พอกลับมาสำนักเซียน เทียนก็อดคิดถึงเจดีย์ห่านป่า ที่เทียนเคยไปมาที่สำนักธรรมยุทธ์ ก่อนหน้านี้ที่มีรูปปั้นของเทียนที่เป็นผู้มีคุณของ พระถังซัมจั๋ง ตั้งไว้ในเจดีย์ชั้น7 ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิธาตุ ของพระถังซัมจั๋งเอาไว้ ที่แท้ในตอนนั้นเทียนเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดให้พระถังซัมจั๋งแบบนี้นี่เอง
เทียนได้ทิ้งร่างแปลงให้ศึกษาวิชาในห้องสมุดเซียน
จากนั้นเทียนก็กลับมาที่โลกมนุษย์ เจอลุงเซี่ยซิน มารายงานผลประกอบการ
“ คุณชายน้อย เมืองโบราณที่สร้างไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณชายน้อยจะให้ทำอะไรต่อดีครับ”
“ สวนสนุกเสร็จไปถึงไหนแล้ว”
“ เหลือเก็บงานอีกไม่เกิน 10เปอร์เซนต์ก็เสร็จแล้ว” ลุงเซี่ยซินรายงาน
“ ถ้าเช่นนั้น ก็เปิดให้ชาวบ้านเข้าไปชมฟรี ๆไปก่อน”
“ คุณชายน้อย ที่ปรึกษาทางการเงินแจ้งมาว่า เงินที่มีอยู่ในบริษัทเวลานี้มีกระแสเงินสดแสนกว่าล้าน พวกเขาบอกว่า ควรที่จะแบ่งลงทุนในทองคำ ตราสารหนี้ หุ้น
เฉลี่ยกันไปสัก 50 % ไม่ควรเก็บไว้แบบนี้” ลุงเซี่ยรายงาน
เทียนก็ไม่เคยคิดเรื่องเงินเท่าไร นี่ยังมีทองคำอีก สิบหกตันที่ยังไม่ได้นำมาใช้เลย
“ ให้พวกเขาจัดการไปเลย แล้วก็ส่งรายงานมาให้ผม” เทียนเห็นด้วย
“ แล้วที่คุณชายให้พวกเราไปสอบถามชาวบ้านเรื่อง ถึงความต้องการว่าอยากให้มีสิ่งใดบนที่ดินริมน้ำ เราได้มาแล้วนะครับ”
“ พวกเขาอยากให้สร้างอะไร”
“ อันดับแรก คือ สวนสาธารณะ อันดับสอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เคารพบูชา อันดับสาม ตลาดสด”
“ เราสร้างสวนสาธาระแล้วสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่จะให้สร้างตลาดด้วยนี่ผมว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะ”
“ ถ้าจะสร้างพร้อมกันก็ได้ เราจัดแบ่งเป็นสัปดาห์ละสองสามวันใช้พื้นที่แค่ สิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ เราให้พวกนักออกแบบ ค่อยเขียนแบบแปลนแล้วค่อยนำมาเสนอคุณชายน้อยพิจารณา”
“ ได้ ทำตามที่ลุงเซี่ยว่าเลย”
“ มีอีกเรื่อง มีสำนักข่าวช่อง 99 ติดต่อขอสัมภาษณ์คุณชายน้อย ออกรายการของเธอ ไม่ทราบคุณชายน้อยจะว่าอย่างไร”
“ ปฏิเสธไปเถอะ ผมไม่อยากเป็นข่าว” ลุงเซี่ยซิน พยักหน้ารับทราบ
ขณะนั้นท่านย่าเดินเข้ามาหาเทียนกับลุงเซี่ยซินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ ท่านย่ามายังไงครับ”
“ นายหญิง”
“ ก็มาหาหลานนั่นแหละ จะถามพรุ่งนี้หลานว่างไหม”
“ ว่างครับ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่ต้องไปเรียน”
“ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดเพื่อนของย่า พวกเขามีการเชิญนักพรตจากสำนักเหมาซานจากจีนมาช่วยทำพิธีอัญเชิญเทพไท่ซ่างเหล่าจุน มาต่อชะตาให้ ย่าอยากให้หลานไปเป็นเพื่อนหน่อย”
“ ได้ครับพรุ่งนี้ผมจะไปเป็นเพื่อนท่านย่า” เทียนรับปากไป อยากรู้ว่านักพรตเหมาซานอัญเชิญเทพไท่ซางเหล่าจุนมาได้อย่างไร
ตอนเช้าเทียนกับท่านย่านั่งรถมาบ้านเพื่อนของท่านย่า เป็นบ้านที่ใหญ่โตพอๆ กันกับที่บ้านตระกูลหลี่ พอลงจากรถ ก็พบว่าที่จอดรถมีคนมามากมายที่มาอวยพรวันเกิดของเพื่อนท่านยาย
“ อาหงมาแล้วเหรอ”
“ หมั่นอี้ วันนี้ดูสดใสนะ” ทั้งสองคนทักทายกันเทียนเห็นหญิงสาววัย18ปีหน้าตาสวยงามน่ารัก แต่งตัวด้วยชุดแซกสีขาว ใส่เสื้อกั๊กสีฟ้าสดใส
“ นี่หลี่เทียนหลานฉันเอง”
“ ท่านย่าหมันอี้”
“ อายุ เท่าไรแล้วนี่”
“ ครบ 16 ปี แล้วครับ”
“ นี่ยูจินหลานสาวฉันอายุ 18 ปีแล้วรู้จักไหมเขาเป็นนักร้องดังเชียวนะ”
เทียนยิ้มไม่ตอบ เพราะเขาไม่เคยดูทีวีหรือฟังเพลงมาก่อนเลย จึงไม่รู้จัก
“ไปกันเถอะ อาจารย์ตงฟางมาถึงแล้ว พวกเรามาดูเขาทำพิธีกันเถอะ”
ที่แท่นพิธีกลางลานบ้าน มีนักพรตตงฟาง ใส่ชุดสีเหลืองสวมหมวก กำลังท่องคาถางึมงัม บนแท่นพิธี มีถ้วยน้ำชาตั้งไว้อยู่ สิบกว่าถ้วย มีดาบไม้วางอยู่ มียันต์สีเหลืองวางอยู่ด้านข้างเป็นปึก มีข้าวเหนียววางอยู่บนโต๊ะ นักพรตใช้ดาบไม้แช่น้ำแล้วใช้ลมปากเป่าออกมาสองสามที ไฟลุกพรึบที่ดาบไม้ แล้วชีไปที่ฟ้า
“ ข้าเซียนนักพรตเหมาซาน ขอให้ท่านมหาเทพไท่ซางเทียนจุน ได้โปรดมารับเครื่องเซ่นเหล่านี้ แล้วได้โปรดประทานพรให้คุณนายหมั่นอี้ มีอายุมั่นยืนยาวไปแข็งแรงไปตลอด 100 ปี” จากนั้นก็ปล่อยข้าวเหนียว กลายเป็นไฟลุกออกมา
จากนั้นก็หยิบยันต์ออกมาเป่าเพี้ยงไป ไฟลุกที่ยันต์อีกครั้งแล้วมาวางไว้ในชามใบใหญ่ แล้วน้ำไปให้ท่านย่าหมันอี้ดื่ม 1 ถ้วย เทียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยห้ามทันที
“ ผมว่าท่านย่าหมันอี้ไม่ควรดื่มนะครับ” เทียนเอ่ยแบบนี้ทุกคนหันมามองเทียนเป็นจุดเดียว
“ นี่เด็กน้อย ท่านนักพรตตงฟางท่านทำพิธีเสกน้ำทิพย์ต่อชะตา เจ้าเป็นเด็ก เป็นเล็ก ไม่รู้อะไรอย่ามายุ่งดีกว่า” ลูกศิษย์รีบเอ่ยเตือนเทียน ท่านย่าหงจับมือเทียนให้ใจเย็น ๆ ท่านย่าหมันอี้หันมองเทียนแบบไม่ค่อยเชื่อใจ แต่เชื่อใจนักพรตเหมาซานมากกว่า เทียนกระพริบตา น้ำในถ้วยกลายเป็นเปลวไฟในทันที ทุกคนแตกตื่นตกใจ ไม่มีใครกล้ากินน้ำยันต์อีกเลย
“ นี่เจ้าทำอะไรกับน้ำทิพย์ของข้า” นักพรตตงฟางเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห เขาทำพิธีมามากมายไม่มีใครกล้าแหกหน้าเขาแบบนี้
“ ผงโซเดียมเพอร์ออกไซด์ที่โรยไว้ในยันต์ ผสมน้ำ แล้วเป่าคาร์บอนด์ไดออกไซด์เข้าไป ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ยันต์ ถึงแม้จะเจือจาง แต่มันก็เป็นสารพิษที่เกิดอันตรายได้ในอนาคต พวกคุณไม่ควรใช้ความเชื่อถือมาหลอกคนแบบนี้”
เทียนอธิบายให้ทุกคนได้ยิน เทียนใช้ปากเป่า ยันต์ ข้าวเหนียว ดาบ ถูกคาร์บอนได้ออกไซด์จากลมหายใจของเทียน ทำให้ไฟไหม้ของทั้งหมดที่ถูกฉาบด้วยผงสารเคมีที่ทาเอาไว้ เกิดลุกไหม้ แท่นบูชาอย่างน่าตกใจ ทุกคนมองอาจารย์เหมาซานคนนี้ ด้วยความไม่พอใจ อุตส่าห์จ้างจากเมืองจีน ไม่คิดว่าจะหลอกกันได้อย่างนี้ พวกนักพรตรีบเดินหนีออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างรวดเร็ว
“ ต้องขอบใจ หลานเทียนมากนะ ที่ไม่ให้ย่าต้องถูกหลอก”
“ นายรู้ได้อย่างไร ว่าพวกนั้นหลอกลวงคุณย่าของฉัน” ยูจินเอ่ยถาม
“ ผมกำลังจะสอบเรียนหมอ สารเคมีพวกนี้แค่กลิ่นผมก็รู้ว่ามันคืออะไร และยิ่งพวกเขาพยายามใช้ลมเป่าออกมา เพื่อให้คาร์บอนไดออกไซด์ไปทำปฏิกิริยากับน้ำและสารโซเดียมเพอร์ออกไซด์ ทำให้ผมมั่นใจว่า เขาหลอกลวงแน่นอน ตามปกติพวกสำนักเหมาซานปัจจุบันเขาไม่ใช้ฮู้แบบนี้มากินแล้ว พวกเขาแค่ใช้มาบูชาติดตัว หรือตามบ้านเท่านั้น”
“ นายนี่รู้เยอะเหมือนกันนี่” ยูจินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ ยูจินพาอาเทียนไปชมบ้านรอบๆ ก่อนซิ ย่าจะคุยกันตามประสาคนแก่สักหน่อย”
ย่าหมั่นอี้ให้ยูจินพาเทียนไปเดินเล่นรอบๆ บ้าน
“ นี่นายเห็นฉันแล้วไม่รู้สึกอยากขอลายเซ็นบ้างเลยหรือ” ยูจินเอ่ยกับเทียน
“ แล้วจะเอาลายเซ็นไปทำไม”
“ นี่ นายไม่รู้จักฉันจริงๆ หรือนี่” ยูจินสงสัย เทียนส่ายหัวไม่รู้จักจริงๆ
ยูจินถึงกับหยิบมือถือออกมา แล้วเปิดยูทูปให้เทียนดู เทียนเห็นยูจิน ร้องเพลงมียอดวิวเกือบพันล้านวิว
“ ก็ดีนะ” เทียนเอ่ยชม
“ แค่นี้เหรอ” ยูจินทำเสียงเหมือนไม่พอใจที่เทียนไม่ตื่นเต้นเลย ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะคุยกันต่อก็มีชายหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาแทรกระหว่างคนทั้งสอง
“ ยูจิน เธออยู่ที่นี่เอง ตามหาแทบแย่”
“ เควิน ตามฉันมามีอะไร”
“ ก็มาตามเธอไปกินข้าวพร้อมกับเพื่อนๆ ของเราไง”
“ ฉันไม่หิว พวกนายกินกันไปก่อน ไปกันเถอะเทียน” ยูจินจูงมือเทียนให้ทางอื่น
“ ยูจิน ไอ้นี่เป็นใคร” เควินไม่พอใจที่เห็นหน้าเทียน
“ เพื่อนใหม่ของฉัน ” ยูจินไม่อยากยุ่งกับเควิน คงเพราะนิสัยแบบนี้
เควินไม่ยอมปล่อยเทียนไป ใช้มือคว้าไหล่เทียนเอาไว้ เทียนหยุดทันที
“ เอามือออกไป” เทียนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
“ ทำไม แกจะทำอะไรฉัน” ยูจินรีบปัดมือเควินออกไปทันที
“ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เขาเป็นนักมวย MMAนะ ” ยูจินกระซิบบอก
เทียนไม่สนใจ แล้วหันหลับไปหาเควิน แล้วเดินเข้าไปใกล้เควิน เทียนใช้มือตบสะบัดไปทีเดียวด้วยความรวดเร็ว หน้าเควินหน้าสั่นริกริก แล้วหัวทิ่มไปกองกับพื้นทันที
“ นี่” ยูจินเอามือป้องปากตัวเอง ไม่คิดว่าเทียนจะกล้าตบเควินจนสลบไปแบบนี้
“ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น” เทียนเอ่ยกับเควินที่สลบไปแล้ว
คราวนี้คนมามุงกันเต็ม มีคนของเควินสองคนรีบพยุงเควินเข้าไปในห้องปฐมพยาบาลทันที ยูจินรีบจูงมือเทียนออกไปจากตรงนี้ทันที
“ นี่นายนี่ช่างกล้านะ เควินเป็นนักมวย หากเขาฟื้นมา เขาไม่ปล่อยให้นายลอยนวลแน่ พวกเขาก็มีค่ายมวยของตัวเองด้วยนะ พ่อของเขาเป็นหัวหน้ากองพันจิ้งจอกเงิน มีแต่คนกลัวเกรงทั้งนั้น คราวนี้ฉันไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี ไปหาพ่อฉันให้ช่วยดีกว่า”
“ ไม่ต้องหรอก ผมทำผมรับผิดชอบได้ อย่าห่วงเลย”
“ ไม่ได้ เรื่องนี้เกิดในบ้านฉัน เขาคงไม่พอใจที่เห็นฉัน อยู่กับนาย ไปเถอะไปหาพ่อฉันกัน” ยูจินไม่ยอมกลัวว่าเทียนจะโดนแก้แค้น เลยดึงมือเทียนไปหาพ่อของเธอที่อยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่ง
“ พ่อ”
“ ยูจิน ไม่อยู่กับท่านย่า กลับมาที่นี่ทำไม”
“ ท่านย่าให้พา เทียนมาเดินเที่ยว”
“ หืม ให้นักร้องซุปตาร์อย่างลูกพาเที่ยวเชียวหรือ” พ่อของยูจินมองหน้าเทียน
“ พ่อ เทียนตบเควินสลบไปแล้ว พ่อช่วยเคลียร์ให้เขาหน่อยซิ”
“ หืม เควินลูกชายพันเอกคีธ น่ะหรือ”
“ ค่ะ”
ทันใดนั้นเอง เควินก็พาคนมาที่บ้านพ่อของยูจินเกือบสิบคน
“ คุณลุง เรื่องนี้เรื่องของเด็กๆ คุณลุงอย่าได้ยุ่งเกี่ยวเลย” เควินหลังฟื้นขึ้นมาก็แค้นเทียนยิ่งนัก ถึงกับกล้าบุกเข้ามาในบ้านพ่อของยูจิน
“ ใจเย็นๆ หลานชาย” พ่อของยูจินรีบเอ่ยกับเควิน
“ คุณลุงเรื่องนี้ผมขอจัดการเอง” เทียนเอ่ยจบ ก็พุ่งร่างออกไปหาคนกว่า 10 คนที่ยืนรออยู่
“ พวกแกทั้งหมดเข้ามาพร้อมกันเลย ฉันไม่อยากเสียเวลา” เทียนเอ่ยด้วยเสียงที่เย็นระเยือก
“ อัดมันเลย” เควินตะโกนสั่งทุกคนทันที
ตูม ! หมัดแรกเข้ากรามของชายคนแรกที่อยู่ใกล้ตัวเทียนที่สุด จากนั้น ก็ได้ยินเสียง ตูม เปรี้ยง ตูม เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร อีกเลย คนทั้ง
สิบคน ล้มไปกับพื้นดินโดยที่ไม่มีใครเห็นเลยว่าพวกเขาถูกอะไรอัดลงไปกอง
เทียนยังปล่อยเควินไว้อีกคนยังไม่ทำอะไร
“ มาซิ อยากแก้แค้นไม่ใช่หรือ” เทียนก้าวเท้าเข้าไปช้า ๆ แล้วก็ตบเกรียนเข้าใส่เควินอีกรอบ เปรี้ยง !
เควินร่วงไปกองกับพื้นเหมือนเดิม
“ ถ้าหากพวกเขาคิดจะเอาเรื่องอีกก็บอกพวกเขาไปหาผมได้เลยนะ” เทียนกล่าวกับยูจิน แล้วเดินกลับไปหาท่านย่าทันที ไม่สนใจใครอีก ทิ้งให้พ่อของยูจินมองเทียนด้วยความสนใจ
“ ไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาเป็นใครกัน”
“ หลี่เทียน เจ้าของเครื่องดื่มสมุนไพรหงเทียน และ เจ้าของบ้านโครงการสุขนิรันดร์ค่ะ”
“ หืม เด็กคนนี้น่ะหรือ ดูแล้วยังเด็กอยู่เลย” พ่อของยูจินเอ่ยอย่างตกใจ
“ ใช่ค่ะ” ยูจินเอ่ยเสร็จก็รีบเดินตามเทียนไป
“ อาฟง เห็นพลังของเด็กคนนี้แล้วใช่ไหม” พ่อของยูจินเอ่ยกับคนแต่งชุดสีดำที่ยืนอยู่ด้านข้างตลอดเวลา
“ ครับท่าน”
“ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแบบนั้น มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
ไปสืบประวัติของเขามาให้ฉัน”
“ ครับท่าน” ชายชุดดำรำคำสั่งทันที
ยูจินรีบเดินมาจนทันเทียนที่เดินจากมาก่อน
“ นี่ นายไม่กลัวพวกกองพันจิ้งจอกเงินเลยหรือ”
“ ทำไมต้องกลัวด้วย”
“ โอ้ว กองพันจิ้งจอกเงิน คือหน่วยงานลับที่น่ากลัวที่สุดในเอเซียเลยนะ”
“ พวกเขาทำอะไรผมไม่ได้หรอก คุณยูจินไม่ต้องห่วงผมหรอก”
“ ฉันไม่ได้ห่วงนาย แต่คนรอบข้างนายต่างหากจะเดือดร้อน”
“ ถ้าพวกมันกล้าทำ ก็ลองดู” เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสเท่าไร
“ นายไปเอาความกล้านี้มาจากไหนกันนะ” ยูจินมองเทียนด้วยความสงสัย
ทั้งสองคนมาถึงห้องที่ท่านย่าทั้งสองคุยกันอยู่
“ เป็นไงสองคน รู้จักกันดีแล้วใช่ไหม” ย่าหมั่นอี้เอ่ยทักขึ้นมาก่อน
“ นี่อาเทียน รู้แล้วหรือยัง หนูยูจิน เขาเป็นนักศึกษาแพทย์ปี1 แล้ว ก่อนสอบเข้าให้หนูยูจินเขาติวให้ซิ ” ย่าหงเอ่ยบอกเทียน ยูจินเลยเอ่ยถามกลับไปว่า
“ นี่นายคิดจะเรียนหมอด้วยหรือ”
“ อืม”
“ อาเทียนเขาจะไปสอบเข้าที่มหาลัยการแพทย์คิงส์ตัน ที่เดียวกับหนูยูจินเรียนอยู่นั่นแหละ” ย่าหงเอ่ยยิ้มๆ
“ ยูจิน หลานก็ช่วยติวให้อาเทียนด้วยนะ” ย่าหมั่นอี้เอ่ยกับยูจิน ที่ตอนนี้ได้แต่ยืนมองเทียนด้วยความสงสัย ว่าเทียนจะสอบได้หรือ
“ สอบเข้าที่คิงส์ตัน มันไม่ใช่แค่ติวอย่างเดียวก็สอบได้ ต้องอยู่ที่ตัวเขาด้วยนะคะคุณย่าหง”
“ ไม่ต้องห่วง อาเทียนเขาเรีบนเก่งสอบได้ที่ 1 มาตลอด” ย่าหงคุยแทนเทียนด้วยความภูมิใจ ยูจินมองเทียนด้วยหางตา เทียนทำเป็นไม่สนใจ
“ ได้ค่ะ ยูจินจะสอนให้ อีกสี่เดือนมหาลัยจะเริ่มเปิดสอบ นายพร้อมเมื่อไรก็โทรมาจะได้นัดเวลากัน” ยูจินส่งเบอร์ให้เทียนทันที เทียนจะปฏิเสธก็เกรงใจก็เลยนำมือถือมาเมมเบอร์ของยูจินเก็บไว้ แต่ในใจคิดว่า เรื่องสอบเข้าแค่นี้เขาสอบเองก็ได้ ไม่เห็นต้องให้ใครมาช่วยติวเลย
“ เอาล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ” ย่าหงบอกลากับย่าหมั่นอี้ แล้วเดินออกไปกับเทียน
“ อาเทียนนี่เขาเก่งมากเลยนะยูจิน อายุแค่นี้ สร้างธุรกิจได้เป็นแสนล้าน หน้าตาก็ดี ตระกูลก็ดี หลานชอบเขาไหม”
“ คุณย่า ยูจินยังเรียนหนังสืออยู่เลยนะ”
“ ก็แค่หมั้นไว้ก่อน ย่าคุยกับอาหงแล้ว เขาก็เห็นด้วย ไว้ให้หลานทั้งสองคนรู้จักกันไปสักพัก ถ้าไม่มีปัญหา ย่าทั้งสองจะจัดการเรื่องหมั้นไว้ก่อนเลย”
“ คุณย่า เขาอายุแค่ 16 ปี อ่อนกว่ายูจินตั้งสองปี หลานยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกค่ะ”
“ ย่า ก็ไม่ได้เร่งอะไรนี่ แต่แค่จองตัวเขาไว้ก่อน ผู้ชายแบบนี้ย่าไม่ปล่อยให้หลุดมือไปเป็นหลานเขยของคนอื่นหรอก” ยูจินได้แต่ทำหน้าซีด ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก...