ย้อนกลับไปก่อนที่เย่ฉีจะออกมาสามวันข่าวการเคลื่อนทัพของราชวงศ์ต้าไห่ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอจนสร้างความปั่นป่วนโกลาหลให้กับผู้คนเกี่ยวกับการบุกโจมตีนิกายันพเก้าในครั้งนี้สำหรับชนรุ่นหลังเห็นเพียงเป็เื่สนุกน่าขบขันเท่านั้นไม่ต้องกล่าวถึงว่าในการกวาดล้างนิกายันพเก้าครั้งนี้ราชวงศ์ต้าไห่ยกกำลังมาถึงสามกองทัพ!
“ยังเป็คนที่อวดดีเช่นเดิม…เพียงการบดขยี้นิกายที่ใกล้ล่มสลายถึงกับนำทัพต้าไห่มาถึงสามกองทัพ?”
“ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่การกวาดล้างครั้งนี้ก็ยังสามารถแสดงให้ขุมกำลังอื่นๆเห็นถึงความเกรียงไกรของราชวงศ์ต้าไห่”
แทบจะในทุกพื้นที่ของแผ่นดินเทียนเหอเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเกี่ยวกับการบุกกวาดล้างครั้งนี้อย่างไรก็ตามในจำนวนรุ่นเยาว์เหล่านี้หัวข้อจะเป็เื่ขององค์ชายต้าไห่เป็ส่วนใหญ่…เกี่ยวกับนิกายันพเก้าในสายตาของรุ่นเยาว์เหล่านี้ไม่ต่างอะไรไปจากเศษซากที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณเท่านั้น
ทว่า…ในสายตาของเหล่าผู้าุโแล้วการกระทำของราชวงศ์ต้าไห่ครั้งนี้บุ่มบ่ามเกินไป!
ในส่วนลึกของหุบเขาทางเหนืออันเป็ตั้งของตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งชายวัยกลางนั่งอยู่ในห้องโถงหลักห้อมล้อมไปด้วยเหล่าผู้าุโของตระกูล
“เวลานี้จักรพรรดิไห่หลิงได้ปิดด่านเก็บตัวอยู่…แต่ข้าไม่คิดว่าขุนพลหลินจะปล่อยให้เ้าเด็กบ้านั่นทำเช่นนี้!”
เสียงของชายวัยกลางคนดังออกมาอย่างไม่พอใจนักในสายตาของเขาองค์ชายไห่หยวนก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กเ้าปัญหาคนหนึ่ง
“เฮ้อ…อย่างไรหยวนเอ๋อร์ก็มีสายเืของตระกูลเราครึ่งหนึ่งไหลเวียนอยู่หลายปีที่ผ่านมาตระกูลของเราก็ไม่เคยล่วงเกินนิกายันพเก้า หากจำเป็จริงๆข้าจะเป็คนออกไปเจรจากับกู่หยาเอง”
ชายชราที่นั่งอยู่ด้านข้างกล่าวออกมาก่อนจะหลับตาลงและภายในห้องโถงก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเขาคือตาขององค์ชายไห่หยวนและเขาก็รู้ดีถึงนิสัยของหลานคนนี้บางทีเขาอาจจะเป็คนเดียวที่เข้าใจว่าเหตุใดขุนพลหลินถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้สำหรับเขาแล้วบางทีครั้งนี้อาจจะทำให้ไห่หยวนเติบโตขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย
แต่อย่างไรก็ตามสำหรับชายชราและขุนพลหลินรวมไปถึงทุกขุมอำนาจบนแผ่นดินเทียนเหอนั้นยังมีตัวแปรที่พวกเขาไม่ถึงอยู่ก็คือ…เย่ฉี!
สถานการณ์คล้ายๆกันเกิดขึ้นในขุมอำนาจทั่วทั้งแผ่นดินเทียนเหอการดำรงอยู่ของนิกายันพเก้านั้นแม้ว่าจะตกต่ำลงอย่างมากแต่รากฐานของนิกายก็ยังคงอยู่ต่อให้พวกเขาอ่อนแอลงจนน่าอนาถแค่ไหนแต่การที่ขุมอำนาจใดจะกวาดล้างนิกายนี้ก็ไม่ใช่เื่ง่าย!ไม่จำเป็ต้องกล่าวถึงว่านิกายันพเก้าอาจซ่อนบางสิ่งเอาไว้เพราะแค่เพียงการคงอยู่ของผู้าุโหลักทั้งสามก็มากพอที่จะทำให้ขุมอำนาจใดๆต้องคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ไกลออกไปอีกสถานที่หนึ่งมันเป็พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมไปด้วยกำแพงสูงเสียดฟ้าตรงหน้าประตูทางเข้าคือซุ้มเสาสีดำขนาดใหญ่ที่ถูกสลักตัวอักษรเอาไว้…หลุมฝังศพนิรันดร์!
ด้านหลังกำแพงสูงนั้นเป็ทุ่งล้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเนินเขาเล็กๆนับล้าน เนินเขาเ่าั้ล้วนมีแผ่นหินขนาดเล็กตั้งอยู่…พวกมันคือหลุมฝังศพ!ลึกเข้าไปด้านในบนเนินเขาขนาดใหญ่มีปราสาทสีดำหลังหนึ่งตั้งอยู่บรรยากาศภายในนั้นเงียบสนิทราวกับว่าในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ทว่าในเวลานี้อยู่ๆ เสียงหัวเราะแหบพร่าก็ดังออกมาก้องไปทั่วทั้งปราสาท
“ฮ่าๆเด็กสารเลวนั่นทำได้ดีจริงๆเป็เื่น่าเสียดายที่ไห่หลิงผู้ยิ่งใหญ่ให้กำเนิดบุตรชายที่โง่เขลา…สู้กันเข้าไป!แล้วผู้ที่เหลือรอดคนสุดท้ายก็คือหลุมฝังศพนิรันดร์ของข้า!”
เสียงหัวเราะนั้นฟังดูน่าสยดสยองเป็อย่างมากมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านกระจายไปทั่วทั้งหลุมฝังศพ ต้นตอของเสียงนั้นมาจากส่วนลึกของปราสาท...ที่นั่นมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่และบนแท่นบูชานั้นคือโลงศพที่มีสีดำสนิท!
***
นิกายันพเก้า...ใน่เช้ายามที่ตะวันฉายแสงไปทั่วท้องฟ้า...เคร้ง!เสียงระฆังโบราณที่ตั้งอยู่ในนิกายดังออกมาเป็สัญญาณบอกถึงเื่สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น!ด้านหน้านิกายตรงจุดที่เย่ฉีเดินมาถึงเป็ครั้งแรก...บนศาลาใหญ่ที่ทรุดโทรมหลังนั้นด้านในเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนหลายร้อยคนยืนอยู่อย่างเงียบๆและตรงด้านในสุดนั้นเป็พวกกู่หยาที่กำลังนั่งหลับตาอยู่
“เฟยอี้เ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่?ทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งใดผิดพลาด!”
เผ่ยิกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังขณะมองไปยังศิษย์สายตรงของเขาซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับคำด้วยความมั่นใจเช่นกันสำหรับการรบในครั้งนี้กู่หยาสั่งให้ผู้าุโของนิกายทั้งหมดมารวมตัวกันที่ศาลาแห่งนี้และเปิดข่ายอาคมปิดผนึกศิษย์ของนิกายทั้งหมดไว้ด้านในรวมไปถึงจัดการเกี่ยวกับทางหนีด้านหลังนิกายไว้ด้วย!
ในนิกายันพเก้าตอนนี้มีศิษย์อยู่ทั้งสิ้นสามพันกว่าคนแบ่งเป็ศิษย์าุโเช่นพวกเฟยอี้อยู่ราวๆสามร้อยคนและที่เหลือนั้นล้วนเป็ศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหมด!ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันไม่ใช่ว่าพวกกู่หยาไม่มั่นใจในตัวของเย่ฉีเพียงแต่ในการรบครั้งนี้พวกเขาไม่้าให้ศิษย์ที่มีอยู่อันน้อยนิดของนิกายล้มตายอย่างไร้ประโยชน์!ในการรบครั้งนี้นิกายันพเก้าจะใช้คนเพียงสามร้อยคนเข้าปะทะกับกองทัพของราชวงศ์ต้าไห่ที่มีกำลังพลถึง...สามแสนคน!
“ผู้าุโกู่ตอนนี้ก็เลยกำหนดมาหลายวันแล้ว...เหตุใดท่านประมุขยังไม่ออกมาอีก ?”
ชายวัยกลางคนหนึ่งในศิษย์าุโของนิกายกล่าวขึ้นมาซึ่งเป็คำถามที่คนอื่นๆก็อยากรู้เช่นกันสำหรับคนในศาลาแห่งนี้ล้วนรู้เื่การสืบทอดมรดกของนิกายจากกู่หยาแล้วอย่างไรก็ตามพวกเขาก็เพียงแค่ที่กู่หยาบอกเท่านั้น! สำหรับรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับประมุขนิกายคนใหม่นั้นพวกกู่หยาไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมาและมีเพียงเฟยอี้เท่านั้นที่พอจะคาดเดาได้
“ไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้...เมื่อถึงเวลาพวกเ้าจะได้พบเขาเองถึงแม้ว่าจะไม่มีท่านประมุขพวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดที่จะสิ้นท่าด้วยคนเพียงสามกองทัพ!”
เสียงของกู่หยาดังออกมาก้องไปทั้งศาลาหลังนั้น...ไม่ว่าคำพูดนี้จะดูโอหังและถือดีมากเพียงใดแต่เมื่อมันถูกกล่าวออกมาภายใต้เสียงของเขากลับทำให้มันเต็มไปด้วยอำนาจและความมั่นใจราวกับประกาศิตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้!
คนทั้งห้องโถงเชื่อในคำพูดนั้นด้วยใจจริง...ผู้ที่จะเป็ศิษย์าุโของนิกายในยุคนี้นั้นต้องผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วนหัวใจของพวกเขาสลักลึกลงไปด้วยนามของนิกายันพเก้า!ไม่ว่านิกายจะตกต่ำลงเพียงใดแต่ความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษยังคงเปี่ยมล้นอยู่ในจิตใจของพวกเขา...นิกายันพเก้าคือนิกายที่แข็งแกร่งที่สุด!
ในเวลานั้นดวงตาของกู่หยาก็เปิดออกเขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆพร้อมกับเผ่ยิและเหลียนซานที่เดินตามหลังเขาไปด้านนอกนิกายันพเก้าบนท้องฟ้าสีครามยามเช้าจู่ๆ ก็เกิดรอยแยกเล็กๆ ขึ้นกลางอากาศส่งผลให้คลื่นลมเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรงก่อนที่รอยแยกนั้นจะเปิดออกขยายกว้างออกไปนับสิบลี้พร้อมกับเสียงกองศึกที่ดังลั่นสั่นะเืไปทั้งแปดทิศ!
“เป็พวกที่ฟุ่มเฟือยเสียจริง...”
กู่หยากล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหัวขณะที่ดวงตาของเขาหรี่ลงจ้องมองไปยังรอยแยกขนาดใหญ่บนท้องฟ้ากองรบที่เต็มไปด้วยทหารสวมเกราะหนักเริ่มเคลื่อนพลออกมากระจายออกไปบดบังท้องฟ้าด้านนอกนิกายันพเก้าจนมืดมิดที่หลังของพวกเขาแบกธงสีแดงขนาดใหญ่ที่สลักตัวอักษรสีทองอันเป็สัญลักษณ์ของราชวงศ์ต้าไห่!
กองทัพทหารนับแสนค่อยๆเดินออกมาจัดตั้งขบวนทัพที่พื้นดินด้านหน้าของนิกายและในเวลานั้นราชรถสีทองที่ถูกลากด้วยวัวเพลิงสี่ตัวก็ปรากฏขึ้นก่อนที่รอยแยกบนอากาศจะหายไปวัวทั้งสี่ตัวนั้นมีสีขาวบริสุทธิ์ทว่ากีบเท้าทั้งสี่ของพวกมันถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟและที่เขาอันใหญ่โตก็ยังมีประกายสายฟ้าแล่นผ่านเป็ระยะ
กู่หยามองไปยังสารถีที่บังคับราชรถนั้นหยุดลอยอยู่กลางอากาศเหนือกองทัพนับแสนของราชวงศ์ต้าไห่ด้วยดวงตาที่หดเล็กลงก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หลินกวง...นี่คือการตัดสินใจของจักรพรรดิไห่หลิงงั้นหรือ?”
ใบหน้าของขุนพลหลินสลดลงก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น...แน่นอนว่าหากจักรพรรดิไห่หลิงอยู่เขาคงไม่ตัดสินใจเช่นนี้...
“เพียงเ้ายอมรับข้อเสนอเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างการนำกำลังพลมาสามกองทัพก็ถือเป็การแสดงเจตนาของข้าแล้ว...”
เห็นท่าทีที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของขุนพลหลินกู่หยาก็ถอนหายใจออกมา แน่นอนว่าการรบครั้งนี้ไม่ใช่การกวาดล้างไปจริงๆเพราะด้วยกำลังพลเพียงเท่านนี้ย่อมไม่สามารถกวาดล้างนิกายันพเก้าได้อย่าแน่นอน!หากราชวงศ์ต้าไห่้าจะกวาดล้างนิกายันพเก้ายังต้องยกพลมาอย่างน้อยแปดส่วนและผู้นำทัพจะต้องเป็องค์จักรพรรดิมาด้วยตัวเองนี่คือเหตุผลหลักที่นิกายยังสามารถดำรงอยู่จนถึงตอนนี้พวกกู่หยาไม่้าให้นิกายจบลงด้วยความสูญเสียและขุมอำนาจใหญ่ใดๆก็ไม่้าจะเป็สะพานให้กับผู้อื่น...หากเกิดการรบขึ้นมาจริงๆ ราชวงศ์ต้าไห่จะต้องสูญเสียอย่างหนักและนั่นจะทำให้ขุมอำนาจอื่น่ชิงโอกาสนี้ในการโค่นล้มราชวงศ์ต้าไห่!
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นเสียงของชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งก็ดังออกมาจากภายในราชรถสีทอง...
“โอหังยิ่งนัก!เป็เพียงหนอนแมลงไร้ค่าแต่กลับกล้าเอ่ยนามของจักรพรรดิ? ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดพระบิดาถึงปล่อยนิกายไร้ค่าอย่างพวกเ้ามาจนถึงป่านนี้...แต่วันนี้ข้าจะเป็คนกวาดล้างนิกายโสมมด้วยตัวเอง!”
คำพูดขององค์ชายไห่หยวนทำให้ศิษย์ของนิกายันพเก้าปะทุไปด้วยโทสะโดยเฉพาะผู้าุโเผ่ยิ...ดวงตาของกู่หยาที่อ่อนนุ่มมาตลอดในเวลานี้ก็หรี่ลงเต็มไปด้วยประกายสังหารที่พุ่งตรงไปยังองค์ชายไห่หยวนใบหน้าขององค์ชายสลดลงเล็กน้อยก่อนที่ขุนพลหลินจะเขามาสกัดกั้นแรงกดดันของกู่หยา
“สุนัขแก่ใกล้ตายเช่นเ้ากล้าบังอาจทำร้ายข้า?บุกเข้าไป…ตัดหัวพวกมันทุกคนให้กับข้า!”
เสียงขององค์ชายไห่หยวนเต็มไปด้วยโทสะและความเกลียดชัง!เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าทำร้ายเขาเมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพนับแสนของต้าไห่เช่นนี้...อย่างไรก็ตามในเวลานั้นหลังจากที่เสียงขององค์ชายไห่หยวนสิ้นลงไกลออกไปในส่วนลึกของนิกายันพเก้าก็เกิดเป็จุดสีดำจุดหนึ่งฟุ่งผ่านท้องฟ้ามายังสนามรบด้านหน้านิกาย
จุดสีดำนั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนจะเผยให้เห็นว่าเป็เด็กชายในชุดสีขาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของด้วงตัวสีดำสนิทที่มีดวงตาสีทอง...เขากล่าวออกมาช้าๆด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าอย่างน่าประหลาดที่มันดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ
“สุนัขตัวใดไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำกล้ามาเห่าหอนหน้าประตูนิกายของข้า…หรือมันไม่รู้ว่าแม้แต่บิดาสุนัขของมันก็ยังไม่มีสิทธิ์จะเงยหน้ามองป้ายสลักนามของนิกายันพเก้าด้วยซ้ำ!”