ลึกเข้าไปในแก่นกลางของต้นไม้ั์อายุหลายพันปี มีโพรงธรรมชาติที่ถูกชำระและปรับแต่งด้วยพลังิญญาให้กลายเป็ ‘ห้องปรุงยา’ อย่างกลมกลืน ไม่มีผนังหินหรืออิฐ แต่ทุกสรรพสิ่งเป็ส่วนหนึ่งของต้นไม้มหึมา
พื้นผิวรอบ ๆ ห้องเป็ผนังไม้สีเข้มนวล วงปีของต้นไม้เป็ลายวนคล้ายยันต์ธรรมชาติ เนื้อไม้บางส่วนโปร่งใสเหมือนอำพันจนเห็นเส้นพลังหมุนเวียนภายในราวกับเส้นเืของสิ่งมีชีวิต
เตาปรุงยา ถูกฝังครึ่งหนึ่งลงในเนื้อไม้กลางห้อง ทำจากหยกดินและหินิญญาที่หลอมรวมเข้ากับรากไม้ เปลวเพลิงแห่งจิติญญาผุดขึ้นจากร่องรากไม้ที่คดเคี้ยวอยู่ด้านล่าง เป็ไฟสีฟ้าอมม่วงที่ไม่ทำลายเนื้อไม้ แต่เป็พลังหนุนนำ
ด้านซ้ายเป็โพรงไม้ที่ยุบตัวลึกเข้าไปคล้ายลิ้นชักธรรมชาติ ด้านในเก็บสมุนไพรหายากไว้อย่างเป็ระเบียบ ซึ่งสามารถดูดซับความชื้นและกลิ่นเพื่อรักษาสมุนไพรให้คงคุณภาพ อากาศภายในห้องมีกลิ่นไม้สดผสมกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ
โต๊ะปรุงยาอยู่เหนือรากไม้ขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้น ผิวเรียบเนียนคล้ายแท่นหินและอุปกรณ์เตรียมสมุนไพร
ประตูทางเชื่อมสู่ห้องสมบัติถูกซ่อนไว้ใต้รากไม้ใต้โต๊ะปรุงยา พื้นใต้รากมีร่องวงเวทล้อมรอบอย่างแเี หากยืนเฉย ๆ จะเห็นเพียงเส้นลายไม้เท่านั้น แต่เมื่อทายาทสายเืแท้ใช้เนตรมายาสแกนอักขระโบราณที่เคลือบอยู่ วงเวทจะเปล่งแสงสีทองสลัว จากนั้นรากไม้จะค่อย ๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นรากแก้ววนลงเป็บันไดทางลง มีเส้นแสงเล็กวิ่งไปตามรากแก้วด้วย
เมื่อลงไปถึงเบื้องล่างจะพบห้องกว้างมหึมา พื้นห้องเป็ผลึกคริสตัลใสสะท้อนเงาราวกับกระจกสว่างไสว
หลิวอวิ๋นเหยากลั้นหายใจ สายตาเหลือบมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “ว้าว… นี่เหมือนห้องสมบัติในตำนานเลยนะ… ทุกชิ้น ทุกหีบ ทุกวัตถุ… มีเื่ราวซ่อนอยู่จริง ๆ”
ภายในห้องเรียงรายไปด้วยหีบไม้โบราณผนึกด้วยตราเหล็ก ทุกหีบเปล่งรัศมีจาง ๆ ภายในบรรจุทองคำแท่ง เหรียญเงินและทองของราชวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็ของสะสมที่หายาก
กำไลหยกจักรพรรดิ หยกแกะสลักเทพเ้าคู่รัก สร้อยมุกทะเลใต้ อัญมณี เครื่องเพชรหลากสี พลอย ทับทิม ไพลินและหินดิบของหยกและอัญมณีต่าง ๆ
หลิวอวิ๋นเหยาก้าวเข้าไปช้า ๆ มือแตะไปที่อัญมณีมีค่า นี่ไม่ใช่แค่สมบัติ แต่เป็ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ความรุ่งเรือง และชีวิตของบรรพบุรุษที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ
ของโบราณอย่างเครื่องเคลือบ ภาพวาด ภาพอักษร ตราประทับ พระพุทธรูปหยก และสมบัติล้ำค่าสี่ชิ้นอย่างพู่กัน จานหมึก หมึกจีน กระดาษ ผ้าไหม แพรพรรณ กำมะหยี่ ผ้าแพรลายัหงส์ปักด้วยทองคำสำหรับตัดชุดพิธี ทุกพับล้วนมีคุณภาพชั้นเลิศทั้งสิ้น
หลิวอวิ๋นเหยากวาดตามองรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง รู้สึกทั้งทึ่งทั้งอิ่มเอม ทุกสิ่ง… ทุกชิ้นล้วนมีเื่ราว มีพลังในตัวเอง “ตอนนี้ทั้งหมดเป็ของฉันแล้วหรือเปล่านะ ฮี่ฮี่ ๆ” เธอพึมพำด้วยความตื่นเต้น แววตาเปล่งประกายราวกับมีดวงดาวเต็มไปหมด
เธอไล่สายตาไปอีกกิ่งหนึ่งของบ้านต้นไม้ ก็สะดุดเข้ากับห้องครัว เคาน์เตอร์ไม้แกะสลักลายเล็ก ๆ วางเครื่องครัวเรียงอย่างเป็ระเบียบ เตาอบทำจากหินหยกสีขาวสะอาดตา ตู้เก็บสมุนไพรและเครื่องเทศเรียงรายตามชั้นไม้
“ว้าว… ห้องครัวแบบนี้เหมือนครัวในฝันของฉันเลยนะเนี่ย” เธอพึมพำในใจ ดวงตาเป็ประกายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เธอเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ ััเนื้อไม้เรียบลื่น พลางนึกถึงภาพตัวเองกำลังทำอาหารและอบขนมแล้วยิ้มจนตาหยี
“แม่เ้า นี่ฉันมีความสุขเกินไปหรือเปล่า หัวใจจะวายไหมหนอ”
เธอออกมาจากบ้านต้นไม้ ด้านหลังเป็สวนสมุนไพรที่ขึ้นอย่างหนาแน่นและมีชีวิตชีวา กลางสวนมีน้ำพุเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุดจนกลายเป็ลำธารเล็ก ๆ ทอดยาวไปหล่อเลี้ยงผืนดินดำ
“นี่ใช่น้ำพุแห่งจิติญญาอย่างในนิยายหรือเปล่านะ ลองดูก็รู้แล้ว” หลิวอวิ๋นเหยาพึมพำเบา ๆ ก่อนยกดื่มน้ำพุนั้น
น้ำเย็นใสไหลลงคอ ร่างกายเธอรู้สึกสดชื่นทันที พลังบางอย่างเหมือนคลื่นอ่อน ๆ ไหลเวียนตามเส้นเืไปทั่วทุกอณูของร่างกาย
“ว้าว… รู้สึกได้เลย พลังนี้แปลกแต่ดีมาก เหมือนร่างกายฉันเบาสบาย เต็มไปด้วยพลัง ฮ่า ๆ ดีจริง ๆ!” เธอหัวเราะเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น
ดวงตาของหลิวอวิ๋นเหยาส่องประกาย เธอรู้สึกได้ว่าทุกอณูในร่างกายและจิตใจตื่นตัวขึ้น ราวกับว่าพลังิญญาในพสุมายาเริ่มผสานกับเธออย่างกลมกลืน
ไกลออกไปสุดสายตา คือูเาสูงตระหง่านปกคลุมด้วยเมฆหมอก บนยอดเขาเต็มไปด้วยไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม บรรยากาศลี้ลับราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและไม่ธรรมดาซ่อนตัวอยู่ภายใน
หลิวอวิ๋นเหยามองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิติญญา สถานที่แห่งนี้คือดินแดนของเธอจริง ๆ เหรอ
สายลมในดินแดนพสุมายาพัดพลิ้วอย่างอ่อนโยน จู่ ๆ ทุกสิ่งรอบกายพลันเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด หลิวอวิ๋นเหยายืนนิ่งกลางลานบ้าน รู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ ๆ ก็วังเวงแบบนี้ล่ะ”
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงทุ้มแ่ลึกก็ดังก้องในห้วงจิต “เ้ามาแล้ว…ทายาทตระกูลอวี๋”
หลิวอวิ๋นเหยายืนนิ่ง ดวงตาเบิกกว้าง “นี่...พูดกับฉันเหรอ?” เธอพึมพำเบา ๆ
นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่เสียงของหญิงชรากล่าวถึงทายาทตระกูลอวี๋ แต่เธอแซ่หลิวไม่ใช่แซ่อวี๋นี่นา “หรือว่าดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้จำคนผิด โอ้ ไม่นะ บ้านต้นไม้ของฉัน สมบัติของฉัน ไม่นะ”
“ไม่ได้จำผิดหรอก พสุมายาสืบทอดทางสายเืเท่านั้น และตระกูลอวี๋ก็เป็ตระกูลฝั่งมารดาของปู่เ้า” เสียงของผู้พิทักษ์ชราตอบกลับ ราวกับได้ยินความคิดของหลิวอวิ๋นเหยาได้
“หา...” เหยาเหยาใ ที่ใคือเมื่อกี้เธอแค่คิด ยังไม่ได้พูดออกมาเลย แต่เสียงนั้นกลับสามารถตอบกลับเธอได้
“ฮ่าฮ่า เ้าไม่ต้องสับสน ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้ไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน” เสียงทุ้มของผู้พิทักษ์ชราดังขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าดินแดนแห่งนี้เป็ของฉันแล้วหรือคะ” เธออดยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
เสียงนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ทั่วทุกทิศทาง หลิวอวิ๋นเหยาหันมองรอบกาย แต่ไม่พบแม้เงาร่างของใครเลย “คุณ…คุณเป็ใครคะ”