หานเทียนเสียง ยืนรออีกฟากหนึ่งของสะพาน มองดูแผ่นหลังของเฟยฮุ่ย ด้วยความปวดร้าวใจ ร่างกายอันบอบบาง กับไหล่เล็กๆ ของนางนั้น เหมือนกำลังจะแบกรับภาระที่ใหญ่เกินตัว เพราะเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าในอีกไม่ช้า มันเป็เหตุการณ์ที่ผู้คนกำลังจะเข่นฆ่ากัน และตัวเขาทำได้แค่เพียงยืนดูมันเกิดขึ้นกับนาง เช่นนั้นหรือ...
"ถ้าเ้าว่างก็มาช่วยข้าทางนี้สิ" เลี่ยงจินเรียกหานเทียนเสียงที่ยืนมองเหมือนตัวเองจะตายเป็คนแรกในศึกนี้ก็ไม่ปาน ให้มาช่วยหาเชื้อเพลิงมาเตรียมสุมไฟเพื่อทำลายสะพานทิ้ง
"พวกเรายังอยู่บนสะพาน กับบางคนยังอยู่ที่คอสะพานฝั่งโน้นกันอยู่เลยนะ ท่านเลี่ยง..."
"เ้าเคยได้ยินคำว่า อย่าคิดหาบ่อน้ำเมื่อรู้สึกกระหาย อย่าคิดฝึกทหารเมื่อมีาไหม" เลี่ยงจินสื่อให้หานเทียนเสียงรู้ว่าให้เตรียมพร้อมก่อนเวลา มิฉะนั้นจะไม่ทันการ
"ข้าเข้าใจ แต่ว่าท่านคงไม่คิดทำลายสะพาน ก่อนที่พวกเราจะข้ามมากันหมดหรอกนะ ใช่ไหม?" หานเทียนเสียงรู้สึกใจคอไม่ดี แต่เลี่ยงจินไม่ตอบ เขามองไปตรงหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วก็ยิ้มที่มุมปากแทนคำตอบ
"ข้าไม่ยอมให้ท่านทำเช่นนั้นง่ายๆ แน่ ท่านเลี่ยง" หานเทียนเสียงสัญญากับตัวเองจะต้องหาทางขัดขวางเลี่ยงจินอย่างที่สุด หากเขาคิดไม่ซื่อกับพวกสำนักเฟยหลง
ในที่สุดหน่วยหมาป่าทมิฬ ก็เข้าประจันหน้ากับ พวกของเฟยฮุ่ย หากแต่หัวหน้าของพวกมันกลับสั่งให้หยุด ยังมิได้เคลื่อนกำลังเข้ามาโจมตี ในขณะที่ซิวจินกับพวกยังซ่อนตัวกันอยู่
"พวกเ้าเหลือกันแค่นี้เองงั้นรึ?หรือว่าพวกพ้องของเ้า จะทิ้งให้พวกเ้าเป็ผีเฝ้าสะพานที่นี่ ฮ่าๆ ...ข้าชื่อ เฉิงซีซวน เป็หัวหน้าหน่วยหมาป่าทมิฬ จะให้โอกาสพวกเ้า ส่งตัวคนที่เ้าคุ้มครองอยู่มาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้าทั้งหมด" หัวหน้าของพวกมันชักม้าออกมาด้านหน้า โดยเปลี่ยนท่าทีมาเป็การขอเจรจา อันดูผิดวิสัยจากครั้งแรกที่้าตามสังหารทุกคนเสียมากกว่า การที่จะมาขอเจรจา
"จะทำประการใดดี น้องฮุ่ย เ้าเป็เ้าสำนัก ต้องตัดสินใจแล้ว" หนิงเฟิ่งถามความเห็น
"พี่หนิงเฟิ่ง คิดว่าถ้าเราทำตามที่มันบอก..มันจะปล่อยเราจริงๆ อย่างนั้นหรือ" เฟยฮุ่ยถามหนิงเฟิ่งกลับ
"ถ้าเรายอม ชีวิตของพวกเราย่อมตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกมันทันที ซึ่งมันจะให้เราอยู่หรือตายก็ได้ตามแต่ใจของพวกมัน แต่ถ้าเราสู้...ชีวิตนั้นยังอยู่ในมือของเราและเรายังลิขิตชีวิตตนเองได้" หนิงเฟิ่งกลัวเจอเล่ห์เหลี่ยม พวกมันมากกว่าที่จะกลัวการสู้จนตัวตาย
"ท่านคิดตรงกันกับข้าเลย" เฟยฮุ่ยยิ้มตอบหนิงเฟิ่ง
"เ้าเฉิงซีซวน! เ้ากลัวพวกข้าแล้วล่ะสิ ถึงได้ขอเจรจา พยัคฆา ไยต้องอยู่ภายใต้อำนาจของสุนัขเล่า" เฟยฮุ่ยร้องด่ายั่ว จนเฉิงซีซวน เืฉีดเต็มใบหน้า เพราะมิเคยถูกสตรีที่ไหนร้องด่ามันอย่างจาบจ้วงเช่นนี้มาก่อน จนมันลืมความเ็ปจากาแฉกรรจ์ที่เฟยฮุ่ยนั้นฝากไว้
"ไปตัดหัวนังเด็กปากมอมนั่นมาให้ข้า เร็ว!" เฉิงซีซวนสั่งกำลังให้เข้าโจมตีในทันที นักรบเกราะแดงบนหลังม้าห้อตะบึง เข้าหาพวกของเฟยฮุ่ยอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจเข้าไปพร้อมกันได้หมดทีเดียว เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่ถูกบีบ นั่นทำให้พวกของเฟยฮุ่ยที่มีจำนวนน้อยกว่าได้เปรียบ
"เข้ามาเลย เ้าพวกโง่!" เฟยฮุ่ยโคจรพลังถึงขั้นที่สี่ ในขณะที่หนิงเฟิ่งก็ใช้กำลังภายในเต็มที่ เขาใช้วิชาัทะยานถึงขั้นที่สามเช่นกัน
"พี่หนิงเฟิ่ง เราอย่าโจมตีพร้อมกันนะให้ข้าเริ่มก่อน ที่เหลือตามเก็บกวาดให้ข้าด้วย" เฟยฮุ่ยร้องบอกก่อนทะยานเข้าใส่พวกมันด้วยัไร้ลักษณ์
"เปรี้ยง! เคร้ง!" เสียงราวกับฟ้าฟาด และปราณกระบี่ของเฟยฮุ่ยทำให้ชุดเกราะเหล็กกล้าของพวกมันเปราะเหมือนเกราะไม้ พร้อมกับความเร็วดุจปีศาจในแต่ละกระบวนท่า ที่แม้จะไม่กะพริบตาก็ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ทัน จะััได้ทีหนึ่งก็ต่อเมื่อคมกระบี่ชำแหละร่างไปเสียแล้ว
"อ๊าคค.."เสียงร้องของหน่วยหมาป่าทมิฬคนแล้วคนเล่า ถูกคมกระบี่ ร่วงหล่นลงราวใบไม้ และอีกเพียงสามก้าว เฟยฮุ่ยจะถึงตัวเฉิงซีซวน มันอยู่แล้ว...
