โนโมโฟเบีย เป็การรวมสองคำคือ โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) และอาการกลัว(Phobia) ใส่ คำว่าโน (No) นำหน้าไปนิด ก็ได้คำศัพท์ใหม่ทันสมัย
แปลว่ากลุ่มอาการติดโทรศัพท์มือถือ และกังวลใจว่าถ้าหากไม่มีมันจะเป็อย่างไรสังเกตง่ายๆ คือ ห่วงแต่มือถือ เช็คหน้าจอตลอด วางไว้ใกล้ชนิดแค่ฝ่ามือคว้า
ภูสิตเหลือบตาจากข้อมูลไอแพ็ดที่ยกระดับปกสูทเทาแอบมองคนมีอาการดังว่า
เ้านายสวมเสื้อกั๊กน้ำเงินเข้มหลังโต๊ะทำงานหน้ามุ่ยพยายามกดมือถือโทร.ไปเบอร์ซ้ำๆ คิ้วใต้ผมหวีเสียเรียบขมวด ขบกรามเป็สัน อันเป็สัญญาณบอกว่าปลายทางไม่รับสาย
“เซ็นก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยโทร.ใหม่”
เลขาฯคู่ใจเก็บไอแพ็ดแนบอก พยักหน้าไปทางเอกสารรอการอนุมัติซึ่งวางค้างเติ่งไว้นานแล้ว
“ทิปไม่รับสายเลย ไม่แม้แต่จะโทร.กลับ”
ธรณ์บ่น แต่ยังวางโทรศัพท์ไม่ห่างมือนัก หยิบปากกาหมึกซึมแท่งดำเงาเลื่อมราคาแพงตวัดชื่อลงบนกระดาษ
“นั่นมันเมื่อห้านาทีที่แล้วนะที่คุณติดต่อเธอหลังจากนั้นก็จี้ตลอด สงสัยคุณทิปโทร.เข้าไม่ได้เพราะสายคุณสวนออกไปมั้งครับ”
ภูสิตเผยยิ้มน้อยๆ เพราะหากมากกว่านี้อาจเป็เขาเองที่โดนะเิลง
“เดี๋ยวเย็นนี้ก็เจอกัน”
“เจอไม่กี่ชั่วโมงแล้วฉันก็ต้องกลับไปนอนบ้านคนเดียวเนี่ยนะ”
เ้านายคำรามเสียงต่ำ ตาขุ่นจนกลัวใจว่าจะมากระชากคือเสื้อลูกน้อง
“ก็เป็ข้อตกลงก่อนงานแต่งนี่ครับว่าที่บ่าวสาวอยู่บ้านเดียวกันมันไม่งาม”
“แต่ฉันจะเหี่ยวตายเสียก่อนสิโว้ย!”
ปากกากระแทกแป๊กกับกระดาษบนแฟ้มหนังแข็ง ทิ้งตามแรงอารมณ์
“ผู้หญิงบ้าอะไร มีโทรศัพท์ก็เหมือนไม่มีติดต่อยากอย่างกับอยู่ขั้วโลกเหนือ”
ภูสิตไม่เคยไปขั้วโลกเหนือไม่รู้การสื่อสารจะยากอย่างเ้าตัวปรามาสหรือไม่แต่เขากลั้นขำไม่อยู่ในคำเปรียบเปรย จนอดปล่อยมากิ๊กหนึ่งจนได้
“ตลกอะไร โทร.หาเด็กที่ป้าเอื้องให้ไปอยู่กับทิปสิถามให้หน่อยว่าเขาไปไหน”
ธรณ์สั่ง เอนหลังจนพนักพิงเก้าอี้ไหวไปมาจนสูทกระดุมสองแถวที่กางคลุมไว้ ปลายแขนเสื้อสั่นน้อยๆ
“สายไม่ว่างครับ”
คำตอบมีมาในอีกไม่กี่นาที หลังภูสิตใช้โทรศัพท์ตัวเองบ้าง
“แล้วแบบอื่นล่ะ แชทถาม หรืออะไรแบบนั้น”
คนรอคอยยิ่งหน้าตึงยิ่งขึ้นไปอีก ไอเย็นจากเครื่องปรับอาการภายในห้องไม่แทรกซึมเข้าถึงเ้านายผู้ร้อนใจเลย
“โธ่!คุณธรณ์จะให้ผมไปขอไลน์ผู้หญิงดื้อๆเนี่ยนะ ผมก็อายเป็นะ”
ภูสิตแกล้งล้อ ขณะไลน์ถามป้าเอื้องให้ไลน์ถามเด็กชื่อแอนอีกที ผู้าุโทันสมัยเกินคาด
เดือนที่แล้วเพิ่งถอยโทรศัพท์มือถือใหม่ไว้เพื่อแชทกับญาติๆ ซึ่งเขาแอบไปขอแอดไอดีเรียบร้อย
“นายเป็เลขาฯ ก็ต้องทำได้สิ พยายามติดต่อทิปหรือใครก็ได้ไปดูเขาที่ทาวน์เฮ้าส์หน่อย เอ้างาน! ออกไปได้แล้ว”
เขารีบเก็บเอกสารบนโต๊ะโดยไว ขณะเ้าของห้องหมุนเก้าอี้หันหลังกลับ
ภูสิตปิดประตูห้องแล้วปล่อยก๊ากทั้งตลกทั้งสนุกในปฏิกิริยาของธรณ์ ที่เคยนิ่ง สุขุม มาดดี จนสาวๆเคยโหวตเป็หนุ่มหล่อในฝันจากนิตยสารดัง
ผู้ชายที่ไม่โทร.หาใคร มีแต่สาวๆ นั่นแหละเป็ฝ่ายโทร.หาคนไม่รอใคร เพราะมีแต่คนอื่นรอ
วันนี้แค่เวรุณีไม่รับสายก็เหมือนจะเป็จะตายอารมณ์ราวหนุ่มมัธยมเพิ่งริรัก
“คุณภูสิต คุณธรณ์มีอะไรหรือเปล่าคะโทร.มาหลายสายเลย”
ต้นเหตุความหงุดหงิดเ้านายโทร.หาเขาแทบจะทันทีทันใด
“คุณทิปนั่นแหละครับ เป็อะไรหรือเปล่าไม่รับสายท่าน”
หน้าต่างห้องทำงานกรุกระจกใสบานใหญ่เห็นภายในหมด นั่น! คนหลังเก้าอี้แผ่บรรยากาศโกรธกรุ่นเบาๆ
“ทะเลาะกันหรือเปล่าครับ”
เวรุณีเงียบไปนิดกับคำถามล้วงความในใจ
“คุยหน่อยเถอะครับ ท่านมูดดี้ั้แ่เช้า”
“โตจนขนาดนี้ ...ยังแยกเื่ควรทำกับไม่ควรทำไม่ออกอีก”เสียงตัดพ้อที่ภูสิตฟังแล้วเหมือนฟ้อง
“นิดๆ หน่อยๆ ก็ยอมท่านเถอะครับ”
เขาพอจะเดาได้ว่าเื่อะไร คงเกี่ยวกับอาการ“เหี่ยว”ที่เ้านายต้องกลับบ้านคนเดียวทุกคืน
“แหงล่ะ!เขาเป็เ้านายนี่คุณภูสิตก็ต้องเข้าข้างเขา”
อ้าว! ไหงกลายเป็เขาผิดไปได้ละนี่
“เปล่านะครับ เพียงแต่ท่านห่วงวันนี้ไม่ได้ไปกินข้าวเช้ากับคุณทิปเพราะต้องมาเซ็นเอกสารด่วนเดี๋ยวอีกสามสิบนาทีก็ต้องประชุมแล้ว”
“ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย”
ต้นเหตุอาการเ้านายยังตีรวนไม่เลิก
“เคยได้ยินไหมครับ...ยาดีที่สุดในโลกคือยาใจ”
“น้ำเน่าทั้งเ้านายทั้งลูกน้องเลยนะ”
ภูสิตยอมรับไม่เถียงแต่กับตัวเ้านายเองไม่แน่ใจว่าเป็อย่างที่เธอว่าหรือเปล่าทว่าชายหนุ่มรับรู้ถึงความรื่นเริงผ่านน้ำเสียง
“นะครับ...ถือว่าช่วยคนอื่นไม่ให้โดนอารมณ์ร้ายๆ ของคุณธรณ์คุณทิปก็รู้ดีนี่ว่าตอนท่านโกรธเป็ยังไง”
ไม่ตั้งใจขู่ แค่อธิบายคร่าวๆ ถึงผลลัพธ์ซึ่งทรงประสิทธิภาพเหลือเกินกระทั่งเวรุณีวางสายไป
ร่างเลขาฯหลบวูบหลังประตูแอบยื่นหน้าเมียงมองไปบริเวณหน้าต่างเพื่อดูสถานการณ์ เก้าอี้ธรณ์หันกลับโทรศัพท์บนโต๊ะวางนิ่ง
ชายหนุ่มจ้องประเมินแล้วกอดอกคิ้วขมวดกลับคลาย ริมฝีปากยกขึ้นเชิงพึงใจ นิ้วยื่นเตรียมกดรับบนหน้าจอ แล้วชะงัก
ชื่อเวรุณีพร้อมภาพเธอปรากฏบนหน้าจอธรณ์ใจฟูจนเกือบหายเคือง แต่ยังหักห้ามตัวเองไม่ให้รับสาย
เธอต้องได้รับบทเรียนเสียบ้างโทษฐานทำให้เป็ห่วง เขาโทร.เป็สิบสายก็ไม่ยอมรับ
จะงอนอะไรกันนักหนาในเื่เื่เล็กๆ น้อยๆเขามีสิทธิ์ในตัวเธอเต็มที่ ...สิทธิ์ที่มาก่อนสัญญาแต่งงานบ้าๆ นี่
เธอกับเขาเคยทำอะไรต่อมิอะไรด้วยกันมากเกินกว่าเมื่อเย็นนี้เสียอีก
เวรุณีควรสนใจความรู้สึกเขามากที่สุดไม่ใช่สายตาคนอื่น แต่หากจะมีเื่ให้เธอเสื่อมเสียเกียรติจริงๆธรณ์มั่นใจว่าตนเองจัดการได้อยู่แล้ว
โทรศัพท์เงียบเสียงลง พร้อมคิ้วกลับมาขมวดอะไรกัน! เธอโทร.หาแค่นี้หรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่เขาติดต่อเธอเป็ชั่วโมงเลยนะ
“ยัยตัวแสบ!”
ธรณ์จะทำอย่างไรกับเธอดีนอกจากคาดเดาไม่ได้แล้วยังทำให้เขาหัวปั่น ธรณ์ไม่เคยง้อใครกับน้องสาวก็มีแต่อ้อนและเอาใจเขา
การยอมให้เวรุณีกลับไปอยู่บ้านนี่ไม่ได้หมายความว่าให้เธอไม่ต้องสนใจเขา
เหมือนคนปลายทางจะรู้ใจหน้าจอปรากฏสายเข้าเป็รูปเธอ ธรณ์กดรับอย่างไม่ลังเล แล้วต่างฝ่ายต่างก็เงียบ
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณธรณ์โทร.มาตั้งหลายสาย”
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์”
เขาใช้เสียงแบบตำหนิลูกน้องเวลาทำงานพลาด
“ฉันไม่ได้เอามือถือไป”
เธอไม่ทุกข์ร้อนหรือมีแววสำนึกผิดในน้ำเสียง
“แล้วคุณไปไหนมา! โทรศัพท์น่ะมันของจำเป็นะถ้าเกิดเื่อะไรมากับคุณ คนอื่นจะได้รู้”
ถ้าเ้าหล่อนอยู่ตรงหน้า ธรณ์จะจับตัวเขย่าๆให้หัวคลอนเลยทีเดียว ในยุคที่คนติดมือถือนับเป็ปัจจัยที่ห้าในการดำรงชีวิต
เห็นจะมีแต่เธอเท่านั้นแหละไม่ไยดีมันที่ติดตัวเป็ประจำมีแต่ไอพ็อดไว้ฟังเพลง
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เดินไปสถานีตำรวจสิอยู่ใกล้ๆ นิดเดียวเอง”
“แล้วคุณไปที่ไหน ถึงใกล้สถานีตำรวจแบบนั้น”
“ฉันไปลานออกกำลังกายชุมชนเล่นโน่นนี่จนเหงื่อโทรมเลย มันอยู่ใกล้ๆ สถานีตำรวจ”
ทาวน์เฮ้าส์เวรุณีมีสถานที่นั้นหรือเปล่าธรณ์ไม่ทันสังเกต สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือ
“ถ้าอยากออกกำลังทำไมไม่ไปฟิตเนต มีที่ๆผมเป็สมาชิกอยู่นะ เดี๋ยวจะให้ภูสิตเอาไปสมัครไปให้”
“ไม่เอา...” หญิงสาวเสียงยาน “แพงไป”
“จะไปแคร์อะไร ผมจ่ายให้”
เวรุณีย่นจมูก ว่าที่เ้าบ่าวเธอเป็ประเภท(ไม่)แก่ ใจดี สปอร์ต กทม. เห็นได้จากการจ่ายงบไม่อั้นในการเตรียมการแต่งงาน
“ฉันี้เีไปไหนไกล ขอออกกำลังกายใกล้ๆบ้านนี้แหละ”
เธอตัดบท เวรุณีขอมีศักดิ์ศรีเล็กๆ ของตัวเองที่จะสวยโดยไม่ต้องพึ่งเงินเขา
หลังจากไปลองชุดแต่งงานแล้วต้องแก้ขนาดเพราะก้นใหญ่ไปเธออยากดูดีที่สุดในวันแต่งงาน
“งั้นครั้งต่อไปก็เอามือถือไปด้วยเย็นนี้ผมจะไปทานข้าวนะ” เื่โทรศัพท์ผ่านไป เื่ที่สองก็เข้ามา
“คุณไม่มีงานเลี้ยงอะไรเหรอไม่ต้องมากินข้าวกับฉันทุกวันก็ได้”
ความเงียบเกิดขึ้นในทันใดโทรศัพท์เครื่องจ้อยดังสูบอากาศสดชื่นยามเช้าไปหมด
“ทำไมผมจะไปหาคุณทุกวันไม่ได้”
เวรุณีได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเก้าอี้เนื่องจากอีกฝ่ายขยับตัว
“คุณให้เหตุผลมาสิทิป”
นี่แหละที่เธอไม่กล้าโทร.หาเขาั้แ่แรกในวันนี้จนต้องคุยกับภูสิตก่อนเพื่อหยั่งเชิงอารมณ์เ้านายเขา
“เรายังไม่ได้แต่งงานกันคุณมาอยู่บ้านฉันจนดึกดื่น เสาร์อาทิตย์ก็ด้วย คนเขาจะมองยังไง”
“บอกเขาไปสิว่าจะแต่งกันอยู่แล้วถ้าข้องใจนักก็เอาชื่อที่อยู่มา เดี๋ยวให้คนส่งการ์ดเชิญให้”
เธอนึกภาพเขาออกเลยธรณ์ต้องพูดออกมาด้วยใบหน้ามั่นอกมั่นใจแน่ ...แต่เวรุณียังมีเหตุผลซ่อนเร้นอื่น
“คุณธรณ์คะ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะฉันอยู่คนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง”
เธออธิบายเสียงอ่อนลง
“การที่คนพร้อมสมบรูณ์แบบอย่างคุณมาขอแต่งงาน...มันเหมือนความฝัน ฉะนั้นเื่ระหว่างคุณกับฉันที่คนจะจดจำแล้วก็เล่าต่อๆไปอีกหลายปี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ฉันจึงอยากมีแต่เื่ดีๆ ค่ะถ้าเป็เื่ไม่ดีแล้ว ฉันที่ตัวคนเดียว จะไม่มีใครมาแก้ต่างให้”
“คิดมากน่าทิป”
ความขุ่นเคืองมลายหายจากใจชายหนุ่มเมื่อคิดได้ว่าหญิงสาวที่รักของเขามีชีวิตอ้างว้างเพียงใด
“ถ้าคุณธรณ์แก้ตัวให้คงไม่แคล้วโดนหาว่าหลงฉัน”
ไม่ใช่ไม่แคล้ว...ธรณ์คิดในใจ แต่เขาหลงเธอจริงๆ ต่างหาก
“เราพลาดตอนฉันอยู่แบงค์แล้วนะคะ”
นั่นก็เถียงกันยืดยาวกว่าเวรุณีจะยอมลาออกเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน
“ข่าวว่าฉันเป็เมียเก็บคุณไง”
“ไม่เอาสิ พูดไม่เพราะเลย...เขาเรียกอยู่ก่อนแต่ง”
ธรณ์แปลกใจในความสามารถในการแถของตนเหมือนกันแต่ช่างเถอะ! หากเธอสบายใจเขาก็จะทำ
“ความหมายเดียวกันนั่นแหละคะเราเคยพลาดมาแล้ว เพราะฉะนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก”
“แต่จะไม่ให้ผมไปเจอหน้าคุณอีกผมไม่ยอมนะ”
เวรุณีคาดไว้แล้วว่าเขาต้องค้านเช่นนี้
“งั้นมาเจอกันได้ค่ะ แต่...”
เธอลากหางเสียงยาวก่อนรัวเร็ว
“คุณธรณ์ห้ามแตะเนื้อต้องตัวฉันนะคะ ปากไม่ได้มือไม่ได้ กอดไม่ได้ ห้ามแอบแกล้งมาอยู่ด้านหลัง ห้ามขึ้นห้องนอน อ้อ! ชั้นสองของบ้านก็ไม่ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสายตาใครหรือสองต่อสองก็ตาม”
“ไหงงั้นล่ะ!”
คนฟังถึงกับคราง
“นั่นเป็เื่ที่สุภาพบุรุษดีๆ ควรทำค่ะ”
“ยังโกรธเื่เมื่อค่ำวานอยู่อีกเหรอ”
“ก็ฉันห้ามแล้วคุณธรณ์ไม่ฟังเลย”
เขาจูบเธอตามปรกติ แต่ดูดดื่มไปหน่อยรู้ตัวอีกทีหลังก็แตะผิวนุ่มๆ ของโซฟาแล้วเวรุณีรวบรวมสติจากความรัญจวนใจอย่างมากห้าม
ธรณ์ผู้ห่างเนื้อนิ่มมานานกลับทนไม่ไหมมือแข็งๆ ล้วงลึกลงใต้ปกเสื้อ ััความละมุนของผิวเธอ
ทันใดนั้นแอนซึ่งป้าเอื้องให้มาอยู่เป็เพื่อนก็เข้ามาบอกว่าท่อระบายน้ำอ่างล้างจานตันทั้งเธอและเขาหน้าแดงกันทั้งคู่
เวรุณีต่อว่าธรณ์ เขาไม่ทุกข์ร้อนเรียกแอนมาและบังคับให้สัญญาว่าจะไม่เอาเื่ที่เห็นไปบอกใคร
แอนตัวสั่น น้ำตาคลอ เวรุณีเห็นแล้วสงสารต่อไปชีวิตเด็กคนนี้จะไม่เหมือนเดิม ต้องอยู่กับความหวาดระแวง กลัวเ้านายลงโทษกลัวการตกงาน กลัวครอบครัวลำบาก
เธอโกรธธรณ์ที่ใช้วิธีรุนแรงเหนือจากนั้นเวรุณีโทษว่าเป็ความผิดตนเอง ทำเื่ไม่สมควรทำให้คนอื่นเดือดร้อนเธอจึงต้องทำเื่ที่ตัวเองเท่านั้นจะทำได้
“นะคะ ...คุณธรณ์ อีกไม่กี่สัปดาห์เองเราก็จะแต่งงาน ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้ว”
เวรุณีภาวนาให้ธรณ์ใจอ่อน มิเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว
“คุณยังมากินข้าวกับฉันได้นะคะถ้าจะมาวันนี้ฉันจะลองทำอาหารอิตาเลี่ยนแบบที่เราดูกันในสารคดีวันก่อนให้คุณชิม”
เธอเปลี่ยนมาอ้อน
“ร้ายนักนะทิป”
“ผู้หญิงตอแหลก็อย่างนี้แหละค่ะ”
ครั้งหนึ่งเคยเป็คำบริภาษแสลงหูตอนนี้เธอเก็บไว้ล้อเลียนเวลาตนทำอะไรแสบๆ ให้เขา
“คุณยื่นขอเสนอที่ผมไม่อาจปฏิเสธได้อีกแล้ว”
เสียงหัวเราะใสแว่วจากปลายสายเพราะเธอรู้ว่านี่เป็วลีจากภาพยนตร์ “ก๊อดฟาร์เธอร์” เื่โปรดของเขา
“แต่ก่อนอื่น ต้องมีมัดจำก่อน เปิดเฟซไทม์สิผมอยากเห็นหน้าคุณ”
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาเขาคิ้วขมวด
“นี่คุณใส่ชุดนี้ไปออกกำลังกายเหรอ”
ธรณ์โวยวายใส่โทรศัพท์ ฝากไปถึงสาวเสื้อกล้ามผมรวบตึง เหงื่อพราวหน้า
“บ้าแล้วคุณ!”
เธอตาโต
“ฉันใส่เสื้อยืดทับต่างหาก นี่เพิ่งกลับมาอยู่ในห้องตัวเองเลยถอดเสื้อเตรียมจะอาบน้ำแล้ว”
เวรุณีเคลื่อนโทรศัพท์เก็บภาพในห้องนอนตนให้เขาดู
“ใส่เสื้อยืดอย่างเดียวเวลาออกำลังกายมันไม่กระชับอกฉันมันเกะกะ ใส่เสื้อกล้ามค่อยช่วยได้หน่อย”
ธรณ์หน้าปุเลี่ยนแล้วยิ้มบางครั้งนึกสงสัยว่าเวรุณีจงใจพูดยั่วเขาหรือเปล่า แต่จากนิสัยตรงๆของเธอเขาว่าไม่ใช่ เสน่ห์เธอเกิดจากความตรงๆ ไม่เสแสร้งนี่แหละ
อกที่เธอบ่นว่าเกะกะแต่เขาและผู้ชายเกือบทั้งโลกกลับชอบ แม้แต่งตัวมิดชิด ยังมิอาจปิดความเด่นได้ธรณ์ทั้งภูมิใจปนหวง เวลาพาเธอไปไหนๆ แล้วชายอื่นมองตามตาปรอย
“ให้ผมดูห้องนอนคุณเยอะๆ สิทิปอีกหน่อยก็ไม่ได้ขึ้นไปแล้ว”
ภาพบนเจอเคลื่อนไหวตามแรงเหวี่ยงอย่างดีใจของคนโทร.มาเมื่อคำภาวนาสัมฤทธิ์ผลธรณ์ยอมรับคำขอของเวรุณี
“ผมอยากแต่งงานไวๆวันนี้พรุ่งนี้ได้ยิ่งดีเลย”
เขาโอดเสียงไม่ทรมานจริงจังนัก
“อยากค่ะ ตราบเท่าที่คุณงานยุ่งจนมีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวในการพบเวดดิ้งแพลนเนอร์”
เวรุณีย่นจมูกกับความจริงของว่าที่เ้าบ่าวอันน่าอ่อนใจแต่งงานกับคนรวย ...ไม่ร้อนเงิน แต่ขาดเวลา
ธุรกิจมูลค่ามหาศาลอยู่ในกำมือเขาช้าแม้แต่นาทีเดียวอาจหมายถึงสูญทรัพย์มหาศาล เวลาคือเงินทองธรณ์ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เธอเห็นได้จากการทำงาน
“อยากให้จบเร็วๆ ตอนนี้ละอยากให้เหมือนสมัยก่อนประเภทหนีตามกันไป อุ้มคุณเข้าหอไปเลย”
ยิ่งรู้จัก...ก็ยิ่งรู้ว่าธรณ์ไม่ได้สุขุมดังที่คิด เขามีทั้งความทะลึ่ง คิดอะไรแผลงๆไม่ต่างกับน้องชายเธอ ธรณ์ไม่ปิดบังความปรารถนาในตัวเวรุณีเลย
“คุณก็เคยทำแล้วนี่ ตอนเราเจอกันครั้งแรก”
“แต่ผมยอมปล่อยคุณมาแล้วไง ถือว่าหายกัน”
เธอเบ้ปากหมั่นไส้คนช่างโมเมรู้ตัวตัวผิดยังพลิกลิ้นให้กลายเป็ถูกได้
“อย่าทำปากยั่วอย่างนั้นสิทิปเพิ่งห้ามผมเองไม่ให้จูบ”
นั่น! แถมยังตีขลุมเข้าข้างตัวเองเสียอีก
“พอแล้วค่ะ คุณธรณ์ทำงานทำการได้แล้วส่วนเื่งานแต่งที่จะคุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์บ่ายนี้ เดี๋ยวฉันส่งรูปไปให้นะคะมีอะไรค่อยคุยกันอีกทีตอนเย็น”
เวรุณีต้องตัดบทเองมิฉะนั้นจะยาว
ภูสิตที่ยังยืนข้างประตูแอบมองเ้านายเห็นเขาหูแนบโทรศัพท์ ขยับปากรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็สงบ คิ้วคลาย มุมปากกระตุกเริ่มอมยิ้ม
ภายในห้องทำงานดูสว่างไสวเ้านายหัวเราะเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นเสมอศีรษะ ภาพบนจอเคลื่อนไหวภูสิตนึกขอบคุณไวฟายความเร็วสูงของบริษัทจริงๆ ที่เปลี่ยนนรกเป็์
เอาล่ะ!ประชุมเช้านี้ผ่านฉลุยแน่นอนคิดแล้วลูกน้องก็ค่อยย่องออกไปให้ไกลห้องเ้านาย
“คุณทิปคะเมื่อสักครู่มีคนโทร.หาค่ะ”
แอนรายงานทันทีเมื่อเธอเปิดประตูรั้วท้ายรถธรณ์ซึ่งใช้ให้คนขับรถพาเวรุณีไปไหนต่อไหนเพิ่งลับตาไป
“เขาโทร.มาเบอร์บ้านถามว่านั่นใช่บ้านคุณทิปไหม วันนี้คุณทิปอยู่หรือเปล่า”
ในยุคที่เกือบทุกคนมีมือถือใครกันเหนอจะโทร.เข้าเบอร์บ้าน คิดพลางยื่นถุงวัตถุดิบมื้อเย็นให้เด็ก
“พอหนูถามว่าเป็ใคร เขาก็บอกว่าเป็ญาติค่ะ”
“ฉันไม่มีญาติที่ไหนนะ”
“ใช่ค่ะ หนูก็ว่านั้น เลยวางสายไปเลย”
คนอ่อนกว่าพยักหน้าเห็นด้วย
“งวดต่อไปถ้ามีโทร.มาอย่างนี้ให้บอกเลยนะ ว่าฉันคุยกับตำรวจอยู่หน้าบ้าน”
เ้าของบ้านเดินนำเข้าครัวเปิดตู้เย็นหยิบน้ำรินดื่ม ขณะแอนวางของบนโต๊ะ
“คุยเื่อะไรกับตำรวจเหรอคะ”
เธอแทบสำลักน้ำกับความพาซื่อ
“ฉันหมายถึงให้โกหกต่างหากล่ะ คนร้ายจะได้กลัวเพราะคิดว่าเรามีตำรวจอยู่ด้วย”
“อ้อ! ค่ะ”
แล้วแอนก็เตรียมลำเลียงของเข้าตู้เย็นแต่เวรุณีห้ามไว้เสียก่อน แอนจึงไปทำงานบ้านต่อ
เธอนั่งเปิดมือดูสูตรอาหารอิตาลีในครัวพิซซ่ายากไป ลาซานญ่าก็ไม่มีเตาอบ สปาเก็ตตี้ พาสต้า ธรณ์คงเบื่อแล้ว เวลาไปงานเลี้ยงคงเจออาหารพวกนี้บ่อย
เย็นนี้เวรุณีจึงเลือกเมนูไก่ซาลทิมบ็อคคาเป็อาหารหลักเธอหาข้อมูลในเวปไซต์แล้วว่าทำง่าย ไม่ใช้อุปกรณ์เยอะ
ส่วนเครื่องเคียงก็เป็สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศเพราะกลัวเขาไม่อิ่มแถมซีซ่าร์สลัดให้ด้วย สูตรหาได้จากอินเตอร์เน็ตทั้งนั้น
เธอจะได้กู้หน้าเื่มือถือที่เขาบ่นว่าซื้อมาตั้งแพงแต่ไม่ยอมพก ...อย่างน้อยเธอก็ไว้ให้หาข้อมูลทำกับข้าวให้เขาได้ละน่า
“คุณทิปคะคุณทิป”
“มีคนมาหาคุณทิป เขาบอกว่าเป็ญาติค่ะ”
ตะวันคล้อยจากฟ้า จวนเจียนจะลาลับวันที่น่าเบื่อหน่ายของหลายคนอาจใกล้สิ้นสุด ทว่าความสุขของธรณ์เพิ่งเริ่มต้น
รถคันงามกำลังแล่นฝ่าการจราจรแออัดมีปลายทางคือทาวน์เฮ้าส์หลังน้อยของเวรุณี
ธรณ์จงใจไม่โทร.หาเธอ ให้ภูสิตเตรียมไวน์ดีๆไว้ เพื่อดื่มคู่กับอาหารอิตาเลียน เขาตั้งใจให้เป็เซอไพรส์ แต่การจราจรก็ติดสาหัสสากรรจ์เหลือเกิน
“ให้ผมโทร.บอกคุณทิปไหมครับว่าเราจะไปถึงช้าหน่อย”
ภูสิตถามจากเบาะหน้าข้างคนขับ
“ไม่ต้องหรอก ทิปเขาเข้าใจ”
ข้อดีของการไม่ติดโทรศัพท์คือเวรุณีไม่โทร.ตามจิกเขาเธอจะรอถ้าเขาบอกว่าจะไปหา และธรณ์ก็ไม่เคยผิดนัดเสียด้วย
เวรุณีรู้จักการรักษาระยะห่างเธอเลือกจะอยู่ในที่ทางของตัวเอง ซึ่งเป็ทั้งส่วนที่น่ารักและน่าหงุดหงิด
...น่ารักตรงเขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจน่าหงุดหงิดที่เธอดูสบายๆ จนเหมือนคนไม่มีแฟน
ครั้งหนึ่งทั้งสองไปทานมื้อค่ำด้วยกันระหว่างเดินออกมาจากร้าน เขามีสายสำคัญจากลูกค้าเธอจึงเลี่ยงไปเลือกขนมฝากเด็กที่ดูแลบ้านและคนขับรถ
ธรณ์คุยโทรศัพท์ไม่กี่นาที หันมาอีกครั้งเวรุณีก็ยืนหัวเราะคิกคักกับเชฟฝรั่งชุดขาวหุ่นอ้วนหูตาคนพูดทั้งแพรวพราวทั้งโลมเลียหน้าอกเธอ
ขนาดเขาเดินไปใกล้ยังไม่หยุดคู่สนทนาเธอชี้ไปยังเค้กชนิดหลากสี หลายขนาดในตู้กระจก เวรุณีก้มลงมองตาม
เดรสดอกไม้แดงบนพื้นม่วงไลแลคปกคว้านคล้อยลงต่ำกระทั่งเห็นเนินอวบ ซึ่งเ้าตัวไม่ได้สนใจตามุ่งอยู่ที่เค้กจนเขาต้องกระแอมไอหลายครั้ง
“คุณธรณ์ นี่เชฟฟรานซิสค่ะเขาเป็ปาร์...อะไรนะคะ”
เธอแนะนำแล้วเอียงคอถามไปทางนั้น เพราะเป็คำภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ
“ปาร์ติซิเย่ เลดี้”
เ้าเชฟคนนั้นโค้งตัวและวาดมือขึ้นระดับอก
“ไอแคนเมคสวีทติ้งแอสยัวร์วิช”
ธรณ์บอกตนเองในใจว่าจะไม่พาเวรุณีมาทานร้านนี้อีกแล้ว
รถจอดลงโดยยังไม่ถึงบ้านหญิงสาว
“เข้าไม่ได้แล้วล่ะครับมีรถที่ไหนไม่รู้มาจอดหลายคันเลย”
คนขับรถรายงาน โตโยต้าเวลไฟร์และฟอร์จูนเนอร์นิสสันฟิกาโร่ โฟล์คสวาเกนเชอร๊อคโคจอดเรียงกันตามถนน
บ้านใครมีงานกันหนอ ภูสิตเดินตามเ้านายพร้อมปรายตามองทึ่งๆที่จอดๆ อยู่นี่ราคารวมกับน่าจะสิบล้านขึ้นประตูรั้วบ้านเวรุณีก็มีเบนซ์เอสคลาสขวางอยู่
คิ้วธรณ์นิ่ว ตำหนิความไร้มารยาทของเ้าของรถซึ่งสร้างความลำบากให้คนอื่นเขาแทรกกายสูงใหญ่ไปจนถึงประตูจนกดกริ่งได้
แอนรีบกระวีกระวาดมาเปิดประตูชายหนุ่มได้ยินเสียงพูดคุยอื้ออึงและภาพผู้คนมากมายในบ้าน
“วันนี้คุณทิปมีญาติมาหาค่ะ”
ทาวเฮ้าส์หลังน้อยของเวรุณีแคบลงถนัดตา คนแปลกหน้าทั้งนั่งหน้าระเบียงบนโซฟา รวมถึงเอาเก้าอี้ในครัวออกมานั่งด้วย
เวรุณียิ้มจืดเจื่อนตอบคำถามหญิงสูงอายุตาหยี ผิวขาวจัด
“โอ๊ะ!คุณธรณ์มาแล้วอาม่าคะ คนนี้ไงที่จะแต่งงานกับทิป”
สาววัยกลางคนผิวขาวหุ่นอวบร้องบอกจากหน้าระเบียง
“ว่าที่เ้าบ่าว”
และแล้วภูสิตก็ได้ฟังเื่จริงที่ยิ่งกว่านิยาย
“อาเวทย์ อีเป็คนดี”
หญิงชราซึ่งมาที่รู้หลังว่ามีศักดิ์เป็อาม่ากลายๆของเวรุณีรำพึงทั้งน้ำตา
“อีเก่ง แต่อายุสั้น”
พ่อเวรุณีเป็เด็กกำพร้าเถ้าแก่เ้าของโรงสีที่จังหวัดนคร์เห็นความฉลาดจึงเลี้ยงไว้กระทั่งกลายเป็หลงจู๊ของโรงสี
ทีแรกก็หมายหมั้นจะให้แต่งกับสาวกลางคนหุ่นอวบแต่เขากลับหลงรักนักศึกษาสาวซึ่งมาออกค่ายอาสาในจังหวัด ทั้งสองติดต่อกันเรื่อยมา
ท่ามกลางความไม่พอใจของเถ้าแก่ซึ่งเป็สามีอาม่าจนยื่นคำขาดว่าหากเลือกแม่เวรุณีก็ให้ออกจากโรงสีไป โดยจะไม่ให้อะไรติดตัวเลย
ซึ่งเขาก็ใจเด็ดออกจากที่นั่นมาโดยมีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว
“เฮียเวทย์ แกดี๊ดีพูดให้สติเื่การเลือกคู่ ตอนน้ามาตามแกที่กรุงเทพฯ”
คนเล่ายิ้มละไม ตาส่องประกายเปี่ยมสุขเมื่อหวนระลึกถึงความหลัง
“น้าเศร้าไปพักหนึ่งจนมาเจอเฮียเป้านี่แหละคนที่รักน้าจริงๆ เลยแต่งแล้วอยู่ด้วยกันมาถึงตอนนี้”
เธอแตะแขนสามีพุงพลุ้ยเขายิ้มเฉ่งตอบ
“อาฮวดรักอาเวทย์มากแค้นมากเหมือนกันที่อีเลือกผู้หญิงมากกว่าบุญคุณ ตัดเป็ตัดตาย ไม่ยอมให้ใครติดต่ออาเวทย์เลยไม่มีใครรู้ข่าว”
ธรณ์ซึ่งมานั่งบนโซฟาแล้วยื่นมือไปกุมเวรุณีไว้ เขาคิดว่าเธอคง้ากำลังใจ ซึ่งเธอก็สบตาเขาและบีบมือตอบ
“จนใกล้ตายถึงบอกว่าอาเวทย์มาเข้าฝันบอกฝากให้ดูแลลูกอีด้วย”
อาม่าน้ำตาพรากญาติๆ ยื่นทิชชู่ให้เป็พัลวัน
“อีบอกลูกอีเหลือตัวคนเดียวแล้ว”
ไหล่บางข้างเขาสั่นไหว หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าเวรุณีร้องไห้ตามไปด้วยอีกคน
ธรณ์ตบเสื้อกางเกงหาผ้าเช็ดหน้า ภูสิตไวกว่ารีบหยิบจากกระเป๋าในสูทตัวเองให้
“ยังไม่ได้ใช้ครับ”
เลขาฯรีบบอกทันที ธรณ์ในสถานการณ์เฉพาะหน้าจึงจำใจรับมายื่นให้เธอ
“คงเป็ตอนที่ไทม์เสีย”
เวรุณีเช็ดพึมพำพลางเช็ดน้ำตา
“เราก็เลยใช้นักสืบไม่อยากจากไปกับฐิติอย่างเตี่ยทำ จนมารู้ว่าทิปกำลังจะแต่งงานนี่แหละจ้ะ”
สาวอวบเฉลย
“ลื้อไม่มีญาติเลยใช่ไหมอีหนู ชีช้ำแน่เลยฮั้วจะเป็เถ้าแก่ฝ่ายหญิงให้”
อาม่าบอกความตั้งใจเสียงดัง
“งานเป็แบบไหนจ้ะ จัดในโรงแรมใช่ไหมต้องมีพ่อเ้าสาวนำเดินเข้าพิธีด้วยสิ นี่เลย!เฮียเป้าจะเดินแทน”
เวรุณีที่ยังงงๆอยู่ หันมาขอความเห็นธรณ์ในทันใด
“ขอบคุณครับ อย่าลำบากเลย ผมกับทิปเกรงใจ”
ธรณ์ส่งยิ้มแบบเป็ทางการเวลาคุยกับลูกค้า
“พวกฉันไม่ลำบากเลยค่ะคุณธรณ์อาจสงสัยว่าทำไมมานับญาติกับทิปเอาจนป่านนี้ คือเราไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฮียเวทย์บ้าง เขาไม่ส่งข่าวบอกใครตอนรู้เื่ทิปเราก็เสียใจกันมาก ถึงเฮียจะไม่ใช่ลูก ใช่หลาน หรือพี่น้องแท้ๆของตระกูล แต่เราก็คิดถึงเฮียมาก”
หากดวงตาเป็หน้าต่างของใจ...เวรุณีก็รับรู้ถึงความเศร้าของคนพูดได้จริง
“เรามัวแต่กลัวเตี่ยโกรธ แต่พอแกจะตายเรารู้กันเลยว่าแกให้อภัยแล้ว”
“อั้วอยากจะทำอะไรตอบแทนอาเวทย์บางตอนอยู่โรงสีก็ทำงานงกๆ ออกไปก็บ่จี้ ไม่มีอะไรเลย”
อาม่าเสริม ธรณ์นับถือพ่อของว่าที่ภรรยาออกมาแต่ตัวยังสร้างทรัพย์สินน้อยๆ ไว้ให้ลูกขนาดนี้ขนาดตายไปแล้วยังมีคนมาขอตอบแทนบุญคุณ
“ทองหยองอะไรลื้อมีไหมเวลาไปเป็สะใภ้คนเขาจะได้ไม่ดูถูก บ้านลื้อเป็ไทยหรือจีนล่ะ จะแต่งแบบไหน”
ผู้สูงยกข้อมือเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องประดับของเวรุณีมาพินิจแล้วถามเขา
“ผมเชื้อจีนครับ เื่พิธีซินแซที่รู้จักกันเขาจัดการกับเวดดิ้งแพลนเนอร์แล้ว”
ภูสิตเผลอพยักหน้าเห็นด้วย...เพราะเขาเองนั่นแหละที่เป็คนติดต่อ ธรณ์ไม่เคร่งเื่พิธี แต่ญาติๆ ไม่ยอมภูสิตจึงจำต้องจัดการให้
“ไฮ้!เด็กสมัยใหม่จะไปรู้เื่อะไรเดี๋ยวเรียกมาสิ อั๊วจะดูให้”
น้ำหูน้ำตาที่ไหลเมื่อครู่ดูเหมือนจะหายไปหมดอาม่าเริ่มเครื่องร้อน ด้วยเห็นว่าเป็พิธีใหญ่ของคนสำคัญในชีวิต
“พอก่อนเถอะค่ะอาม่า นี่มันค่ำแล้วนะ”
ลูกสาวหุ่นอวบท้วงอ่อนๆ
“ทิป ไหนๆ คุณธรณ์ก็มาแล้วไปกินข้าวกันหน่อยไหม เฮีย! โทร.หาร้านสิเยาวราชไม่เอานะรถคงติด หาใกล้ๆ แถวนี้ มีกี่คนนะไหนนับสิ”
ว่าแล้วก็ยกนิ้วชี้นับจำนวนเป็จังหวะขึ้นลง
“สั่งมากินที่นี่ดีไหมครับ”
ภูสิตยกมือเสนอเมื่อคำนวณจากรถแต่ละคันและสภาพการราจรแล้ว
“ให้ร้านมาทำแคทเทียริ่งให้ทีเดียวเลย”
“อั้วไม่กินอาหารฝรั่งนา วันดีๆอย่างนี้มันต้องโต๊ะจีน”
อาม่าร้องขอซึ่งไม่เกินความสามารถของภูสิต
“ได้ครับงั้นผมจะให้จัดโต๊ะจีนมาสามสิบที่เผื่อเติมนะครับ”
เขากวาดตามองอาณาเขตบ้านอย่างว่องไวเพื่อหาพื้นที่วางเพิ่มโต๊ะ
“อยากกินอาหารทะเลด้วยอ่ะ กินแต่อาหารจีนเลี่ยน!”
หนุ่มสาวอายุน้อยที่นั่งอยู่ในครัวร้องบ้าง
“ครับๆ อาหารทะเลนะ”
ภูสิตสวมบทเลขาฯนอกเวลางานหยิบไอแพ็ดมาบันทึกความ้าของทุกคนในทันใด
หน้าบ้านเวรุณีมีเสียงกดกริ่งแอนวิ่งไปดูแล้วนำใครบางคนเข้ามา
“ลูกค้าเราให้ทุเรียนเลยเอามาฝากทิป”
พจนารถยิ้มงงๆ ยกกระสอบทุเรียนขนาดย่อมขึ้นระดับอกแล้วเหล่มองผู้คนมากมาย
“ทุเรียนเหรอ!”
เด็กตุ้ยนุ้ยซึ่งไม่รู้ว่าเป็ญาติกะทันหันคนไหนของเธอวิ่งจากระเบียงมาจับก้นถุง
“ใช่ สดๆ จากสวนเลย พี่ไปเมืองนนท์มา”
“ขอบใจนะนารถ”
การมาของเพื่อนในสถานการณ์แปลกประหลาดนี้ทำให้หญิงสาวผ่อนคลายมากจนส่งยิ้มหวาน แต่คนนั่งข้างไม่คิดเช่นนั้น
“ภูสิต!”
ธรณ์เรียกต่ำชวนขนหัวลุก เลขาฯมองตามตาวาวๆของนายก็ถึงบางอ้อ รีบเอ่ยในทันใด
“ครับๆ สั่งทุเรียนก้านยาวมาด้วยนะครับ”
แล้วรีบสไลด์หน้าจอมือถือหาทั้งร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าซึ่งขายทุเรียนราคาแพง
หวังกู้หน้าเ้านายเอามาถล่มอดีตคู่แข่งหัวใจ ซึ่งกำลังดีใจแก้มแทบปริกับยิ้มของเวรุณี...ให้พังยับเยินอีกครา
“พี่ทิปกับแฟนเจอกันได้ยังไงคะ”
นิ้วคีบตะเกียบของเวรุณีซึ่งกำลังคีบเนื้อเป็ดปักกิ่งอยู่ชะงักในทันใด
ธรณ์ให้ภูสิตสั่งอาหารแบบงบไม่อั้นอีกแล้วเรียกว่าแทบเหมาภัตตาคารมาไว้บ้านเธอ...ฉะนั้นแค่เป็ดราคาแพงไม่กี่ตัวถือว่าธรรมดามาก
“อาลิลลี่ลื้อถามอย่างนี้กับผู้ใหญ่ได้ยังไง”
อามาเอ็ดคีบผัดโป๊ยเซียนเข้าปาก
“หนูอยากรู้นี่”
ตาเด็กสาวเป็ประกาย ฉายแววช่างฝันเวรุณีเหลือบไปทางธรณ์
“ผมกับทิปเจอกันเพราะน้องเขากับน้องผมเป็เพื่อนกัน”
ชายหนุ่มเล่าเสียงสงบต่างจากเมื่อหลายเดือนก่อน
“ผมเจอกับเขาที่โรงพยาบาลมีเื่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย แต่เราก็เข้าใจกันในที่สุด”
ธรณ์ตัดตอนเสียกระชับคีบเนื้อปลากะพงนึ่งเต้าเจี้ยวใส่จานอาหารเธอ พจนารถที่นั่งอยู่กับภูสิตเห็นแล้วเม้มปาก
เลขาฯสงสารคนอกหักอยู่หรอก แต่แสดงออกนอกหน้าไม่ได้เพราะนั่นก็เ้านายที่เคารพ เขาจะโดนพิโรธเสียเปล่าๆ