หญิงสาวสวยในชุดหนังสีดำ ผมที่มัดรวบตึงตรงปลายเส้นผมยาวที่พริ้วไหวตามสายลมดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้มอันอบอุ่น
หญิงสาวในดวงใจที่หายตัวไปนาน หญิงสาวที่ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้พบในวันนี้
หัวใจของนาฟรู้สึกเหมือนจะหยุดเต้นชั่วขณะความคิดทุกอย่างหยุดชะงัก เขาจ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจและความสุขที่ท่วมท้นความคิดถึงที่เก็บซ่อนมานานระเบิดออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
เมญ่ายกมือขึ้นโบกให้เขารอยยิ้มของเธอเหมือนแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างในยามเช้า ชายหนุ่มรู้สึกถึงพลังและกำลังใจที่นางมอบให้ความมุ่งมั่นที่มีในใจถูกเติมเต็มอีกครั้ง
เสียงผู้ประกาศดังขึ้นอีกครั้ง "การแข่งขันที่ทุกคนรอคอยกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!นักแข่งทุกคน กรุณาเตรียมตัวให้พร้อม!"
นาฟกลับมาอยู่ในสมาธิสวมหมวกโลหะอีกครั้งดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น มือทั้งสองวางไปที่มือจับรถ
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มทั่วทั้งสนามแข่งขันราวกับพายุคำรามกลางฤดูฝน
รถแข่งทั้ง 33 คันจอดเรียงรายเป็นหน้ากระดานอยู่ที่จุดออกสตาร์ทแต่ละคันถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันด้วยสีสันสดใสและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ นักแข่งทุกคนต่างก็เฝ้ารอคอยช่วงเวลานี้ด้วยใจจดจ่อ
เหงื่อไหลซึมผ่านหน้าผาก ดวงตาทุกคู่จ้องไปที่เส้นทางข้างหน้าซึ่งเป็นเส้นทางประลองความเร็ว ทางตรงระยะ 1000 เมตรเพื่อแย่งชิงตำแหน่งทางเข้าโลกมิติ
"5... 4... 3... 2... 1... เริ่ม!"
เมื่อเสียงสัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้นรถแข่งทุกคันพุ่งตัวออกไปพร้อมกันในทันที ราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันธนูพื้นสนามสะท้อนแสงจากไฟหน้ารถเป็นประกายระยิบระยับรถแข่งทั้งหมดแย่งชิงตำแหน่งในทางตรงแคบๆ แรกที่เต็มไปด้วยความดุเดือด
การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทดสอบความเร็วแต่ยังเป็นการวัดความสามารถและความเฉลียวฉลาดของนักแข่งทุกคน
นาฟในชุดแข่งที่โดดเด่น ขับรถแข่งสีแดงคู่ใจบิดคันเร่งจนสุดเสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่นไปทั่วท้องฟ้า ลมพัดผ่านใบหน้าของเขาอย่างรุนแรงแต่เขากลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่พุ่งทะยานในหัวใจ
คู่แข่งหลายคนพยายามเร่งอย่างเต็มที่เพื่อชิงความได้เปรียบในเส้นทางแสงแดดสาดส่องลงมาบนสนามแข่ง เผยให้เห็นเส้นทางข้างหน้าที่เปิดกว้าง
นักแข่งเห็นสะพานสีทองที่อยู่เบื้องหน้านั่นคือจุดหมายปลายทางที่จะนำเขาเข้าสู่โลกมิติ
ด้วยการคำนวณและการขับขี่ที่แม่นยำ นาฟสามารถทะยานขึ้นนำติดตามมาด้วย รถแข่งสีดำคันใหญ่ที่ส่งเสียงก้องกังวาลตามมาติดๆ
เมื่อขึ้นสะพานสีทองเข้าใกล้ประตูโลกมิติ นาฟเพิ่มความเร็วสุดขีดรถแข่งสีแดงของเขาพุ่งทะยานผ่านรอยแยกมิติเข้าสู่โลกมิติแข่งขันอย่างสง่างาม
กองเชียร์ของนาฟดังขึ้นอย่างกึกก้อง โบกธงไปมาและส่งเสียงเชียร์ดังลั่นสนามแม้แต่กลุ่มผู้ชมบริเวณแขกผู้มีเกียรติยังถึงกับนั่งไม่ติดต่างลุกขึ้นยืนเชียร์กันเต็มไปหมด
รองผู้อำนวยการที่ยืนเชียร์อยู่ข้างผู้ว่าการถึงกับพยักหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ส่วนผู้ว่าการเดอแคลร์ ก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย จู่ๆก็เอ่ยขึ้น
“ต้องมาดูกันว่า เด็กนั่นจะไปได้ไกลสักแค่ไหน”
รองผู้อำนวยการพยักหน้าเห็นด้วยสีหน้าเริ่มกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง “อย่างน้อยข้าก็อยากให้ศิษย์ของข้าเข้ารอบสุดท้ายได้”
“ถึงนาฟจะเก่ง แต่ก็มีพลังระดับ 3 จะสามารถยืนระยะวัดความแข็งแกร่งสู้กับเหล่านักแข่งที่มีแต่ระดับ 5เหล่านั้นได้นานแค่ไหน” ผู้ว่าการพูดอย่างจริงจัง
รองผู้อำนวยการที่สีหน้าไม่ดีอยู่แล้วยิ่งเคร่งเครียดขึ้นไปใหญ่จากความจริงของคำพูดดังกล่าว
ทุกคนที่เป็นผู้ใช้พลัง ณ ที่นี้ ล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจว่านักแข่งที่เข้ามาถึงรอบนี้แต่ละคน ต่างมีศักยภาพและพลังในระดับ 5 แทบทั้งสิ้น เว้นแต่เด็กหนุ่มในรถคันแดงที่ยังเป็นนักศึกษาที่มีพลังยังไม่ถึงระดับ4 เสียด้วยซ้ำ
ย่อมเกิดความเสียเปรียบในเชิงคุณภาพของพลังอย่างแน่นอน
รถแข่งทั้ง 33 คัน ทยอยพุ่งผ่านเข้าประตูมิติสายลมและแรงดึงจากการเปลี่ยนแปลงระหว่างโลกภายนอกและโลกมิติกระทบอย่างรุนแรง
แต่รถแข่งแต่ละคันยังคงรักษาความเร็วและเส้นทางของตนเองอย่างแม่นยำ
สภาพพื้นที่รอบๆ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงท้องฟ้าเป็นสีม่วงเข้มประดับด้วยดวงดาวสว่างไสวและแสงออโรร่าที่ระยิบระยับราวกับแสงแห่งความฝันพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เสียงเครื่องยนต์ที่ดังสะท้อนก้องทั่วทั้งมิติ
นาฟขับรถแข่งสีแดงที่นำหน้าอยู่มองเห็นทางแยกที่ปรากฏตรงหน้า เส้นทางสามสายยืดยาวไปข้างหน้า แต่ละเส้นทางล้วนท้าทายและหฤโหดเหมือนๆกัน
นาฟเลือกเส้นทางตรงกลางอย่างเช่นเคยพุ่งทะยานผ่านไปด้วยความรวดเร็ว
คู่แข่งคนอื่นๆ ที่ตามมาก็แยกย้ายเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง
นาฟสัมผัสได้ว่ารถแข่งที่ตามหลังเขามาในเส้นทางนี้มีเพียงแค่ 7 คันและได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ดังไล่หลังมาไม่ไกล
นาฟมองไปที่จอภาพกลไกคอนโซลหน้ารถที่แสดงภาพรถแข่งคันหลังได้เห็นเป็นรถแข่งคันสีเงินเรียวยาว รูปร่างเหมือนกันทั้งหมด สี่คันวิ่งตามมาเป็นแถวแนวตรงโดยใช้เทคนิคบังลมให้กัน
พอเข้าสู่เส้นทางหินขรุขระเต็มไปด้วยก้อนหินแหลมคมพื้นดินที่ไม่เรียบทำให้นักแข่งต้องชะลอความเร็วลง
นาฟเองก็ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการขับขี่ เพราะรู้ว่าหากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เสียการควบคุมและพลาดหลุดออกจากการแข่งขันได้
รถแข่งทั้งสี่ที่ตามมาอาศัยจังหวะที่นาฟผ่อนความเร็ว ได้ขับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานก็เริ่มมีอุปสรรคของลูกหินน้อยใหญ่ล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าและมากขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้วความหนักหน่วงมากกว่ารอบคัดเลือกเสียอีก