ผู้คนในวงสนทนากินดื่มเริ่มลดจำนวนลง ด้วยระยะเวลาที่เริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่พาเหล่าเด็กๆที่ดีใจตื่นเต้น เล่นกันในเวลาค่ำคืนอย่างไม่เคยมาก่อน ทยอยกลับเข้าที่พัก ยกเว้นเหล่าผู้าุโที่ยังคงล้อมรอบท่านทรนงเพื่อรับฟังประสบการณ์ในอดีต อย่างไม่เคยมาก่อน เพาะเป็อดีตที่แทบจะถูกเก็บเป็ความลับสึดยอดต้องห้ามเผยแพร่ถึงที่มาที่แท้จริงของการรวม 4อาณาจักรและการก่อตั้งกองกำลังปราบมารที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน
ช่างดิเลกเป็ช่างประดิษฐ์อาวุธประจำหมู่บ้านแห่งเหล็ก เอ่ยถามถึงที่มาของดาบมารทมิฬ ซึงเป็ยอดศาตราวุธแห่งยุค อย่างสนใจ
แต่เดิมระหว่างทางที่ข้าเดินทางกลับไปยังสำนัก 5 ดาบที่ตั้งในดินแดนของาาอิสสระ ได้พบเจอการต่อระหว่างจอมเวทย์กับปีดิบัม่วง ซึ่งเป็อสูรในสายกรดพิษ ก็ทราบข้อมูลว่า จอมเวทย์ท่านนี้มาเพื่อปราบัผีดิบตัวนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีกลุ่มผู้กล้าเดินทางมาก่อนหน้านี้ 5 คน แต่ถูกฆ่าและกินไปกันหมดแล้ว ด้วยขนาดของัผีดิบที่ใหญ่โตราวปราสาท การปราบที่ต้องใช้เวทย์สายขาวศักดิสิทธิ์ ในการปราบด้วยเวทย์สายขาวบริสุทธิ์ทำให้เวทย์ที่ใช้รักษาเมื่อร่ยเวทย์ใส่ ผีดิบกลับได้ผลตรงกันข้าม จนสลายปีกั ของผีดิบได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้มันหลบหนีไม่ได้
ข้าพกพาเพียงดาบเหล็กสุดแสนธรรมดา ด้วยมั่นใจในเพลงดาบมารทมิฬไร้พ่ายที่เพิ่งสำเร็จมาใหม่ จึงกระหายการต่อสู้เป็อย่างมาก จึงพุงตัวเข้าร่วมการต่อสู้อย่างไม่ลังเล หรือรอให้ร้องขอ
ข้าฝึกวิชาสายสมาธิเพื่อสร้างความมั่นใจหลายพ่ายแพ้สุรีย์อีกครั้ง กรดพิษและกรงเล็บขนาดใหญ่และรวดเร็วรุนแรงทุกการโจมตีที่หลบได้ ฝากรอยยุบตามแรงที่พื้นดินไว้ไทชม่ต่ำกว่าครึ่งเมตร
ัผีดิบแม้ไร้สติ แต่สัญชาตญาณในการฆ่าและกินเหยื่อยัคงเกินร้อย มันมุ่งจู่โจมที่ข้า ทำให้ท่านจอมเวทย์มีโอกาสใช้เวทย์เพื่อโจมตีัผีอย่างกับฝึกซ้อมร่วมกันมา
กรดพิษของมันกัดกร่อนได้ทุกอย่างทั้งยังแทรกซึมอยู่ทั่วของมัน ข้าฟันมันได้หลายครั้ง เมื่อสำรวจที่ดาบของ พบคมดาบถูกกัดกร่อนกินลึกเกือบถึง ส่วนของสันดาบ ทำให้ข้าเปลี่ยนการโจมจากอาวุธ เป็ปราณดาบ ที่ตอนนั้นข้าบรรลุปรารดาบ 7 อัศจรรย์ ถึงขั้น สลักเพชร
ัผีดิบ ทั้งถูกฟันด้วยปราดาบ และทะลวงเจาะ แต่ไม่ได้ลดฮึกเหิมของมันได้เลย ข้าแม้จะว่องไวกว่า แต่การหลบการโจมตีเพื่อหาจุดตายนานนับเกือบชั่วโมงก็ทำให้ข้าเหนื่อยล้า ขาและลำตัวถูกกรงเล็บเกี่ยวกระชากเป็บแผลลึกหลายจุด ท่านจอมเวทย์ต้องร่ายเวทย์แบ่งสมาธิทั้งช่วยข้าและเพื่อโจมตีัผีดิบ
ข้ารู้สึกละอายจึงเร่งโจมตี ปราณดาบผสานเป็หนึ่งกับดาบด้วยกระบวนท่า คมทมิฬชำระแค้น ก่อเกิดปราณทมิฬสีดำพวยพุ่งขึ้นฟ้าเสริมพลังดาบผ่าเข้าที่ท้องหวังผ่าให้ขาดเป็2ส่วน แต่ได้แค่ผ่าจนสิ่งที่อยู่ในท้องของมันไหลทะลักออกมา เป็เศษซากมนุษย์ที่มันกินเข้าไป แต่ส่วนที่น่าสนใจที่สุดคือ ก้อนโลหะสีดำที่น่าจะถูกหลอมด้วยกระพิษจากอาวุธและเกราะวิเศษที่มันกินไปพร้อมกับเหยื่อ แม้แต่เศษอัญมณีมีแตกบางส่วนก็ถูกหลอมผสมไปด้วย
ตัวัม่วงผีดิบ ดิ้นสะบัดแยกชิ้นส่วนท่อนบนกับท่อนร่างตัวเอง ปล่อยให้ท่อนล่างไหลทะลักเต็มไปด้วยกรดพิษกระจายไปทั่วท่อนบนพุ่งเข้าใส่ท่านจอมเวทย์แบบสุดตัว แต่ถูกหยุดไว้ด้วยปราณวิเศษ ที่หมุนเป็วงกลมแพร่รัศมีออกมารอบฝ่ามือขวาตรึงท่อนบนที่อ้าปากใหญ่โตขนาดที่กลืนกินได้ทั้งตัวในครั้งเดียว ส่วนปากและจมูก ผีดิบค่อยๆถูกบดขยี้ด้วยปราณและแรงสะท้อนแรงกระแทกของมันเอง
วิชาปรารณนี้ข้ามั่นใจว่าเหมือนกับพลังพลิกฟ้าไว้ดินขั้นสุดยอด สามารถใช้ปรารของตนได้อย่างใจนึก แม้แต่พลังของผู้อื่นก็ถูกดูดซับมาเป็ของตนได้อย่าง อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่าน้อยคนนักที่ฝึกสำเร็จ ที่ผ่านมาท่านเคยเห็นเพียง3 ผู้ไร้พ่ายทั้ง 3ท่าน คือท่านชูเกียติ ยอดฝีมือเพลงดาบ ท่านวีรเดชมหาจอมเวทย์ ท่านสัมพันธ์เ้าแห่งเพลงหมัดวิทยายุทธการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เท่านั้น แม้แต่จะเป็ยอดฝีมือคนละแขนง แต่สำเร็จวิชาพลิกฟ้าไว้ดินขั้นสูงสุดทั้ง3 ท่านและเพราะนำมาใช้ผสานกับวิชาของตน ทั้ง เพลงดาบ เพลงหมัดมวย และจอมเวทย์ จนไร้ผู้ต้านทาน เป็ที่มาของสมญานาม 3 ผู้ไร้พ่้ายแห่งเผ่ามนุษย์ เมื่อพวกท่านสิ้นชีวิตตามอายุขัย ก็ไร้ผู้พบเห็นวิชานี้ เท่าที่ทราบก็หลายสำนักดาบและสำนักต่อสู้ ที่พวกท่านเคยถ่ายทอดวิชาปราณพลิกฟ้าไว้ดิน เพื่อพัฒนาวิชาของสำนักตน
แต่ขั้นสูงสุดของพลิกฟ้าไว้ดินนั้นข้าเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก แม้แต่อาจารย์ก็ไม่บรรลุถึงขั้นนี้
เวทย์ผสานกับปรารพลิกฟ้าไว้ดิน ถูกส่งไปยังัผีดิบอย่างต่อเนื่อง ร่างที่แม้มีเพียงครึ่งแต่ยังใหญ่โตมโหฬารเกิน 6 เมตร ค่อยๆสลายเป็ยละอองผุยผง ตามลักษณะของผีดิบที่ถูกแสงอาทิตย์ ข้าเฝัามองด้วยความตกตะลึง ในความไร้ประโยชน์ของฝีมือตัวเอง
เหงื่อท่วมกายท่านจอมเวทย์ พร้อมทรุดร่างลงเมื่อัผีดิบั์สลายไปทั้งทั้งล่างที่ขาดอยู่ก่อน หลงเลือเพียงเศษซากที่ไหลออกมาจากท้องรวมถึงก้อนโลหะและอัญมณีวิเศษนัลร้อยชิ้น บ่งบอกถึงจะนวนเหยื่อที่ถูกมันกินเข้าไป เพราะหากส่วนบนรอดมาได้ก็สามารถรวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้ง นับเป็มอนสเตอร์กลายพันธุ์ที่มีพลังชีวิตไร้ขีดจำกัดตัวหนึ่ง มีเพียงการเผาด้วยแสงแดดหรือเวทย์ที่รักษาหรือการเพิ่มพลังชีวิตที่เป็ผลตรงกันข้ามกับสิ่งมีชีวติที่เคยตายมาแล้ว กลับฟื้นแบบไร้สติ หลงเหลือเพียงสัญชาตญาในกานกินเท่านั้นที่พลักดันให้ออกตามล่าเหยื่อเพื่อเป็อาหาร เืที่ไหลเวียนเปลี่นเป็กรดพิษเหมือนต้องสาป
จอมเวทย์ “ดูจากเพลงดาบและพลังปราณของท่าน น่าจะมีพื้นฐานปราณพลิกฟ้าไว้ที่ดัดแปลงเป็วิชาประจำตัวของนายเอง ซึ่งข้าชื่นชม หากเพียงแต่พลังปราณไม่อาจเอาชนะได้ทุกอย่าง ต้องอาศัยพลังเฉพาะที่หักล้างกัน”
เป็ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกันั้แ่เริ่มร่วมกันต่อสู้กับัผีดิบ ทำให้ทราบชื่อจอมเวทย์ว่าคือท่าน อัครเดช นักเวทย์สายขาวศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์สำนักเขาผลึกตั้งอยู่ด้านขวาสุดห่างจากอาณาจักรพฤกษาหลายร้องกิโลเมตร สำเร็จวิชาเวทย์จากศิษย์โดยตรงของนักเวทย์แห่ง 3 ผู้ไร้พ่าย สำเร็จวิชาเวทย์ทั้งสายขาวและสายดำ ซึ่งน้อยคนนักจะสำเร็จทั้ง 2 สายนี้ได้ในคนคนเดียว
“ข้าและผู้กล้าอีกหลายคนได้รับเชิญจากาาแห่งอาณาจักพฤกษาเพื่อมาปราบัผีดิบซึ่งออก อาละวาดตามหมู่บ้านรอบนอกอาณาจักร ซึ่งเป็ผลจากการทดลองของอาณาจักกาปา ที่นำเอาัม่วงซึ่งเป็ัพิษ ทดลองผสานเวทย์ปลุกชีพเพื่อใช้งาน แต่ไม่อาจควบคุมมันได้ ทั้งนี้กลุ่มของท่านได้ออกกำจัดกลุ่มอาณาจักรที่แอบทดลองในหอคอยด้านเหนืออาณาจักรพฤกษาแล้ว ในกลุ่มที่ร่วมทดลองมีหลายคนเป็เผ่ามนุษย์แต่เข้าสวามิภักดิ์กับอาณาจักร โดยมีหนึ่งในประกายแสงกาปาที่เป็หัวหน้าจอมเวทย์ ควบคุมการทดลอง การต่อสู้เพื่อหาสาเหตุและวิธีปราบผีดิบมังกตัวนี้ มันถูกควบคุมจากปนะกายแสงกาปาได้เป็บางเวลา แต่สุดท้ายกันก็กลิืนกินผู้สร้างมันทั้งหมด จนร่างของมันขยายตัวโตมโหฬารด้วยพลังจากผู้ที่มันกลืนกิน ระหว่างที่หาหาต้นตอการกำเนิดผีดิบ ทันได้หลบหนีด้วยปีกอันใหญ่ด้วยความรวดเร็ว มีเพียงเหล่าผู้กล้าอีก 6 ท่านที่ติดตามมันทัน แต่สุดท้ายมันก็กลืมกินทั้ง 6 ท่านทั้งหมด ข้าได้เฝ้าติดตามแต่ไม่ทันเห็นเพียงท่านคนสุดท้ายที่กำลังถูกกลืนกินลงท้อง มีควันพิษพุ่งออกทางหูจมูกและปากจากการย่อยสลายน่าสยดสยอง พลังพลิกฟ้าไว้ดิน แม้ทรงพลังหาที่เปรียบมิได้ แต่ต้องอาศัยสมาธิในการรวบรวมปราณอย่างมาก”
ดีที่ข้ามาช่วยแบ่งจุดสนใจต่อัผีดิบ ด้วยดาบที่เป็จุดสนใจต่อมันอย่างมาก แต่ตอนดาบถูกกรดกัดกร่อนจนเหลือเพียงด้ามเพราะได้หักสลายไปตอนที่ใช้ท่าคมทมิฬชำระแค้น ดาบเหล็กธรรมดาไม่อาจรับพลังปรารณขั้นสูงได้ ข้าจึงจำเป็ต้องหาดาบเล่มใหม่ที่ทนทานพอที่รับปราณทมิฬของข้าได้
จอมเวทย์ อัครเดช “ข้าเห็นพลังดาบของท่านแล้ว คาดเดาว่าคงเป็ มารทมิฬไร้ปฐีที่ถูกประกาศจับ โดยาาอิสสระ เมื่อประมาณ1เดือนก่อน ใบปิดล่าค่าหัวของท่านกระจายไปทั่ว 4 อาณาจักร รวมถึงถูกส่งไปยังอาณาใกล้เคียง รวมถึงตอนนี้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เรียกตัวเองว่ากองกำลังปราบมาร เพื่อตามล่าอาชญากรอย่างท่าน ด้วยค่าหัวมากมายมหาศาล ข้าก็ได้มาใบนึง ท่านลองดูก็แล้วกัน "
ใบตามล่าค่าหัว มีการวาดใบหน้าข้าไว้ค่อนข้างเหมือน หากพบเจอ
"ระบุว่าในภาพคือบุคคลชื่อ ทรนง ศิษย์เอกคนรองแห่งสำนัก 5 ดาบ มีฝีมือเพลงดาบล้ำเลิศแต่หลงไหลในฝีมือตน จนฝึกวิชาต้องห้าม มีอาการคุ้มคลั่งจน เป็ฆาตรกรสังหาร 3 าา
1.าาสรชัช แห่งอาณาจักรนภา 2.าาแสงฟ้า อาณาจักรนภา 3.าากุลนันท์ อาณาจักรทิพย์ศิลา ในงานเลี้ยงฉลองและระหว่างหลบหนีได้สังหารผู้คนอีกมาย มีโทษหนัก ถือเป็บุคคลอันตรายที่สุดของเผ่ามนุษย์ สามารถจับ หรือแจ้งแก่กองกำลังปราบมาร เพื่อร่วมจับกุมหรือสังหารได้ โดยมีค่าหัวนำจับ เริ่มต้น 1แสนเหรียญทองคำเป็อย่างน้อย เมื่อจับกุมหรือสังหารได้" ด้วยค่าหัวที่สูงมากนี่จึงมียอดฝีมือรักมากมายสนใจออกล่าค่าหัว ข้า
ตัวข้าในตอนนั้นรู้ตัวดีว่าไม่ใช้คู่ต่อสู้กับท่าน อัครเดช จึงรีบชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่ข้าถูกกล่าวใส่ร้าย รวมถึง หนังสือสัญญาบางส่วนที่แสดงให้เห็นว่ามีการสมรู้ร่วมคิดในการวางแผนสังหารทั้ง 3 าามานานมากแล้ว โดยใส่ร้ายข้าและใช้เป็ข้ออ้างในการปกครองอาณาจักรของาาอิสสระ
ท่านอัครเดชรับหนังสือที่มีการลงนามของขุนนางที่ร่วมก่อการทั้ง 3อาณาจักรซึ่งในตอนนั้นาาอิสสระให้ผลประโยชน์ตอบแทนมากมายรวมถึงอำนาจในการปกครองแทนรัชทายาทของแตาละอาณาจักรในตอนนั้น เป็การยืนยันในหลักฐานตามเอกสารสัญญาที่ข้าแอบบขโมยมา และข้าล่าถึงการต่อสู้รวมถึงการเอาตัวรอดในครั้งที่ผ่าน จนได้คิดค้น 7ดาบมารทมิฬไร้พ่ายเพื่อทดแทนวิชาของสำนัก 5 ดาบเป็การตัดขาดในเชิงฝีมือเพื่อไม่ให้เดือดร้อนถึงอาจารย์และสำนัก5 ดาบ
เกือบ 2 เดือนที่ข้าเดินทางเพื่อมาส่งท่านเทพพฤกษา มีเื่ราวเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงอำนาจที่ยิุงใหญ่ของสัตรูที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ข้ายิ่งเข้าถึงตัวพวกมันยากขึ้น
และความสามารถในการบริหารอาณาจักรของาาอิสสระก็ยิ่งทำให้ประชาชนแทบจะลืมเลือนาาองค์เดิมที่เคยปกครออาณาจักรของตนอย่างรวดเร็ว พรน้อมให้การสนับสนุนการบริหารชองาาอิสสระ มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวาาอิสสระแม้ปากจะบอกตลอดเวลาว่าไม่อยากปกครองทั้ง 3 อาณาจักร แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม
เริ่มแรกชี้ให้นโยบายของาาองค์ก่อนที่ผิดพลาดในหลายเื่ และปรับเปลี่ยนตามที่ตนเองคิด แม้จะผ่านผู้บริหารชุดเดิม แต่ก็แสดงออกว่ามาจากาาอิสสระเอง เพื่อให้ประชาชนยอมรับในความสามารถ ทั้งค่อยๆเพิ่มอำนาจโดยการนำคนของตน เข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ พร้อมผลประโยชน์ที่เกิดจากบริหารก็เกิดขึ้นจริง แก้ไขปัญหาแต่ละอาณาจักรรวมถึงข้อขัดแย้งต่างๆเช่นทรัพยากร การทหารลและอาณาเขต ทำให้ทั้ง 4 อาณาจักรปรองดองกันได้เหมือนในอดีต ด้วยการเข้าบริหารเพียงไม่กี่เดือนหลังจากาาองค์ก่อนถูกสังหาร ข้้อติดใจของประชาชนในการแทรกแซงการบริหารและการสังหาร 3 าาในอาณาจักรของาาอิสสระก็ค่อยๆเบาบางลง กลับกลายเป็ศัทธาแทน และความผิดทั้งหมดก็ตกมาที่ข้าทรนง มารทมิฬไร้ปฐี ที่ถูกไล่ล่าจนไร้ปฐี
ท่านอัครเดชเมื่อทราบที่มาของข้าก็รู้สึกเห็นใจ รวมทั้งให้คำแนะนำ เื่อาวุธชิ้นใหม่ โดยให้ข้าเอาเหล็กดำของไหลออกมาจากท้องของัม่วงผีดิบ ไปหลอมเป็อาวุธใหม่ โดยมีช่างตีดาบมีมีฝีมือ ชื่อ ฤทธิเดช ในหมู่บ้านแห่งเหล็กที่สามารถตีดาบขึ้นมาเป็อาวุธวิเศษชิ้นใหม่ขึ้นมาได้
ด้วยตำราตีดาบของท่านชูเกียติ 1ใน3 ผู้ไร้พ่าย เคยถ่ายทอดวิชาตีดาบให้ นั้นก็คือพ่อของช่างดิเลก นั่นเอง เป็การแกล้งถามเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าพ่อของตนเป็คนตีดาบมารทมิฬไร้พ่าย อันนับเป็ดาบวิเศษแห่งยุค
อัญมณีต่างๆก็แบ่งกันโดยหากจะนำไปคืนเ้าของเดิมก็ไม่ทราบว่าเป็ของใครบ้าง จึงนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จะดีกว่า เพราะถ้าัผีดิบไม่ถูกสังหารก็ไม่มีทางได้คืนมาอยู่แล้ว ถือเป็ค่าเสี่ยงภัยไปในตัว นอกเหนือจากรางวัลของาาอาณาจักพฤกษาแล้ว
ข้าเองเมื่อทราบว่าว่ามีช่างที่ตีดาบจากเหล็กพิษดำนี้ได้ก็เดิยทางย้อนทะลุ อุโมงค์เชื่อระหว่างอาณาจักรพฤกษาและหมู่บ้านแห่งเหล็ก เพื่อตีดาบ โดยข้าได้ตอบแทนเป็อัญมณีที่ติดตัวรวมถึงรางวัลในการปราบัม่วงผีดิบที่ท่านอัครเดชแบ่งให้ข้า เป็ค่าตีีดาบ ระหว่างข้าได้หลอมด้วยปราณทมิฬผสานไปด้วยจึงได้ดาบมารทมิฬไร้พ่ายเล่มนี้ ที่ทั้งคมและแข็งแกร่ง ดูดซับพิษเป็พลังเสริมให้กับดาบได้
รับพลังปราณที่รุนแรงมหาศาลได้โดยไม่แตกหัก ใช้ทั้งรุกและป้องกันด้วยดาบเพียงเล่มเดียว
หลังจากได้อาวุธใหม่ ที่วิเศษ ข้าก็เร่งเดินทางไปยังสำนัก 5 ดาบเพื่อเยี่ยมอาจารย์เดชพร้อมทั้งศิษย์พี่อาทร แต่การเดินทาง มีอปสรรค์มากมายนัก ั้แ่เหล่ามอนสเตอร์ เผ่าลูกผสมแห่งอาณาจักรกาปา และกองกำลังปราบมาร ที่มียอดฝีมือ มากมายหลายสำนักเข้าร่วมในเวลาที่รวดเร็ว คงเพราะค่าตอบแทนที่มากมายจากค่าหัวของข้า แม้รพะหว่างทางบาง่ทา่านอครเดช ได้ใชเวทย์ช่วยพรางให้ข้าระหว่างเดินทางแล้ว ในระยะเริ่มเดินทางที่ท่านร่วมไปด้วยก่อนจะแยกจุดหมายไปคนละทาง แม้ข้าจะเลี่ยงการสังหาร แต่ก็ถูกบีบบังคับด้วยความตายจากฝีมือคู่ต่อสู้ ทำให้ข้าสังหารเหล่ากองกำลังปราบมารที่ถูกส่งมามากมายหลายคน บางคนอายุยังน้อย น่าเสียดายที่ต้องมาตาย ด้วยผลประโยชน์ที่ตัวเองไม่ได้รับ
ทำให้ชื่อเสียงมารทมิฬไร้ปฐียิ่งโด่งดังในการสังหารผู้คนมากขึ้น แต่มีบางชาวบ้านบางหมู่บ้านที่ข้าได้เคยช่วยเหลือ เข้าใจข้าจากการที่ข้าช่วยให้รอดจากการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์และกองทัพของอาณาจักรกาปา ชื่อมารทมิฬไร้ปฐี จึงมีความหมายที่แตกต่างไปตามแต่จะเข้าใจ
ข้าต้องแอบพบอาจารย์และศิษย์พี่แบบไม่ให้ใครรู้ และได้อธิบาย รวมถึงหลักฐานเอกสารที่มีเหมือนที่อธิบายกันท่านอัครเดช ท่านทั้ง 2 เข้าใจและยินดีในวิชาหใ่รวมถึงอาวุธ วิเศษของ
ทั้งยังเล่าถึงสุรีย์เคยมายังสำนัก 5 ดาบหลายครั้ง ทั้งเอานำเอาดาบของข้าที่เคยถูกมันยึดไปเมื่อครั้งก่อนมาคืนให้อาจารย์ แต่จริงๆมาเพื่อดูท่าทางว่าทราบความจริงจากข้ารึไม่ ทั้งยังชวนศิษย์พี่และศิษย์สำนัก 5 ดาบคนอื่นเข้ากองกำลังปราบมาร ด้วยผลตอบแทนมากมาย ท่านอาจารย์ที่เป็เ้าสำนักในตอนนั้นไม่ห้ามหากใครจะเข้าเป็กองกำลังปราบมาร ท่านก็ยินดี เพียงแต่อยากให้ฝึกฝีมือให้ได้สูงสุดตามความสามารถของแต่ละคนซะก่อน
ทั้งนี้เป็แผนของสุรีย์และาาอิสสระแต่เดิมที่้ารวบรวมเคล็ดวิชาของแต่ละสำนักไว้ที่อาณาจักรมหานาวา เพื่อดัดแปลงเป็วิชาของกองกำลังปราบมาร ทำให้แทบทุกอาณาจักต้องเกรงกลัว ไม่กล้าเป็ศัตรูกับทั้ง 4 อาณาจักร ซึ่งก็ได้ผลจริงๆในเวลาปัจจุบันต่อมา
ตลอดเกือบ40 ปี จนข้าอายุ 70 กว่าปี เดินทางไปทั่วอาณาจักรของเผ่ามนุษย์ รวมทั้ง อีก2อาณาจักรต่างเผ่าสังหารทั้งคน มอนสเตอร์รวมทั้งเผ่าลูกผสมอาณาจักรกาปา ไปมากมาย แม้ไม่เคยรับลูกศิษย์โดยตรงแบบศรันย์ แต่ก็ชี้แนะเหล่านักดาบมากมาย เลียนแบบ 3ผู้ไร้พ่าย เพื่อเป็กำลังในการปกป้องการรุกรานจากเผ่าพันธ์อื่น มีเพื่อนพ้องมากมายตามแต่สถานการณ์