บ่ายวันเสาร์
“พลอยจ๋า” เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อพ้นประตูเข้ามาภัสสิริก็ก็ถลาเข้ามาเกาะแขนเพื่อนสาวทันที
“สองอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยนะ พอบอกมีเื่จะเล่าเกี่ยวกับคุณรพีณ์นี่รีบมาหาเชียว” เธอแกล้งทำหน้างอนเพื่อนสาว
“ก็แหม อาทิตย์ก่อนไปสัมมนาต่างจังหวัดนี่นา อาทิตย์ก่อนหน้านั้นก็สลับวันทำงาน ทำให้วันหยุดไม่ตรงกันนี่เพื่อนรัก อย่างอนไปเลยน๊า วันนี้รีบมาหาเลยนะเนี่ย" ^3^
พลอยณัชชาแกล้งทำหน้ามุ่ย เดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง -.-
วันนี้เธอดูดีในชุดแสนสบาย เสื้อยืดแฟชั่นสีสดใสสกรีนข้อความ ‘please don't leave me alone.' ที่สั่งซื้อจาก Shopee กับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวเก่ง แต่งหน้าอ่อนๆ สวมแว่นกรอบกลม มัดผมดังโงะ
“พร้อมหรือยังพลอย" เสียงแม่ะโเรียกให้ลงไปช่วยถือของชั้นล่าง
“พร้อมแล้วค่ะแม่ เดี๋ยวหนูลงไป" พลอยณัชชาไม่รอช้าจูงมือเพื่อนสาวให้ไปด้วยกัน “ไปช่วยแม่ขายน้ำปั่นที่ตลาดก่อน ยัยภัสแกอยู่ว่างๆก็ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว จะได้เดินเล่นกันตอนค่ำด้วย”
“ก็ดีเหมือนกัน อย่าลืมเล่าเื่เ้านายสุดหล่อด้วยล่ะ”
19.00 น. ตลาดนัดรถไฟรัชดา
ตลาดกลางคืนขนาดกลาง มีแผงขายของเรียงอัดกันเป็ล็อคๆ บริเวณด้านหน้าเป็โซนอาหารและเครื่องดื่มนั่งทานได้ ลึกเข้าไปมีของสดขายแทบทุกอย่าง โซนถัดมาเป็เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และโซนร้านเหล้า ใช่แล้วมันเคยเป็แบบนั้น….จนกระทั่ง
ครืด ครืด ครืด
“น้ำส้มปั่นสองแก้ว”
“ได้ค่ะ หวานน้อยนะคะคุณลูกค้า”
ไม่คิดเลยว่าวันเสาร์บรรยากาศตลาดจะเงียบเหงาขนาดนี้ โควิด19 ทำนักท่องเที่ยวลดน้อยลงโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน แตกต่างจาก่ปกติที่จะมีคนมาเดินช้อปปิ้งกันตลอด่กลางคืน ไม่ใช่แค่ร้านน้ำปั่นของแม่เพียงร้านเดียวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 บางร้านก็เลือกที่จะไม่ขายต่อแล้ว เพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว พ่อค้าแม่ค้าหันไปขายของออนไลน์กันมากขึ้น
“พลอย” เนื่องจากกำลังคิดอะไรเพลินๆ พลอยณัชชาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเสียงเล็กๆ ของเพื่อนรักที่เรียกชื่อขึ้นมาอย่างไม่มีปลี่มีขลุ่ย
“หิวแล้วหรอ” เธอหันมาถามเพื่อนรักอย่างกับรู้ใจ
“ไปหาอะไรกินกันเถอะ กินอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวไหม”?
ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ไปกัน” พลอยณัชชาหิวแล้วเหมือนกัน เธอจึงไม่เลือกมาก เดินตามหลังเพื่อนสาวไปอย่างไม่รอช้า
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสแซ่บ
กลิ่นหอมของน้ำก๋วยเตี๋ยวในหม้อใบใหญ่ลอยมาแตะจมูก เชิญชวนให้แวะเข้าไปลิ้มลองความอร่อยสักชามสองชาม
“มาทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้หรือครับ”
เสียงห้าวทุ้ม ดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่พลอยณัชชากำลังรอคิวเพื่อจองโต๊ะที่นั่งอยู่ หญิงสาวสะดุ้งใ หันขวับไปมองตาโตชะงัก นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คาดไม่ถึงว่าจะเจอเ้านายหนุ่มที่นี่ เธอถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“คุ…คุณรพีณ์มาได้ยังไงคะ”
“ขับรถมาครับ” ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ แอบนึกขำท่าทีอึ้งๆของหญิงสาว
“อ๋อ ค่ะ” พลอยณัชชาพยักหน้าทำท่าทางว่ารับรู้
“แล้วนี่มาคนเดียวหรอ ผมนั่งทานด้วยได้ไหม”
“คะ ? อ๋อ! พลอยมากับเพื่อนค่ะ นี่คือเพื่อนพลอยค่ะ ชื่อภัสสิริ" พลอยแนะนำเพื่อนให้รู้จัก “แล้วก็นี่คือคุณรพีณ์เ้านายเราเอง" พูดเสร็จก็ยกมือป้องปากกระซิบกับเพื่อนสาว "นี่ไงคนที่แกปลื้มนักปลื้มหนา”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ/ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไร จะรบกวนไหมครับถ้าผมขอนั่งร่วมโต๊ะด้วย โต๊ะด้านในสุดว่างพอดีเลย”
“เอ่อ…” พลอยณัชชาอึกอัก กลัวว่านั่งโต๊ะเดียวกับเ้านายแล้วเพื่อนรักจะเผลอพูดอะไรแปลกๆ
“จะไม่ได้ได้ยังไงกันคะ ต้องได้อยู่แล้ว” ภัสสิริเอาศอกกระทุ้งเอวพลอยณัชชาพลางยิ้มกระหยิ่ม เพื่อนสาวเดินนำไปที่โต๊ะด้านในสุดที่พนักงานกำลังเช็ดโต๊ะ พลอยณัชชาเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อน
“คุณรพีณ์มาทำธุระแถวนี้หรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากจดเมนูยื่นให้เด็กในร้านเรียบร้อยแล้ว
“บ้านผมอยู่แถวนี้ครับ พอดีไม่รู้จะทานอะไรวันนี้เลยมาเดินหาร้านนั่งกิน ไม่คิดว่าจะเจอคุณ” เขาเอ่ยยิ้มๆ “แล้วคุณมาเที่ยวกับคุณภัสหรือครับ” ?
“พลอยมาช่วยแม่ขายน้ำปั่นที่ตลาดค่ะ ส่วนภัสมาช่วยที่ร้านแม่พลอยเหมือนกันค่ะ”
“แสดงว่าขายดีใช่ไหมครับ”
“่นี้ขายไม่ค่อยดีเลยค่ะ ั้แ่โควิด ลูกค้าก็น้อยลงมากค่ะ คุณรพีณ์ชอบทานน้ำผลไม้ไหมคะ? ”
“ทานบ้างครับ แต่ส่วนมากเวลาทำงานจะทานกาแฟแก้ง่วงซะมากกว่า”
“ร้านยัยพลอยมีทั้งน้ำปั่น น้ำสกัดเย็นก็มีนะคะ” ภัสสิริชวนคุย สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ั้แ่ที่เดินเข้ามาในร้านเขาก็กลายเป็จุดเด่น สายตาแทบทุกคู่ของหญิงสาวในร้านมองมาที่จุดเดียวอย่างไม่วางตา รวมถึงเพื่อนสนิทของเธอด้วยที่ตอนนี้มีอาการตาวาวๆ เหมือนเด็กเห็นขนม ขณะที่สายตาของชายหนุ่มจ้องมาที่พลอยณัชชาตลอดเวลา
“ไว้ทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จผมแวะไปอุดหนุนแน่นอนครับ” :)
เด็กเสิร์ฟยกชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ หอมกรุ่นมาวาง
“เล็กแห้งหมู น้ำตก ไม่ใส่เครื่องในครับ”
“เส้นหมี่น้ำใส ไก่ฉีก พิเศษน่อง”
“บะหมี่หมูต้มยำไม่เผ็ดมาก ไม่งอก เปรี้ยวพิเศษ”
และชามสุดท้ายของพลอยณัชชายังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป็ผู้หญิงชอบทานเปรี้ยวๆ ไม่ว่าจะต้มยำ หรือก๋วยเตี๋ยว บางครั้งข้าวต้มก็บีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อย แปลกดีที่ชอบทานขนมหวาน แต่กับอาหารจะชอบทานเปรี้ยวๆ
เดี๋ยวนะ…
‘นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับเ้านายที่ตลาด เมื่อวันก่อนก็เล่นบาส โยนโดนหัวเ้านายอีกต่างหาก อันที่จริงแค่โยนบาสโดนหัวแล้วเขาไม่ต่อว่าอะไรก็ว่าน่าประหลาดใจแล้ว แถมโดนเรียกค่าทำขวัญ ให้เรียกชื่อเล่นเป็การตอบแทน ถ้าให้พูดตามตรงเธอก็ไม่กล้าเรียกชื่อคุณแดนหรอกนะ คิดว่าน่าจะเก็บไว้เรียกกับคนสนิทๆดีกว่า พนักงานในบริษัทก็เรียกแต่ชื่อคุณรพีณ์กันทั้งนั้น แถมวันนี้ยังมาทานกับเพื่อนสนิทเราอีก หรือเราจะคิดมากไป เ้านายเราก็คงใจดี เป็กันเองกับทุกคนแบบนี้นั่นแหละมั้ง’ ความคิดตีกันในหัวพลอยณัชชา
พลอยณัชชาหยิบช้อนและตะเกียบยื่นให้เ้านายและเพื่อนสนิท และหยิบช้อนส้อมออกจากกล่องสแตนเลส เตรียมพร้อมทาน
“ไม่ค่อยเห็นใครใช้ช้อนกับส้อมทานก๋วยเตี๋ยวเลย แปลกดี” รพีณ์เอ่ยถาม
“พลอยไม่ถนัดตะเกียบค่ะ คีบแล้วลื่น เส้นหล่นบ่อย ไม่ได้กินพอดี” เธอพูดเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาทานก๋วยเตี๋ยวด้วยความหิวจัด"
“ยัยพลอย ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองบ้างสิ เ้านายแกก็อยู่ด้วยนะ ดูซิ๊! ซดน้ำก๋วยเตี๋ยวดังโฮกๆ เดี๋ยวน้ำตาก็ไหลอีกหรอก” ภัสสิริเตือนด้วยความเป็ห่วง
แหมะ! แหมะ!
“จริงด้วย น้ำตาคุณไหลอย่างกับคนร้องไห้เลย ก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อยมากเลยหรอครับ คุณเป็อะไรบอกผมได้นะ” รพีณ์ใและเป็ห่วงไม่น้อย น้ำตาพลอยณัชชาไหลเป็ทางเหมือนคนร้องไห้จริงๆ
ฟู่ว! ฟู่ว! พลอยเป่า พลางยกมือสะบัด
“พลอยไม่ได้เป็อะไรค่ะ แค่ทานของร้อนๆไม่ค่อยได้น้ำตาชอบไหล หิวจัด ลืมเป่าก่อนซะนี่ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนมากเลยค่ะ” T_T
“ว่าแต่คุณรพีณ์ไม่ทานเครื่องในเลยหรือคะ” พลอยณัชชาถามด้วยความสงสัย
“เครื่องในมีกลิ่นคาว ผมไม่ค่อยชอบทานครับ”
“อย่างนี้ก็ไม่กินใจด้วยสิคะ” ภัสสิริแซวรพีณ์แบบไม่ทันตั้งตัว
“ครับ” ?
“หมายถึงหัวใจ เครื่องในน่ะค่ะ” เพื่อนสาวตัวแสบเอ่ยยิ้มๆ
“อ๋อครับ”
“แล้วมาทานก๋วยเตี๋ยวกับพวกเราแบบนี้ แฟนคุณรพีณ์ไม่ว่าหรือคะ” ? ภัสสิริถามด้วยท่าทีสบายๆ
“ยัยภัส! เอ่อ ขอโทษด้วยนะคะ เพื่อนพลอยถามอะไรก็ไม่รู้ อย่าถือสาเลยนะคะ”
“ผมไม่มีแฟนครับ” เขาตอบด้วยท่าทีสบายๆ เป็กันเอง :)
“แปลกจังเลยนะคะ หล่อๆ ทำงานเก่ง แบบคุณ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าจะยังไม่มีใคร” ภัสสิริถามด้วยความสงสัย
“แปลกหรือครับที่ผมไม่มีคนรู้ใจ ผมเคยมีแฟนแต่นานมากแล้ว เลิกกันไปหลายปีแล้วครับ ตอนนี้ผมคง…รอเจอคนที่ใช่อยู่มั้งครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่จับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างเขา
“นี่คุณภัสถามเพราะอยากรู้หรือใครฝากมาถามหรือเปล่าครับ” ?
คำตอบและคำถามของรพีณ์ทำให้พลอยณัชชาซึ่งกำลังทานก๋วยเตี๋ยวชะงักงัน หันข้างไปมองเ้านายหนุ่มทั้งคู่สบตากัน พลอยณัชชาหน้าแดง มีท่าทีเขินอาย
‘แปลกดี ตลกด้วย แต่น่ารักจัง’ รพีณ์นึกในใจเผลอยิ้มออกมา
ั้แ่ได้รู้จักกับเธออะไรก็ดูสดใสไปหมด โต๊ะอาหารเย็นวันนี้บรรยากาศจึงสดชื่นเป็พิเศษ รพีณ์หัวเราะกับท่าทางตลกๆ เปิ่นๆ แกมเขินๆ ของหญิงสาว
หลังทานอาหารเสร็จเ้านายหนุ่มอาสาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้
“ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับค่าอาหาร จริงๆคุณรพีณ์ไม่ต้องจ่ายให้ก็ได้นะคะ พลอยเกรงใจค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเต็มใจจ่ายให้ จริงๆคุณติดหนี้ผมอยู่นะ”
“พลอยติดค่าอะไรหรือคะ” เธอจำไม่ได้จริงๆว่าติดค้างอะไรเ้านายไว้
“ค่าทำขวัญครับ อยู่ข้างนอกบริษัทเรียกผมว่าแดนก็ได้ ดูสบายๆ เป็กันเองมากกว่า อีกอย่างอายุเราห่างกันไม่มากผม 30 ต้นๆ คุณอายุเท่าไหร่นะครับ"?
“พลอยอายุ 27 ค่ะ”
"ห่างกันไม่เยอะ แต่หน้าคุณดูเด็กกว่าวัยมากเลยนะ เมื่อกี้คุณว่าร้านแม่คุณขายน้ำปั่นใช่ไหม ผมอยากทานน้ำหวานๆพอดี”
“คุณรพีณ์จะไป.."
“ว่าไงนะ” ชายหนุ่มมองด้วยสายตาแกมดุเล็กๆ ว่าอย่าเรียกแบบนั้นได้ไหม
"คุ..คุณแดนจะไปซื้อน้ำร้านพลอยหรือคะ โอเคค่ะเดี๋ยวพลอยพาไปร้าน”
รพีณ์มองตามหลังพลอยณัชชาที่ไปหยุดยืนหน้าร้านน้ำปั่น แม่ของพลอยณัชชา เป็หญิงวัย 60 ปี ที่ใบหน้ายังอ่อนเยาว์ รพีณ์ไม่แปลกใจเลยที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรพลอยณัชชาได้ เธอได้เค้าโครงหน้าเหมือนแม่มาเปี๊ยบ คางรูปไข่ หน้าเด็ก น่ารัก
“สวัสดีครับคุณน้า” รพีณ์ไหว้และยิ้มให้กับผู้ใหญ่
“สวัสดีจ้ะ” ลมัยรับไหว้พร้อมกับหันไปมองลูกสาวและภัสสิริ
“นี่เ้านายพลอยเองค่ะแม่ เอ่อ ชื่อคุณแดน มาอุดหนุนน้ำร้านเราจ้ะ” พลอยแนะนำเ้านายกับคุณแม่ ลมัยยิ้มให้อย่างใจดี
“ขอน้ำปั่นสูตรป้องกันหวัดครับ 1 แก้ว แล้วก็รับน้ำแตงโมปั่น น้ำกล้วยปั่น น้ำแคนตาลูปปั่น น้ำแอปเปิ้ลปั่น น้ำส้มปั่นด้วยครับขออย่างละ 10 ขวด ”
“ทำไมสั่งเยอะจังคะ”? ภัสสิริถามขึ้นมา
“ไหนๆก็มาซื้อแล้ว ซื้อแจกคนในบริษัทด้วยเลยดีกว่าครับ”
“หูยเ้านายแกนี่ มีน้ำใจเนอะ นึกถึงลูกน้องด้วย” ภัสสิพยายามชงเพื่อนสาวกับรพีณ์ให้จิ้นกัน
“ขอบคุณคุณรพีณ์ เอ่อ.. คุณแดนมากๆเลยนะคะ ที่มาอุดหนุนร้านแม่พลอย คุณเป็คนมีน้ำใจจริงๆค่ะ” พลอยณัชชาขอบคุณด้วยความซาบซึ้งอย่างจริงใจ
“ไม่เป็ไรครับ”
“คุณรพีณ์จอดรถไว้ที่ไหนคะ เดี่ยวพลอยช่วยถือน้ำไปส่งที่รถค่ะ”
“ทางนี้ครับ” รพีณ์ยิ้มกว้างอย่างพอใจ เขาเอ่ยขอตัวกับลมัยและภัสสิริเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินไปยังลานจอดรถ
รพีณ์หิ้วถุงน้ำปั่น ไปวางบนรถ และรับถุงน้ำปั่นที่เหลือจากลพอยณัชชา
รพีณ์นิ่งมองพลอยณัชชาก่อนขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก พลอยณัชชาเลิกคิ้วหันไปถามเ้านายหนุ่มว่า
“มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือคุณแดนลืมอะไรไว้หรือเปล่าคะ” เ้านายหนุ่มส่ายหน้า นั่นทำให้เธอยิ่งงุนงงหนักขึ้นไปอีก
“I will never leave you alone. ขอบคุณที่มาส่งครับ เจอกันวันจันทร์นะครับ” :)
รพีณ์โบกมือให้ แล้วก้าวขึ้นรถขับออกไป
บ่ายวันเสาร์
“พลอยจ๋า” เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อพ้นประตูเข้ามาภัสสิริก็ก็ถลาเข้ามาเกาะแขนเพื่อนสาวทันที
“สองอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยนะ พอบอกมีเื่จะเล่าเกี่ยวกับคุณรพีณ์นี่รีบมาหาเชียว” เธอแกล้งทำหน้างอนเพื่อนสาว
“ก็แหม อาทิตย์ก่อนไปสัมมนาต่างจังหวัดนี่นา อาทิตย์ก่อนหน้านั้นก็สลับวันทำงาน ทำให้วันหยุดไม่ตรงกันนี่เพื่อนรัก อย่างอนไปเลยน๊า วันนี้รีบมาหาเลยนะเนี่ย" ^3^
พลอยณัชชาแกล้งทำหน้ามุ่ย เดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง -.-
วันนี้เธอดูดีในชุดแสนสบาย เสื้อยืดแฟชั่นสีสดใสสกรีนข้อความ ‘please don't leave me alone.' ที่สั่งซื้อจาก Shopee กับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวเก่ง แต่งหน้าอ่อนๆ สวมแว่นกรอบกลม มัดผมดังโงะ
“พร้อมหรือยังพลอย" เสียงแม่ะโเรียกให้ลงไปช่วยถือของชั้นล่าง
“พร้อมแล้วค่ะแม่ เดี๋ยวหนูลงไป" พลอยณัชชาไม่รอช้าจูงมือเพื่อนสาวให้ไปด้วยกัน “ไปช่วยแม่ขายน้ำปั่นที่ตลาดก่อน ยัยภัสแกอยู่ว่างๆก็ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว จะได้เดินเล่นกันตอนค่ำด้วย”
“ก็ดีเหมือนกัน อย่าลืมเล่าเื่เ้านายสุดหล่อด้วยล่ะ”
19.00 น. ตลาดนัดรถไฟรัชดา
ตลาดกลางคืนขนาดกลาง มีแผงขายของเรียงอัดกันเป็ล็อคๆ บริเวณด้านหน้าเป็โซนอาหารและเครื่องดื่มนั่งทานได้ ลึกเข้าไปมีของสดขายแทบทุกอย่าง โซนถัดมาเป็เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และโซนร้านเหล้า ใช่แล้วมันเคยเป็แบบนั้น….จนกระทั่ง
ครืด ครืด ครืด
“น้ำส้มปั่นสองแก้ว”
“ได้ค่ะ หวานน้อยนะคะคุณลูกค้า”
ไม่คิดเลยว่าวันเสาร์บรรยากาศตลาดจะเงียบเหงาขนาดนี้ โควิด19 ทำนักท่องเที่ยวลดน้อยลงโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน แตกต่างจาก่ปกติที่จะมีคนมาเดินช้อปปิ้งกันตลอด่กลางคืน ไม่ใช่แค่ร้านน้ำปั่นของแม่เพียงร้านเดียวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 บางร้านก็เลือกที่จะไม่ขายต่อแล้ว เพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว พ่อค้าแม่ค้าหันไปขายของออนไลน์กันมากขึ้น
“พลอย” เนื่องจากกำลังคิดอะไรเพลินๆ พลอยณัชชาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเสียงเล็กๆ ของเพื่อนรักที่เรียกชื่อขึ้นมาอย่างไม่มีปลี่มีขลุ่ย
“หิวแล้วหรอ” เธอหันมาถามเพื่อนรักอย่างกับรู้ใจ
“ไปหาอะไรกินกันเถอะ กินอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวไหม”?
ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ ไปกัน” พลอยณัชชาหิวแล้วเหมือนกัน เธอจึงไม่เลือกมาก เดินตามหลังเพื่อนสาวไปอย่างไม่รอช้า
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสแซ่บ
กลิ่นหอมของน้ำก๋วยเตี๋ยวในหม้อใบใหญ่ลอยมาแตะจมูก เชิญชวนให้แวะเข้าไปลิ้มลองความอร่อยสักชามสองชาม
“มาทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้หรือครับ”
เสียงห้าวทุ้ม ดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่พลอยณัชชากำลังรอคิวเพื่อจองโต๊ะที่นั่งอยู่ หญิงสาวสะดุ้งใ หันขวับไปมองตาโตชะงัก นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ คาดไม่ถึงว่าจะเจอเ้านายหนุ่มที่นี่ เธอถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“คุ…คุณรพีณ์มาได้ยังไงคะ”
“ขับรถมาครับ” ชายหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ แอบนึกขำท่าทีอึ้งๆของหญิงสาว
“อ๋อ ค่ะ” พลอยณัชชาพยักหน้าทำท่าทางว่ารับรู้
“แล้วนี่มาคนเดียวหรอ ผมนั่งทานด้วยได้ไหม”
“คะ ? อ๋อ! พลอยมากับเพื่อนค่ะ นี่คือเพื่อนพลอยค่ะ ชื่อภัสสิริ" พลอยแนะนำเพื่อนให้รู้จัก “แล้วก็นี่คือคุณรพีณ์เ้านายเราเอง" พูดเสร็จก็ยกมือป้องปากกระซิบกับเพื่อนสาว "นี่ไงคนที่แกปลื้มนักปลื้มหนา”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ/ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ถ้าพวกคุณไม่ว่าอะไร จะรบกวนไหมครับถ้าผมขอนั่งร่วมโต๊ะด้วย โต๊ะด้านในสุดว่างพอดีเลย”
“เอ่อ…” พลอยณัชชาอึกอัก กลัวว่านั่งโต๊ะเดียวกับเ้านายแล้วเพื่อนรักจะเผลอพูดอะไรแปลกๆ
“จะไม่ได้ได้ยังไงกันคะ ต้องได้อยู่แล้ว” ภัสสิริเอาศอกกระทุ้งเอวพลอยณัชชาพลางยิ้มกระหยิ่ม เพื่อนสาวเดินนำไปที่โต๊ะด้านในสุดที่พนักงานกำลังเช็ดโต๊ะ พลอยณัชชาเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อน
“คุณรพีณ์มาทำธุระแถวนี้หรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากจดเมนูยื่นให้เด็กในร้านเรียบร้อยแล้ว
“บ้านผมอยู่แถวนี้ครับ พอดีไม่รู้จะทานอะไรวันนี้เลยมาเดินหาร้านนั่งกิน ไม่คิดว่าจะเจอคุณ” เขาเอ่ยยิ้มๆ “แล้วคุณมาเที่ยวกับคุณภัสหรือครับ” ?
“พลอยมาช่วยแม่ขายน้ำปั่นที่ตลาดค่ะ ส่วนภัสมาช่วยที่ร้านแม่พลอยเหมือนกันค่ะ”
“แสดงว่าขายดีใช่ไหมครับ”
“่นี้ขายไม่ค่อยดีเลยค่ะ ั้แ่โควิด ลูกค้าก็น้อยลงมากค่ะ คุณรพีณ์ชอบทานน้ำผลไม้ไหมคะ? ”
“ทานบ้างครับ แต่ส่วนมากเวลาทำงานจะทานกาแฟแก้ง่วงซะมากกว่า”
“ร้านยัยพลอยมีทั้งน้ำปั่น น้ำสกัดเย็นก็มีนะคะ” ภัสสิริชวนคุย สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ั้แ่ที่เดินเข้ามาในร้านเขาก็กลายเป็จุดเด่น สายตาแทบทุกคู่ของหญิงสาวในร้านมองมาที่จุดเดียวอย่างไม่วางตา รวมถึงเพื่อนสนิทของเธอด้วยที่ตอนนี้มีอาการตาวาวๆ เหมือนเด็กเห็นขนม ขณะที่สายตาของชายหนุ่มจ้องมาที่พลอยณัชชาตลอดเวลา
“ไว้ทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จผมแวะไปอุดหนุนแน่นอนครับ” :)
เด็กเสิร์ฟยกชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ หอมกรุ่นมาวาง
“เล็กแห้งหมู น้ำตก ไม่ใส่เครื่องในครับ”
“เส้นหมี่น้ำใส ไก่ฉีก พิเศษน่อง”
“บะหมี่หมูต้มยำไม่เผ็ดมาก ไม่งอก เปรี้ยวพิเศษ”
และชามสุดท้ายของพลอยณัชชายังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป็ผู้หญิงชอบทานเปรี้ยวๆ ไม่ว่าจะต้มยำ หรือก๋วยเตี๋ยว บางครั้งข้าวต้มก็บีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อย แปลกดีที่ชอบทานขนมหวาน แต่กับอาหารจะชอบทานเปรี้ยวๆ
เดี๋ยวนะ…
‘นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับเ้านายที่ตลาด เมื่อวันก่อนก็เล่นบาส โยนโดนหัวเ้านายอีกต่างหาก อันที่จริงแค่โยนบาสโดนหัวแล้วเขาไม่ต่อว่าอะไรก็ว่าน่าประหลาดใจแล้ว แถมโดนเรียกค่าทำขวัญ ให้เรียกชื่อเล่นเป็การตอบแทน ถ้าให้พูดตามตรงเธอก็ไม่กล้าเรียกชื่อคุณแดนหรอกนะ คิดว่าน่าจะเก็บไว้เรียกกับคนสนิทๆดีกว่า พนักงานในบริษัทก็เรียกแต่ชื่อคุณรพีณ์กันทั้งนั้น แถมวันนี้ยังมาทานกับเพื่อนสนิทเราอีก หรือเราจะคิดมากไป เ้านายเราก็คงใจดี เป็กันเองกับทุกคนแบบนี้นั่นแหละมั้ง’ ความคิดตีกันในหัวพลอยณัชชา
พลอยณัชชาหยิบช้อนและตะเกียบยื่นให้เ้านายและเพื่อนสนิท และหยิบช้อนส้อมออกจากกล่องสแตนเลส เตรียมพร้อมทาน
“ไม่ค่อยเห็นใครใช้ช้อนกับส้อมทานก๋วยเตี๋ยวเลย แปลกดี” รพีณ์เอ่ยถาม
“พลอยไม่ถนัดตะเกียบค่ะ คีบแล้วลื่น เส้นหล่นบ่อย ไม่ได้กินพอดี” เธอพูดเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาทานก๋วยเตี๋ยวด้วยความหิวจัด"
“ยัยพลอย ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองบ้างสิ เ้านายแกก็อยู่ด้วยนะ ดูซิ๊! ซดน้ำก๋วยเตี๋ยวดังโฮกๆ เดี๋ยวน้ำตาก็ไหลอีกหรอก” ภัสสิริเตือนด้วยความเป็ห่วง
แหมะ! แหมะ!
“จริงด้วย น้ำตาคุณไหลอย่างกับคนร้องไห้เลย ก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อยมากเลยหรอครับ คุณเป็อะไรบอกผมได้นะ” รพีณ์ใและเป็ห่วงไม่น้อย น้ำตาพลอยณัชชาไหลเป็ทางเหมือนคนร้องไห้จริงๆ
ฟู่ว! ฟู่ว! พลอยเป่า พลางยกมือสะบัด
“พลอยไม่ได้เป็อะไรค่ะ แค่ทานของร้อนๆไม่ค่อยได้น้ำตาชอบไหล หิวจัด ลืมเป่าก่อนซะนี่ น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนมากเลยค่ะ” T_T
“ว่าแต่คุณรพีณ์ไม่ทานเครื่องในเลยหรือคะ” พลอยณัชชาถามด้วยความสงสัย
“เครื่องในมีกลิ่นคาว ผมไม่ค่อยชอบทานครับ”
“อย่างนี้ก็ไม่กินใจด้วยสิคะ” ภัสสิริแซวรพีณ์แบบไม่ทันตั้งตัว
“ครับ” ?
“หมายถึงหัวใจ เครื่องในน่ะค่ะ” เพื่อนสาวตัวแสบเอ่ยยิ้มๆ
“อ๋อครับ”
“แล้วมาทานก๋วยเตี๋ยวกับพวกเราแบบนี้ แฟนคุณรพีณ์ไม่ว่าหรือคะ” ? ภัสสิริถามด้วยท่าทีสบายๆ
“ยัยภัส! เอ่อ ขอโทษด้วยนะคะ เพื่อนพลอยถามอะไรก็ไม่รู้ อย่าถือสาเลยนะคะ”
“ผมไม่มีแฟนครับ” เขาตอบด้วยท่าทีสบายๆ เป็กันเอง :)
“แปลกจังเลยนะคะ หล่อๆ ทำงานเก่ง แบบคุณ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าจะยังไม่มีใคร” ภัสสิริถามด้วยความสงสัย
“แปลกหรือครับที่ผมไม่มีคนรู้ใจ ผมเคยมีแฟนแต่นานมากแล้ว เลิกกันไปหลายปีแล้วครับ ตอนนี้ผมคง…รอเจอคนที่ใช่อยู่มั้งครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่จับจ้องไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างเขา
“นี่คุณภัสถามเพราะอยากรู้หรือใครฝากมาถามหรือเปล่าครับ” ?
คำตอบและคำถามของรพีณ์ทำให้พลอยณัชชาซึ่งกำลังทานก๋วยเตี๋ยวชะงักงัน หันข้างไปมองเ้านายหนุ่มทั้งคู่สบตากัน พลอยณัชชาหน้าแดง มีท่าทีเขินอาย
‘แปลกดี ตลกด้วย แต่น่ารักจัง’ รพีณ์นึกในใจเผลอยิ้มออกมา
ั้แ่ได้รู้จักกับเธออะไรก็ดูสดใสไปหมด โต๊ะอาหารเย็นวันนี้บรรยากาศจึงสดชื่นเป็พิเศษ รพีณ์หัวเราะกับท่าทางตลกๆ เปิ่นๆ แกมเขินๆ ของหญิงสาว
หลังทานอาหารเสร็จเ้านายหนุ่มอาสาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้
“ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับค่าอาหาร จริงๆคุณรพีณ์ไม่ต้องจ่ายให้ก็ได้นะคะ พลอยเกรงใจค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเต็มใจจ่ายให้ จริงๆคุณติดหนี้ผมอยู่นะ”
“พลอยติดค่าอะไรหรือคะ” เธอจำไม่ได้จริงๆว่าติดค้างอะไรเ้านายไว้
“ค่าทำขวัญครับ อยู่ข้างนอกบริษัทเรียกผมว่าแดนก็ได้ ดูสบายๆ เป็กันเองมากกว่า อีกอย่างอายุเราห่างกันไม่มากผม 30 ต้นๆ คุณอายุเท่าไหร่นะครับ"?
“พลอยอายุ 27 ค่ะ”
"ห่างกันไม่เยอะ แต่หน้าคุณดูเด็กกว่าวัยมากเลยนะ เมื่อกี้คุณว่าร้านแม่คุณขายน้ำปั่นใช่ไหม ผมอยากทานน้ำหวานๆพอดี”
“คุณรพีณ์จะไป.."
“ว่าไงนะ” ชายหนุ่มมองด้วยสายตาแกมดุเล็กๆ ว่าอย่าเรียกแบบนั้นได้ไหม
"คุ..คุณแดนจะไปซื้อน้ำร้านพลอยหรือคะ โอเคค่ะเดี๋ยวพลอยพาไปร้าน”
รพีณ์มองตามหลังพลอยณัชชาที่ไปหยุดยืนหน้าร้านน้ำปั่น แม่ของพลอยณัชชา เป็หญิงวัย 60 ปี ที่ใบหน้ายังอ่อนเยาว์ รพีณ์ไม่แปลกใจเลยที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรพลอยณัชชาได้ เธอได้เค้าโครงหน้าเหมือนแม่มาเปี๊ยบ คางรูปไข่ หน้าเด็ก น่ารัก
“สวัสดีครับคุณน้า” รพีณ์ไหว้และยิ้มให้กับผู้ใหญ่
“สวัสดีจ้ะ” ลมัยรับไหว้พร้อมกับหันไปมองลูกสาวและภัสสิริ
“นี่เ้านายพลอยเองค่ะแม่ เอ่อ ชื่อคุณแดน มาอุดหนุนน้ำร้านเราจ้ะ” พลอยแนะนำเ้านายกับคุณแม่ ลมัยยิ้มให้อย่างใจดี
“ขอน้ำปั่นสูตรป้องกันหวัดครับ 1 แก้ว แล้วก็รับน้ำแตงโมปั่น น้ำกล้วยปั่น น้ำแคนตาลูปปั่น น้ำแอปเปิ้ลปั่น น้ำส้มปั่นด้วยครับขออย่างละ 10 ขวด ”
“ทำไมสั่งเยอะจังคะ”? ภัสสิริถามขึ้นมา
“ไหนๆก็มาซื้อแล้ว ซื้อแจกคนในบริษัทด้วยเลยดีกว่าครับ”
“หูยเ้านายแกนี่ มีน้ำใจเนอะ นึกถึงลูกน้องด้วย” ภัสสิพยายามชงเพื่อนสาวกับรพีณ์ให้จิ้นกัน
“ขอบคุณคุณรพีณ์ เอ่อ.. คุณแดนมากๆเลยนะคะ ที่มาอุดหนุนร้านแม่พลอย คุณเป็คนมีน้ำใจจริงๆค่ะ” พลอยณัชชาขอบคุณด้วยความซาบซึ้งอย่างจริงใจ
“ไม่เป็ไรครับ”
“คุณรพีณ์จอดรถไว้ที่ไหนคะ เดี่ยวพลอยช่วยถือน้ำไปส่งที่รถค่ะ”
“ทางนี้ครับ” รพีณ์ยิ้มกว้างอย่างพอใจ เขาเอ่ยขอตัวกับลมัยและภัสสิริเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินไปยังลานจอดรถ
รพีณ์หิ้วถุงน้ำปั่น ไปวางบนรถ และรับถุงน้ำปั่นที่เหลือจากพลอยณัชชา
รพีณ์นิ่งมองพลอยณัชชาก่อนขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก พลอยณัชชาเลิกคิ้วหันไปถามเ้านายหนุ่มว่า
“มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือคุณแดนลืมอะไรไว้หรือเปล่าคะ” เ้านายหนุ่มส่ายหน้า นั่นทำให้เธอยิ่งงุนงงหนักขึ้นไปอีก
“I will never leave you alone. ขอบคุณที่มาส่งครับ เจอกันวันจันทร์นะครับ” :)
รพีณ์โบกมือให้ แล้วก้าวขึ้นรถขับออกไป
รอติดตามตอนที่ 6 ได้เลยนะคะ อย่าลืมกดติดตาม กดให้กำลังใจผู้แต่งด้วยนะค๊า :)