เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 เชื่อว่าวันพรุ่งนี้จะดีขึ้น

            หลังจากหลินชุ่ยอิงเสร็จธุระส่วนตัวแล้ว เธอก็เดินไปสมทบกับหลินกั๋วผิงที่ร้านขายเสื้อผ้า

            หลินกั๋วผิงชี้ไปที่ราวเสื้อผ้าเด็กซึ่งแขวนเสื้อสีสันฉูดฉาดสะดุดตาเหมาะกับวัยแปดเก้าขวบ แล้วหันไปปรึกษาญาติผู้พี่

            “พี่รอง... ช่วยดูหน่อยสิว่าตัวไหนที่เสียวเสวี่ยพอจะใส่ได้ เมื่อก่อนเรื่องเสื้อผ้ามีแม่คอยจัดการให้ตลอด ชุดใหม่ที่ใส่ตอนปีใหม่แม่ของแกก็เป็นคนซื้อให้ผมตั้งใจว่าจะหาชุดสำหรับใส่ช่วงฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงให้ลูกสักชุด”

            หลินชุ่ยอิงพยักหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อไหมพรมสีชมพูอมส้มพีช ตัวเสื้อพิมพ์ลายการ์ตูนน่ารักที่หน้าอก หลังจากพลิกดูซ้ายขวาอย่างถี่ถ้วน เธอก็หันไปถามราคา

            เจ๊เจ้าของร้านรีบบอกราคาพร้อมเชียร์ขาย “เสื้อไหมพรมรุ่นนี้กำลังฮิตที่สุดในปีนี้เลยนะคุณ เหมาะกับเด็กผู้หญิงมาก... ว่าแต่ลูกสาวบ้าน     อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?”

            “หลานสาวฉันปีนี้เก้าขวบแล้วค่ะ แต่ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันหน่อย ฉันว่าเสื้อตัวนี้ดูโคร่งไปนิด มีไซซ์เล็กกว่านี้ไหมคะ?” หลินชุ่ยอิงต่อรอง

            “โธ่คุณ... เด็กๆ โตเร็วนะคะ ปีนี้ใส่หลวมหน่อย ปีหน้าก็พอดีแล้ว รุ่นนี้มีแค่เบอร์เดียว ถ้าไม่ถูกใจก็ลองดูแบบอื่นแทนนะคะ”

            หลินกั๋วผิงมองเสื้อตัวนั้นตาเป็นมัน เขารู้สึกถูกชะตากับมันมาก จึงรีบสรุป “เอาเบอร์นี้แหละ พี่รอง เหมือนที่เจ๊บอกนั่นแหละ ปีนี้ใส่หลวมหน่อย ปีหน้าก็พอดีตัว”

            นอกจากเสื้อไหมพรมแล้ว หลินชุ่ยอิงยังช่วยเลือกเสื้อตัวนอกและกางเกงให้ทิงเสวี่ยอีกอย่างละตัว ตอนจ่ายเงินเธอยืนกรานจะควักกระเป๋าจ่ายเองให้ได้ หลินกั๋วผิงทนแรงรบเร้าของพี่สาวไม่ไหวจำต้องยอมตามใจ

            แต่คนอย่างหลินกั๋วผิงไม่ยอมเอาเปรียบใครฝ่ายเดียว เขาจึงไปซื้อของเล่นให้ซูเจียหนิง ลูกชายของหลินชุ่ยอิงหลายชิ้นเป็นการตอบแทน

            ทิงเสวี่ยกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้าน ก็ได้พบกับเซอร์ไพรส์กองโต

            “พ่อคะ! เสื้อผ้าใหม่พวกนี้พ่อซื้อให้หนูหมดเลยเหรอคะ?”

            เด็กผู้หญิงร้อยทั้งร้อยย่อมชอบเสื้อผ้าใหม่ แม้เพิ่งจะได้ใส่ชุดใหม่ไปตอนตรุษจีน แต่ทิงเสวี่ยก็ยังตื่นเต้นกับเสื้อผ้าชุดใหม่เสมอ เสื้อผ้าทั้งสามชุดตรงหน้านี้สวยถูกใจเธอทุกตัว

            เห็นลูกสาวชอบ หลินกั๋วผิงก็พลอยหน้าบาน “เสื้อผ้าพวกนี้ ป้ารองของลูกช่วยเลือกให้ แล้วป้าเขาก็เป็นคนจ่ายเงินด้วยนะ เสียวเสวี่ย ลูกชอบก็ดีแล้ว... ต่อไปถ้าพ่อหาเงินได้เยอะๆ พ่อจะซื้อชุดสวยๆ ให้ลูกอีกเพียบ จะจับลูกแต่งตัวให้เหมือนเจ้าหญิงน้อยเลยดีไหม?”

            “พ่อคะ หนูเชื่อพ่อค่ะ หนูเชื่อว่าขอแค่พ่อตั้งใจขายซาลาเปา พรุ่งนี้ของพวกเราจะต้องดีขึ้นแน่นอนค่ะ”

            มื้อเย็นวันนั้น หลินกั๋วอัน ที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่นาน จู่ๆ ก็วางตะเกียบลง แล้วเอ่ยกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “พี่ครับ... ผมว่าจะซื้อหมูมาเลี้ยงสักสองตัว”

            ยังไม่ทันที่หลินกั๋วผิงจะตอบรับ ทิงเสวี่ยก็ชิงพูดขึ้นก่อนด้วยความตื่นเต้น “ดีเลยค่ะ! ดีเลยค่ะ อาสาม หนูเชียร์ให้อาเลี้ยงหมูเต็มที่ แต่ซื้อแค่สองตัวมันน้อยไปนะคะ อาทำคอกหมูให้ใหญ่หน่อย แล้วเลี้ยงหลายๆ ตัวเลยดีกว่า ซื้อแม่หมูพันธุ์ดีมาสักตัวด้วย พอแม่หมูออกลูกก็เลี้ยงไว้ รอจนโตเป็นหมูขุนตัวอ้วนๆ แล้วค่อยจับขายทีเดียว”

            หลินกั๋วผิงพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันว่าความคิดเสียวเสวี่ยเข้าท่านะ เจ้าสาม แกทำคอกหมูรอไว้ก่อน แล้วซื้อลูกหมูมาสักสองสามตัว กับแม่หมูตัวใหญ่อีกสักตัว... ตอนนี้ฉันซึ้งแล้วว่าลำพังทำนาอย่างเดียวมันหาเงินได้ไม่เท่าไหร่จริงๆ สู้ทำนาควบคู่กับหารายได้เสริมไปด้วยดีกว่า แกจะเลี้ยงหมูหรือจะมาเรียนนึ่งซาลาเปากับฉันก็ได้นะ เราจะได้ช่วยกันขาย”

            หลินกั๋วอันนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ผมว่าผมเลี้ยงหมูดีกว่าครับ”

            เมื่อตกลงปลงใจจะเลี้ยงหมู สิ่งแรกที่ต้องทำคือสร้างคอก

            หลินกั๋วอันกะว่าจะทำคอกหมูแบบง่ายๆ พอให้กันแดดกันฝนได้ แต่ทิงเสวี่ยไม่ยอม เธอยืนกรานให้เขาทำให้ดีหน่อย ถึงขั้นลงทุนวาดแบบแปลนโครงสร้างคอกหมูให้เป็นพิเศษ

            ในชาติก่อน ปีที่ทิงเสวี่ยเสียชีวิต เป็นปีที่ราคาเนื้อหมูพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เธอจำได้แม่นว่าราคาพุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 35-36 หยวน คนเฒ่าคนแก่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกิดมาค่อนชีวิตไม่เคยเห็นหมูราคาแพงลิ่วขนาดนี้มาก่อน

            ราคาหมูที่พุ่งสูงทำให้คนเลี้ยงหมูรวยเละกันถ้วนหน้า ในหมู่บ้านเล็กๆ บางแห่ง คนที่เลี้ยงหมูเยอะหน่อย ปีเดียวถึงกับกำเงินสดไปซื้อบ้านในตัวอำเภอได้ทั้งหลัง

            ทิงเสวี่ยเคยเห็นคอกหมูมาตรฐานมาแล้ว ให้ตายเถอะ... มันน่าอยู่กว่าบ้านคนบางหลังเสียอีก

            หลินกั๋วผิงกับหลินกั๋วอันเห็นแบบแปลนคอกหมูที่ทิงเสวี่ยเขียนมาให้แล้วถึงกับส่ายหน้า

            “เสียวเสวี่ยเอ๊ย... พวกเราจะสร้างบ้านให้หมูอยู่นะ ไม่ใช่สร้างบ้านคน” หลินกั๋วอันแย้ง

            “นั่นสิ คอกหมูจะทำให้หรูหราไปทำไม เปลืองวัสดุเปล่าๆ” หลินกั๋วผิงเสริม

            ทิงเสวี่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พ่อคะ อาสามคะ หนูรู้นะคะว่าคอกหมูชาวบ้านเขาทำกันง่ายๆ แต่คนทำดีๆ ก็มีนะคะ... ถ้าเราทำคอกดี หมูอยู่สบาย มันก็ย่อมโตเร็วไม่ใช่เหรอคะ? กินอาหารเหมือนกัน ทำไมหมูบ้านนี้โตเร็ว หมูบ้านโน้นโตช้า? ก็เพราะสภาพแวดล้อมไงคะ หมูก็เหมือนคนเรานี่แหละค่ะ อยู่สบายกายก็สบายใจ กินอิ่มนอนหลับ แล้วก็จะรีบโตเป็นหมูอ้วนให้เราขายไงคะ”

            สองพี่น้องลองตรองดู... อืม ฟังดูมีเหตุผลแฮะ

            ในเมื่อเห็นดีเห็นงามตามคำหลานสาว งานสร้างคอกหมูจึงดำเนินไปตามแบบแปลนนั้น

            พื้นที่ข้างบ้านหลินกั๋วอันเป็นที่ดินว่างเปล่าผืนใหญ่ เขาจึงเลือกสร้างคอกหมูตรงนั้น ด้วยความที่เป็นคนอัธยาศัยดี พอลงมือสร้าง เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องแซ่หลินต่างก็มาช่วยลงแรง แน่นอนว่าพี่ใหญ่อย่างหลินกั๋วเซิ่งก็ต้องมาช่วยด้วย

            และแน่นอน... จางเสี่ยวเสีย พี่สะใภ้ใหญ่ตัวแสบ ก็โผล่หน้ามาผสมโรงด้วย

            “ไอ๊หยา! น้องสาม... แกก็แค่ทำคอกหมูไม่ใช่เรอะ? ทำไมต้องทำให้ใหญ่โตเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้? รู้ก็รู้ว่าเป็นที่อยู่หมู ไม่รู้นึกว่าสร้างบ้านให้คนอยู่นะเนี่ย... แค่คอกหมูจำเป็นต้องทำดีขนาดนี้เชียว? แกนี่มันมีเงินเหลือเฟือจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจริงๆ ให้ตายสิ!”

            ลำพังไม่ช่วยก็แย่พอแล้ว จางเสี่ยวเสียยังปากดีคอยกระแนะกระแหนไม่เลิก

            หลินกั๋วอันเป็นคนซื่อและปากหนัก ประกอบกับเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ทำให้พูดไม่ชัด เขาจึงไม่ถนัดเถียงใคร ได้แต่ก้มหน้ารับฟังคำถากถางเงียบๆ

            บังเอิญภรรยาของหลินหงเจี้ยนเดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี เธอไม่ถูกชะตากับจางเสี่ยวเสียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเห็นคนดีถูกรังแกจึงอ้างว่าทนไม่ได้ ขอหยุดเพื่อฉะฝีปากสักหน่อย

            “ไอ๊หยา! คุณป้าคะ ดูพูดเข้าสิ... อาสามทำคอกหมู คุณป้าไม่ช่วยแรงก็แล้วไปเถอะ ทำไมยังต้องมาพูดจาบั่นทอนกำลังใจกันด้วยล่ะคะ?”

            จางเสี่ยวเสียตวัดสายตามองแรง “ฉันกำลังคุยเรื่องคนในบ้านฉัน มีส่วนไหนให้ 'คนนอก' อย่างแกสอดปากมิทราบ?”

            ภรรยาหลินหงเจี้ยนยิ้มเย็น “แหม... คุณป้านับอาสามเป็นคนในครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?”

            “แก...” จางเสี่ยวเสียหน้าม้านไปวูบหนึ่ง แต่ก็แถต่อได้ทันควัน “ต่อให้ฉันไม่นับน้องสามเป็นคนในบ้าน เขาก็ยังเป็นน้องชายแท้ๆ ของผัวฉัน พวกเราก็ถือเป็นคนกันเอง... เมียเจ้าหงเจี้ยน เธอว่าจริงไหมล่ะ?”

            ภรรยาหลินหงเจี้ยนยิ้มเยาะ “ก็ได้ค่ะ ในเมื่อคุณป้านับญาติว่าเป็นคนกันเอง งั้นคุณป้าก็อย่าดีแต่พ่นน้ำลายสิคะ รีบไปช่วยอาสามหยิบจับอะไรบ้าง ฉันรู้ดีค่ะว่าปกติบ้านคุณป้าน่ะ 'กินแรง' อารองกับอาสามไปไม่น้อย... ก็เห็นว่าพวกเขาเป็นพ่อม่ายหัวเดียวกระเทียมลีบ จะโขกสับยังไงก็ได้สินะคะ”

            โดนจี้ใจดำเรื่องเอาเปรียบคนโสดเข้าจังๆ จางเสี่ยวเสียถึงกับหน้าชา

            หลินกั๋วผิงกลัวศึกจะบานปลาย รีบกระแอมไอขัดจังหวะ “เอ่อ... เมียหงเจี้ยน หมูของน้องชายบ้านเดิมเธอจะจับขายได้เมื่อไหร่เหรอ?”

            “บ้านเดิมของฉันอยู่ที่หมู่บ้านซงหยวนค่ะ น้องชายคนรองเลี้ยงแม่หมูไว้สองตัว ปกติพอขุนได้สักห้าหกสิบชั่ง หรืออาจจะขาดเกินนิดหน่อยเขาก็ปล่อยขายแล้วค่ะ”

            เธอตอบอย่างฉะฉาน การเลี้ยงหมูขุนขายให้เกษตรกรรายย่อยไปเลี้ยงต่อ เป็นวิถีทำกินยอดฮิตของยุค 90 สมัยนั้นเกือบทุกบ้านในชนบทต้องมีเล้าหมู เลี้ยงกันบ้านละตัวสองตัวเป็นกระปุกออมสินมีชีวิต ต่างจากอีกยี่สิบปีให้หลังที่การเลี้ยงหมูรายย่อยแทบสูญพันธุ์ เหลือแต่ฟาร์มระบบปิดนายทุนใหญ่

            ภรรยาหลินหงเจี้ยนหัวไวพอที่จะรู้ว่าหลินกั๋วผิงจงใจเปลี่ยนเรื่อง เธอจึงรับมุกต่ออย่างแนบเนียน “หมูของน้องชายฉันใกล้จะจับขายได้แล้ว      ฉันว่าถ้าอาสามจะซื้อลูกหมู ลองไปดูที่บ้านน้องชายฉันสิคะ มีทั้งสีดำสีขาว เลือกได้ตามใจชอบเลย”

            ด้วยแรงสามัคคีของทุกคน คอกหมูของหลินกั๋วอันก็สร้างเสร็จภายในเวลาสองวันกว่าๆ

            พื้นที่คอกหมูขนาดห้าหกสิบตารางเมตร ก่อด้วยหินฉาบดินเหลืองอย่างง่ายๆ มุงหลังคาด้วยแผ่นปูนซีเมนต์ เหลือแค่ประตูคอกที่ต้องใช้ช่างไม้ในหมู่บ้านมาทำให้

            หลินกั๋วผิงถามน้องชาย “เงินพอใช้ไหม? ถ้าขาดเหลือบอกพี่นะ”

            หลินกั๋วอันอึกอักอยู่นานกว่าจะยอมสารภาพ “ค่าของพออยู่ครับพี่ แต่ถ้าจะให้ไปซื้อลูกหมูมาลงอีก เงินในมือผมคงเหลือไม่กี่หยวน”

            ลำพังรายได้จากที่นาไม่กี่ไร่ หักภาษีบำรุงท้องที่แล้วแทบไม่เหลือเก็บ

            หลินกั๋วผิงเองก็ไม่ได้อู้ฟู่ไปกว่ากัน แถมยังมีลูกสาวต้องเลี้ยงดู ถ้าไม่ใช่เพราะเงินก้อนนั้นที่ทิงเสวี่ยได้มาจากแม่ เขาก็คงไม่มีกำลังพอจะช่วยน้องชาย

            “ฉันให้แกยืมก่อนสามร้อยหยวนนะ แต่เงินก้อนนี้เป็นเงินชดเชยที่แม่เสียวเสวี่ยทิ้งไว้ให้ลูก... วันหน้าถ้าแกตั้งตัวได้แล้ว ต้องเอามาคืนหลานด้วยนะ”

            หลินกั๋วอันรีบโบกมือปฏิเสธ “ช่างเถอะพี่ เงินไม่พอผมก็ลดจำนวนลูกหมูลงสักตัวก็ได้ เงินของเสียวเสวี่ยผมแตะต้องไม่ได้หรอก”

            “นี่เป็นความตั้งใจของเสียวเสวี่ยเองนะ เธออยากให้ฉันเอาเงินมาช่วยแกให้แกตั้งใจเลี้ยงหมู... เธอหวังว่าเราจะช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว นิสัยหลานของแกน่ะก็รู้ดีนี่นา ตามใจหลานเถอะ”

            ในที่สุดหลินกั๋วอันก็ยอมรับเงินสามร้อยหยวนนั้นด้วยความตื้นตัน

            บ้านน้องรองนึ่งซาลาเปา ขายบ้าน น้องสามจะเลี้ยงหมูขุน...

            จางเสี่ยวเสียมองดูน้องสามีพ่อม่ายทั้งสองที่เริ่มจะลืมตาอ้าปากได้ดียิ่งกว่าบ้านตัวเอง ความริษยาก็ปะทุขึ้นในอก เธอไม่ต้องการเห็นใครได้ดีไปกว่าตน โดยเฉพาะคนที่เธอเคยดูถูกเหยียดหยามมาตลอด... หากพวกมันรวยขึ้นมาจริงๆ ความเกลียดชังในใจ เธอคงทวีคูณเป็นเท่าตัว!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247