ซือถูชิงเฉินหันกลับมามองและถาม “เ้ามีเื่อะไรก็บอกมาได้ตามตรง”
หลี่ิเยว่ชี้นิ้วไปยังไหล่เขาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “แถว ๆ ไหล่เขาตรงนั้นมีต้นไม้ที่มีดอกไม้สีม่วงขึ้นอยู่ ต้นหนึ่งต้นจะมีดอกหนึ่งดอก ดอกของมันแต่ละดอกจะมีกลีบสีม่วงห้ากลีบ ต้นไม้นั่นคือ ‘หญ้าห้าิญญา’ ซือเหนียงของข้าถูกวางยาพิษประหลาดชนิดหนึ่งเข้า เ้าหญ้าห้าิญญานี่ เป็สมุนไพรชนิดหนึ่งที่ใช้แก้พิษได้”
ซือถูชิงเฉินพยักหน้าให้กับจุยเฟิงที่อยู่ข้างหลัง คนข้างหลังส่งเสียงตอบรับในลำคอก่อนจะวิ่งออกไป ไม่นานนักเขาก็ถือหญ้าห้าิญญาสองต้นที่มีรากเปื้อนดินเดินกลับมา เมื่อหลี่ิเยว่รับสมุนไพรทั้งสองต้นมาแล้ว คนทั้งสามจึงจากไป
นางมองร่างของพวกเขาจนหายลับตา ก่อนค่อย ๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางยังคงประหม่าอยู่เล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญกับคนระดับ ‘อ๋อง’ แต่เฉินอ๋องผู้นี้กลับดูน่าคบหายิ่งนัก เด็กสาวเงยหน้ามองพระอาทิตย์บนท้องฟ้าอีกครั้ง ตอนนี้เ้าแห่งแสงเจิดจ้าเคลื่อนไปยังทิศตะวันตกมากแล้ว นางจึงรีบเก็บตะกร้าแล้วมุ่งหน้าลงจากเขา
.
.
“ท่านอ๋อง ้าให้กระหม่อมไปตรวจสอบแม่นางน้อยผู้นั้นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” จู๋เยว่มองร่างเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลออกไป พลางกระซิบกับซือถูชิงเฉินที่ยืนอยู่ข้างกาย พวกเขาหลบมุมมองดูเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังแบกตะกร้าลงเขาอยู่ในจุดหนึ่ง
“ไปตรวจสอบมาก็ดี นางบอกว่ามาจากหมู่บ้านสกุลหลี่ที่เชิงเขา หากไม่มีปัญหาอะไรก็ให้ไปบอกผู้ดูแลหลิวเอาไว้ ให้เขาจับตามองแม่นางน้อยผู้นี้ หากนางมีปัญหาอะไรก็ให้ยื่นมือช่วยเหลือนาง” ซือถูชิงเฉินยืนมองจนกระทั่งร่างเล็ก ๆ ลับหายไปจากสายตา จึงละสายตากลับมาและเอ่ยขึ้นเสียงเรียบนิ่ง
จู๋เยว่ตอบรับในอากาศหนึ่งคำ ก่อนร่างของเขาจะจากไปอย่างรวดเร็ว ไล่ตามไปตามทางที่หลี่ิเยว่เดินหายไป
เสียงเสียดสีของใบไม้ที่ไล่หลังมา ทำให้หนังหัวของหลี่ิเยว่รู้สึกชาวาบและขนลุกซู่ในทันที นี่เป็บริเวณรอบนอกของชายป่าแล้ว แล้วสิ่งที่วิ่งมานั้นคืออะไร? หรือว่าจะเป็คนที่ไล่ฆ่าเฉินอ๋องผู้นั้นไล่ตามนางมา!
นางวางตะกร้าสะพายหลังลงอย่างระมัดระวังในตอนที่มั่นใจว่าซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ได้อย่างดีแล้ว และเมื่อค่อย ๆ มองออกจากที่ซ่อน นางก็เห็นหมูป่าตัวไม่ใหญ่มากตัวหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้า…นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ทำไมที่ชายป่าถึงได้มีหมูป่าได้เล่า?
ก่อนที่จะได้คิดอะไร จู่ ๆ หมูป่าตัวนั้นก็พุ่งเข้ามาหานาง โชคดีที่เพิ่งเรียนวิชาตัวเบามา เด็กหญิงจึงสามารถหลบหลีกได้บ้างแม้จะทุลักทุเลไปสักหน่อยก็ตามที หลี่ิเยว่หยิบคันธนูออกมาจากตะกร้าสะพายหลัง คว้าลูกดอกเหนี่ยวคันธนูขึ้น เล็งไปที่ดวงตาของหมูป่า และยิงออกไป
นางเคยศึกษามาแล้วว่าิัของหมูป่านั้นหนามาก ด้วยร่างกายเล็ก ๆ ของนางเช่นนี้ ไม่อาจเอาชนะมันได้แน่นอน จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวบนร่างกายมันคือดวงตา และยังเคยได้ยินมาอีกว่าหมูป่านั้นสายตาสั้น นอกจากนี้นางยังทายาสลบไว้ที่ปลายลูกดอกอีกด้วย ตราบใดที่ยิงโดนนางก็จะสามารถวิ่งหนีไปได้
*ฉึก* ลูกธนูปักเข้าที่ดวงตาข้างซ้ายของหมูป่าอย่างจัง เสียงหมูป่าร้องโหยหวนดังขึ้น ลูกธนูที่ปักดวงตาทำให้หมูป่าตัวนั้นคลั่งในทันที มันจึงพุ่งตัวเข้าหาหลี่ิเยว่อย่างบ้าคลั่ง
หลี่ิเยว่ที่เห็นว่าหมูป่าคลั่งเสียแล้ว จึงได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ นางทำได้เพียงพยายามหลบหลีกการโจมตีของเ้าหมูขี้โมโห แต่การหลบหมูป่าที่บ้าคลั่งด้วยร่างเด็กหญิงแปดขวบไม่ใช่เื่ง่าย ในที่สุดนางก็พลาดท่าไม่สามารถหลบหนีได้ทัน ในดวงตาเห็นเขี้ยวยาวในปากของหมูป่ากำลังจะงับลงมาที่ร่าง นางหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง รอรับชะตากรรมอันเ็ป… ไม่ใช่ว่านางไม่อยากหนีเข้าไปหลบในมิติ…แต่หลี่ิเยว่รู้สึกได้ว่ามีคนคอยติดตามนางอยู่ในความมืด จึงได้แต่หวังว่ายาสลบที่เคลือบปลายลูกดอกจะรีบออกฤทธิ์!
ในตอนที่รู้สึกว่าหมูป่าวิ่งเข้ามาใกล้จนห่างจากตัวนางไปไม่ถึงสองฉื่อ จู่ ๆ เ้าหมูก็หยุดและล้มลง หลี่ิเยว่เองก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งด้วยความเหน็ดเหนื่อย นางหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่จะถูกบดขยี้ตายมาได้แล้ว
หลี่ิเยว่เดินเข้าไปหาหมูป่า และหวังจะฟันมันอย่างระมัดระวัง ทว่าเมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าหมูตัวนั้นตายไปเสียแล้ว ที่แท้ลูกธนูที่นางเพิ่งยิงไปนั้นทะลุเข้าสมองของมัน เมื่อเห็นเช่นนั้น นางจึงวางใจลง
องครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ไม่ไกล ประหลาดใจกับการกระทำของแม่นางน้อยคนนี้มาก เดิมทีเขาคิดจะลงมือช่วยนาง แต่เมื่อเห็นหมูป่าที่ถูกยิงตัวนั้นแล้วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ และไม่กี่อึดใจต่อมา จู่ ๆ มันก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
หลี่ิเยว่มองดูซากหมูป่าบนพื้นอย่างลังเล ถึงแม้หมูป่าตัวนี้จะตัวไม่ใหญ่มากแต่ก็น่าจะหนักหลายสิบจิน เมื่อพิจารณาดูสถานการณ์โดยรอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว นางจึงหยิบมีดสั้นออกมาฟันกิ่งไม้ได้จำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงใช้เชือกมัดกิ่งไม้เข้าด้วยกันเป็ตาข่าย แล้วออกแรงลากหมูป่าขึ้นไป ก่อนค่อย ๆ ทั้งแบกทั้งลากมันกลับบ้าน
เหตุผลเดียวที่นางยืนกรานที่จะเอาซากหมูป่ามาด้วยเป็เพราะพวกนางพี่น้องมาที่นี่กันเป็ประจำอยู่แล้ว หมูป่าตัวนี้คงจะทะเล่อทะล่าวิ่งออกมาจากป่าอย่างไม่ตั้งใจ นางอยากจะรู้ว่าเหล่าพี่ชายน้องชายจะทำหน้าอย่างไรเมื่อได้เห็นมัน
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” หลี่ิเยว่หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า ขาทั้งสองหยุดชะงักพร้อมกับวางกิ่งไม้ในมือ ในใจแอบยิ้มขมขื่น…เดินมาได้ไม่ถึงเจ็ดฉื่อ แต่กลับเหนื่อยจนเดินไปต่อไปไม่ไหวแล้ว เด็กหญิงวางตะกร้าสะพายหลังลงแล้วนั่งลงบนก้อนหินที่อยู่ข้าง ๆ พลางพยายามควบคุมลมหายใจที่หอบถี่ให้กลับมาปกติ
นางต้องทิ้งหมูป่าที่ล่ามาได้อย่างลำบากอย่างนั้นหรือ? แต่เมื่อนึกถึงบรรดาพี่น้องที่อยู่ที่บ้านก็ทำใจทิ้งมันไม่ลง หากเอาหมูป่าตัวนี้กลับไปพวกเขาต้องได้กินเนื้อกันเต็มอิ่มแน่ ๆ แม้ว่า่นี้พวกเขาจะได้กินเนื้ออยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถกินได้อย่างเต็มอิ่ม
ในหัวนางหมุนวนไม่หยุด คิดอยู่ว่าจะมีวิธีอะไรบ้างที่จะสามารถนำหมูป่ากลับไปได้โดยไม่ใช้วิธีเก็บมันเข้าไปในมิติ แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ในขณะที่นางกำลังคิดจนปวดหัวอยู่นั้น นางก็ได้ยินเสียงของพี่ใหญ่ดังมาจากที่ไกล ๆ
“น้องสี่ นั่นเ้าหรือ?” หลี่อวิ๋นห้าวเห็นร่างเล็ก ๆ นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ ดูแล้วเหมือนน้องสาวของตนยิ่งนักจึงะโขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงของพี่ใหญ่ คนที่กำลังทุกข์ใจอยู่ก็ลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามองไปตามทิศทางของเสียงนั้น นางจึงเห็นพี่ชายและใบหน้าเล็ก ๆ ของพี่ชายน้องชายอีกสามคนอยู่ข้างหลังเขา รอยยิ้มกว้างจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กของเด็กหญิงทันที
“พี่ใหญ่ พี่สาม น้องห้า น้องหก รีบมานี่เร็วเข้า” เมื่อเห็นพี่ชายน้องชายนางก็โล่งใจ ในที่สุดก็เอาหมูป่าตัวนี้กลับบ้านได้แล้ว
“หา! พี่สี่ล่าหมูป่าได้งั้นหรือ? พี่สี่สุดยอดไปเลย” หลี่อวิ๋นฮุยมองซากหมูป่าบนพื้น ในตอนแรกเขาใ แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็ดีใจจนะโตัวลอย เด็กชายวิ่งไปะโไปรอบตัวของหมูป่า
ส่วนหลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่นั้นกำลังมองสำรวจรอบตัวหลี่ิเยว่ เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้านางดูยับเยิน มีรอยขาดอยู่บางส่วนจึงรู้สึกเป็กังวลขึ้นมา หลี่อวิ๋นห้าวรีบดึงตัวนางไปตรวจสอบอย่างละเอียด “น้องสี่ เ้าเป็เช่นไรบ้าง าเ็ตรงไหนหรือไม่ รีบบอกข้ามาเร็วเข้า”
“นั่นน่ะสิ! น้องสี่ เ้าเจ็บตรงไหน ไปเจออะไรมา รีบบอกมาเร็ว” สองพี่ชายที่เห็นเสื้อผ้าของนางขาดจึงเอาแต่ซักไซ้ไม่หยุดหย่อน
พวกหลี่อวิ๋นฮุยได้ที่ได้ยินพี่ชายทั้งสองเอ่ยปากถามจึงรีบวิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วงด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นท่าทีห่วงใยของเหล่าพี่น้อง หลี่ิเยว่ก็อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก และรีบเอ่บปากบอก “ไม่ต้องเป็ห่วงข้า เสื้อข้าแค่ขาดเฉย ๆ น่ะ ไม่ได้าเ็อะไร จริง ๆ นะ ข้าถูกกิ่งไม้เกี่ยวเสื้อตอนที่หลบหมูป่าเมื่อครู่ ข้าไม่ได้าเ็ตรงไหนจริง ๆ หากพวกพี่ไม่เชื่อ พอกลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะให้พี่หญิงใหญ่ตรวจดูให้”
เมื่อได้ยินว่าน้องสาวไม่ได้าเ็ พวกเขาจึงโล่งใจไปได้บ้าง จากนั้นทั้งหมดจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยืนล้อมหมูป่าเอาไว้พลางช่วยกันคิดหาวิธีว่าจะลากมันกลับบ้านได้อย่างไร “น้องสามกับน้องห้าลงเขาไปตามลุงเหวินมาช่วยพวกเราลากหมูป่ากลับไปที”
หลี่อวิ๋นห้าวพูดกับน้องชายสองคน จากนั้นจึงหยิบตะกร้าที่พวกเขาวางทิ้งไว้ขึ้นมา ในตอนนั้นหลี่ิเยว่ถึงได้รู้ว่าวันนี้พี่ชายน้องชายของนางได้ของมาไม่น้อย ตะกร้าทุกใบล้วนมีของป่าบรรจุอยู่เกินกว่าครึ่ง นอกจากนั้นในตะกร้าของหลี่อวิ๋นห้าวเองยังมีไก่ป่าสองตัวและกระต่ายป่าหนึ่งตัวอีกด้วย
“พี่ใหญ่ วันนี้พวกพี่ได้ของมาไม่น้อย แต่ข้าเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันนะ ข้าเจอของดีมากและได้มาเยอะเลย พวกเรากลับบ้านไปจัดการหมูป่าเสียก่อน วันนี้พวกเราจะได้มีเนื้อหมูป่ากินกัน” หลี่ิเยว่หันไปหาพี่ชายคนโตพลางพูดอย่างตื่นเต้น
.
.
.