เทพสงครามมังกรเทวะ

    เฟิงหยุนเยว่ออดอ้อน

    เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของเฟยหรง ดวงตาสีแดงของเฟิงหยุนเยว่ค่อยๆมีน้ำใสๆไหลรินออกมาอย่างหยุดไม่ได้ พ่อที่นางเฝ้าคิดถึงและถามถึงกับเฟิงเสวียผู้เป็นแม่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในตอนนี้ได้มาอยู่เบื้องหน้าของนางแล้ว ความคิดถึงที่พลั่งพรั่งพรูในหัวใจค่อยๆเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเด็กน้อยวัยสี่ปีก็ไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป

     

    "ท่านพ่อ!!!"นางกระโดดเข้ากอดเฟยหรงด้วยความคิดถึงและโหยหาในที่สุดก็ได้พบเจอกับบิดาผู้ให้กำเนิดเสียทีในเวลานี้ในอ้อมกอดของเฟยหรงข้างหนึ่งคือปิงลี่อินส่วนอีกข้างคือเฟิงหยุนเยว่ ทำให้เขารู้สึกหัวใจพองโตอย่างถึงที่สุด ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรือพระเจ้าประทานพรเพียงแค่มาในทวีปศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่วันชายหนุ่มก็ได้พบกับพ่อตาและลูกสาวของเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเท่าที่เขาประสบมา

     

    "เด็กดีๆไม่ร้องไห้นะ ดูสิน้องสาวของลูกมองใหญ่แล้ว"เฟยหรงกล่าวปลอบประโลมลูกสาวคนโตอยู่พักใหญ่ในที่สุดนางก็หยุดร้องไห้และหันมามองปิงลี่อินที่อยู่อ้อมอกอีกข้างของผู้เป็นพ่อ แววตาแปรเปลี่ยนจากความคิดถึงมาเป็นแววตาที่ตื่นเต้นและดีใจแทน

     

    "ท่านพ่อ เช่นนั้นข้ากับน้องลี่อินก็เป็นพี่น้องกันจริงใช่ไหมเจ้าคะ"เฟิงหยุนเยว่กล่าวถาม เฟยหรงอดที่จะขำออกมาไม่ได้สายตามองไปที่ปิงลี่อินที่ตอนนี้กำลังทำตาปริบๆราวกับกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

     

    "ใช่แล้วพวกลูกเป็นพี่น้องกันจริงๆต่อไปต้องรักกันเข้าไว้เข้าใจหรือไม่"เฟยหรงกล่าว เฟิงหยุนเยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังแต่เดิมนางก็ชอบปิงลี่อินมากๆอยู่แล้วพอรู้ว่านางเป็นน้องสาวยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ และในอนาคตข้างหน้าเห็นทีว่านางจะต้องหลงในน้องสาวคนนี้อย่างแน่นอน

     

    "ลี่อินตัวน้อยของพ่อ นี่คือพี่สาวของลูกไงเป็นลูกของแม่สี่ของลูก"เฟยหรงเมื่อเห็นว่าลูกสาวคนเล็กยังทำตาปริบเขาก็ไขความกระจ่างให้นางในทันที ลำดับของแม่ๆของนางนี้ทำให้ปิงลี่แินกระจ่างขึ้นมาในทันใด แม่หนึ่งคือเสี่ยวเซียน แม่สองคือเซียนปิงเอ๋อ แม่สามคือจ้าวหลาน แม่สี่คือคนที่นางไม่เห็นหน้าคือเฟิงเสวีย แม่ห้าคือฮั่วหลิงหลิง แม่หกคือหมิงเย่ และแม่เจ็ดคือแม่ของนางปิงเหยา

     

    ในตอนแรกเหล่าสาวอยากให้ปิงเหยาเป็นแม่ห้าด้วยซ้ำแต่เป็นปิงเหยาเองที่คัดค้านและขอเป็นลำดับที่เจ็ด แม้จะมีลำดับชั้นของภรรยาเช่นนี้แต่โดยปกติแล้วพวกนางก็เรียกกันโดยนับความอาวุโสเหมือนเดิม

     

    "อ้อ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"ปิงลี่อินกระจ่างใจ นางไม่มีข้อสงสัยอะไรอีกต่อไปและยิ้มให้เฟิงหยุนเยว่อย่างตื่นเต้นและดีใจเช่นกัน นับตั้งแต่วันนี้นางจะมีพี่สาวแล้วทั้งยังเป็นพี่สาวจริงๆด้วยไม่ใช่เพียงคำเรียกกล่าว

     

    สามคนพ่อลูกรวมไปถึงฮั่วหลิงหลิงและหมิงเย่พากันไปนั่งที่จุดๆหนึ่งใกล้ๆกับตรงนั้นแล้วพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ในชั่วระยะเวลานั้นสาวน้อยเฟิงหยุนเยว่พูดถึงเรื่องราวตลอดมานับตั้งแต่จำความได้ให้กับเฟยหรงฟังอย่างสนุกสนานส่วนทางด้านปิงลี่อินก็ได้แต่ตั้งใจฟังผู้เป็นพี่สาวของนางด้วยตาใสแป๋ว เรื่องที่เฟิงหยุนเยว่เล่าสำหรับปิงลี่อินนั้นมันเต็มไปด้วยความน่าสนใจเพราะในอดีตลี่อินตัวน้อยป่วยตลอดเวลาจึงไม่ได้ไปไหนเลยแม้แต่น้อย

     

    "สาวน้อยของพ่อช่างมีเรื่องราวที่มหัศจรรย์จริงๆต่อไปเมื่อโตขึ้นอย่าลืมพาน้องไปด้วยนะ เด็กคนนี้ตั้งแต่เด็กไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยสักครั้ง"เฟยหรงลูบผมทั้งสองอย่างอย่างเอ็นดู เฟิงหยุนเยว่พยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามากอดน้องสาวจากด้านหลังก่อนจะกล่าว "อื้อ ต่อไปนี้ลูกจะดูแลลี่อินตัวน้อยเอง"

     

    "ขะ ข้าก็จะดูแลท่านพี่เช่นกันเจ้าค่ะ"ปิงลี่อินกล่าวด้วยความเขินอาย นางและพี่สาวนิสัยผิดอย่างเห็นได้ชัดเฟิงหยุนเยว่นั้นดูจะมีความร่าเริงตลอดเวลาในขณะที่ปิงลี่อินดูเรียบร้อยและสงบ แม้พวกนางจะแตกต่างกันแต่กลับดูความรักไคร่และเอ็นดูซึ่งกันและกันเอามากๆเลยทีเดียว

     

    ภาพการแสดงความรักของพี่น้องเช่นนี้เฟยหรงที่ได้เห็นก็ชื่นใจเหลือล้น การที่ลูกๆของเขารักกันเช่นนี้จะมีอะไรดีไปมากกว่านี้อีกในสายตาของพ่อคนหนึ่ง

     

    "เอาละ วันนี้พวกเจ้าไปพักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวรอให้ท่านปู่กับท่านตาเจ้าตื่น พ่อจะไปหาแม่เจ้าที่ตระกูลเฟิงพร้อมกับเจ้าดีหรือไม่"เฟยหรงกล่าวเด็กสาวทั้งสองพากันไปอยู่กับฮั่วหลิงหลิงและหมิงเย่ที่ตอนนี้กำลังเพลิดเพลินกับการนั่งฟังเรื่องราวของเด็กน้อยอยู่ เฟงหรงเดินไปพร้อมตามหลังเด็กหญิงทั้งสองไปมือคล้องไปที่เอวของภรรยาสาวทั้งสองด้วยความรักไคร่กล่าวจะกล่าว "รอให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อนข้าจะไปหาพวกเจ้า"

     

    หญิงสาวทั้งสองหน้าแดงระเรื้อด้วยความเขินอาย พวกนางตีมือของเฟยหรงไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นใส้ "เจ้าตัวลามก!!ต่อหน้าเด็กๆยังกล้าพูดได้"

     

    "ฮ่าๆๆไปเถอะพาพวกนางไปเข้านอน"เฟยหรงหัวเราะร่า เขาปล่อยให้พวกนางพาเด็กๆทั้งสองคนออกไป ส่วนตัวเขานั้นก็ทำหน้าที่ของลูกที่ดีนั่นคือการแบกพ่อและพ่อตาของเขาเข้าที่พักไป พร้อมกับตนเองที่กลับมานั่งมองจันทรายามค่ำคืนพร้อมกับดื่มสุราหมื่นบุผผาไปพร้อมกับการดื่มดำบรรยากาศยามค่ำคืน

     

    "เห้อ ข้าเจอพ่อแล้วเจอพ่อตาแล้วเฟิงเสวียก็จะไปเจอในไม่ช้า เหลือเพียงท่านแม่เท่านั้น ท่านแม่ท่านจะคิดถึงข้าหรือเปล่านะ"เฟยหรงนึกถึงผู้เป็นมารดา ในใจอยากจะไปหานางเสียตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่พลังในตอนนี้ขอเขายังไม่เพียงพอ ทั้งยังไม่มีคุณสมบัติที่จะท้าทายแม้แต่ผู้อาวุโสของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงได้แต่กล้ำกลืนและฝึกฝนต่อไป

     

    เช้าวันถัดเฟิงหลินเทียนและเฟยเทียนตื่นขึ้นมาด้วยสภาพมึนงงเนื่องจากฤทธิ์เมามายของสุราหมื่นบุผผา ทั้งสองตื่นขึ้นมามองหน้ากันอย่างสับสนก่อนที่จะรื้อฟื้นความทรงจำเมื่อคืนกลับมา ใบหน้าทั้งสองเต็มไปด้วยความอับอาย ทั้งๆที่บอกว่าจะเมามายกันเจ็ดวันเจ็ดคืนแต่กลับหมดสภาพไปตั้งแต่คืนแรกของการดื่ม นี่มันทำให้ศักดิ์ศรีชายหนุ่มอย่างพวกเขาต้องมัวหมองอย่างเห็นได้ชัด

     

    "เฟยเทียน ต่อไปหากจะดื่มกันนานๆอย่านำสุราหมื่นบุผผามาดื่มอีก!!"เฟงหลินเทียนกล่าว

     

    "ท่านเฟิง ท่านจะโทษข้าได้อย่างไรเพื่อดื่มกับท่านข้าถึงกับงัดเอาสุราที่ดีที่สุดของข้ามาดื่มกับท่าน ยังจะโทษข้าอีก"เฟยเทียนกล่าว ก่อนจะยืนขึ้นเดินเซไปเซมาออกจากถ้ำไป ส่วนเฟิงหลินเทียนเหมือนจะดีกว่าเฟยเทียนเล็กน้อยเขายังคงเดินตรงและยังมั่นคงเพียงแต่ยังมีอาการมึนงงเล็กน้อยก็เท่านั้น

     

    เมื่อทั้งสองออกมาสิ่งที่เห็นคือเฟยหรงและเด็กหญิงทั้งสองที่กำลังยืนรอพวกเขาอยู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ร่าเริง "ท่านพ่อตาเราไปกันได้หรือยังข้าอยากจะไปหาเฟิงเสวียไวๆแล้ว"

     

    เฟิงหลินเทียนที่ได้ยินก็พยักหน้าเบาๆปากสบัดมือหนึ่งครั้งหมายจะเรียกวิหคเพลิงออกมาแต่กลับไม่เป็นผลอันเนื่องมาจากฤทธิ์สุราทำให้ลมปราณยังขึ้นๆลงๆนั่นเอง

     

    "เห้อ ท่านไปกับท่านหลงเสี่ยวหยาเถอะ หากมัวแต่รอท่านสร้างวิหคเพลิงปราณเกรงว่าจะค่ำเสียก่อน"เฟยหรงกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย หลงเสี่ยวหยากลับกลายเป็นมังกรทองขนาดใหญ่ขึ้นเบื้องหน้าของทุกคน

     

    เด็กน้อยทั้งสองเมื่อเห็นร่างกายอันใหญ่โตของจักรพรรดิมังกรทองพวกนางตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนเฟิงหยุนเยว่ชื่นชอบขนนุ่มฟูของพยัคฆ์มากกว่าดังนั้นนางจึงเดินมาหาเฟยเทียนพร้อมทำแววตาหน้าสงสาร "ท่านปู่เจ้าคะ ให้ท่านไป๋หู่ไปด้วยได้หรือเปล่า"

     

    'อึก น่ารักอะไรเช่นนี้'เฟยเทียนไม่อาจทนแรงต้านทานของหลานสาวคนพี่ไหว ดวงใจของคนเป็นปู่ของเขาสั่นระรัวยกยิ้มให้เด็กหญิงตัวน้อยและพยักหน้าเป็นเชิงว่าตกลง "เย้ๆขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านปู่"เฟิงหยุนเยว่กระโดดเข้ากอดเฟยเทียน ความน่ารักของนางต่างทำให้ทุกคนยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีไม่เว้นแม้แต่น้องสาวของนางเองที่ตอนนี้มองนางเป็บแบบอย่างไม่เสียแล้ว

     

    'ข้าต้องเรียนรู้การอ้อนท่านพ่อกับท่านปู่จากท่านพี่ให้ได้'นางปฏิญานในใจ พี่สาวของนางเก่งที่สุดแล้วในสายตาของผู้เป็นน้องสาวอย่างนาง

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน