ตอนที่ 5 เหินห่าง ห่างเหิน
“อิงฟ้าวสุขอโทษ วันนั้นเราขาดสติ เราไม่ได้ตั้งใจ เราไม่อยากเลิกกับเธออภัยให้เราเถอะนะ” วสุพยายามอย่างหนักที่จะขอคืนดีกับอิงฟ้า
“เราคงให้เธอได้แค่เพื่อนขอโทษนะ” หญิงสาวตอบอย่างตัดบท
“มาทำไมไอ้เพื่อนเลว ทำกับอิงฟ้าขนาดนี้ยังกล้าเสนอหน้าอีกเหรอ”รวีรีบปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อวสุ
“กลับไปเลยนะแล้วไม่ต้องมาให้อิงฟ้าเห็นอีกต่อให้อิงฟ้าอภัยให้ กูก็ไม่อภัยเว้ย” รวีตอกกลับอย่างเหลืออด จนวสุต้องยอมถอย
“ภาคินมึงช่วยพูดให้กูหน่อยดิวะ”วสุรีบหาพวก
“กูไม่มีเพื่อนเลวๆ อย่างมึงว่ะ ลูกผู้ชายเค้าไม่รังแกผู้หญิงเหรอกเว้ย” ภาคินตอกกลับอย่างหัวเสีย
“เอองั้นกูก็ไม่มีเพื่อนอย่างมึงเหมือนกัน” วสุะเิอารมณ์แล้วเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
หลังจากวันนั้นมา แม้ว่าวสุจะพยายามง้อขอคืนดีอิงฟ้าแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมใจอ่อน อีกทั้งมีรวีที่คอยกันท่า และจัดการอย่างสุดฤทธิ์จนสุดท้ายวสุจึงยอมแพ้ไปโดยดี แม้ว่าจะรู้สึกรักและเสียดายหญิงสาวมากก็ตาม
“อิงฟ้าไปเที่ยว คลายเครียดกันไหม” รวีถามอย่างเป็ห่วงหญิงสาว ั้แ่เลิกกับวสุเธอก็ไม่ยอมคบกับใครอีกเลยแม้ว่าจะมีคนเข้ามาขายขนมจีบมากมาย
“ไปไหนล่ะ”อิงฟ้าถาม
“ภาคินว่าจะพาไปนั่งร้านกาแฟแถวๆ นี้น่ะ บรรยากาศดีมากเลย” รวีตอบ
“อ้อ...จริงๆ ก็อยากไปนะ แต่ว่าลืมไปว่านัดเพื่อนติวหนังสืออะ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วด้วยยังไม่ค่อยเข้าใจเลยรวีไปกะภาคินเถอะ เราขอตัว” อิงฟ้าเฉไฉเพื่อจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับภาคิน
ทั้งอิงฟ้าและภาคินเองต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้ากันให้มากที่สุดทุกครั้งที่รวีชวนอิงฟ้าไปเที่ยวถ้าหญิงสาวรู้ว่าภาคินไปด้วยเธอมักจะมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ยกแม่น้ำมาอ้างเพื่อที่จะไม่ไป
ภาคินเองหากเจอหญิงสาวก็พยายามไม่พูดคุยไม่มองหน้าเธอเช่นกัน
โชคดีที่ทั้งสามต่างก็เรียนใกล้จบแล้วทำให้ต่างฝ่ายต่างยุ่งอยู่กับการจบการศึกษา อีกทั้งพอจบ ก็แยกย้ายกันทำงานโดยรวีและภาคินได้งานในกรุงเทพฯ ในขณะที่อิงฟ้ากลับไปช่วยพ่อของเธอบริหารโรงแรมในต่างจังหวัดทำให้การพบเจอกันค่อนข้างยาก แต่รวีและอิงฟ้าก็ยังคงสนิทสนมและยังคงโทรศัพท์พูดคุยกันเสมอมา