ความรักของยัยปลาทอง

    พี่น้อง ปอ ปลา 1

    พลอยขวัญไม่เคยเชื่อพวกเรื่องพรหมลิขิต หรือเรื่องความบังเอิญแห่งโชคชะตาอะไรพวกนี้มาก่อนเลยเธอไม่เคยเจอเรื่องพวกนี้กับตัวก็เลยไม่สนใจ แม้ว่าจะมีเพื่อนที่เชื่อเรื่องพวกนี้อย่างที่สุดอย่างปานลินอยู่ใกล้ตัว แต่พลอยขวัญก็จะหาเหตุผลมาแย้งในใจอยู่เสมอ เธอคิดว่าเรื่องเช่นนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่พลอยขวัญจะต้องเริ่มเชื่อเรื่องพวกนี้ดูสักทีเช้าวันจันทร์อันสดใส พลอยขวัญสวมชุดสวยเป็นทางการ เป็นชุดโปรดที่เธอมักจะหยิบมาสวมใส่ในวาระสำคัญ หรือโอกาสสำคัญๆ มันทำให้เธอมั่นใจและสร้างขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี กระโปรงสอบสีกรมกับเสื้อดีไซน์เก๋สีขาว พร้อมด้วยรองเท้ามีส้นปลายแหลมสีดำ ช่วยขับเน้นรูปร่างสูงเพรียวของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ดูสง่าและดูภูมิฐานเป็นอย่างยิ่งหลังจากนั่งรออย่างสงบที่บริษัทยักษ์ใหญ่อยู่นานถึงชั่วโมงกว่า ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของที่ทำงานปัจจุบันอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดพลอยขวัญก็ถูกเชิญให้เข้าไปสัมภาษณ์งานจากเจ้านายโดยตรง ถึงตรงนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้ให้เธอนั่งรอนานขนาดนี้พลอยขวัญรู้สึกกดดันและเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้“ไม่ต้องเกร็งนะคะ โปรไฟล์ของน้องดีมากเลย ตรงกับความต้องการของเจ้านายมาก แค่ตอบคำถามไม่กี่ข้ออย่างตรงไปตรงมาก็พอแล้วค่ะ”เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ค่อนข้างมีอายุหน่อย เอ่ยให้กำลังใจเธอ คนที่รู้สึกเกร็งผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย“ขอบคุณมากนะคะ พี่...”“เรียกพี่ว่าพี่หน่อยก็ได้ค่ะ พี่เรียกเราว่าน้องพลอยได้ไหม?” เธอพูดอย่างใจดี“ได้ค่ะพี่หน่อย เรียกพลอยเฉยๆ ก็ยังได้”“โอ๊ย พี่ไม่กล้าหรอกค่ะ อีกหน่อยได้เป็นเลขาเจ้านายแล้ว พี่ก็ต้องประจบไว้หน่อย” พี่หน่อยพูดหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าคราวนี้ว่าที่เลขาคนใหม่ดูเป็นคนอ่อนน้อมพอสมควร ทั้งยังร่าเริง น่าจะดีกว่าอดีตเลขาที่จ้องจะจับเจ้านายแล้วกร่างไปทั่วเหมือนคนก่อนๆ“ไม่หรอกค่ะพี่ พลอยยังต้องให้พวกพี่ๆ เอ็นดูพลอยมากๆ” พลอยขวัญพูดอย่างถ่อมตน“ถึงแล้วค่ะ” พี่หน่อยบอกเมื่อมาถึงหน้าประตูห้องหนึ่ง “สู้ๆ นะคะ”ก๊อกๆๆพี่หน่อยเคาะประตูห้องให้ พลอยขวัญสูดหายใจเข้าลึกๆ“เชิญครับ”“ขอบคุณมากนะคะพี่หน่อย”“ขออนุญาตค่ะ” พลอยขวัญปิดประตูเบาๆ ยืนก้มหน้าน้อยๆ อยู่ตรงนั้น แล้วเอ่ยขึ้นอย่างมีมารยาทเจ้าของห้องรู้ว่าอีกคนยังไม่ได้เข้ามา แต่ยืนรออยู่ตรงประตูก็รู้สึกพอใจอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนคราวนี้จะเป็นคนมีมารยาทพอสมควร“เชิญครับ เชิญนั่งก่อน”“ค่ะ”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร เห็นใบหน้าของคนที่มาสมัครเป็นเลขาแล้วแปลกใจเล็กน้อยพลอยขวัญเองก็แปลกใจ แต่ไม่น้อย เธอแปลกใจมากๆ ว่าที่เจ้านายของเธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อพระเอกในนิยายที่เพื่อนของเธอพยายามให้เป็นพระเอกในชีวิตจริงนั่นเองนี่มันคือเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ?อย่าบอกนะว่านี่คือพรหมลิขิตที่เพื่อนสาวของเธอมักเพ้อพกถึง?พลอยขวัญสงบใจในเวลาต่อมา เธอนั่งลงยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม เธอดึงเก้าอี้ถอยหลังมาพอสมควร แล้วค่อยนั่งลงการที่หญิงสาวทำอย่างนั้นก็สร้างความประทับใจได้อีกเล็กน้อย เธอรู้จักมารยาทดีมาก เธอดึงเก้าอี้ถอยห่างออกไปแล้วค่อยนั่งลง แทนที่จะนั่งลงตรงนั้นเลย มันใกล้กับชายหนุ่มเกินไป ชลธีมองการแต่งตัวของเธออย่างละเอียดสวมชุดได้เหมาะสมดีอย่างน้อยกระโปรงก็เสมอเข่า เสื้อก็ไม่ได้เปิดไหล่เปิดหลังหรือแหวกลึกจนแทบจะเห็นสะดือ ส่วนรองเท้าส้นสูงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้หญิงที่ทำงานออฟฟิศอยู่แล้ว ขอแค่ไม่แปลกประหลาดหลุดโลกก็เป็นอันใช้ได้“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะ ดิฉัน พลอยขวัญ เพชรพิสัย ค่ะ” พลอยขวัญกล่าวแนะนำตัวเอง“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณเป็นคนที่คุณนิติแนะนำมา?” ชายหนุ่มถาม“ใช่ค่ะ คุณนิติเห็นว่าดิฉันตรงกับความต้องการในเลขาของคุณ จึงได้แนะนำดิฉันมาค่ะ”ชลธีพยักหน้า เปิดเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวดู “ครับ คุณสมบัติของคุณตรงกับที่ผมต้องการทุกอย่าง ในนี้บอกว่าคุณพูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย?”“ค่ะ ดิฉันมีความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นในระดับ N2 สามารถพูดและอ่านได้เล็กน้อยค่ะ” พลอยขวัญตอบฉะฉาน“คุณเรียนจบสาขาวิศวกรรมโยธา ทำไมถึงได้ทำงานเป็นเลขาของคุณนิติ?”“เป็นเรื่องบังเอิญค่ะ ตอนแรกดิฉันสมัครเข้าทำงานในฐานะวิศวกร แต่พอทำงานได้สักพัก กลับได้ทำงานเดินเอกสารจัดการต่างๆ ด้วย ในตอนนั้นคุณนิติยังไม่มีเลขา เลยย้ายดิฉันมาทำงานตรงนั้นแทนค่ะ”“คุณมีประสบการณ์ทำงานด้านวิศวกรรมนานแค่ไหนครับ?”“ดิฉันมีประสบการณ์สองปีหลังเรียนจบ ถ้านับรวมตอนฝึกงานก็สามปีค่ะ” พลอยขวัญตอบ“คุณอายุยี่สิบสี่?” ชลธีถามอย่างข้องใจ แล้วนึกไปถึงเพื่อนสาวของคนตรงหน้า ผู้หญิงคนนั้นก็อายุยี่สิบสี่?“ค่ะ ดิฉันเรียนจบตอนอายุยี่สิบเอ็ด”ชลธีพอใจกับว่าที่เลขาของเขาไม่น้อย มีบางครั้งที่เขาต้องตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหรือการก่อสร้างต่างๆ ตัวของชายหนุ่มไม่มีความรู้ทางด้านนี้ หากเลขาของเขามีความสามารถทางด้านนี้ ก็จะสามารถถามและขอคำปรึกษาได้“เลขาของผมอาจจะต้องทำงานล่วงเวลาในวันหยุด มีบางครั้งที่อาจจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แต่จะนับเป็นโอทีต่อชั่วโมงให้ ในเรื่องนี้คุณติดขัดตรงไหนไหมครับ?”“ไม่มีค่ะ ดิฉันสามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายได้ค่ะ” พลอยขวัญรีบตอบ นับโอทีรายชั่วโมง หมายความว่าหากเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศหนึ่งวัน เธอก็จะได้โอทียี่สิบสี่ชั่วโมงเลยน่ะสิ เจ้านายช่างใจป้ำจริงๆ“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้คุณสามารถมาเริ่มงานได้เลย วันนี้ให้คุณไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อรับข้อปฏิบัติตกลงต่างๆ แล้วกลับได้เลย อ้อ คุณอาจต้องเดินเรื่องหลายอย่าง อาจต้องไปที่ก่อสร้างหรือสถานที่ด้านนอก ขอให้คุณเตรียมพร้อมในจุดนี้เอาไว้ด้วย”พลอยขวัญก้มมองรองเท้าส้นสูงของเธอ “ได้ค่ะ”“เชิญครับ” เจ้านายใหม่ของเธอก้มหน้าทำงานต่อทันที พลอยขวัญลังเลเล็กน้อย“เจ้านายคะ คือ...ดิฉันบอกเรื่องนี้กับเพื่อนของฉัน...ได้ไหมคะ?”เจ้านายของเธอเงียบไปนานจนเธอเริ่มใจไม่ดี เธอจะถูกเลิกจ้างตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำงานวันแรกไหมนะชายหนุ่มเริ่มทำงานต่อไป ขณะที่พลอยขวัญกำลังจะออกไปอย่างสิ้นหวัง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆ“...แล้วแต่คุณ”พลอยขวัญดีใจยิ่งกว่าตัวเองได้งานใหม่ ชูมือขึ้นร้อง ‘เย้’ อย่างลืมตัว เมื่อถูกมองเธอก็ทำทีจัดเสื้อผ้าตัวเอง แล้วรีบเดินไปแผนกบุคคลทันที พนักงานคนอื่นเข้าใจว่าหญิงสาวดีใจที่ได้งานจึงเลิกสนใจไปหากเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกปานลิน อีกฝ่ายต้องดีใจมากแน่ๆ นี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตอย่างที่เพื่อนของเธอเคยบอกเอาไว้ก็ได้ มีเธอเป็นเลขาของเป้าหมายอย่างนี้ ปานลินก็สามารถรู้ตารางงานและเริ่มแผนการจีบเจ้านายได้ โดยมีเธอเป็นผู้ให้ความร่วมมือ……………………………………………………….เอ๊ะ ยังไง? ทำไมคนพี่ซึนแบบนี้ล่ะ (><)