ เมื่อเห็นว่าลูกชายนั้นไม่ได้แยแสต่อความร้อนใจของเธอเลยสักนิดเดียว
“เมียผมมาถึงแล้วหรือครับ แม่ถึงได้เรียกผมกลับมา” สิงหราชยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดใหญ่ ก่อนจะโพล่งถามผู้เป็แม่กลับไป
“สภาพแบบนี้ ใครเขาอยากจะเป็เมียแก” เพลินจิตเอ่ยพูดประชด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยความหงุดหงิด
“ก็ลูกสาวบ้านนั้นไงแม่ หนี้ก้อนใหญ่ขนาดนั้น สภาพแบบไหนก็คงยอมหมดนั่นแหละ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไป น้ำเสียงติดความเย้ยหยันอยู่ในที
“นี่!!” ผู้เป็แม่หันกลับมาถลึงตาใส่ลูกชายในทันที เมื่อได้ยินถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย
“แล้วมาถึงรึยัง” สิงหราชเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำกับผู้เป็แม่ต่อ เอ่ยถามย้ำกลับไปอีกครั้ง
“กำลังให้คนไปรับมาอยู่” ผู้เป็แม่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ เพราะยังรู้สึกเคืองอยู่กับการที่ลูกชายขัดคำสั่งของเธอ ยังคงปล่อยให้ผมเผ้ารกรุงรังอยู่แบบนี้
“ปรื้น” สิ้นเสียงเอ่ยตอบของเพลินจิตแค่เพียงไม่ถึงนาที ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน
“มากันแล้ว” และคนที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็หนีไม่พ้นคนเป็แม่ ที่อยากจะให้ลูกชายของตัวเองเป็ฝั่งเป็ฝา และมีทายาทเอาไว้สืบสกุลอย่างเพลินจิต
ร่างเล็กที่ยังคงรักษารูปร่างของตัวเองเอาไว้ได้เป็อย่างดี แม้จะเริ่มมีอายุและจะผ่านการมีบุตรมาแล้ว ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้บุนวมตัวหรู ก่อนจะสาวเท้าออกไปหน้าบ้านเพื่อต้อนรับแขกของตัวเองด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“หน้าระรื่นเชียวแม่คุณ” สิงหราชได้แต่เอ่ยเหน็บแนมแม่ของตัวเองตามหลัง ร่างหนาถอนหายใจออกมาเฮือกใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเพื่อรอพบเจอกับว่าที่ภรรยาของตัวเองในอนาคต
“สวัสดีค่ะคุณป้า” นิรณายกมือไหว้คนที่เดินออกมาต้อนรับกันถึงหน้าบ้าน ใบหน้าสวยหวานพยายามฉีกยิ้มส่งไปให้อีกฝ่าย
“สวัสดีค่ะน้องเอิง ไม่เจอกันนานเลย” เพลินจิตยกมือรับไหว้ว่าที่ลูกสะใภ้ของตัวเอง ดวงตาที่ทอดมองไปที่อีกฝ่ายเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“สวัสดีค่ะพี่เพลิน” อารีย์ที่เดินทางมากับลูกสาว เอ่ยทักเพื่อนสมัยเรียนของสามีขึ้น
“สวัสดีอารีย์ สบายดีนะ” เพลินจิตละสายตาจากคนลูกมาเอ่ยถามคนเป็แม่ด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร
เธอเองก็รู้สึกเห็นใจกับโชคชะตาของครอบครัวนี้อยู่ไม่น้อย จากที่เคยเป็หนึ่งในครอบครัวที่มั่งคั่ง ในวันนี้กลับกลายมาตกอับไร้สิ้นหนทางไปเสียได้ เพราะการใช้ชีวิตด้วยความประมาทของหัวหน้าครอบครัว
เธอเองก็พึ่งจะมารู้เมื่อไม่นานมานี้ ว่าจักรกฤชเพื่อนสมัยเรียนของตัวเองติดการพนัน ถูกผีพนันเข้าสิงจนทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว แต่ถึงแม้จะรู้สึกสงสาร หากแต่เื่หนี้สินที่อีกฝ่ายหยิบยืมไป อย่างไรแล้วก็ยังคงจะเป็เื่ที่ต้องชดใช้กันต่อไป
แต่พอได้ไปเห็นสภาพ ณ ปัจจุบัน ของจักรกฤชด้วยตาตัวเอง เพลินจิตก็รู้ได้ในทันที ว่าเพื่อนนั้นคงไม่สามารถที่จะหาเงินจำนวนมากมาเพื่อใช้หนี้ให้กับตัวเธอได้ในเร็ววัน
บวกกับที่ค่อนข้างจะเอ็นดูลูกสาวคนเล็กของอีกฝ่ายเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เลยกลั้นใจที่จะยื่นข้อเสนอเื่การแต่งงานออกไปดู แต่ใครจะไปคิด ว่าจักรกฤชเองจะเป็ฝ่ายเอ่ยตอบรับข้อเสนอในทันทีเช่นกัน
“สบายดีค่ะ” อารีย์เอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ พยายามที่จะรักษาบรรยากาศไม่ให้มันดูประดักประเดิดไปมากกว่านี้
“เข้าไปคุยในบ้านกันดีกว่า วันนี้พี่สิงห์เขาก็มารอน้องเอิงอยู่ด้วยนะลูก” เพลินจิตทำเป็มองข้ามสีหน้าอมทุกข์ภรรยาของเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยชักชวนว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยของตัวเองให้เข้าบ้าน
“ค่ะคุณป้า” นิรณาเอ่ยตอบรับเสียงหวาน ร่างเล็กหันไปพยักหน้าให้กับผู้เป็แม่ของตัวเองเล็กน้อย
เพลินจิตยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้งกับตัวเอง มือเหี่ยวย่นจับจูงมือเล็กของนิรณาเข้าไปในบ้านอย่างอารมณ์ดี หลงลืมไปแล้วจนหมดสิ้น ว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนจากนี้เคยรู้สึกหงุดหงิดกับลูกชายของตัวเองมากแค่ไหน
“ตาสิงห์” เพลินจิตเอ่ยเรียกลูกชายของตัวเองขึ้น ในใจก็ภาวนาให้เ้าลูกชายตัวดีไม่สร้างเื่สร้างราวไปมากกว่านี้
สิงหราชเปิดเปลือกตาขึ้นมองไปยังปลายทางของเสียงเรียก หากแต่ดวงตาคมดุดันดั่งราชสีห์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ผู้เป็แม่ กลับเบนไปให้ความสนใจกับคนแปลกหน้าที่หน้าตาสะสวยใกล้ตัวอีกฝ่ายเสียแทน
วูบหนึ่งที่ใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยหนวดเคราฉายแววความแปลกใจออกมา เมื่อเห็นว่าสีหน้าของคนตัวเล็กนั้นราวกับจะร้องไห้ออกมารอมร่อ หากแต่ก็ปรับไปเป็ไปสีหน้าเรียบเฉยแค่เพียงในพริบตา ตีหน้าหน้านิ่งมองตรงไปที่เ้าตัวด้วยสายตาที่ดุดัน
“นี่สิงหราช ลูกชายของป้าเอง” เพลินจิตที่ใช้สายตากดดันลูกชายของตัวเองให้เอนตัวขึ้นมานั่งดี ๆ จนสำเร็จ หันกลับมาพูดกับคนข้างตัวเสียงหวาน
“สวัสดีค่ะ” นิรณายกมือขึ้นไหว้ ก่อนจะหลุบสายตาลงมองต่ำ เพราะไม่กล้าที่จะสบสายตากับอีกฝ่าย
“สวัสดี” สิงหราชยกมือขึ้นรับไหว้ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก
“สวัสดีครับน้าอารีย์” สิงหราชยกมือขึ้นไหว้คนด้านหลังด้วยความนอบน้อม
“สวัสดีลูก” อารีย์ยกยิ้มให้กับสิงหราชอย่างเป็กันเอง พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกแปลกใจกับรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปเอาไว้ข้างใน
นิรณาที่ถูกจับจูงให้มาทิ้งตัวลงนั่งใกล้กับว่าที่สามีในอนาคตได้แต่นั่งตัวลีบ และวางสายตาจับจ้องอยู่ที่มือของตัวเองที่วางอยู่บนตักด้วยความประหม่า
ในเวลานี้คนตัวเล็กรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้พบหน้าค่าตาของผู้ชายที่จะกลายมาเป็สามีและพ่อของลูกในอนาคตเป็ครั้งแรก
ถ้าพบเจอกับสิงหราชที่อื่น นิรณาคงจะวิ่งหนีเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคือโจรร้ายไปเสียแล้ว ไม่คิดเลยเหมือนกันว่าทายาทเพียงคนเดียวของมยมราชพลี จะปล่อยปละละเลยการดูแลตัวเองจนถึงขั้นปล่อยให้ผมเผ้ารุงรังขนาดนี้
“เกร็งหรือไง” สิงหราชหันมาเอ่ยถามคนข้างกาย เมื่อเห็นว่าผู้เป็แม่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส
“ปะ เปล่าค่ะ” นิรณาเผลอสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความใ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“โกหกซึ่งหน้า” สิงหราชเอ่ยพูดตอบกลับไป หลังจากที่ได้รับคำตอบมาจากอีกฝ่าย
“นี่!” นิรณาที่ถูกต่อว่าทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด กลั้นใจข่มความกลัวเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายทันที
คนตัวเล็กมองค้อนคนที่ตั้งใจจะหาเื่ตัวเอง ปากเล็กพูดบ่นขมุบขมิบ เพราะไม่สามารถที่จะทำอะไรไปได้มากกว่านี้ และถึงแม้จะยังรู้สึกเกร็งและหวาดกลัวกับภาพลักษณ์ของอีกฝ่าย หากแต่นิรณาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมโดนโขกสับง่าย ๆ
ในเื่ที่อีกฝ่ายจะมีอคติกับเธอมันก็เป็เื่ที่เข้าใจได้ หากแต่นิรณาก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไรเลยสักนิด จึงไม่จำเป็ที่จะยอมทนหากโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง แรงมานิรณาก็จะแรงกลับให้ได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย
“เด็ก ๆ ออกไปเดินเล่นกันไหมลูก จะได้ถือโอกาสทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้” เพลินจิตที่คอยสังเกตคนทั้งคู่เอ่ยพูดขึ้น
“มะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะพาน้องออกไปเดินเล่น” สิงหราชรีบเอ่ยแทรกคำปฏิเสธของคนตัวเล็กขึ้นไปในทันที
นิรณาเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหาผู้เป็แม่ แต่ก็ยิ่งหน้าถอดสีเมื่อคนตัวสูงยื่นมือออกมาตรงหน้า เพื่อรอให้เธอยื่นมือออกไปจับกุมและเดินออกไปด้วยกัน
“ไปเถอะลูก” เพลินจิตยกยิ้มออกมาจนหน้าบานด้วยความพึงพอใจ พลางส่งสายตาแซวลูกชายตัวเอง ที่ในตอนนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ
จากที่ตอนแรกคัดค้านเื่การแต่งงานหัวชนฝา แต่พอได้เห็นหน้าว่าที่เ้าสาวของตัวเองก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเป็เื่การที่นั่งคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่สองคน และคิดว่าผู้ใหญ่แบบเธอมองไม่เห็นนั่นอีก
“ผมขออนุญาตพาน้องไปเดินเล่นนะครับน้าอารีย์” สิงหราชเป็ฝ่ายคว้ามือเล็กของนิรณามาจับกุมเอาไว้ด้วยตัวเอง เอ่ยพูดขึ้นกับแม่ของอีกฝ่ายเสียงนุ่ม
“ค่ะ น้าฝากดูแลน้องด้วยนะคะ” อารีย์ที่แม้จะรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย เอ่ยตอบออกไปอย่างเสียไม่ได้
“ด้วยความยินดีครับ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะออกแรงดึงแขนเล็กให้เดินตามตัวเองมา
“ไปครับ” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นกับคนที่พยายามขัดขืนเสียงเข้ม
ในความเป็จริงสิงหราชเองก็ไม่ได้นึกคึกอยากที่จะเดินเล่นกินลมชมวิวอะไรตอนนี้หรอก เพียงแต่ไม่อยากจะนั่งแกร่วฟังผู้เป็แม่พูดคุยถึงเื่งานแต่งงานให้เสียเวลาของตัวเองสักเท่าไหร่
ในเมื่อได้โอกาสที่จะออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ แทนที่จะนั่งเป็หุ่นเชิดให้ผู้เป็แม่คอยบงการ สิงหราชก็ไม่คิดที่จะรอช้า แม้ว่าจะต้องหนีบใครบางคนที่เอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับติดตามมาด้วยก็ตาม
………………………………………………….
นังสิงห์ทำมาเป็มองเขม่นเขา อย่าให้เห็นว่าหลงหัวปีกหัวปำทีหลังนะ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ