ยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม

    บทที่ 59 วางแผน

    หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดครบขวบปี ไม่ว่าก่อนหน้านี้จวนองค์ชายเก้าจะรุ่งเรืองมากเพียงใดหรือหงหมินน้อยจะมีชื่อเสียงโด่งดังมากขนาดไหน เมื่อเวลาผันผ่าน เรื่องราวก็ค่อยๆจางหายไป ก็เหมือนกับเรื่องราวของครอบครัวอื่นๆที่มีเรื่องให้เล่าขานแล้วเลือนหายไปเช่นกัน

            ในตอนบ่ายของวันนี้อิ้นถังไม่ได้กลับไปที่จวนเพื่อกินอาหารเย็นตามปกติ หว่านซีส่งคนไปสอบถามเล็กน้อยจึงได้รู้ว่าอิ้นถังยังอยู่ในศาลาว่าการและยังไม่ได้รับอาหาร นางจึงให้ทิงอวี่มารับอาหารกลางวันที่ทิงเสวี่ยจัดเตรียมไว้แล้วไปหาหวังอัน

            หว่านซีไม่ให้สาวใช้ไปส่งอาหารถึงศาลาว่าการอย่างแน่นอนการกระทำที่ดูเหมือนแสดงความรักเช่นนั้น แท้จริงแล้วถือเป็นการล้ำเส้นอย่างหนึ่งแม้นางจะดูเหมือนจะล้ำเส้น แต่ทุกครั้งนางก็ไม่เคยก้าวผ่านเส้นนั้นไปเลย

            หากต้องการรักษาความโปรดปรานไม่ให้เสื่อมคลายก็จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในใจอีกฝ่ายอย่างแท้จริงไม่ใช่คิดเอาเองและใช้วิธีการที่ไม่ตรงกับความต้องการของอีกฝ่ายเพื่อแย่งชิงพื้นที่ของเขาทีละเล็กทีละน้อย

            ในชีวิตที่แล้วต่งเอ้อซื่อทั้งเอาแต่ใจทั้งเรียกร้อง นางใช้ทุกวิถีทางเพื่อต้องการให้อิ้นถังเห็นได้ยิน คิด และถามทุกอย่างเพื่อนางผู้เดียว

            แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรเล่า

            อิ้นถังคลั่งไคล้หว่านซีและโปรดปรานผู้หญิงทุกคนในเรือนหลังยกเว้นต่งเอ้อซื่อ

            แต่ตอนนี้อิ้นถังโปรดปรานเพียงหว่านซีและไม่ได้สนใจสตรีคนอื่น แต่นางรู้ดีว่านี่เป็นเพราะมีเรื่องราวหลายอย่างมากเกินไป ทำให้เกิดปมในใจเขาที่ไม่อาจกำจัดได้ขึ้นมาแต่หากรอกระทั่งสตรีคนใหม่เข้ามาในเรือนหลังนางเชื่อว่าก่อนที่อิ้นถังจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีต่อนางเขาจะไม่มีทางเป็นของนางเพียงคนเดียว

            แน่นอนว่าเป็นไปได้เช่นกันที่อิ้นถังจะเผชิญหน้ากับความในใจตนเองและเขาก็อาจจะหมางเมินนางไปเสียก่อนเพราะไม่อาจยอมรับความรู้สึกเช่นนั้นได้

            ไม่ว่าจะอย่างไรนางรู้ว่าการยอมรับใจตนเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

            และเพราะว่ามันไม่ง่ายหว่านซีจึงต้องเอาใจใส่เขาให้มากขึ้นพยายามเพิ่มน้ำหนักของตนเองในใจของอิ้นถังก่อนที่เขาจะรู้ตัว ค่อยๆแทรกซึมตนเองเข้าไปช้าๆ ทำให้เขาคิดถึงนางคิดถึงเรือนชิงอี้ของนางเป็นที่แรกเมื่อย่างเข้าเรือนหลัง

            ในศาลาว่าการ อิ้นถังส่งอิ้นซื่อที่มาหาเพื่อสานสัมพันธ์ฉันพี่น้องอีกครั้งออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเขารู้สึกว่าสายสัมพันธ์พี่น้องที่คนเหล่านั้นชอบเอ่ยถึงอาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขานึกฝันไปเอง ยังดีที่ข้างกายของเขามีเจ้าสิบอยู่ไม่อย่างนั้นเขาคงเริ่มสงสัยในชีวิตตัวเองแล้ว

            ตอนงานเลี้ยงวันเกิดครั้งก่อน เขาคิดว่าเขาพูดได้ชัดเจนเพียงพอแล้ว แต่ถึงจะชัดเจนเพียงนั้น อีกฝ่ายก็ไม่เคยฟังคำพูดของเขาเลย

            เมื่อก่อนอาจจะเป็นเช่นนี้แต่เขาไม่ได้สังเกต

            เมื่อมองดูเวลาแล้ว อิ้นถังก็อยากจะไปหาอิ้นเอ๋อเพื่อดื่มกับเขาสักสองสามจอก แต่เพียงหันกลับมาก็พบกับอิ้นเจินพี่ชายสี่ที่เพิ่งมาถึงที่ประตูกรมคลังราวกับว่ากำลังมาหาเขา อิ้นถังหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในที่ว่าการพร้อมกับอิ้นเจินอีกครั้งหนึ่ง

            อิ้นเจินมีนิสัยเย็นชาและเคร่งครัดความมุ่งหมายของเขาคือการรักษาความมั่นคงของราชวงศ์เอาไว้น่าเสียดายที่หลังจากเข้ามาอยู่ในด่าน[1]แล้ว ชาวแมนจูหลายคนกลายเป็นคนเหลาะแหละไร้สาระ ก่อปัญหาบ่อยครั้งแต่ฮ่องเต้ก็ยังคงให้อภัยพวกเขาอยู่เสมอและมักจะลงโทษพวกเขาเพียงเบาๆซึ่งไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่เข็ดหลาบแต่กลับทำให้คุณชายสำรวยเหล่านี้ยิ่งเอาแต่ใจหนักข้อเข้าไปอีก

            อิ้นเจินอยากสะสางเรื่องพวกนี้ให้หมดแต่เขาเองก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่อรวมเข้ากับเรื่องลอบสังหารที่ผ่านมาก็ทำให้เขาเปลี่ยนไปจากคนที่เคยพอใจสิ่งที่เป็นอยู่มาวางแผนเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนั้น และเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยตนเอง

            วันนี้เขามาที่กรมคลังเพราะมีเรื่องสำคัญแม้ทั้งสี่กรมจะดูเหมือนแยกส่วนสัดเป็นเอกเทศจากกันแต่ความจริงแล้วการทำงานของกรมทั้งสี่ก็ยังคงเชื่อมโยงกันอยู่

            "พี่สี่วางใจ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง" อิ้นถังยังคงขอบคุณองค์ชายสี่ที่ไม่ได้ทอดทิ้งเขาในช่วงวิกฤตแม้จะไม่ได้เปลี่ยนให้พวกเขาสนิทกันในทันทีแต่ก็ถือว่ามีความปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง

            อิ้นเจินพยักหน้า กำลังจะพูดอะไรบางอย่างเมื่อหลินชูจิ่วเดินเข้ามาพร้อมกล่องอาหารสองกล่อง "องค์ชาย พระชายาส่งคนมาส่งอาหารกลางวัน"

            กล่องอาหารขนาดใหญ่สองกล่องทำให้หัวใจของอิ้นถังอบอุ่นขึ้นมาทันที เขามองอิ้นเจิน เห็นความอิจฉาที่แวบเข้ามาในดวงตาของเขาทันในนั้นก็รู้สึกภูมิใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าในหมู่พี่น้องนั้นการได้พบสตรีงามไม่เท่ากับการที่ได้เจอคนที่ห่วงใยกันอย่างแท้จริง

            "พี่สี่ ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว กินข้าวกลางวันด้วยกันสักมื้อเถิด!"

            "ตกลง"อิ้นเจินไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงตกลงบางทีเขาอาจจะแค่คิดถึงความอบอุ่นของช่วงเวลาเช่นนี้ก็เป็นได้

            สำหรับหว่านซีอิ้นเจินไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเขาแค่อิจฉาอิ้นถังที่มีสตรีที่จริงใจและห่วงใยเขาเท่านั้น เรือนหลังของเขาก็มีสตรีไม่น้อย ตั้งแต่พระชายา ชายารอง หรืออนุแต่กลับมีคนห่วงใยเขาอย่างจริงใจน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

            เทียบกันแล้ว พระชายาอูลาน่าลาซื่อให้ความสำคัญกับสถานะเกียรติยศชื่อเสียง และทายาทมากกว่าตัวเขาเอง ส่วนชายารองหลี่ซื่อ แม้ว่าจะดูอ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมไม่น้อยหากบอกว่านางให้ความสำคัญกับเขามากกว่าสถานะก็คงต้องกำจัดความหวาดหวั่นในดวงตานางออกไปเสียก่อน ส่วนสตรีคนอื่นๆในจวนก็เป็นเหมือนกัน ไม่ว่าพวกนางจะมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายเพียงใด หรือจะทำท่าเอาอกเอาใจเขามากขนาดไหนแต่สุดท้ายแล้วพวกนางก็ยังคงมีความหวาดกลัวเขาอยู่ในใจลึกๆซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาแยกห่างจากกันไปเรื่อยๆ

            อิ้นถังไม่รู้ว่าอิ้นเจินคิดสิ่งใดอยู่ในใจแต่เพราะต้องการโอ้อวดอีกฝ่ายจึงพยายามต้อนรับอิ้นเจินอย่างกระตือรือร้นหลังทานอาหารเสร็จก็รู้สึกสบายใจเป็นอันมาก

            ในห้องนี้ อิ้นถังและอิ้นเจินอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่อีกด้านหนึ่ง อิ้นซื่อที่เพิ่งออกจากกรมคลังกลับมีสีหน้ามืดมนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

            ในงานเลี้ยงวันเกิดเขาส่งของขวัญราคาแพงเพื่อพยายามกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองและแก้ไขความเข้าใจผิดในอดีตแต่น่าเสียดายที่อิ้นถังไม่สนใจ และยิ่งกว่านั้น รัชทายาทและคนอื่นๆ ก็อยู่ที่นั่นด้วยดังนั้นเขาจึงต้องกลับจากงานเลี้ยงมือเปล่า

            วันนี้เขาตั้งใจจะไปที่กรมคลังหวังว่าจะหาโอกาสคลี่คลายปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแต่น่าเสียดายที่อิ้นถังไม่ไยดีเขาสักนิดคราแรกเขายังนึกว่าอิ้นถังเพียงปฏิบัติกับเขาเหมือนกันคนอื่นๆ แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อพี่สี่เข้าไปท่าทีของอิ้นถังก็เปลี่ยนไปในทันที

            จากข่าวที่เขาได้รับทั้งสองไม่เพียงสนทนากันอย่างชื่นมื่นเท่านั้นแต่อิ้นถังถึงกับเชื้อเชิญอิ้นซื่อให้กินอาหารด้วยกันในกรมคลังนี่เป็นสิทธิพิเศษที่ก่อนหน้านี้มีเพียงเขาและอิ้นเอ๋อเท่านั้นที่ได้รับตอนนี้เมื่อเห็นสิ่งที่ตนเคยได้ถูกมอบให้กับอิ้นเจินอิ้นซื่อก็รู้สึกว่าตนเองทำพลาดขึ้นมาฉับพลัน

            อี้เฟยที่รู้ว่าอิ้นถังเจริญรุ่งเรืองและได้รับตำแหน่งสำคัญก็รู้สึกยินดีมากหว่านซีเองก็มักจะพาหงหมินมาเยี่ยมนางอยู่เสมออี้เฟยคิดว่าเมื่อบุตรชายประสบความสำเร็จ หลานชายแข็งแรงสมบูรณ์ นางก็สามารถวางใจได้มากพอที่จะไปจัดการเรื่องอื่นได้แล้ว

            ก่อนหน้านี้นางกำนัลชั้นต่ำในตำหนักของนางแพร่ข่าวลือที่อาจจะส่งผลให้พระสนมเอกอีกสามคนนอกจากนางต้องเดือดร้อนหากบอกว่าไม่มีกลอุบายเบื้องหลังนางไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดแต่น่าเสียดายที่คังซีนั้นทรงเมินเฉยเรื่องราวในตำหนักในปล่อยให้มีการคานอำนาจกันอยู่เช่นนี้ แต่ว่านางไม่อาจทำเหมือนกันได้ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายบุตรชายนาง ก็ต้องเตรียมใจให้นางเอาชีวิตได้เช่นกัน

            ไม่นานมานี้ในที่สุดบ่าวรับใช้ในตำหนักเหยียนสี่ก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่นางคาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่หลบๆ ซ่อนๆ ไปมาสุดท้ายคนผู้นั้นก็เข้าไปในตำหนักหย่งเหอ

            นางเพิ่งพูดว่าฝีมือเล็กๆน้อยๆ เช่นนี้ มีแต่สตรีอย่างอูหย่าซื่อเท่านั้นที่ใช้สนมเอกอีกสามคนรวมไปถึงอี้เฟยต่างมีกลอุบายเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมแต่วิธีการของพวกนางนั้นไม่เหมือนอูหย่าซื่อที่ทำอะไรก็จะลากคนอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด

            ต่อสู้กันมาตั้งหลายปีอี้เฟยไม่ถึงกับมองทะลุถึงกลยุทธ์และเป้าหมายของเต๋อเฟยออกทั้งหมดแต่ก็พอจะเดาออกได้บ้าง ตอนนี้ตัวการเบื้องหลังได้ถูกยืนยันแล้วนางก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป

            ฉีหมัวมัวยืนอยู่ข้างๆมองดูใบหน้าเรียบเฉยของอี้เฟย รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

            ทันทีที่นางแน่ใจว่าเต๋อเฟยคือมือมืดที่อยู่เบื้องหลังฉีหมัวมัวคิดเสมอว่าอี้เฟยจะโวยวายตอบโต้ทันที แต่นางรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นอี้เฟยจะลงมือทำสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่นางได้พบเต๋อเฟยที่ตำหนักหนิงโซ่ว นางก็ยังสามารถรักษาท่าทางสงบนิ่งและพูดคุยหัวเราะไปกับอีกฝ่ายได้เห็นเช่นนี้แล้วฉีหมัวมัวพลันรู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว

            ทุกคนในวังรู้กันทั่วว่าอี้เฟยเป็นคนอารมณ์ร้อนไม่ว่านางจะแกล้งทำหรือเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิด ต่อให้แกล้งทำเวลาผ่านไปหลายสิบปีการแกล้งนั้นก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยหญิงงามที่สุดแต่ตอนนี้เห็นอี้เฟยเปลี่ยนไปเช่นนั้น ฉีหมัวมัวซึ่งเป็นคนสนิทของนางก็รู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมา

            “ช่วงนี้ดูหมัวมัวจิตใจไม่สงบเลย เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ” อี้เฟยถามเสียงเรียบ ขณะจ้องมองเล็บที่ตัดแต่งอย่างเรียบร้อยของตน

            “พระสนมจะให้เรื่องจบไปเช่นนี้หรือเพคะ” ฉีหมัวมัวประสานมือบนหน้าท้องดวงตาทอดมองลงต่ำมีความกังวลอยู่ในดวงตาคู่นั้น

            อี้เฟยชำเลืองมองไปทางตำหนักหย่งเหอด้วยสายตาเย็นยะเยือก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "เจ้าพูดอย่างนั้นได้อย่างไร คิดว่าที่ข้านิ่งอยู่เพราะกลัวนางอย่างนั้นหรือ!"

            หากจะกล่าวว่าอี้เฟยทำอะไรก็มักเหลือทางถอยไว้ให้ผู้อื่นสามส่วนแต่ตอนนี้เมื่อเต๋อเฟยทำร้ายแก้วตาของนาง นางก็กล้าที่จะควักดวงใจของอีกฝ่ายออกมา

            ในวังแห่งนี้นางและเต๋อเฟยเป็นผู้ที่มีบุตรชายสองคนและเลี้ยงดูพวกเขามาจนเติบใหญ่ในแง่ของสถานะและอำนาจ ข้อได้เปรียบของนางอยู่ที่ภูมิหลังของครอบครัวอันแข็งแกร่ง ในขณะที่ข้อดีของเต๋อเฟยคือการเป็น ‘คนในดวงใจ’ ของฮ่องเต้

            แม้ว่าข้อได้เปรียบของเต๋อเฟยจะมีเพียงสี่คำแต่ด้วยอาศัยสี่คำนี้นางได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาตลอดตั้งแต่นางกำนัลมาจนถึงหนึ่งในสี่สนมเอก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเต๋อเฟยรู้จักคาดเดาและเข้าใจจิตใจผู้คนได้กว้างไกลเพียงใดดังนั้นหากอี้เฟยลงมืออย่างโจ่งแจ้งไม่ต้องพูดถึงว่าฮ่องเต้จะทรงตื่นตระหนกอย่างไร แต่ด้วยนิสัยลำเอียงของฮ่องเต้แล้วอี้เฟยไม่มีความมั่นใจจริงๆ ว่าจะทรงเข้าข้างนางหรือไม่

            แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางสามารถใช้ประโยชน์ได้นั่นคือความลำเอียงของเต๋อเฟยที่มีมากกว่าของฮ่องเต้

            คนเรามักพูดกันว่า‘เสือร้ายไม่กินลูก’แต่เต๋อเฟยกลับร้ายยิ่งกว่าเสือ เมื่อก่อนนางยอมทิ้งลูกชายคนโตเพื่อตำแหน่งตอนนี้นางก็ใช้ลูกชายคนโตเป็นบันไดเพื่อลูกชายคนเล็กจิตใจของนางช่างโหดร้ายเหลือประมาณ และวิธีการของนางก็แยบยลมากเช่นกัน

            อี้เฟยยังไม่รู้เจตนาของฮ่องเต้ และรู้ว่าองค์ชายสี่เป็นเพียงเป้าล่อธนูของเต๋อเฟยเท่านั้น อี้เฟยย่อมไม่ทำอะไรผลีผลาม และตามความเข้าใจของนางที่มีต่อเต๋อเฟย หากต้องการลงมือให้อีกฝ่ายเจ็บปวดรวดร้าวอย่างถึงที่สุด ไม่จำเป็นต้องฆ่านางแต่ต้องโจมตีไปที่องค์ชายสิบสี่

            แน่นอนว่าอี้เฟยรู้เช่นกันว่านางสามารถวางแผนเล่นงานองค์ชายสิบสี่ได้แต่นางไม่อาจเล่นงานเขาถึงตายได้ มิฉะนั้นนางจะกลายเป็นคนผิดแม้ว่าจะมีเหตุผลก็ตาม

            "พระสนมสิ่งที่บ่าวชราผู้นี้กังวลคือท่านชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้ในพระทัยเสมอหากเป็นเช่นนี้ต่อไปแล้วประชวรจะทำอย่างไรเล่า" ในสายตาของฉีหมัวมัว คนที่ควรจะกลัวควรเป็นเต๋อเฟย ไม่ใช่อี้เฟย

            "หมัวมัวกังวลเกินไป ข้าไม่ได้ทำอะไรนี่เพียงหลอกให้อูหย่าซื่อคิดว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง แล้วรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อจัดการนางให้สิ้นซากก็เท่านั้น" อี้เฟยลูบคลำปลอกเล็บนิ้วก้อยของตนเอง เมื่อนึกถึงท่าทางที่เศร้าโศกของเต๋อเฟย มุมปากของนางพลันกดยิ้มลึกขึ้น

            ฉีหมัวมัวชะงักงันแท้จริงแล้วจุดประสงค์ทั้งหมดของอี้เฟยคือสิ่งนี้นี่เอง "พระสนมทรงเฉลียวฉลาด หม่อมฉันคิดมากเกินไปเองเพคะ"

            “ไม่ หมัวมัวไม่ได้กังวลเกินไป เจ้าแค่เป็นห่วงร่างกายข้าก็เท่านั้น” อี้เฟยยืนขึ้น ฝีเท้าก้าวย่างสง่างามไปที่หน้าต่างมองดูกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนขอบหน้าต่างแล้วค่อยๆยื่นนิ้วไปแตะกลีบบุปผาที่บานสะพรั่ง “ข้ากับอูหย่าซื่อฟาดฟันกันมานานครั้งนี้ข้ากำลังจะข้ามเส้นตายที่ฮ่องเต้ขีดกั้นเอาไว้ดังนั้นข้าทำได้เพียงต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น ไม่อาจล้มเหลวได้เด็ดขาด”

            ฮ่องเต้คังซีดูเหมือนมีน้ำพระทัยเร่าร้อนแต่จริงๆ แล้วเขาโหดเหี้ยมกับทุกคน ยิ่งเป็นคนใกล้ตัว ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความไร้เมตตาของเขาอี้เฟยรับใช้เขามาหลายปีแล้ว นางจึงเข้าใจเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้เองอี้เฟยจึงไม่เคยต้องการฆ่าอิ้นเจิ้งตั้งแต่แรกแต่นางกลับใช้ความพยายามวางแผนลับๆ เพียงเพื่อจะยุยงให้เต๋อเฟยสองแม่ลูกแตกแยกกันเพื่อที่จะโค่นล้มเต๋อเฟยให้ได้ในที่สุด

            เพียงแต่ว่ามีสายลับมากมายในวังบ้างจากตระกูลใหญ่ บ้างจากไทเฮา บ้างจากฮ่องเต้ และบ้างจากพระสนมและบรรดาองค์ชาย ต่างเกี่ยวพันกันจนแยกไม่ออกแม้แต่อี้เฟยเองที่ใช้ชีวิตในวังมาหลายสิบปีก็มองออกเพียงคร่าวๆ เท่านั้น

            ด้วยเหตุนี้การใช้สายลับจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากหากพลาดพลั้งไปเพียงครั้งเดียว ก็อาจจะทำให้แผนการทั้งหมดพังทลายลงได้

    "เต๋อเฟยเป็นคนมีความคิดแยบยล ถ้านางสามารถซื้อตัวคนในตำหนักอี้คุนได้ ครั้งต่อไปนางก็อาจจะใช้จ้าวเจียซื่อเพื่อซื้อตัวคนของจวนองค์ชายเก้าได้เช่นกันเช่นนั้นองค์ชายเก้าและท่านชายหงหมินจะไม่ตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นหรือ” ฉีหมัวมัวคิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตกใจจนเหงื่อซึม


    [1] หมายถึงการเข้าสู่ทางผ่านภูเขา เข้ามาอยู่ภายในกำแพงเมืองจีน เมื่อก่อน ‘ด่าน’ คือเขตนอกกำแพงเมืองจีนหากเป็นนอกด่านจะเป็นอาณาเขตที่อยู่นอกเขตสามด่านที่คุมเส้นทางการค้าสำคัญในปัจจุบันคำนี้หมายถึงข้อตกลงหรือการยอมรับข้อตกลงทั่วไปในเรื่องศุลกากรภาษีและการค้า

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663