เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 121 ดูตัวคุู่หมั้น

    พอกลับมาสำนักเซียน เทียนก็อดคิดถึงเจดีย์ห่านป่า ที่เทียนเคยไปมาที่สำนักธรรมยุทธ์ ก่อนหน้านี้ที่มีรูปปั้นของเทียนที่เป็นผู้มีคุณของ พระถังซัมจั๋ง ตั้งไว้ในเจดีย์ชั้น7 ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิธาตุ ของพระถังซัมจั๋งเอาไว้   ที่แท้ในตอนนั้นเทียนเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดให้พระถังซัมจั๋งแบบนี้นี่เอง

    เทียนได้ทิ้งร่างแปลงให้ศึกษาวิชาในห้องสมุดเซียน

    จากนั้นเทียนก็กลับมาที่โลกมนุษย์  เจอลุงเซี่ยซิน มารายงานผลประกอบการ

    “ คุณชายน้อย เมืองโบราณที่สร้างไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณชายน้อยจะให้ทำอะไรต่อดีครับ”

    “ สวนสนุกเสร็จไปถึงไหนแล้ว”

    “ เหลือเก็บงานอีกไม่เกิน 10เปอร์เซนต์ก็เสร็จแล้ว” ลุงเซี่ยซินรายงาน

    “ ถ้าเช่นนั้น ก็เปิดให้ชาวบ้านเข้าไปชมฟรี ๆไปก่อน” 

    “ คุณชายน้อย ที่ปรึกษาทางการเงินแจ้งมาว่า เงินที่มีอยู่ในบริษัทเวลานี้มีกระแสเงินสดแสนกว่าล้าน พวกเขาบอกว่า ควรที่จะแบ่งลงทุนในทองคำ ตราสารหนี้ หุ้น

    เฉลี่ยกันไปสัก 50 % ไม่ควรเก็บไว้แบบนี้” ลุงเซี่ยรายงาน

    เทียนก็ไม่เคยคิดเรื่องเงินเท่าไร นี่ยังมีทองคำอีก สิบหกตันที่ยังไม่ได้นำมาใช้เลย

    “ ให้พวกเขาจัดการไปเลย แล้วก็ส่งรายงานมาให้ผม” เทียนเห็นด้วย

    “ แล้วที่คุณชายให้พวกเราไปสอบถามชาวบ้านเรื่อง ถึงความต้องการว่าอยากให้มีสิ่งใดบนที่ดินริมน้ำ เราได้มาแล้วนะครับ”

    “ พวกเขาอยากให้สร้างอะไร”

    “ อันดับแรก คือ สวนสาธารณะ อันดับสอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เคารพบูชา อันดับสาม ตลาดสด”

    “ เราสร้างสวนสาธาระแล้วสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่จะให้สร้างตลาดด้วยนี่ผมว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนะ” 

    “ ถ้าจะสร้างพร้อมกันก็ได้ เราจัดแบ่งเป็นสัปดาห์ละสองสามวันใช้พื้นที่แค่ สิบเปอร์เซ็นต์ก็พอ เราให้พวกนักออกแบบ ค่อยเขียนแบบแปลนแล้วค่อยนำมาเสนอคุณชายน้อยพิจารณา”

    “ ได้ ทำตามที่ลุงเซี่ยว่าเลย”

    “ มีอีกเรื่อง มีสำนักข่าวช่อง 99 ติดต่อขอสัมภาษณ์คุณชายน้อย ออกรายการของเธอ ไม่ทราบคุณชายน้อยจะว่าอย่างไร”

    “ ปฏิเสธไปเถอะ ผมไม่อยากเป็นข่าว”   ลุงเซี่ยซิน พยักหน้ารับทราบ

    ขณะนั้นท่านย่าเดินเข้ามาหาเทียนกับลุงเซี่ยซินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    “ ท่านย่ามายังไงครับ”

    “ นายหญิง”

    “ ก็มาหาหลานนั่นแหละ จะถามพรุ่งนี้หลานว่างไหม”

    “ ว่างครับ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ไม่ต้องไปเรียน”

    “ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดเพื่อนของย่า พวกเขามีการเชิญนักพรตจากสำนักเหมาซานจากจีนมาช่วยทำพิธีอัญเชิญเทพไท่ซ่างเหล่าจุน มาต่อชะตาให้ ย่าอยากให้หลานไปเป็นเพื่อนหน่อย”

    “ ได้ครับพรุ่งนี้ผมจะไปเป็นเพื่อนท่านย่า” เทียนรับปากไป อยากรู้ว่านักพรตเหมาซานอัญเชิญเทพไท่ซางเหล่าจุนมาได้อย่างไร

    ตอนเช้าเทียนกับท่านย่านั่งรถมาบ้านเพื่อนของท่านย่า เป็นบ้านที่ใหญ่โตพอๆ กันกับที่บ้านตระกูลหลี่ พอลงจากรถ ก็พบว่าที่จอดรถมีคนมามากมายที่มาอวยพรวันเกิดของเพื่อนท่านยาย 

    “ อาหงมาแล้วเหรอ”

    “ หมั่นอี้ วันนี้ดูสดใสนะ” ทั้งสองคนทักทายกันเทียนเห็นหญิงสาววัย18ปีหน้าตาสวยงามน่ารัก แต่งตัวด้วยชุดแซกสีขาว ใส่เสื้อกั๊กสีฟ้าสดใส

    “ นี่หลี่เทียนหลานฉันเอง”

    “ ท่านย่าหมันอี้”

    “ อายุ เท่าไรแล้วนี่”

    “ ครบ 16 ปี แล้วครับ”

    “ นี่ยูจินหลานสาวฉันอายุ 18 ปีแล้วรู้จักไหมเขาเป็นนักร้องดังเชียวนะ”

    เทียนยิ้มไม่ตอบ เพราะเขาไม่เคยดูทีวีหรือฟังเพลงมาก่อนเลย จึงไม่รู้จัก

    “ไปกันเถอะ อาจารย์ตงฟางมาถึงแล้ว พวกเรามาดูเขาทำพิธีกันเถอะ”

    ที่แท่นพิธีกลางลานบ้าน มีนักพรตตงฟาง ใส่ชุดสีเหลืองสวมหมวก กำลังท่องคาถางึมงัม บนแท่นพิธี มีถ้วยน้ำชาตั้งไว้อยู่ สิบกว่าถ้วย มีดาบไม้วางอยู่ มียันต์สีเหลืองวางอยู่ด้านข้างเป็นปึก มีข้าวเหนียววางอยู่บนโต๊ะ  นักพรตใช้ดาบไม้แช่น้ำแล้วใช้ลมปากเป่าออกมาสองสามที  ไฟลุกพรึบที่ดาบไม้ แล้วชีไปที่ฟ้า 

    “  ข้าเซียนนักพรตเหมาซาน ขอให้ท่านมหาเทพไท่ซางเทียนจุน ได้โปรดมารับเครื่องเซ่นเหล่านี้ แล้วได้โปรดประทานพรให้คุณนายหมั่นอี้ มีอายุมั่นยืนยาวไปแข็งแรงไปตลอด 100 ปี”  จากนั้นก็ปล่อยข้าวเหนียว กลายเป็นไฟลุกออกมา

    จากนั้นก็หยิบยันต์ออกมาเป่าเพี้ยงไป  ไฟลุกที่ยันต์อีกครั้งแล้วมาวางไว้ในชามใบใหญ่ แล้วน้ำไปให้ท่านย่าหมันอี้ดื่ม 1 ถ้วย เทียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยห้ามทันที

    “ ผมว่าท่านย่าหมันอี้ไม่ควรดื่มนะครับ” เทียนเอ่ยแบบนี้ทุกคนหันมามองเทียนเป็นจุดเดียว

    “ นี่เด็กน้อย ท่านนักพรตตงฟางท่านทำพิธีเสกน้ำทิพย์ต่อชะตา เจ้าเป็นเด็ก เป็นเล็ก ไม่รู้อะไรอย่ามายุ่งดีกว่า” ลูกศิษย์รีบเอ่ยเตือนเทียน ท่านย่าหงจับมือเทียนให้ใจเย็น ๆ ท่านย่าหมันอี้หันมองเทียนแบบไม่ค่อยเชื่อใจ แต่เชื่อใจนักพรตเหมาซานมากกว่า  เทียนกระพริบตา น้ำในถ้วยกลายเป็นเปลวไฟในทันที ทุกคนแตกตื่นตกใจ ไม่มีใครกล้ากินน้ำยันต์อีกเลย

    “ นี่เจ้าทำอะไรกับน้ำทิพย์ของข้า” นักพรตตงฟางเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห เขาทำพิธีมามากมายไม่มีใครกล้าแหกหน้าเขาแบบนี้

    “ ผงโซเดียมเพอร์ออกไซด์ที่โรยไว้ในยันต์ ผสมน้ำ แล้วเป่าคาร์บอนด์ไดออกไซด์เข้าไป ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ยันต์ ถึงแม้จะเจือจาง แต่มันก็เป็นสารพิษที่เกิดอันตรายได้ในอนาคต พวกคุณไม่ควรใช้ความเชื่อถือมาหลอกคนแบบนี้”

    เทียนอธิบายให้ทุกคนได้ยิน  เทียนใช้ปากเป่า ยันต์ ข้าวเหนียว ดาบ ถูกคาร์บอนได้ออกไซด์จากลมหายใจของเทียน ทำให้ไฟไหม้ของทั้งหมดที่ถูกฉาบด้วยผงสารเคมีที่ทาเอาไว้ เกิดลุกไหม้ แท่นบูชาอย่างน่าตกใจ ทุกคนมองอาจารย์เหมาซานคนนี้ ด้วยความไม่พอใจ อุตส่าห์จ้างจากเมืองจีน ไม่คิดว่าจะหลอกกันได้อย่างนี้ พวกนักพรตรีบเดินหนีออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างรวดเร็ว

    “ ต้องขอบใจ หลานเทียนมากนะ ที่ไม่ให้ย่าต้องถูกหลอก”

    “ นายรู้ได้อย่างไร ว่าพวกนั้นหลอกลวงคุณย่าของฉัน” ยูจินเอ่ยถาม

    “ ผมกำลังจะสอบเรียนหมอ สารเคมีพวกนี้แค่กลิ่นผมก็รู้ว่ามันคืออะไร และยิ่งพวกเขาพยายามใช้ลมเป่าออกมา เพื่อให้คาร์บอนไดออกไซด์ไปทำปฏิกิริยากับน้ำและสารโซเดียมเพอร์ออกไซด์ ทำให้ผมมั่นใจว่า เขาหลอกลวงแน่นอน ตามปกติพวกสำนักเหมาซานปัจจุบันเขาไม่ใช้ฮู้แบบนี้มากินแล้ว พวกเขาแค่ใช้มาบูชาติดตัว หรือตามบ้านเท่านั้น”

    “ นายนี่รู้เยอะเหมือนกันนี่” ยูจินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม

    “ ยูจินพาอาเทียนไปชมบ้านรอบๆ ก่อนซิ ย่าจะคุยกันตามประสาคนแก่สักหน่อย”

    ย่าหมั่นอี้ให้ยูจินพาเทียนไปเดินเล่นรอบๆ บ้าน

    “ นี่นายเห็นฉันแล้วไม่รู้สึกอยากขอลายเซ็นบ้างเลยหรือ” ยูจินเอ่ยกับเทียน

    “ แล้วจะเอาลายเซ็นไปทำไม”

    “ นี่ นายไม่รู้จักฉันจริงๆ หรือนี่”  ยูจินสงสัย เทียนส่ายหัวไม่รู้จักจริงๆ

    ยูจินถึงกับหยิบมือถือออกมา แล้วเปิดยูทูปให้เทียนดู เทียนเห็นยูจิน ร้องเพลงมียอดวิวเกือบพันล้านวิว 

    “ ก็ดีนะ”  เทียนเอ่ยชม

    “ แค่นี้เหรอ” ยูจินทำเสียงเหมือนไม่พอใจที่เทียนไม่ตื่นเต้นเลย ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะคุยกันต่อก็มีชายหนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาแทรกระหว่างคนทั้งสอง

    “ ยูจิน เธออยู่ที่นี่เอง ตามหาแทบแย่”

    “ เควิน ตามฉันมามีอะไร” 

    “ ก็มาตามเธอไปกินข้าวพร้อมกับเพื่อนๆ ของเราไง”

    “ ฉันไม่หิว พวกนายกินกันไปก่อน ไปกันเถอะเทียน” ยูจินจูงมือเทียนให้ทางอื่น

    “ ยูจิน ไอ้นี่เป็นใคร” เควินไม่พอใจที่เห็นหน้าเทียน

    “ เพื่อนใหม่ของฉัน ” ยูจินไม่อยากยุ่งกับเควิน คงเพราะนิสัยแบบนี้

    เควินไม่ยอมปล่อยเทียนไป  ใช้มือคว้าไหล่เทียนเอาไว้ เทียนหยุดทันที 

    “ เอามือออกไป”  เทียนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ

    “ ทำไม แกจะทำอะไรฉัน”   ยูจินรีบปัดมือเควินออกไปทันที

    “ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เขาเป็นนักมวย MMAนะ ”  ยูจินกระซิบบอก

    เทียนไม่สนใจ แล้วหันหลับไปหาเควิน แล้วเดินเข้าไปใกล้เควิน เทียนใช้มือตบสะบัดไปทีเดียวด้วยความรวดเร็ว  หน้าเควินหน้าสั่นริกริก แล้วหัวทิ่มไปกองกับพื้นทันที

    “ นี่” ยูจินเอามือป้องปากตัวเอง ไม่คิดว่าเทียนจะกล้าตบเควินจนสลบไปแบบนี้

    “ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น” เทียนเอ่ยกับเควินที่สลบไปแล้ว 

    คราวนี้คนมามุงกันเต็ม มีคนของเควินสองคนรีบพยุงเควินเข้าไปในห้องปฐมพยาบาลทันที ยูจินรีบจูงมือเทียนออกไปจากตรงนี้ทันที

    “ นี่นายนี่ช่างกล้านะ เควินเป็นนักมวย หากเขาฟื้นมา เขาไม่ปล่อยให้นายลอยนวลแน่ พวกเขาก็มีค่ายมวยของตัวเองด้วยนะ พ่อของเขาเป็นหัวหน้ากองพันจิ้งจอกเงิน มีแต่คนกลัวเกรงทั้งนั้น คราวนี้ฉันไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี ไปหาพ่อฉันให้ช่วยดีกว่า”

    “ ไม่ต้องหรอก ผมทำผมรับผิดชอบได้ อย่าห่วงเลย”

    “ ไม่ได้ เรื่องนี้เกิดในบ้านฉัน เขาคงไม่พอใจที่เห็นฉัน อยู่กับนาย ไปเถอะไปหาพ่อฉันกัน”  ยูจินไม่ยอมกลัวว่าเทียนจะโดนแก้แค้น เลยดึงมือเทียนไปหาพ่อของเธอที่อยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่ง

    “ พ่อ”

    “ ยูจิน ไม่อยู่กับท่านย่า กลับมาที่นี่ทำไม”

    “ ท่านย่าให้พา เทียนมาเดินเที่ยว”

    “ หืม ให้นักร้องซุปตาร์อย่างลูกพาเที่ยวเชียวหรือ” พ่อของยูจินมองหน้าเทียน

    “ พ่อ เทียนตบเควินสลบไปแล้ว พ่อช่วยเคลียร์ให้เขาหน่อยซิ”

    “ หืม เควินลูกชายพันเอกคีธ น่ะหรือ”

    “ ค่ะ”

    ทันใดนั้นเอง เควินก็พาคนมาที่บ้านพ่อของยูจินเกือบสิบคน

    “ คุณลุง เรื่องนี้เรื่องของเด็กๆ คุณลุงอย่าได้ยุ่งเกี่ยวเลย”  เควินหลังฟื้นขึ้นมาก็แค้นเทียนยิ่งนัก ถึงกับกล้าบุกเข้ามาในบ้านพ่อของยูจิน

    “ ใจเย็นๆ หลานชาย”  พ่อของยูจินรีบเอ่ยกับเควิน

    “ คุณลุงเรื่องนี้ผมขอจัดการเอง” เทียนเอ่ยจบ ก็พุ่งร่างออกไปหาคนกว่า 10 คนที่ยืนรออยู่

    “ พวกแกทั้งหมดเข้ามาพร้อมกันเลย ฉันไม่อยากเสียเวลา” เทียนเอ่ยด้วยเสียงที่เย็นระเยือก

    “ อัดมันเลย” เควินตะโกนสั่งทุกคนทันที

    ตูม ! หมัดแรกเข้ากรามของชายคนแรกที่อยู่ใกล้ตัวเทียนที่สุด จากนั้น ก็ได้ยินเสียง ตูม เปรี้ยง ตูม เปรี้ยง ๆ ๆ  ๆ จากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร อีกเลย คนทั้ง

    สิบคน ล้มไปกับพื้นดินโดยที่ไม่มีใครเห็นเลยว่าพวกเขาถูกอะไรอัดลงไปกอง

    เทียนยังปล่อยเควินไว้อีกคนยังไม่ทำอะไร

    “ มาซิ อยากแก้แค้นไม่ใช่หรือ” เทียนก้าวเท้าเข้าไปช้า ๆ แล้วก็ตบเกรียนเข้าใส่เควินอีกรอบ  เปรี้ยง !

    เควินร่วงไปกองกับพื้นเหมือนเดิม

    “ ถ้าหากพวกเขาคิดจะเอาเรื่องอีกก็บอกพวกเขาไปหาผมได้เลยนะ” เทียนกล่าวกับยูจิน แล้วเดินกลับไปหาท่านย่าทันที ไม่สนใจใครอีก ทิ้งให้พ่อของยูจินมองเทียนด้วยความสนใจ

    “ ไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาเป็นใครกัน”

    “ หลี่เทียน เจ้าของเครื่องดื่มสมุนไพรหงเทียน และ เจ้าของบ้านโครงการสุขนิรันดร์ค่ะ”

    “ หืม เด็กคนนี้น่ะหรือ ดูแล้วยังเด็กอยู่เลย” พ่อของยูจินเอ่ยอย่างตกใจ

    “ ใช่ค่ะ” ยูจินเอ่ยเสร็จก็รีบเดินตามเทียนไป 

    “ อาฟง เห็นพลังของเด็กคนนี้แล้วใช่ไหม” พ่อของยูจินเอ่ยกับคนแต่งชุดสีดำที่ยืนอยู่ด้านข้างตลอดเวลา

    “ ครับท่าน”

    “ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแบบนั้น มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน

    ไปสืบประวัติของเขามาให้ฉัน”

    “ ครับท่าน”  ชายชุดดำรำคำสั่งทันที

    ยูจินรีบเดินมาจนทันเทียนที่เดินจากมาก่อน

    “ นี่ นายไม่กลัวพวกกองพันจิ้งจอกเงินเลยหรือ”

    “ ทำไมต้องกลัวด้วย”

    “ โอ้ว กองพันจิ้งจอกเงิน คือหน่วยงานลับที่น่ากลัวที่สุดในเอเซียเลยนะ”

    “ พวกเขาทำอะไรผมไม่ได้หรอก คุณยูจินไม่ต้องห่วงผมหรอก”

    “ ฉันไม่ได้ห่วงนาย แต่คนรอบข้างนายต่างหากจะเดือดร้อน”

    “ ถ้าพวกมันกล้าทำ ก็ลองดู” เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสเท่าไร

    “ นายไปเอาความกล้านี้มาจากไหนกันนะ” ยูจินมองเทียนด้วยความสงสัย

    ทั้งสองคนมาถึงห้องที่ท่านย่าทั้งสองคุยกันอยู่

    “ เป็นไงสองคน รู้จักกันดีแล้วใช่ไหม” ย่าหมั่นอี้เอ่ยทักขึ้นมาก่อน

    “ นี่อาเทียน รู้แล้วหรือยัง หนูยูจิน เขาเป็นนักศึกษาแพทย์ปี1 แล้ว ก่อนสอบเข้าให้หนูยูจินเขาติวให้ซิ ” ย่าหงเอ่ยบอกเทียน  ยูจินเลยเอ่ยถามกลับไปว่า

    “ นี่นายคิดจะเรียนหมอด้วยหรือ”

    “ อืม”

    “ อาเทียนเขาจะไปสอบเข้าที่มหาลัยการแพทย์คิงส์ตัน ที่เดียวกับหนูยูจินเรียนอยู่นั่นแหละ” ย่าหงเอ่ยยิ้มๆ

    “ ยูจิน หลานก็ช่วยติวให้อาเทียนด้วยนะ” ย่าหมั่นอี้เอ่ยกับยูจิน ที่ตอนนี้ได้แต่ยืนมองเทียนด้วยความสงสัย ว่าเทียนจะสอบได้หรือ

    “ สอบเข้าที่คิงส์ตัน มันไม่ใช่แค่ติวอย่างเดียวก็สอบได้ ต้องอยู่ที่ตัวเขาด้วยนะคะคุณย่าหง”

    “ ไม่ต้องห่วง อาเทียนเขาเรีบนเก่งสอบได้ที่ 1 มาตลอด” ย่าหงคุยแทนเทียนด้วยความภูมิใจ  ยูจินมองเทียนด้วยหางตา เทียนทำเป็นไม่สนใจ

    “ ได้ค่ะ ยูจินจะสอนให้ อีกสี่เดือนมหาลัยจะเริ่มเปิดสอบ นายพร้อมเมื่อไรก็โทรมาจะได้นัดเวลากัน”  ยูจินส่งเบอร์ให้เทียนทันที เทียนจะปฏิเสธก็เกรงใจก็เลยนำมือถือมาเมมเบอร์ของยูจินเก็บไว้ แต่ในใจคิดว่า เรื่องสอบเข้าแค่นี้เขาสอบเองก็ได้ ไม่เห็นต้องให้ใครมาช่วยติวเลย

    “ เอาล่ะ พวกเรากลับกันเถอะ” ย่าหงบอกลากับย่าหมั่นอี้ แล้วเดินออกไปกับเทียน

    “ อาเทียนนี่เขาเก่งมากเลยนะยูจิน อายุแค่นี้ สร้างธุรกิจได้เป็นแสนล้าน หน้าตาก็ดี ตระกูลก็ดี หลานชอบเขาไหม”

    “ คุณย่า ยูจินยังเรียนหนังสืออยู่เลยนะ”

    “ ก็แค่หมั้นไว้ก่อน ย่าคุยกับอาหงแล้ว เขาก็เห็นด้วย ไว้ให้หลานทั้งสองคนรู้จักกันไปสักพัก ถ้าไม่มีปัญหา ย่าทั้งสองจะจัดการเรื่องหมั้นไว้ก่อนเลย”

    “ คุณย่า เขาอายุแค่ 16 ปี อ่อนกว่ายูจินตั้งสองปี หลานยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกค่ะ”

    “ ย่า ก็ไม่ได้เร่งอะไรนี่ แต่แค่จองตัวเขาไว้ก่อน ผู้ชายแบบนี้ย่าไม่ปล่อยให้หลุดมือไปเป็นหลานเขยของคนอื่นหรอก”  ยูจินได้แต่ทำหน้าซีด ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน