กระทั่งเที่ยงคืนบรรดาเพื่อนสนิทของหนุ่มเ้าของงานและเป็แขกโต๊ะสุดท้ายถึงได้แยกย้ายกันกลับ ทว่าอาทิตยาก็ไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้นถ้าทุกอย่างไม่เรียบร้อย
แม้บรรดาลูกท่านหลานเธอจะได้ไปหลับปุ๋ยแล้ว แต่ตัวเองยังต้องคอยช่วยดูทุกซอกทุกมุมก่อน ตีสองจึงเป็เวลาเคลียร์ทุกอย่างจนเกลี้ยงสนาม
“ขอบคุณนะจ๊ะหนุ่มๆ สาวๆ อุตส่าห์อยู่ช่วยพี่เคลียร์จนหมดทุกอย่าง ไว้เจอกันงานหน้านะจ๊ะ”
“ครับ/ค่ะ พี่ตะวัน”
เด็กๆ ในรถตู้ร่างรับคำพร้อมกัน แม้จะเหนื่อยแต่ก็ยังยิ้มให้เลขาสาวที่พวกเขาคุ้นเคย หลังได้รับค่าจ้างอย่างคุ้มค่าเหนื่อยแถมด้วยอาหารเหลือจากงานเอาไปฝากคนที่บ้านอีกต่างหาก
“พี่เล็กคะ ตะวันฝากส่งสาวๆ ให้ถึงประตูบ้านและรอจนกว่าจะเข้าข้างในทุกคนนะคะ ดึกแล้วคุณผู้หญิงเป็ห่วง”
แล้วไม่วายเดินอ้อมไปกำชับคนขับอย่างรอบคอบเหมือนทุกครั้งที่ทำมา แถมยังยืนรอกระทั่งรถแล่นออกไปถึงประตูรั้ว ร่างอ่อนแรงถึงได้เดินไปนั่งพักเอาหลังพิงเสาโรมันตรงบันไดหน้าบ้านอย่างหมดสภาพ เพื่อเรียกแรกเฮือกสุดท้ายพาตัวเองเดินไปหารถแล้วขับกลับบ้าน
“อึมห์!!! เอามาให้ กลัวจะเป็ลมไปก่อนี้เีแบกไปส่งบ้าน”
รังนกแช่เย็นหลายขวดนอนกลิ้งอยู่ในชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีเมื่อเ้าของงานหนุ่มหล่อมีน้ำใจถือมายื่นให้ตรงหน้าเลขาแม่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ อย่างไม่เกี่ยงงอนว่าพื้นจะสะอาดหรือสกปรก
เพราะเขาก็เหนื่อยไม่แพ้กัน สายตาคมมองไปยังเ้าของร่างไร้เรี่ยวแรงอย่างเข้าอดเข้าใจ ชุดสวยตอนใส่ในงานก็กลายเป็กางเกงยีนเสื้อยืดที่เขาคุ้นตามาั้แ่แขกทยอยแล้ว
“อะ! เปิดให้ด้วยก็ได้ สงสัยจะแบตหมดจริงๆ ด้วย ถึงได้หมดสภาพขนาดนี้”
เ้าของร่างสูงในชุดกางเกงสแลคสีดำเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนไปถึงข้อศอกนั่งขัดสมาธิอยู่ลงทุนเอาใจอย่างไม่เคยทำมาก่อนเพราะความสงสาร และแม้อยากจะปฏิเสธสักแค่ไหน
แต่มือขาวก็คว้ารับขวดมาเปิดยกดื่มอย่างเหนื่อยอ่อน คนเอามาให้เองก็เปิดดื่มด้วยความเหนื่อยไม่แพ้กัน แถมยังต้องเปิดส่งให้เ้าหล่อนถึงสามขวดด้วย
“เฮ้อ!!! ค่อยดีขึ้นหน่อย ขอบคุณนะคะ”
บำรุงร่างกายแล้วถึงยิ้มออกมาได้หน่อย แต่ยังคงนั่งหลังพิงเสาในท่าเดิมนั่นเอง ทำเอาคนตรงหน้ายิ้มน้อยๆ ออกมา ก่อนจะส่งประโยคยียวนกวนประสาทไปหาตามสไตล์ของคุณชายจอมเนี้ยบ
“กลัวถูกทวงบุญคุณทีหลัง ว่าจัดงานให้ผมจนทำให้คุณเหนื่อยแทบแย่น่ะ งั้นเราหายกันแล้วนะ”
เลขาสาวหันมาปรายตาใส่ด้วยท่าทีเคืองน้อยๆ ที่ถูกดักทางเอาไว้ก่อน เลยส่งประโยคยียวนสวนกลับบ้าง
“เตรียมงานเป็อาทิตย์ จะให้หายกันกับอีแค่รังนกสามขวดที่ฉันเป็คนซื้อมาเองนี่น่ะนะ ลงทุนน่าดูเลย”
“แหม! ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มียาชูกำลังเป็หนุ่มนักเรียนนอกมาคอยตามต้อยๆ ๆ ั้แ่บ่ายๆ ก็นับว่าคุ้มหรอกน่า ว่าแต่คุณชอบแบบนั้นเหรอ อย่างคุณผมคิดว่าจะอยากได้แฟนอายุมากกว่านั้นหน่อย ประสบการณ์เยอะกว่านั้นหน่อยมากกว่านะ พวกผู้หญิงที่ชอบมีแฟนรุ่นราวคราวเดียวกันหรือว่ารุ่นน้องกว่าน่ะ มักจะไปไม่รอดหรอกนะผมเห็นมาแยะละ”
เขาอดแหย่ไม่ได้จริงๆ เมื่อภาพเ้าหนุ่มนั่นเดินต้อนหญิงสาวไปมารอบงาน
“ขอบคุณที่หวังดี”
ความหมั่นไส้บวกกับความเหนื่อยอ่อนก็เรียกร้องให้อาทิตยาอยากจะกลับมากกว่านั่งต่อปากต่อคำกับเขา จึงลุกขึ้นลากกระเป๋าสะพายที่นอนแอ้งแม้งอยู่พื้นไปคาดไว้บนบ่า ทำเอาคนนั่งอยู่มองอย่างสงสัย
“แล้วคุณจะไปไหนล่ะนั่น”
“อ้าว! ฉันก็จะกลับไปพักบ้างสิคะ หรือคิดว่ารังนกสามขวดนี่จะทำให้ฉันมีพลังเพิ่มขึ้นมาทำงานอีก จนไม่ต้องหลับต้องนอนเลย”
ร่างผอมบางไม่คิดจะรอฟังคำเย้าแหย่กลับจากเขาแม้แต่น้อย เพราะเหนื่อยและไม่อยากอยู่ใกล้เขาให้มากกว่านี้ ด้วยยังมีความขุ่นเคืองจากวีรกรรมเด็ดๆ ในอดีตของเขามากมายก่ายกองสุมอยู่ในหัวอีก
“คุณไม่ขึ้นไปนอนข้างบนล่ะ ดึกป่านนี้จะกลับทำไมมีแรงขับรถเหรอ ให้ผมไปส่งมั้ยล่ะ”
แม้อยากจะทำอย่างนั้นใจจะขาดแต่ก็เลือกจะบึ่งรถกลับก็พรุ่งนี้เป็วันหยุดจึงอยากจะนอนให้หนำใจไม่ให้ใครมาก่อกวนได้
“ไม่ล่ะค่ะกลับไปนอนบ้านฉันดีกว่า”
และด้วยความรีบและกลัวเขาจะเอาจริงที่บอกว่าจะขับรถไปส่ง ทีให้ต้องเรียกเรี่ยวแรงในตัวออกมาก้าวลงบันไดแค่ไม่กี่ขั้นอย่างเร็วรี่
“อุ๊ย!!!”
แต่ขาก็อ่อนแรงลงตรงขั้นสุดท้าย พลอยทำให้กายอ่อนแรงลงไปด้วยจนเกือบจะล้มลงหากไม่มีสองวงแขนแข็งแรงกับอกอันบึกบึนกระโจนเข้าไปรับไว้
“ผมบอกแล้วว่าให้ขึ้นไปนอนข้างบน คุณแทบจะเดินไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ นี่ถ้าผมรับไม่ทันคุณไม่ล้มคว่ำไปอยู่กับพื้นแล้วเหรอ อย่างนี้เราพอจะหายกันได้หรือยัง”
น้ำเสียงนุ่มๆ กับใบหน้าหล่อๆ ยิ้มน้อยๆ และอยู่ห่างไม่ถึงคืบ แถมมีกลิ่นเหงื่อกับกลิ่นน้ำหอมบางๆ จากกายเขาบวกกับความอบอุ่นในกายช่วยผลักดันให้ร่างอ่อนแรงเมื่อครู่รีบผละออกจากการกอดรัดของเขาแทบจะทันที
“ไม่เป็ไรฉันเคยเหนื่อยมากกว่านี้มาแล้ว และฉันไม่ได้ถือเป็บุญคุณอะไรจากงานนี้ เพราะนี่คือหน้าที่ลูกจ้างอย่างฉันที่ต้องทำตามคำสั่งเ้านายอยู่แล้ว”
จิณณวัตรจ้องมองร่างเล็กๆ ที่ดูจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมากว่าเมื่อครู่เดินตรงไปหารถ แล้วควบออกจากบ้านไปอย่างคล่องแคล่ว ยิ่งคิดถึงใบหน้าซีดผิดแล้วเปลี่ยนเป็แดงปลั่งเมื่อครู่ ก็ได้แต่ยิ้มตามด้วยความขำนิดๆ ปนหมั่นไส้หน่อยๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ที่ตัวเองอุตส่าห์ยอมเหนื่อยหาของบำรุงให้เพราะความห่วง และซาบซึ้งใจที่เป็แม่งานให้จนเสร็จ ดันได้คำประชดมาแทนซะนี่ อย่างนี้ต้องปล่อยให้เหนื่อยซะให้เข็ด
“แม่ดีใจนะที่จิณชอบของขวัญ สงสัยต้องตกรางวัลยัยตะวันอย่างงามแล้วล่ะ เก่งจังเดาใจลูกชายแม่ถูก”
ชมจันทร์เอ่ยระหว่างนั่งกินมื้อเย็นในวันถัดมา จิณณวัตรยิ้มแห้งๆ เมื่อได้ยินคำชมเลขาคนเก่งเป็วรรคเป็เวร เลยทำให้กลัวตัวเองจะบาปไปด้วยที่บังอาจปิดแม่ แต่จะทำยังไงได้ ก็ในเมื่อเ้าหล่อนมีเหตุผลเพียงพอต่อการทำแบบนี้นี่นา
“แล้วคุณแม่ไม่คิดจะซื้อคันใหม่ให้แอ๊ฟบ้างเหรอคะ คันเก่าขับมาตั้งหลายปีแล้วอยากเปลี่ยนใหม่บ้าง”
จิรนันท์รีบชงให้ตัวเองทันที จนได้สายแต่เหน็บแนมของคนในบ้านส่งมาหา โดยเฉพาะน้องขายคนกลางที่ล่ำๆ กับแม่มาหลายหนว่าอยากจะเปลี่ยนรถเหมือนกัน ผิดกับจิรฐาผู้ไม่ใคร่จะสนใจกับของพวกนี้ เพราะมีคนรถคอยรับส่งพาไปไหนมาไหนสบายกว่ากันเยอะแล้ว
“ถ้าอยากได้ก็ต้องชนะการประกวดซูเปอร์โมเดลปีนี้ให้แม่ชื่นใจก่อนสิจ๊ะ”
ส่วนแม่นั้นการจะให้อะไรกับลูกต้องมีของแลกเปลี่ยนเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีเื่การได้หน้า หรือนำหน้าใครแล้วยิ่งดี
“โอย! คุณแม่อะ ชอบตั้งแง่อยู่เรื่อย แอ๊ฟบอกแล้วไงว่าไม่ชอบประกวด หรือแข่งอะไรกับใคร ทำไมไม่ฝากๆ แอ๊ฟกับคุณไก่ คุณต้อ หรือคุณดีไซเนอร์ชั้นนำทั้งหลายล่ะคะ ได้งานง่ายกว่าด้วย”
ลูกสาวกลับโอดครวญ
“เื่ฝากก็อีกเื่ แต่ถ้าเราประกวดชนะ คนจะไม่มาว่าได้เพราะมีตำแหน่งเอาไว้เป็ประกัน หรือแอ๊ฟอยากให้คนนินทาว่าเราเอาเปรียบคนอื่นล่ะ”
“ช่างประไรล่ะคะ ถ้าเกิดแอ๊ฟประกวดแล้วแพ้ล่ะ ขายขี้หน้าคนทั้งเมืองไม่เอาหรอก”
จิรเดชพยักหน้ารับเพราะเห็นด้วย แต่ชมจันทร์กลับยิ้มร่าออกมาประหนึ่งว่ามั่นใจสุดชีวิตถ้าลูกยอมลงประกวด
“แม่เอาหัวเป็ประกันว่าแอ๊ฟจะไม่แพ้ใคร ขออย่างเดียวให้ยอมลงประกวดก็พอ ไม่งั้นแม่จะยกเลิกเงินบริจาคงานแฟชั่นโชว์เดือนนี้ และบอกเลิกงานถ่ายปกคู่กับแอ๊ฟอาทิตย์หน้านะ”
เมื่อลูกไม่ยอมผู้แม่ก็ต้องออกโรงขู่น้อยๆ บ้าง ทำเอาคนในบ้านต่างหัวเราะออกมาด้วยความขำ เมื่อจิรนันท์ทำหน้าบอกบุญไม่รับให้เห็น
“แค่นี้ก็ต้องขู่ด้วย”
นี่ถือเป็การยอมรับข้อเสนอกลายๆ ที่ชมจันทร์ชาชินมานานนมแล้ว จึงไม่ได้ยกเอาเื่นี้มาพูดคุยกับคนในครอบครัวอีก ทว่าวันถัดมาเลขาสาวกลับต้องนั่งฟังเ้านายเพ้อฝันกับวิมานแคตวอล์กจนแทบจะจำได้ขึ้นใจว่าจะต้องจัดเตรียมอะไรให้คุณหนูแอ๊ฟบ้าง
ในวันเดินแฟชั่นโชว์การกุศลของคนมีอันจะกิน ที่ต่างสั่งจ่ายเช็คตัวเลขงามๆ แข่งขันกัน เพื่อให้ลูกได้ขึ้นไปยืนผงาดบนเวที
“อย่าไปไหนไกลนะตะวัน รออยู่แถวนี้เผื่อคุณแอ๊ฟจะเรียกหา เดี๋ยวฉันจะไปทำผมก่อน”
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















