บทที่ 17 ข่าวลือ
ประสิทธิภาพของยารักษานั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าใเมื่อรวมกับอาหารเสริมเกรด A ที่ดื่มลงไป ยูเมะก็รู้สึกมีแรงเหลือล้นจนนึกเสียดายหากไม่ทำอะไรสักอย่าง
เขาก็เลยตัดสินใจออกกำลังกายต่อโดยตั้งเป้าหมายไว้ที่การท้าทายขีดจำกัดของร่างกาย
แต่ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกายเขาก็ไม่ลืมที่จะเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาแล้วยิ้มออกมาบางๆ
“เป็อย่างที่คิดจริงๆ ภารกิจสำเร็จแล้ว”
ยูเมะยิ้มออกมาบางๆ พลางดูเวลาและพบว่ามันผ่านไปนานกว่า 10ชั่วโมงแล้วนับจากที่เขายืนยันคำสั่งซื้อไปคำสั่งซื้อของเขาจึงได้รับการตอบรับอย่างสมบูรณ์และเริ่มกระบวนการจัดส่ง
ซึ่งตามระเบียบแล้วใน่เวลานี้เขาจะไม่สามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้อีกเขาจึงไม่แปลกใจว่าทำไมภารกิจถึงได้มาสำเร็จเอาตอนนี้
หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยยูเมะก็ถอนหายใจแล้วกดรับรางวัลภารกิจโหลกาชาปองก็หมุนอย่างรวดเร็วก่อนที่ลูกแก้วสีแดงจะไหลออกมา
เห็นแบบนั้นยูเมะก็หรี่ตาลงขณะที่ภายในใจเริ่มคาดเดาค่าสถานะที่จะได้รับ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อข้อความแสงปรากฏขึ้นมาตามที่คิดเอาไว้
‘ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ 0.1’
ยูเมะเหยียดยิ้มน้อยๆ จากนั้นกดรับรางวัลจากภารกิจฝึกฝนต่อแล้วถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นของรางวัลที่ได้รับ
“ยารักษาS อย่างที่คิดเลย”
ถึงตอนนี้เขาก็คิดว่าเขาเริ่มจะเข้าใจความ้าของหน้าต่างระบบขึ้นมาบ้างแล้วหน้าต่างระบบนี้ดูเหมือนจะมีเจตนาที่จะช่วยส่งเสริมเขาโดยใช้ภารกิจต่างๆซึ่งมีทั้งการสนับสนุนและการกระตุ้น
หลังจากตระหนักถึงความเป็ไปได้นี้ความคิดที่ยูเมะมีต่อหน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไปความกลัวที่มีต่อหน้าต่างระบบนั้นแทบจะหมดไปโดยสิ้นเชิงแต่กลับมีความหวาดกลัวต่อบางสิ่งที่รอคอยอยู่ปรากฏขึ้นมาแทน
เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะเป็พระเอกหรือคนพิเศษที่จะมีตัวช่วยพิเศษโดยไม่มีเหตุผลเขาเชื่อว่าเมื่อได้รับบางสิ่ง ก็ต้องสูญเสียบางสิ่งไปเช่นกัน หน้าต่างระบบนี้ก็อาจจะเป็แบบนั้น
เจตนาของมันอาจจะเป็การช่วยเขาแต่เขาก็ไม่เชื่อว่ามันจะช่วยเขาโดยไม่้าอะไรตอบแทน
‘เอาเถอะ! อย่างน้อยตอนนี้ก็พอจะมั่นใจได้ละนะว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเรา..ส่วนเื่ที่รออยู่ก็คงต้องรอต่อไป’
หลังจากถอนหายใจออกมายาวๆยูเมะก็เข้าไปในห้องแล้วเริ่มออกกำลังกายอีกครั้งคราวนี้เขาเน้นไปที่การเสริมสร้างรากฐานของศิลปะการต่อสู้โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจที่พอจะมีอยู่
สิ่งแรกที่เขาทำคือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆก่อนจะจบลงด้วยท่าสุดท้ายที่โด่งดังที่สุดในท่าฝึกของศิลปะการต่อสู้
‘ท่านั่งม้า’
ความเข้าใจที่ยูเมะมีต่อการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้นั้นมีไม่มากนักเขารู้เพียงพื้นฐานของมันเพราะเขาไม่เคยเรียนรู้อย่างจริงจังมาก่อนสิ่งที่เขารู้ก็มาจากการศึกษาด้วยตัวเองผ่านบทความต่างๆ ในโลกออนไลน์เท่านั้น
ส่วนไหนถูกส่วนไหนผิด เขาย่อมไม่สามารถบอกได้ชัดเจนแต่หลังจากสั่งสมประสบการณ์ต่อสู้มามากผ่านโลกออนไลน์เขาก็พอจะแยกแยะได้บ้างว่าส่วนไหนที่สามารถใช้ได้ ส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้
ท่านั่งม้านับเป็ท่าที่ใช้ได้ดีที่สุดและเป็พื้นฐานที่สุดของการฝึกฝนแต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยฝึกฝนท่านี้ด้วยร่างกายจริงๆเคยแต่ฝึกฝนด้วยร่างกายในเกมออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดนี้ฝึกได้เพียงจิตใจเท่านั้น
แต่เพราะมีพื้นฐานมาบ้างยูเมะจึงเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น เขาย่อตัวลงเล็กน้อย สองข้าแยกออกพอสมควรฝ่าเท้าตั้งตรงขนานไปกัน สองหมัดรั้งไว้ที่เอวขณะที่สายตามองตรงไปข้างหน้า
เมื่อเข้าสู่ท่าฝึกจิตใจของเขาก็เริ่มเข้าสู่สมาธิ มันเป็ไปตามความเคยชินจากที่เคยฝึกฝนในเกมออนไลน์
ทว่าความแตกต่างก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะร่างกายของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับตัวละครในเกมออนไลน์ความปวดเมื่อยจึงก่อตัวขึ้น ความรู้สึกอยากหยุดประดังขึ้นมาในใจและเริ่มต่อสู้กับสมาธิ
ท่านั่งม้าก็เริ่มไม่มั่นคงแต่เขาก็ยังฝืนทำมันต่อไปจนครบ 2 นาทีก่อนจะหยุดพัก จากนั้นก็ฝึกต่ออย่างมุ่งมั่น
โดยไม่รู้ว่าเป็เพราะความตั้งใจที่แน่วแน่ความเคยชินหรือเป็เพราะพลังสมาธิที่ถูกยกระดับขึ้นระยะเวลาในการยืนของเขากลับยืดยาวออกไปทีละน้อยๆ ขณะที่ความรู้สึกต่างๆก็เริ่มเปลี่ยนไป
เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาแต่เขาค่อนข้างพอใจไม่น้อยความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้ทำให้เขาััได้ถึงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นทำให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้ยืนหยัดได้นานขึ้น
แต่หลังจากฝืนจนไปต่อไม่ไหวเขาก็ยอมหยุดอย่างไม่เต็มใจ แต่เมื่อดูเวลาฝึกเขาก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่าเขาฝึกฝนท่านั่งม้าได้นานกว่า 30นาที ซึ่งเป็ระยะเวลาที่นานอย่างไม่น่าเชื่อ
“ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ..เพราะอาหารเสริมงั้นหรือ”
ยูเมะยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้าพลางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างเป็จังหวะจนกระทั่งหายเหนื่อยเขาก็ไปอาบน้ำล้างเหงื่อแล้วออกมาเตรียมอาหารเย็น
ค่ำคืนนั้นเขาก็ยังใช้วิธีเดิมเขาไม่ได้เข้าไปในเกมออนไลน์ แต่นอนพักในเคบินโดยใช้โปรแกรมตัวหนึ่งที่เรียกว่า ‘ดีฟสลีป’ เพื่อให้สามารถนอนหลับได้ลึกกว่าปกติ
หลังจากหลับลึกด้วยโปรแกรมมาตลอดทั้งคืนยูเมะก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่เต็มเปี่ยม เขาััได้ถึงความแตกต่าง
ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรมแต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของอาหารเสริมและยารักษาที่ทำให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้สมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ
อันที่จริงยูเมะคิดว่าสิ่งที่ช่วยเขามากที่สุดน่าจะเป็ยารักษาเพราะมีเพียงยารักษาเท่านั้นที่เขามองว่ามีประสิทธิภาพเหนือคำบรรยายใดๆขณะที่อาหารเสริมนั้นน่าจะเป็เพียงตัวช่วยที่ช่วยให้ยารักษาทำงานได้ดีขึ้น
ความคิดนี้ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเพราะเขาเชื่อว่าถ้าอาหารเสริมมันดีขนาดนี้จริงๆบริษัท S&S คงไม่มีคู่แข่งแล้ว
แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนักหลังจากตื่นนอนยื่นเส้นยืดสายให้สบายตัวเขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาและดูภารกิจประจำวันของวันนี้ ก่อนจะเลิกคิ้วน้อยๆด้วยความแปลกใจ
“ดวลกับใครบางคนบนสังเวียนงั้นหรือ..เฮๆ พี่ชายผมเพิ่งจะฝึกได้วันเดียวเองนะ จะให้ไปดวลกับคนอื่นแล้วหรอ”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจกลับตื่นเต้นถึงขีดสุดจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาจากนั้นยูเมะก็เริ่มจัดการกับตัวเอง เขาทำทุกอย่างที่ต้องทำ เตรียมอาหารเช้าอยู่เป็เพื่อนแม่จนกระทั่งสายก็เตรียมตัวออกไปยังศูนย์ฝึก
ครั้งนี้ยูเมะรู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษจังหวะก้าวจึงเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย หลังจากเข้ามาถึงศูนย์ฝึกเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็มาออกกำลังกายตามภารกิจฝึกฝน
ใน่ที่ออกกำลังกายอยู่นั้นเขาก็ััได้ถึงสายตาของคนหลายคนที่มองมาด้วยความสนใจรวมไปถึงเสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาให้ได้ยิน
ในตอนแรกที่ััได้เขาก็ตั้งใจว่าจะเมินไปเหมือนทุกที แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นเขาก็ััได้ว่าสายตาที่ผู้คนมองมานั้นดูจะต่างจากทุกทีจนอดไม่ได้ที่จะแบ่งสมาธิออกไปฟัง
“นี่ๆ คนนี้นะหรอปรมาจารย์ดาบที่ว่า”
“โกหกน่า! สภาพอย่างนี้อะนะปรมาจารย์ดาบ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ! เื่แบบนี้ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้นะไม่เคยได้ยินหรอว่าปรมาจารย์บางคนก็มีนิสัยแปลกๆ นะบางทีอาจจะเป็เคล็ดลับของตระกูลก็ได้”
“พูดเกินจริงไปหน่อยมั้ง ที่บอกว่าดาบเดียวก็ตัดหัวเป้าซ้อมขาดนะ”
“ก็แค่เป้าซ้อมในห้องมือใหม่ไม่ใช่หรอ ได้ยินว่าเป้าพวกนั้นทำลายง่ายจะตาย”
“ถ้าคิดว่าทำลายง่าย งั้นลองทำให้ดูหน่อยสิ ดาบเดียวตัดคอขาดนะคิดว่าทำได้ไหม!”
เสียงพูดคุยของผู้คนรอบตัวให้ยูเมะใเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าเพียงแค่วันเดียวเื่ที่เขาตัดคอเป้าซ้อมในห้องฝึกจะกลายเป็ข่าวลือไปได้แบบนี้
นอกจากนั้นยังมีเื่ของ‘ปรมาจารย์ดาบ’ อีก เื่นี้ยังน่าใกว่าเื่แรกเสียอีกเพราะคำว่าปรมาจารย์นั้นไม่ใช่คำที่จะเอามาเรียกใครก็ได้
‘ไหงกลายเป็ข่าวลือแบบนี้ได้ละไม่ใช่ว่าในศูนย์ฝึกมีการบล็อกโปรแกรมบันทึกภาพหรอกหรอ’
แน่นอนว่ายูเมะย่อมไม่เข้าใจแม้ว่าทางศูนย์ฝึกจะมีการบล็อกโปรแกรมบันทึกภาพก็จริงแต่มันไม่ได้ห้ามไม่ให้คนในศูนย์คุยกันถึงเื่ที่เกิดขึ้น
แม้ว่าเื่ที่คุยจะขาดความน่าเชื่อถือไปบ้างเพราะเป็เื่ที่คุยกันปากต่อปากแต่ถ้ามีคนหลายคนพูดเป็เสียงเดียวกัน ความน่าเชื่อถือมันก็จะเกิดขึ้นเอง
ในตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยังเป็เพียงข่าวลือซึ่งมันคงไม่ลือกันมากนักหากคนที่ถูกพูดถึงไม่ใช่ยูเมะที่มีบุคลิกผิดจากที่ลืออย่างรุนแรง
หลังจากรู้แบบนั้นยูเมะก็ไม่ได้สนใจอีกแม้ว่าเขาจะใไม่น้อยกับข่าวลือ แต่ข่าวลือพวกนี้ก็ไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาเขาเขาจึงออกกำลังกายต่อไป
ขณะนั้นเองภายในห้องพยาบาลของศูนย์แพทย์หนุ่มที่กำลังเอนตัวพักอยู่บนโซฟาก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความไม่พอใจเพราะถูกเสียงรบกวนปลุกให้ตื่นจากการงีบหลับใน่เช้า
แต่เมื่อแพทย์หนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นใครบางคนยืนอยู่หน้าจอความไม่พอใจก็บินหายไปในพริบตา
“คุณสตริง!!”
สตริงที่ยืนอยู่หน้าจอกำลังมองภาพของยูเมะในจอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะหันกลับมามองแพทย์หนุ่มด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณบอกผมว่าเมื่อวันก่อนเขาเกิดอาการจิตครอบงำใช่ไหม”
“ค..ครับ! ใช่ครับ! คุณเมมโมไรซ์เกิดอาการจิตครอบงำจนใช้งานร่างกายเกินขีดจำกัดแต่ผมจัดยาให้แล้ว คิดว่าน่าจะหายภายใน 1 – 2 วันครับ”
แพทย์หนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเนื่องจากนึกไม่ออกว่า ‘เขา’ที่สตริงพูดถึงคือใคร แต่อึดใจเดียวมันก็จำได้จึงตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าสีหน้าของสตริงกลับดูไม่พอใจนักแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากหันกลับไปมองจอภาพ
“ถ้างั้นคุณช่วยบอกผมทีว่าทำไมเขาถึงยังมาออกกำลังกายในวันนี้ได้”
ได้ยินแบบนั้นสีหน้าของแพทย์หนุ่มก็เปลี่ยนไป เขารีบลุกขึ้นมาดูหน้าจอที่สตริงมองอยู่ทันทีก่อนที่หน้าของมันจะเปลี่ยนสี
“โกหกน่า! ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้!อ๊ะ! การเคลื่อนไหวมัน!!”
“ไม่มีสัญญาณของอาการาเ็ใดๆ ยังเคลื่อนไหวได้ดีกว่าปกติด้วยซ้ำนี่หรือที่คุณบอกว่าเขาเกิดอาการจิตครอบงำ”
สีหน้าของสตริงเคร่งเครียดกว่าเดิมมาก มันมีแม้กระทั่งแรงกดดันที่ทำให้ใบหน้าของแพทย์หนุ่มซีดขาวแพทย์หนุ่มในตอนนี้รู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธ
“ผ..ผมพูดจริงๆ นะครับ คุณสตริงสามารถตรวจสอบได้!คุณก็รู้ว่าผมไม่สามารถปิดบังหรือแก้ไขข้อมูลได้อยู่แล้ว!!”
ได้ยินแบบนั้นสีหน้าของสตริงก็ยิ่งเครียด การยืนยันของแพทย์หนุ่มหนักแน่นมากฟังดูแล้วไม่เหมือนกับกำลังโกหก นอกจากนั้นแพทย์หนุ่มก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกเพราะยารักษาขวดนั้นไม่ได้มีค่ามากขนาดที่ต้องเอาอนาคตของตัวเองมาแลก
นอกจากนั้นประวัติการรักษาก็มีบันทึกไว้อย่างละเอียดมีข้อมูลการใช้เคบินรักษา มีแม้กระทั่งประวัติการใช้ยาในเครื่อง กระทั่งผลการตรวจจากเครื่องตรวจก็ยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอาการของยูเมะนั้นหนักจนต้องใช้ยาช่วยจริง
“งั้นทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้ ดูจากสภาพแล้วไม่มีทางเลยที่จะฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ ยกเว้นแค่..”
“ใช้ยาหรือไม่ก็อาหารเสริมเกรด S สินะครับ! แต่ผมกลัวว่าต่อให้ใช้จริงก็ไม่มีทางรักษาได้เร็วขนาดนี้ อย่างน้อยๆก็ไม่น่าจะทำให้คุณเมมโมไรซ์เคลื่อนไหวได้ดีขนาดนี้”
สตริงพยักหน้ารับ สีหน้าของมันเคร่งเครียดเป็พิเศษยิ่งมองดูการเคลื่อนไหวของยูเมะในหน้าจอ สีหน้าของมันก็ยิ่งเครียดเพราะมันคิดไม่ออกว่าอะไรทำให้ยูเมะสามารถทำได้ขนาดนี้หลังจากฝึกฝนจนเกินขีดจำกัด
ขณะที่คิดอย่างเคร่งเครียดนั้นแพทย์หนุ่มก็เหมือนจะคิดถึงความเป็ไปได้บางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก
“บางที..คุณเมมโมไรซ์อาจจะมีร่างกาย ‘พิเศษ’ ก็ได้นะครับ”
คำพูดนี้ถึงความสนใจจากสตริงได้เป็อย่างดี ทำให้ชายวัยกลางคนที่มักจะสงบนิ่งอยู่เสมอถึงกับเสียอาการเป็ครั้งแรก
เมื่อเห็นท่าทางของหัวหน้าที่ตื่นเต้นจนเสียอาการแพทย์หนุ่มก็รู้ดีว่าควรทำอะไรจึงรีบอธิบายออกมาอย่างละเอียดโดยไม่กล้าปิดบัง
“คืออย่างนี้นะครับคุณสตริง วันนั้นที่คุณสั่งให้ผมเฝ้าจับตาดูคุณเมมโมไรซ์เป็พิเศษนั้นคุณเมมโมไรซ์เขาฝืนตัวเองจนบอบช้ำ ผมก็เลยให้ยา ‘บำรุงกล้ามเนื้อเกรดD’ ไปขวดหนึ่ง แล้วทีนี้ผมสังเกตว่าตัวยาออกฤทธิ์ได้เร็วผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ไม่กี่นาทีหลังรับยา คุณเมมโมไรซ์ก็สามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่แสดงอาการเ็ป”
คำอธิบายของแพทย์หนุ่มทำให้สีหน้าของชายวัยกลางคนเคร่งขรึมขึ้นทีละน้อยผิดกับดวงตาที่ทอประกายขึ้นทุกขณะด้วยความตื่นเต้นลึกๆ
“ยาออกฤทธิ์เร็วกว่าปกติงั้นหรือแสดงว่าระบบดูดซึมมีประสิทธิภาพมากสินะ น่าสนใจ แต่ว่า..แค่นี้ยังบอกไม่ได้เลยหรอกว่าพิเศษหรือไม่”
แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจของสตริงคาดเดาได้แล้วว่ายูเมะมีร่างกายพิเศษจริงๆ อันที่จริงมันก็คิดถึงความเป็ไปได้นี้มานานมากแล้ว
ต้องบอกว่านับั้แ่ที่ยูเมะเข้ามาในศูนย์ฝึกแห่งนี้พร้อมกับบัตรสมาชิกตลอดชีพประวัติของเขาก็ถูกตรวจสอบแล้ว แม้จะไม่ได้ข้อมูลเชิงลึกที่ซับซ้อนนัก
แต่มันก็มีข้อมูลหลายๆอย่างที่สามารถอธิบายถึงความ ‘พิเศษ’ของยูเมะได้
‘ความอ้วนที่มากผิดปกติทั้งที่มีการออกกำลังกายเป็ประจำ เื่แบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยนักหรอกนะในยุคนี้นอกจากนั้น..เด็กคนนั้นยังมีอาการแบบนี้มาั้แ่เด็กฐานะทางครอบครัวของเด็กคนนี้ก็ไม่น่าจะเลวร้ายนักไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถอยู่ในเมืองแห่งการศึกษาได้ั้แ่เด็ก’
หลังจากรวบรวมปัจจัยต่างๆ มาคิดคำนวณรวมกัน แม้จะขาดข้อมูลเชิงลึกในหลายๆด้าน สตริงก็สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับยูเมะนั้นมีอยู่ไม่มากนัก
หากไม่ใช่อาการป่วยที่ยากจะรักษาก็ควรจะเป็ความสามารถพิเศษของร่างกายหรือไม่ก็เป็นิสัยเสียบางอย่างที่ทำให้สภาพร่างกายเป็แบบนี้
แต่ถ้าคิดถึงนิสัยของยูเมะหลังจากที่เฝ้าดูมานานมันไม่คิดว่าเขาจะมีนิสัยเสียที่ชอบกินจุกจิกจนทำให้อ้วน นอกจากนั้นด้วยประสบการณ์ของมันมีหรือที่จะมองไม่ออกว่าภายใต้ร่างกายที่อวบอ้วนนั้น มีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งซ่อนอยู่
‘ดูเหมือนว่าคงจะต้องทดสอบสักหน่อย’
คิดแล้วสตริงก็เปิดมายด์เบรนขึ้นแล้วส่งข้อความไปหาใครบางคนเพื่อขอให้ทำอะไรบางอย่างจากนั้นก็เฝ้ามองการออกกำลังกายของยูเมะจนกระทั่งสิ้นสุดลง
หลังจากยูเมะออกกำลังกายเสร็จเขาก็หยุดพักครู่หนึ่ง เติมพลังงานให้ตัวเองเล็กน้อยอย่างที่ปกติไม่เคยทำจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในเขตต่อสู้
วินาทีนั้นดวงตาของสตริงก็ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่งแล้วออกไปจากห้องพยาบาลทันทีทิ้งให้แพทย์หนุ่มได้แต่มองดูจอภาพด้วยสายตาที่อ่อนใจ
“นิสัยเสียของคุณสตริงโผล่ออกมาอีกแล้ว..หวังว่าคุณจะไม่เป็ไรนะครับคุณเมมโมไรซ์”