บทที่ 176 ทุจริต
ซูหยวนนั่งแยกตัวจากทุกคนระหว่างรอฟังผล แม้ว่าความสามารถทางการได้ยินของเธอจะค่อนข้างพิเศษกว่าคนทั่วไป แต่คำพูดของพวกเขาก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียสมาธิเลย หญิงสาวใช้เวลาที่เหลือเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบรอบต่อไป เนื่องจากเธอมั่นใจว่าการทดสอบรอบแรกของตนเองนั้น อย่างไรก็ต้องผ่านได้แน่นอน
ถึงแม้จะพยายามไม่ให้ตัวเองวอกแวกไปกับสิ่งต่างๆรอบตัว ทว่า...ความสนใจของซูหยวนก็ถูกดึงดูดไปทันทีหลังจากที่มีชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้า
สองคนผู้มาใหม่ คนหนึ่งสวมชุดสีเขียวน้ำตาล ซึ่งเป็นชุดประจำตัวของเกษตรกรระดับสูง เท่ากับอยู่ในระดับเดียวกับอาจารย์ของเธอ ส่วนอีกคน...เด็กสาวคนนั้นน่าจะอายุมากกว่าซูหยวนได้ประมาณ 1-2 ปี แต่ความสง่างามและการแสดงท่าทางสูงส่งเช่นนั้น ทำให้เธอดูเหมือนจะอายุมากขึ้นอีกเล็กน้อย
“นั่นคือโอวหยางเซินใช่ไหม”
“เป็นเขาจริงๆ โอวหยางเซินที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่น่าจับตามองที่สุดของเด็กรุ่นใหม่นี้ใช่ไหม”
“ใช่ คนที่อยู่ระดับเกษตรกรระสูงแบบเขาด้วยอายุเท่านี้ก็คงจะไม่มีคนอื่นอีกแล้วล่ะ มีก็แค่โอวหยางเซินเท่านั้น”
“แล้วข้างๆเขา ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอัจฉริยะอีกคนของตระกูลเซิ่นใช่ไหม”
“ใช่ๆ คุณหนูเซิ่นหนิง มีแต่เธอเท่านั้นที่โอวหยางเซินจะดูแลอย่างดีขนาดนี้ พวกเขาทั้งสองคนได้ชื่อว่าเป็นคู่รักกันนี่”
“เหมาะสมกันยิ่งกว่าคู่ไหนๆที่ฉันรู้เลย พวกเขาทั้งสองคนเก่งกาจในเรื่องการเพาะปลูกมาก อนาคตจะก้าวไปสู่เกษตรกรระดับสูงสุดด้วยกันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
“อ๋า ฉันจำได้แล้ว การสอบรอบที่แล้วก็เป็นคุณหนูเซิ่นหนิงใช่ไหมที่สอบผ่านด้วยน่ะ แต่เพราะเกิดเรื่องขึ้นก่อน คุณหนูเซิ่นก็เลยยังไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบรอบสุดท้าย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะมาทดสอบในวันนี้น่ะ”
“ใช่ๆ จำได้แล้ว ตอนนั้นคุณหนูเซิ่นหนิงก็ทำคะแนนได้ถึง 94 คะแนน เป็นคะแนนที่สูงเกือบจะที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว”
“เฮ้อ ถ้าฉันสามารถแบ่งความเก่งกาจของคุณหนูเซิ่นได้สักเล็กน้อย ป่านนี้ก็คงจะสอบผ่านไปแล้วล่ะ ไม่ต้องมากังวลขนาดนี้หรอก”
“เหอะ เหอะ เหอะ คิดจะเทียบกับคุณหนูเซิ่นนั้นหรอ? ฝันไปเถอะ ฮ่าๆ”
ผู้คนมากมายต่างก็พูดเกี่ยวกับบุคคลที่เพิ่งมาใหม่เป็นเสียงเดียวกัน ล้วนแต่เต็มไปด้วยคำชื่นชมเท่านั้น ซึ่งถ้ามันมีแค่นี้ คงไม่ทำให้ซูหยวนเสียสมาธิจนต้องมองดูพวกเขาทั้งสองคนหรอก ทว่า...ที่ทำให้ซูหยวนสนใจมากที่สุด คงไม่พ้นการแสดงออกของคณะกรรมการที่จู่ๆก็วิ่งออกมาจากห้องตรวจข้อสอบเพื่อต้อนรับพวกเขาทั้งสองคน
“มาแล้วหรือ? เซิ่นหนิง มาๆ เข้ามารอพวกเราสักครู่ก่อน ถือว่าเป็นการพักผ่อนจากการเดินทางนะ สำหรับการทดสอบรอบที่สามนั้น ทางคณะกรรมการได้เตรียมการเอาไว้แล้ว รอประกาศผลการทดสอบรอบที่สองเพียงครู่เดียวก็จะให้เข้าไปทดสอบเลย ไม่ทำให้เสียเวลาแน่นอน”
“ใช่ๆ ทั้งสองคนมานั่งพักก่อนเถอะ ต้องขอบคุณคุณชายโอวหยางมากที่มาเป็นเพื่อนคุณหนูเซิ่นในการทดสอบอีกแล้ว” ทั้งสองคนเห็นได้ชัดว่ามีความเกรงอกเกรงใจเด็กทั้งสองมาก แม้จะอายุต่างกันขนาดนี้ ทว่า...เบื้องหลังตระกูลโอวหยางและตระกูลเซิ่นเป็นแค่เรื่องธรรมดางั้นหรือ?
หากเผลอทำให้ทั้งสองไม่พอใจขึ้นมาล่ะก็...การสนับสนุนของสองตระกูลต่อองค์กรเกษตรกรก็อาจจะลดลงไป แล้วคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คงไม่พ้นพวกเขาหรอก!
“ต้องให้หนิงเอ๋อร์รอด้วยหรอ? เธอมีงานที่ต้องรีบไปจัดการอีกนะ การสอบรอบที่สองนี้...ยังจะมีคนผ่านอีกสักกี่คน หรือต่อให้มีคนผ่าน พวกนั้นก็จะผ่านสอบสุดท้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถือเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วหลังจากได้ยินที่คณะกรรมการทั้งสองคนพูด ท่าทางของเขากำลังจะบอกให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการ เรื่องการตรวจสอบข้อสอบรอบสองนั้นไม่เห็นจะต้องใส่ใจให้มากนัก เขากวาดตามองรอบเดียวก็ไม่พบคนจากตระกูลใหญ่ที่น่าจะมีพรสวรรค์ในการเป็นเกษตรกรเลย ดังนั้น...สู้ประกาศว่าไม่มีใครสอบผ่านก็สิ้นเรื่องแล้ว
เห็นท่าทางของชายหนุ่ม คณะกรรมการสองคนก็อ้ำๆอึ้งๆ พวกเขายังมีความประทับใจที่ดีต่อการตอบของเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ แต่เพราะผู้คุมการทดสอบกับผู้ตรวจคำตอบเป็นคนละคนกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต ดังนั้น..พวกเขามีแต่ต้องรอผลการตรวจก็เท่านั้น
“เอ่อ คำตอบของพวกผู้เข้าสอบนั้นส่งไปได้สักพักแล้ว น่าจะรออีกไม่นานก็รู้ผล...”
“ดูเหมือนว่าพวกคุณจะไม่เข้าใจความหมายที่ผมต้องการจะบอกใช่ไหม?” โอวหยางเซินขมวดคิ้ว ปล่อยออร่ากดดันของเขาออกมา
ในฐานะที่เป็นเกษตรกร ปกติแล้วพวกเขาไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับค่าพลังงานมากนัก ไม่น่าแปลกใจเลยที่การปล่อยพลังงานเล็กๆน้อยๆของโอวหยางเซินจะทำให้หลายคนทนไม่ไหว
จะมีก็แต่ซูหยวนเท่านั้นที่ไม่รู้สึกอะไรเลย หากเทียบกับแรงกดดันที่นักเรียนชั้นปีที่ 1 ของสถาบันทำได้ ระดับแรงกดดันนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับนั้นเท่านั้นแหละ
“เอ่อ เรื่องนี้....มันเป็นกฎ...”
“เฮ้อ ในเมื่อพวกคุณไม่กล้าจัดการ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะลงมือเอง” โอวหยางเซินโบกมือให้คณะกรรมการทั้งสองคนเงียบไป เขาก้าวออกมาข้างหน้าก่อนจะพูดกับทุกคน
“ทุกคน ตอนนี้เซิ่นหนิงต้องการจะทดสอบรอบสุดท้ายแล้ว ขอให้ทุกคนอย่าทำให้เธอเสียเวลาได้ไหม” คำถามของเขาก็คือการบอกให้ทุกคนถอนตัว ถ้าทุกคนถอนตัวจากการทดสอบ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องตรวจคำตอบอีกแล้ว
เมื่อเห็นการกระทำของเขา คณะกรรมการก็ทำได้แค่มองหน้ากันเองเงียบๆเท่านั้น พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบจะต้องตัดสินใจกันเองแล้ว
“เอ่อ เพื่อไม่ให้คุณหนูเซิ่นต้องเสียเวลา ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ขอสละสิทธิ์จากการทดสอบรอบนี้”
“ใช่ๆ พวกเราเองก็เหมือนกัน สอบรอบนี้ก็รู้แล้วว่าน่าจะไม่ผ่าน ฮะ ฮะ ไม่มีอะไรที่จะต้องทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้”
“จริงด้วย พวกเราทุกคนสละสิทธิ์แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มรอบสุดท้ายได้เลย”
ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะสนับสนุนเช่นนี้ ขนาดคนที่ค่อนข้างมั่นใจและมีความหวังว่าอาจจะสอบผ่านก็ยังยอมถอย เห็นแบบนี้ซูหยวนก็ทำได้แค่ส่ายหน้าเท่านั้น
ปกติแล้ว เธอเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบกระโจนเข้าสู่ปัญหา โดยเฉพาะกับพวกที่มีอำนาจในเส้นทางนั้นๆ เพราะไม่ต้องการจะมีปัญหาในอนาคต อย่างไรก็ตาม...กับการทำแบบนี้ ซูหยวนใช่ว่าจะยอมรับได้
ไม่ใช่เพราะเธออยากจะผดุงความยุติธรรมหรืออะไรแบบนั้น แต่ซูหยวนแค่ไม่อยากเสียเวลามาทดสอบอีกรอบ นอกจากนี้...เธอก็ไม่ค่อยมีเวลามากนักเช่นกัน หากเธอสามารถกลายเป็นเกษตรกรได้เร็ว อย่างนั้นก็จะสามารถเริ่มต้นได้เร็วมากขึ้น ที่สำคัญที่สุด...ซูหยวนยังต้องการก้าวสู่ตำแหน่งเกษตรกรระดับสูงให้เร็วเท่าที่จะทำได้ด้วย เพราะการเป็นเกษตรกรระดับสูง จะทำให้เธอเข้าถึงโอกาสในการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ที่ดีขึ้น และสร้างรายได้มากขึ้นด้วย
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนต้องการสละสิทธิ์ ดังนั้นการตรวจคำตอบก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วใช่ไหมครับ” โอวหยางเซินหันไปหาคณะกรรมการทั้งสองคน ทว่า...ก่อนที่เขาจะได้คำตอบ ซูหยวนก็แทรกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ขอโทษนะคะ ช่วยตรวจคำตอบของฉันด้วยค่ะ ฉันไม่ต้องการสละสิทธิ์ค่ะ”
ราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง โอวหยางเซินที่ยืดอกต่อหน้าเซิ่นหนิงชะงักไป เขาคิดว่าตัวเองจัดการปัญหาเล็กๆน้อยๆนี้ให้กับเธอได้แล้ว และกำลังจะได้รับใบหน้าแท้ๆ ทำไมจู่ๆก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาทำลายเสียอย่างนั้น
“เธอเป็นใคร? กลิ่นแบบนี้...นักล่าหรอ?” โอวหยางเซินขมวดคิ้ว ไม่ใช่แค่เธอเป็นคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเท่านั้น แต่เธอยังเป็นพวกนักล่าอีกงั้นหรือ? เห็นได้ชัดว่าต้องการมาก่อเรื่องเท่านั้น!
“คณะกรรมการปล่อยให้นักล่าเข้ามาสร้างความวุ่นวายในการทดสอบก็ได้หรอครับ เพราะพวกคุณปล่อยปละละเลยแบบนี้ ก็เลยทำให้การสอบของเซิ่นหนิงต้องล่าช้า ผมจะรายงานระดับสูงแน่นอน”
“เอ่อ คุณชายโอวหยาง...อันที่จริง เด็กคนนี้ก็มีความสนใจเรื่องการทำการเกษตรไม่น้อย การตอบคำถามของเธอพวกเราก็ได้อ่าน...”
“ไร้สาระ! นักล่าจะมาสนใจเรื่องการทำเกษตรได้อย่างไร พวกคุณรู้จักกับเด็กคนนี้งั้นหรอ ถึงได้ช่วยพูดแทนเธอ อีกอย่าง...หน้าที่ของพวกคุณก็คือการควบคุมการทดสอบใช่ไหม? ทำไมถึงสามารถอ่านคำตอบของเด็กในห้องทดสอบได้ล่ะ หรือว่า...พวกคุณตั้งใจที่จะโกง บอกคำตอบให้เด็กคนนั้น?”
เมื่อถูกตั้งข้อสงสัยโดยโอวหยางเซิน สีหน้าของคณะกรรมการทั้งสองก็ดูไม่ดีเอาเสียเลย พวกเขากำหมัดแน่น ราวกับถูกดูถูกเกียรติของตนเอง พวกเขาเป็นถึงคณะกรรมการควบคุมการทดสอบมาเป็นเวลานานแล้ว เรื่องทุจริตแบบนั้นจะมีได้อย่างไร!
“พวกเราไม่ได้ทำแบบนั้น ขอคุณชายอย่าเข้าใจผิด”
“ใช่แล้ว พวกเราจะทำแบบนั้นไปทำไม พวกเราไม่ได้รู้จักเด็กคนนี้ ก็แค่เห็นว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์เท่านั้น ไม่อยากปล่อยให้เด็กที่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตรต้องเสียโอกาสไป”
ได้ยินทั้งสองคนยังพูดแทนซูหยวน ผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นๆก็แทรกขึ้นมาบ้าง พวกเขาต้องการเอาใจคุณชายโอวหยางเซินและคุณหนูเซิ่นหนิง ยิ่งพูดจารุนแรงมากขึ้นไปอีกขั้น
“พวกเราก็ว่าอยู่แล้วว่ามันแปลกๆ กรรมการทั้งสองคนนี้ไปอยู่รอบตัวของผู้เข้าทดสอบได้อย่างไรตั้งนานสองนาน บางทีอาจจะเข้าไปเพื่อบอกว่าจะต้องสอบยังไงก็ได้”
“ใช่นะ ฉันก็ได้ยินพวกเขาบอกให้รีบตอบข้อที่สิบด้วยล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น...ที่พยายามจะให้ตรวจคำตอบ ก็เพราะอยากให้เด็กคนนี้ผ่านงั้นหรอ? ที่จริง...มันก็แปลกตั้งแต่แรกแล้ว นักล่าที่ไหนจะมาสอบเป็นเกษตรกรกัน ดูอย่างไรก็ผิดปกติชัดๆ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนาหูทำให้คณะกรรมการทั้งสองคนต้องพูดอะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงที่สั่งสมมาคงจะเสียหายแย่แล้ว สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นถมึงทึง ดูน่ากลัวไม่น้อยเลย
“ขอทุกคนอย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎเช่นนั้น การที่พวกเราตรวจสอบคำตอบของผู้เข้าร่วมการทดสอบเบื้องต้นไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎ นอกจากนี้...เรื่องการบอกคำตอบให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบยิ่งทำไม่ได้ คณะกรรมการที่มีหน้าที่ไม่ได้มีแค่พวกเราสองคนเท่านั้น หากพวกเราทำผิดกฎ ย่อมต้องถูกจัดการไปนานแล้ว”
“ถูกต้อง เว้นเสียแต่ว่าจะบอกว่าคณะกรรมการในองค์กรเกษตรกร 5 คนกำลังโกงการทดสอบอยู่ก็เท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ คนที่คิดว่าพวกเราทำผิดยังสามารถร้องเรียนต่อสภาเกษตรกรได้ แต่ถ้าผลตรวจสอบออกมาแล้วว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด การใส่ความนี้จะมีโทษหนัก อย่างน้อยๆ...ก็จะไม่ได้สิทธิเป็นเกษตรกรไปตลอดชีวิต!”
เห็นว่าคำพูดของพวกตนทำให้กรรมการทั้งสองคนโกรธแล้ว หลายคนก็เงียบเสียงกันไป แม้พวกเขาจะอยากเอาอกเอาใจโอวหยางเซินและเซิ่นหนิงมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถพาตัวเองเข้าไปตายแบบนั้นได้
หากโอวหยางเซินสงสัย เขาก็อาจจะแค่ถูกตำหนิเท่านั้น แต่ถ้าเป็นพวกเขาที่สงสัย โทษนี้จะรุนแรงถึงขนาดถูกแบนจากองค์กรเกษตรกรจริงๆ
ดังนั้นแทนที่จะทุ่มทั้งชีวิตเพื่อเอาอกเอาใจทั้งสองคน สู้ถอยออกมาดีกว่า อีกอย่าง...พวกเขาก็ได้ออกหน้าแทนไปแล้ว นี่ถือว่าทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ
ทางเซิ่นหนิงที่เห็นว่ากำลังทำให้กรรมการทั้งสองคนโกรธแล้ว จากที่เงียบมาตลอดก็ก้าวออกมาเพื่อพูดขึ้นบ้าง
“ต้องขอโทษแทนทุกคนที่ร้อนใจด้วยนะคะ เนื่องจากฉันกำลังดูแลแปลงเพาะปลูกสมุนไพรเพื่อที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีที่ 2 ในวิชาเกษตร ดังนั้นทุกคนจึงไม่อยากให้ฉันพลาดโอกาสดีๆเหล่านี้ค่ะ เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นที่แปลงเพาะปลูกของฉัน แล้วสมุนไพรพวกนั้นเกิดปัญหา ย่อมไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทันเวลาค่ะ”
เซิ่นหนิงให้เหตุผลอย่างใจเย็น อีกทั้งยังยอมถอยให้กรรมการมาก้าวหนึ่งด้วยการเอ่ยขอโทษก่อน ดังนั้นกรรมการทั้งสองคนย่อมไม่ติดใจเอาความเพื่อสร้างปัญหากันอีก
“พวกเราก็เข้าใจ ชั้นปีที่ 2 นี้จะเป็นการแข่งขันทั่วทุกสถาบัน ปกติแล้วสถาบันเกษตรกรก็มักจะได้อันดับหนึ่งอยู่เสมอ หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะเสียหายไม่น้อย”
“นั่นน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะรีบไปแจ้งต่อกรรมการที่ตรวจข้อสอบเพื่อให้เร่งมืออีกหน่อยก็แล้วกันนะ หลายคนต้องการสละสิทธิ์แบบนี้ ยังไงก็ต้องเร็วขึ้นมากอยู่แล้ว”
กรรมการทั้งสองคนบอกเซิ่นหนิง บรรยากาศทั้งหมดผ่อนคลายลงไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม...เซิ่นหนิงกลับส่งสายตาเย็นชามองไปที่ซูหยวน
แม้เธอจะยอมลงให้กับกรรมการทั้งสองคน แต่กับซูหยวนที่เป็นใครก็ไม่รู้ แล้วยังจะมีกลิ่นเลือดของพวกนักล่าติดตัวมาอีก เธอย่อมไม่คิดจะให้อภัยแน่!
……………………………