บทที่ 10 บริการล้างเท้าของคุณหนูใหญ่
เนี่ยเฉินวางจอกสุราลง แล้วบรรยายอย่างคล่องแคล่วว่า
“หัวหน้าใหญ่ ข้าคิดว่าหากพวกเราจะทำการค้าขาย ก็ต้องขยายช่องทาง ไม่เพียงต้องดูความ้าของลูกค้า แต่ต้องดูความ้าของพวกเราเองด้วย
คนที่ท่านพอจะติดต่อได้นั้นมีแต่จะให้ทองคำและเงิน แต่ความจริงแล้ว สำหรับเราทองคำกับเงินไม่สำคัญที่สุด ในยุคที่โกลาหลเช่นนี้เงินหาได้สำคัญไม่
สิ่งที่สำคัญคือทหาร ม้า เสบียง ดินแดน และอาวุธ
ข้าครุ่นคิดดูแล้ว อำเภอชิงสุ่ยของพวกเราเป็ชายแดนของแคว้น ทิศเหนือก็ติดกับพวกชนเผ่าทุ่งหญ้า
ชนเผ่าทุ่งหญ้ามีม้าและแกะมากมาย แต่ขาดแคลนเครื่องใช้ที่ทำจากเหล็ก
ส่วนพวกเรา้าม้าเพื่อจัดตั้งทหารม้า ้าเอ็นวัวทำธนูและหน้าไม้ และ้าหนังวัวทำอานม้า
กล่าวได้ว่าสิ่งที่เรามี ชนเผ่าทุ่งหญ้าไม่มี สิ่งที่ชนเผ่าทุ่งหญ้ามี พวกเราก็จำเป็ต้องใช้
เพียงแค่เราสามารถเจรจาขอความร่วมมือกับชนเผ่าทุ่งหญ้าได้ ก็จะได้ทรัพยากรมากมายมหาศาล
และยังไม่ต้องกังวลว่าชนเผ่าทุ่งหญ้าจะมารุกรานเรา เพราะหากพวกนั้นยกทัพมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอันตงอ๋อง ส่วนภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีผิงซีอ๋อง ทั้งสองคงไม่นิ่งดูดายปล่อยให้ชนเผ่าทุ่งหญ้ารุกรานดินแดนของเรา”
คำพูดของเนี่ยเฉินทำให้เวิงชิวฉานกับต้าจ้วงดวงตาเป็ประกาย ทั้งสองคิดว่าเป็วิธีการที่ยอดเยี่ยมมาก
แลกเปลี่ยนสินค้ากัน เอาสิ่งของที่้า ต่างคนต่างได้ประโยชน์ กิจการก็ยิ่งใหญ่และเข้มแข็ง!
ต้องทำเช่นนี้ให้ได้!
ทว่าหัวหน้าใหญ่กลับส่ายหน้า
"ไม่ได้"
"ท่านพ่อ ทำไมไม่ได้เ้าคะ"
เวิงชิวฉานรีบถาม
"เ้าจะรู้เื่อะไร นี่มันเป็การช่วยเหลือศัตรู! ชนเผ่าทุ่งหญ้าพวกนี้เป็ศัตรูกับพวกเรามาโดยตลอด ยามที่ราชวงศ์ยังคงรุ่งเรือง พวกเขาควบคุมการค้าทองแดงและเหล็กกับชนเผ่าทุ่งหญ้าอย่างเข้มงวด
เมื่อก่อนพวกเรามอบเงินและทองให้แก่ชนเผ่าทุ่งหญ้าเพื่อแลกกับสันติ แต่ภายหลังกลับพบว่าพวกมันเอาเงินและทองไปหล่อมีดดาบ พวกเราจึงเปลี่ยนมามอบใบชา ผ้าไหม และเครื่องเคลือบลายครามแทน
ดังนั้นหากพวกเราทำเช่นนี้ จะไม่เท่ากับทำให้ความพยายามของบรรพบุรุษสูญเปล่าหรือ"
เมื่อหัวหน้าใหญ่พูดออกมาก็มีกลิ่นอายของแม่ทัพผู้เกรียงไกร
เนี่ยเฉินลอบดูแคลนในใจ เป็โจรป่าแล้ว จะยังสนใจอะไรกับเื่ราวของบ้านเมืองอีก
ทว่าคำพูดต่อมาของหัวหน้าใหญ่กลับทำให้เขาเปลี่ยนความคิด
"ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเราขายอาวุธให้กับเหล่าขุนนาง ก็ยังพอจะเล่นแง่และชิงไหวพริบได้บ้าง แต่หากขายให้ชนเผ่าทุ่งหญ้า ทำให้กองกำลังของพวกมันแข็งแกร่งขึ้น สุดท้ายผู้ที่จะโชคร้ายก็คือพวกเราเอง
ชนเผ่าทุ่งหญ้าจ้องจะยึดครองแผ่นดินของเรา พวกมันโจมตีเราโดยไม่้าเหตุผลใด ๆ เลย
แม้บรรดาขุนศึกต่างต่อสู้กันเอง แต่ก็ยังทราบว่าห้ามทำร้ายราษฎร เพราะการแย่งชิงดินแดนก็คือแย่งชิงไพร่พล แต่หากชนเผ่าทุ่งหญ้ายกทัพมา พวกมันจะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่เว้นแม้แต่ไก่กับหมา พวกมันจะเปลี่ยนไร่นาของเราให้กลายเป็ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
และพวกเราก็อยู่ติดกับชนเผ่าทุ่งหญ้าเลย"
เนี่ยเฉินได้ยินดังนั้นแล้วพยักหน้า ชนเผ่าทุ่งหญ้าถือเป็ศัตรูตัวฉกาจของพวกเขามาช้านาน ต้องไม่ประมาทเป็อันขาด
แล้วหากในภายภาคหน้าพวกเราอยากแผ่นฟ้าและผืนดิน ตั้งตนเป็ใหญ่จริง ก็ต้องระวังชนเผ่าทุ่งหญ้าจากทุ่งหญ้า เช่นนั้นก็ต้องป้องกันคนจากชนเผ่าทุ่งหญ้าเอาไว้ั้แ่ต้น ไม่ให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น
เนี่ยเฉินรินสุราใส่จอก ดื่มจนหมดแล้วมองจอกสุราในมือ ก่อนจะเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาแล้วกล่าวว่า
"หัวหน้าใหญ่ ข้ามีหนทางที่จะทำให้ชนเผ่าทุ่งหญ้าอ่อนแอลง แล้วก็ได้ของที่พวกเรา้าได้ด้วย"
"ข้ารู้อยู่ว่าเ้ามันเ้าเล่ห์นัก ว่ามาสิ วิธีการใดกัน"
"สุรา!"
"สุราหรือ? เลิกพูดเถอะ มีพ่อค้าลักลอบนำสุราเข้าไปในเขตทุ่งหญ้ามากมาย พวกมันไม่ขาดแคลนสุราหรอก"
"ไม่เหมือนกัน หัวหน้าใหญ่ สุราที่ข้าหมักแรงกว่าสุราเหล่านี้มากนัก ทุ่งหญ้าหนาวเหน็บ คนจากชนเผ่าทุ่งหญ้าหยาบกระด้าง พวกมันจะต้องชอบสุราของข้าแน่"
หัวหน้าใหญ่ซักถามถึงวิธีในการหมัก เนี่ยเฉินยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วไม่พูดอะไรต่อ เมื่อดื่มกินกับคนทั้งสามพอสมควรแล้ว เนี่ยเฉินก็เริ่มมึนเมา
เมื่องานเลี้ยงจบลง หัวหน้าใหญ่ก็ใช้ให้ต้าจ้วงและเวิงชิวฉานไปส่งเนี่ยเฉินกลับที่พัก
ต้าจ้วงเพิ่งเดินออกจากโถงจวี้อี้ไม่ไกล ก็ถูกพวกโจรดึงไปดื่มสุรา
เหลือเพียงเวิงชิวฉานที่มาส่งเนี่ยเฉินเท่านั้น
ทั้งสองเดินมาที่หน้าห้องของเนี่ยเฉิน ชายหนุ่มตักน้ำมาหนึ่งอ่าง วางไว้ที่ม้านั่งข้าง ๆ แล้วถอดรองเท้าและถุงเท้าออก
ส่วนเวิงชิวฉานพิงอยู่ที่กรอบประตู มองเนี่ยเฉินด้วยสายตาที่ทั้งสงสัยและอยากรู้อยากเห็น
"จันทราดาราพร่างพราย นกโอ้อวดเสียงไพเราะ ยามราตรีอันงดงามนี้ หญิงสาวนอนไม่หลับ เช่นนั้นแล้วอยากนอนเคียงหมอนกับข้าหรือไม่"
เนี่ยเฉินพูดพลางหัวเราะอย่างยินดี
"คนลามก เ้าจะต้องฉีกปากและตัดลิ้นของเ้าออกมาให้หมด!"
เวิงชิวฉานพูดอย่างเ็า
"โอ้ ไม่เอาอย่างนั้นสิ เ้าไม่ไปนอนแล้วมายืนดูข้าอยู่ที่ประตูทำไม"
"ข้าแค่สงสัย เ้าเป็แค่อันธพาลหลอกผู้หญิง ข่มเหงชาวบ้าน และรอคอยความตาย ไฉนจู่ ๆ จึงมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นมา"
เวิงชิวฉานขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
เนี่ยเฉินถอนหายใจ เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วก็เงยหน้ามองคานห้องเป็มุมสี่สิบห้าองศา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า
“โลกนี้ดูิ่ข้า ใส่ร้ายข้า และรังแกข้า พวกเขาเ่าั้ล้วนเป็คนส่งต่อข่าวลือผิด ๆ ตัวข้านั้นมีความสามารถมากมาย แต่กลับถูกพวกเขาเล่ากันว่าเป็คนพาล ตรงกันข้าม เื่ที่ตัวข้าเป็อู๋เอี้ยนจู่*[1]กลับไม่มีใครเคยพูดออกมา ช่างน่าเศร้าแท้"
"อู๋เอี้ยนจู่เป็ใคร"
เวิงชิวฉานถามด้วยความอยากรู้
"ชายรูปงามอันดับหนึ่งของแผ่นดิน และอีกนัยหนึ่งก็คือชื่อปลอมของข้าเอง"
"เหอะ!"
เวิงชิวฉานหัวเราะเสียงเย็นอย่างดูแคลน สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ทว่าเนี่ยเฉินมิได้ใส่ใจ ซักรองเท้าเสร็จแล้วก็เอาเท้าทั้งสองไปใส่ลงอ่างไม้ พลางบอกว่า
"เริ่มเลย"
"เริ่มอะไร"
"เอ๊ะ เมื่อวานซืนเ้าไม่ได้พูดเอาไว้หรือ หากข้าหาเงินมาได้สามพันตำลึง เ้าจะลงมือล้างเท้าให้ข้าเอง
ไม่เห็นหรือว่าน้ำล้างเท้านี้ข้าตักมาเอง ไม่ต้องให้เ้าไปตักอีก นับว่าเอาใจเ้ามาก เริ่มเลยเถิด"
"ข้าต้องล้างเท้าให้เ้าเช่นนั้นหรือ?"
เวิงชิวฉานเบิกตากว้าง แม้แต่แขนที่กอดอกไว้ยังคลายออกพลางกำหมัดแน่น
“พวกเราล้วนเป็โจรผู้กระทำการแทนค์ หัวหน้าใหญ่เป็ยอดคนที่หนึ่งคำมั่นสัญญามีค่าเท่ากับทองพันชั่ง บิดาพยัคฆ์ย่อมไม่มีบุตรีสุนัข พูดคำไหนคำนั้น พูดแล้วไม่คืนคำ หนึ่งคำพูดที่ออกจากปากคือน้ำหนักของตะปูหนึ่งอัน*[2]
เ้าเป็ลูกสาวของหัวหน้าใหญ่ แล้วเหตุใดจึงทำผิดคำสัญญาเช่นนี้”
เนี่ยเฉินหัวเราะพลางยิ้ม
“สาวน้อย เ้าคงไม่อยากให้ข้าป่าวประกาศไปทั่วหุบเขาหรอกนะ ว่าแท้จริงแล้วเ้าเป็คนไม่รักษาคำพูด"”
“ข้า…”
ใบหน้าของเวิงชิวฉานแดงก่ำ ความโกรธคุกกรุ่นจนแทบจะะเิ หากทำได้ นางจะชักดาบออกมาสังหารไอ้โรคจิตเบื้องหน้าให้สิ้นซากซะ
แต่นางก็ห่วงชื่อเสียงของตัวเอง จึงยอมกัดฟันเอ่ยว่า
“ก็ได้ ข้าจะล้างเท้าให้เ้า!”
พูดจบ เวิงชิวฉานเดินไปนั่งยองลง แล้วค่อย ๆ ยื่นมืออันบอบบางออกไปล้างเท้าให้เนี่ยเฉิน
ในใจนางได้แต่ด่าทอตัวเอง ทำไมต้องลงเดิมพันแบบนั้น ทำไมต้องตามเ้าหมอนั่นมาด้วย ยอมให้เขามากดขี่เหยียดหยามกัน
เนี่ยเฉินหลับตาพิงหลังกับพนักอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับััจากมืออ่อนนุ่มที่นวดฝ่าเท้าตน เขารู้สึกสบายใจจนเกือบจะเคลิ้มหลับอยู่แล้ว
"นี่มันมือของคนที่จับดาบถือแส้ทุกวันชัด ๆ แข็งเป็หนังด้านหมดแล้ว นวดแล้วไม่สบายเอาเสียเลย ต่อไปอย่าไปฟันดาบเล่นทุกวันเล่า ดูแลมือให้มันอ่อนนุ่มกว่านี้บ้าง รู้หรือไม่"
เมื่อได้ยินคำนั้น เพลิงโทสะของเวิงชิวฉานก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
คุณหนูอย่างข้าลงมือล้างเท้าให้เ้า ทว่าเ้ากลับยังกล้ารังเกียจอีกหรือ!
[1] อู๋เอี้ยนจู่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ แดเนียล วู (Daniel Wu) เป็นักแสดง ผู้กำกับ ผู้สร้างภาพยนตร์ มีผลงานภาพยนตร์เื่แรกคือ Young and Dangerous: The Prequel (1998) และมีผลงานอีกหลายเื่ ทั้งยังมีผลงานระดับฮอลลีวูดในภาพยนตร์คอมเมดี้เื่ 80 วัน จารกรรมฟัดข้ามโลก (Around The World In 80 Days)
[2] หนึ่งคำพูดที่ออกจากปากคือน้ำหนักของตะปูหนึ่งอัน หมายถึงคนที่พูดแล้วเชื่อถือได้ พูดอะไรไว้ต้องทำตามที่พูดเสมอ เป็การเปรียบเทียบว่าแต่ละคำพูดมีน้ำหนักเหมือนตะปูที่ตอกลงไปและมั่นคง