ตอนที่ 120: ยึดรังแมงมุม
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้อนกังวานไปทั่วอุโมงค์หินใต้ดินลึก แรงสั่นสะเทือนทำให้อัญมณีสีแดงและหินย้อยที่เกาะอยู่ตามเพดานถ้ำพังทลายร่วงหล่นลงมาเป็นสายประหนึ่งสายฝนสีเลือด ไอความร้อนระอุจากธารลาวาเบื้องล่างพวยพุ่งขึ้นมาผสมผสานกับฝุ่นควันหนาทึบจนทำให้บรรยากาศภายในถ้ำสับสนอลหม่าน ฝูงอสูรหมาป่าสองขาและอสูรปีศาจพ่นพิษมารต่างส่งเสียงคำรามขู่กรรโชกอย่างดุร้ายตามคำสั่งของนายหญิงทั้งสองผู้กำลังนำทัพบุกทะลวงรังไหมเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
"หลีเฮง! เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ! หากเจ้ากล้าปล่อยให้ยัยปีศาจแมงมุมนั่นดูดกลืนพลังหยางจนเหี่ยวแห้งตายไป ข้าจะขุดศพเจ้าขึ้นมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น!"
เสียงตวาดกร้าวอันเปี่ยมไปด้วยโทสะและความกังวลใจของเย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีระดับสูงสุดดังก้องแหวกฝุ่นควัน นางสะบัดกรงเล็บปีศาจสีดำทมิฬฉีกกระชากใยระเบิดไฟสีแดงเข้มข้นที่ขวางกั้นรอยแยกหินผาตรงหน้าอย่างรุนแรง พลังปราณปีศาจสีม่วงเข้มระเบิดออกทำลายสิ่งกีดขวางจนแหลกสลายเป็นจุณ ใบหน้างดงามสะคราญตาของนางบัดนี้แดงก่ำด้วยความเหน็ดเหนื่อยทว่าแววตากลับร้อนรุ่มดุจกองเพลิง นางแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจตั้งแต่ตอนที่หลีเฮงถูกเสี่ยวเหลียน ราชินีเผ่าแมงมุมไหมเพลิงลอบโจมตีและลักพาตัวหายไปในรังไหมทองคำ
ข้างกายของนางคือสืออิง ราชินีเผ่างูที่บัดนี้อยู่ในฐานะสนมรับใช้และผู้ควบคุมกองทัพอสูร นางกำลังร่ายรำดาบปราณอสรพิษมารสีม่วงลบล้างไอพิษร้อนและฟาดฟันทำลายใยแมงมุมเหนียวหนืดที่คอยดักขวางทางเดินอย่างว่องไวปราดเปรียว แผ่นหลังเนียนและเนินอกอวบอัดของนางชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจนเสื้อผ้าแนบเนื้อ เผยสัดส่วนอันยั่วยวนชวนกำหนัด ทว่าดวงตาสีอำพันของนางกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดไม่แพ้กัน
"พี่หญิงเจาจวิน! รอยแยกหินด้านหน้านี้คือห้องบรรทมส่วนตัวของราชินีแมงมุมแล้วเจ้าค่ะ! ใยระเบิดไฟรอบๆ นี้หนาแน่นยิ่งนัก แต่ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลมปราณหยางสวรรค์อันคุ้นเคยของผู้นำ... ทว่า เหตุใดกลิ่นอายของเขาจึงดู... อบอุ่น ผ่อนคลาย และไม่มีวี่แววของความเจ็บปวดทรมานเลยแม้แต่น้อย?" สืออิงเอ่ยถามด้วยความฉงน พลางตวัดกระบี่ฟาดฟันทำลายใยระเบิดเพลิงเส้นสุดท้ายจนระเบิดออกเป็นแสงไฟสว่างวาบ
"ช่างหัวกลิ่นอายนั่นเถอะ! เจ้ามนุษย์หน้าหนาผู้นั้นอาจจะกำลังโดนทรมานด้วยวิธีพิสดารจนไร้เรี่ยวแรงขัดขืนอยู่ก็ได้ ยัยปีศาจแมงมุมนั่นมีวิชาสุมไฟราคะเดือด หากช้ากว่านี้สามีของพวกเราคงโดนสูบจนกลายเป็นเพียงซากแห้งกรอบเป็นแน่! บุกเข้าไป!" เย่เจาจวินตวาดสั่งการด้วยหัวใจที่บีบรัดด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
สองสตรีปีศาจผู้ทรงพลังร่วมมือกันระเบิดพลังปราณขั้นสูงสุด พุ่งทะลวงฝ่าเศษหินและรอยแยกถ้ำหินผาเข้าไปในส่วนลึกสุดของห้องบรรทมราชินีแมงมุมทันที ฝุ่นควันจากการระเบิดลอยคลุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้างขวางอันหรูหราที่ประดับประดาด้วยเส้นใยไหมทองคำระยิบระยับลอยอยู่เหนือธารน้ำตกลาวาเดือดพล่าน
"ปล่อยตัวหลีเฮงเดี๋ยวนี้นะ ยัยปีศาจแมงมุ... เอ๊ะ?!"
คำพูดตวาดกร้าวของเย่เจาจวินพลันสะดุดหยุดลงกลางคัน ประหนึ่งมีก้อนหินก้อนมหึมามาอุดปากของนางไว้ ดวงตาสะสวยเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ร่างกายระหงแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เช่นเดียวกับสืออิงที่พุ่งตามเข้ามาติดๆ กระบี่อสรพิษในมือของนางเกือบหลุดร่วงหล่นลงพื้น ยามเมื่อสายตาของสองสตรีจับจ้องไปยังใจกลางเตียงใยยักษ์สีทองคำที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือแอ่งลาวาเดือด
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าหาใช่ภาพของหลีเฮงที่กำลังโดนจับตรึงขึงพืดทนทุกข์ทรมานหรือร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนาแต่อย่างใด...
ทว่า ชายหนุ่มตัวดีผู้เป็นต้นเหตุให้พวกนางต้องบุกน้ำลุยไฟแทบตาย กลับกำลังนอนเอนกายเหยียดยาวอย่างสบายใจเฉิบอยู่บนผืนใยไหมสีทองอันนุ่มหนา ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยมัดกล้ามเนื้อกำยำสมส่วนที่บัดนี้มีรอยประทับจูบสีกุหลาบและคราบร่องรอยแห่งบทรักอันแสนอบอุ่นประปรายไปทั่วผิวเนื้อ ศีรษะของเขานอนหนุนอยู่บนตักนุ่มนิ่มอบอุ่นของเสี่ยวเหลียน ราชินีแมงมุมไหมเพลิงสาวผู้งดงามสะคราญตาที่บัดนี้สวมเสื้อผ้าหมิ่นเหม่เผยเนินอกอวบอัดเต่งตึงและเรียวขานุ่มนวลราวกับสตรีที่เพิ่งผ่านพ้นการเข้าห้องหอมาหยกๆ
ยิ่งไปกว่านั้น มือหนาทั้งสองข้างของหลีเฮงยังกำลังยกขึ้นบีบนวดเฟ้นเค้นคลึงบริเวณต้นขาและสะโพกกลมกลึงอวบอัดของเสี่ยวเหลียนอย่างทะนุถนอม เอาอกเอาใจ และแสนเพลิดเพลิน ใบหน้ากะล่อนของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเคลิบเคลิ้มประหนึ่งอยู่ในแดนสุขาวดี ขณะที่เสี่ยวเหลียนเองก็กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามลูบไล้แก้มของชายหนุ่มอย่างรักใคร่ เสน่หา และยินยอมพร้อมใจ อีกมือหนึ่งยังคอยหยิบผลไม้เพลิงป่ารสหวานฉ่ำป้อนเข้าปากของเขาอย่างแสนหวานชื่นระรื่นรมย์
ไม่มีร่องรอยของการกักขัง ทรมาน หรือใกล้ตายเลยสักนิด! มีเพียงแต่ภาพบรรยากาศสีชมพูฟุ้งกระจายของคู่รักใหม่ที่เพิ่งเสร็จสิ้นบทรักบำเพ็ญคู่มาอย่างอิ่มเอมใจ!
"อื้ม... ผลไม้นี้ช่างหวานฉ่ำชื่นใจยิ่งนัก เสี่ยวเหลียนจ๊ะ บีบนวดสะโพกตรงนี้ของท่านรู้สึกผ่อนคลายขึ้นหรือไม่? ลมปราณที่ติดขัดได้รับการฟื้นฟูดีแล้วใช่ไหมจ๊ะ?" เสียงออดอ้อนกะล่อนของหลีเฮงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
"ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ ตอนนี้ลมปราณของข้าไหลเวียนปลอดโปร่งดียิ่งนัก มือของท่านพี่ช่างวิเศษสุดยอดเหลือเกิน..." เสี่ยวเหลียนตอบกลับเสียงหวานออดอ้อน แววตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงรักใคร่อย่างที่สุด
"หลี... เฮง...!!!"
เสียงคำรามต่ำที่เปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟันและไอหึงหวงอันเข้มข้นแผ่ซ่านมาจากหน้าประตูห้อง บีบให้บรรยากาศอันแสนหวานชื่นพลันหนาวเหน็บลงในพริบตา หลีเฮงสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะตกจากตักนุ่ม ชายหนุ่มรีบหันขวับไปมองตามเสียง ก่อนจะพบกับเย่เจาจวินที่ยืนหน้าบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงตาสีม่วงฉายประกายไฟโทสะจ้องมองมาที่เขาประหนึ่งจะฉีกร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ จริงๆ ส่วนสืออิงที่อยู่ด้านข้างก็กอดอกทำแก้มป่อง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความงอนและตัดพ้อปนเปไปกับความโล่งใจที่เห็นเขายังปลอดภัยดี
"เอ่อ... เจาจวินจ๊ะ... สืออิงคนงาม... พวกเจ้า... บุกมาถึงนี่แล้วหรือ? รวดเร็วยิ่งนัก ฮ่าๆ..." หลีเฮงหัวเราะแห้งๆ รีบผุดลุกขึ้นนั่งอย่างกะเล่อกะล่า ทว่ามือยังมิวายแอบลูบไล้หลังมือของเสี่ยวเหลียนเพื่อแสดงความคุ้มครองสตรีคนใหม่
"เจ้ามนุษย์หน้าหนาผู้น่าหยิกน่าตีที่สุดในสามโลก!" เย่เจาจวินก้าวเท้าเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคาม หน้าอกอวบอัดกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธจัดและหึงหวง "พวกเราด้านนอกร้อนใจจนแทบจะบ้าคลั่ง สู้รบฝ่าดักแด้ฝูงอสูรแมงมุมเข้ามาเพราะเกรงว่าเจ้าจะถูกทำร้ายทรมานปางตาย! แต่เจ้า... เจ้ากลับมานอนหนุนตักเสพสุข สบายใจเฉิบ ให้ชู้รักคนใหม่ปรนนิบัตินวดเฟ้นรื่นรมย์เช่นนี้หรือ?! เจ้าไม่มีสามัญสำนึกและไม่เห็นหัวพวกเราเลยใช่ไหม!"
"พี่หญิงเจาจวินพูดถูกที่สุดเจ้าค่ะ!" สืออิงแอบบ่นงึมงำกึ่งงอนกึ่งประชดประชัน "ข้านึกว่าป่านนี้คุณชายหลีจะกลายเป็นดักแด้แห้งกรอบ โดนรีดเค้นพลังปราณหยางจนหมดตัวกลายเป็นซากศพไร้วิญญาณไปแล้วเสียอีก ที่ไหนได้... กลับใช้วิชาหมอนวดจอมกะล่อนล่อลวงราชินีแมงมุมคนใหม่เข้าสู่ฮาเร็มเพิ่มอีกหนึ่งคนจนได้ ท่านนี่ช่างร้ายกาจและหน้าหนาไม่มีใครเกินจริงๆ เจ้าค่ะ!"
เสี่ยวเหลียนเห็นสตรีปีศาจทั้งสองบุกเข้ามาด่าทอสามีใหม่ของตน นางก็ไม่ยอมเช่นกัน ร่างระหงรีบผุดลุกขึ้นยืนขวางเบื้องหน้าหลีเฮงทันที ดวงตาสีมรกตฉายแววหยิ่งทระนงอันเปี่ยมไปด้วยบารมีของราชินีแมงมุมเพลิง ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับเต็มไปด้วยความภักดีต่อชายหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังอย่างชัดแจ้ง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! พวกนางปีศาจต่างถิ่น ห้ามพวกเจ้าเอ่ยวาจาก้าวร้าวหรือด่าทอสามีของข้าเด็ดขาด! บัดนี้คุณชายหลีเฮงคือสามีผู้เป็นเจ้าชีวิตอย่างถูกต้องของข้าเสี่ยวเหลียนแล้ว ข้าตกเป็นของเขาและยอมศิโรราบต่อเขาด้วยความยินยอมพร้อมใจ! รังแมงมุมเพลิงและบริวารแมงมุมทหารไหมเพลิงทั้งหมดในดินแดนใต้ดินแห่งนี้ บัดนี้ขอยอมรับใช้และเข้าร่วมสังกัดเป็นกำลังพลในกองทัพของสามีข้าแต่เพียงผู้เดียว!"
คำประกาศอันเด็ดเดี่ยวและทระนงของเสี่ยวเหลียนทำเอาเย่เจาจวินและสืออิงอึ้งไปชั่วขณะ เย่เจาจวินหรี่ตาลง มองสำรวจสภาพของเสี่ยวเหลียนสลับกับหลีเฮงอย่างพินิจพิเคราะห์ กลิ่นอายลมปราณหยินหยางที่ไหลเวียนประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบรอบตัวของคนทั้งสอง บวกกับความเข้ากันได้ของระบบพันธุกรรมที่กำลังเชื่อมต่อกันทำให้เย่เจาจวินรู้ทันทีว่ามหาพิธีกรรมบำเพ็ญคู่สกัดยีนส์ได้ลุล่วงสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจริงๆ
เย่เจาจวินถอนหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ปล่อยวางรังสีฆ่าฟันลงก่อนจะยกมือนวดขมับตัวเองเบาๆ "เฮ้อ... ข้ารู้อยู่แล้วว่าคนหน้าด้านอย่างเจ้าไม่มีทางพลาดท่าเสียทีง่ายๆ แต่ไม่คิดเลยว่าจะรวดเร็วปานนี้... เจ้าเพิ่งโดนจับตัวมาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ กลับสามารถกล่อมจนราชินีแมงมุมยอมมอบทั้งรังและตัวเองให้เจ้าได้อย่างหมดจดเช่นนี้ หากสตรีในโลกมนุษย์รู้เข้า คงได้แห่กันมาสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึกแน่"
หลีเฮงได้โอกาสรีบคลานเข่าเข้าไปกอดขาเรียวงามของเย่เจาจวินอย่างหน้าด้านๆ ช้อนตามองอ้อนวอนประหนึ่งลูกหมาผู้น่าสงสาร "เจาจวินยอดรัก อย่าโกรธข้าเลยนะจ๊ะ ข้าเพียงทำตามหน้าที่ของระบบและทำเพื่อความก้าวหน้าของป้อมค่ายฐานทัพของพวกเราต่างหาก หากไม่ได้ยีนส์ไหมเพลิงจากเสี่ยวเหลียน และหากข้าไม่ได้สยบนางไว้ กองทัพของพวกเราจะขยายฐานหลักไปสู่ระดับสองได้อย่างไรเล่า? ข้าต้องสละชีพจรและเหงื่อไคลนวดเฟ้นจนนิ้วแทบหักเชียวนา!"
*ติ๊ง!*
[ระบบจำลองเทพแมงดาแจ้งเตือน: โฮสต์ใช้ทักษะ 'หลบหลังสตรี' และ 'หน้าหนาพึ่งพิงเมีย' ได้อย่างเชี่ยวชาญ ยอดสะสมความหึงหวงของเย่เจาจวินลดลงเล็กน้อยเนื่องจากเห็นแก่ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของค่ายทหาร]
[แต้มศักดิ์ศรีของโฮสต์ในปัจจุบัน: -57 แต้ม (คงเดิมเนื่องจากความกะล่อนและหน้าหนากอดขาภรรยายังคงรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น)]
สืออิงเดินเข้ามาใกล้พลางบีบแก้มหลีเฮงเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ท่านพี่นะท่านพี่ ช่างกะล่อนลื่นไหลยิ่งนัก... แต่เอาเถอะ ในเมื่อได้แม่นางเสี่ยวเหลียนและฝูงแมงมุมทหารไหมเพลิงมาร่วมทัพ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับฐานย่อยของพวกเรา เพราะตอนนี้จำนวนอสูรหมาป่าสองขาและอสูรปีศาจพ่นพิษมารของพวกเราก็เต็มขีดจำกัดแล้ว หากต้องการอัปเกรดฐานรากให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรับศึกใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือทรัพยากรเหมืองแร่ที่ตั้งอยู่ริมธารลาวาแห่งนี้"
เย่เจาจวินพยักหน้าเห็นด้วย นางปรับเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วเข้าสู่โหมดผู้วางแผนยุทธศาสตร์ขยายฐานทัพทันที นางปัดมือของหลีเฮงที่ยังลูบไล้ขาของนางออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปเจรจากับเสี่ยวเหลียน
"ในเมื่อเจ้ากลายมาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันและยอมเข้าร่วมกับหลีเฮงแล้ว ข้าในฐานะราชินีปีศาจหลักและผู้ดูแลสิ่งปลูกสร้างค่ายทหารย่อยแห่งนี้ จะขอสอบถามเรื่องแหล่งแร่ 'ศิลาไฟโลกันตร์' ทันที แร่อุณหภูมิสูงชนิดนี้อยู่ที่ใด และบริวารของเจ้าสามารถช่วยพวกเราเก็บเกี่ยวได้รวดเร็วเพียงใด?"
เสี่ยวเหลียนคลี่ยิ้มบางอย่างมั่นใจ นางหันไปสบตากับหลีเฮงอย่างหวานซึ้งครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเย่เจาจวินด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นงานเป็นการ "แร่ศิลาไฟโลกันตร์ฝังตัวอยู่ลึกหนาแน่นตามแนวริมธารลาวาเดือดพล่านเบื้องล่างห้องบรรทมแห่งนี้เองเจ้าค่ะ มันมีพลังงานไฟโลกันตร์สะสมอยู่มหาศาล หินธรรมดาไม่สามารถขุดเจาะมันได้ และบุรุษหรืออสูรทั่วไปยามเข้าใกล้ธารลาวาก็จะทนต่อไอร้อนระอุแผดเผาไม่ได้นาน ทว่า... ฝูงแมงมุมทหารไหมเพลิงของข้ามีโครงสร้างร่างกายที่พิเศษ พวกมันมีผิวหนาต้านทานความร้อนสูงล้ำ และมีขาเหล็กทรงพลังที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าชั้นยอด ซึ่งสามารถขุดเจาะหินแร่เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย"
"ยอดเยี่ยมมาก!" หลีเฮงดีดตัวขึ้นยืนปรบมือเสียงดัง แววตาประกายส้มเพลิง "เช่นนั้นพวกเราจะรอช้าอยู่ใยล่ะจ๊ะ? เสี่ยวเหลียนยอดรัก ช่วยสั่งการให้ฝูงแมงมุมทหารไหมเพลิงทั้งหมดสลับเปลี่ยนหน้าที่จากการเตรียมทำสงคราม มาเริ่มต้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงงานขุดเจาะเหมืองแร่ทันทีเลยเถอะ! พวกเราต้องการศิลาไฟโลกันตร์จำนวนมหาศาลเพื่อเคลื่อนย้ายกลับไปยกระดับฐานหลักสู่ระดับสอง!"
เสี่ยวเหลียนพยักหน้ารับคำสั่งของสามีอย่างภักดี นางหลับตาลงและปลดปล่อยคลื่นกระแสจิตสั่งการระดับราชินีแผ่ซ่านออกไปทั่วรังไหมเพลิงทันที
ครู่ต่อมา เสียงขยับเคลื่อนไหวรวดเร็วและเสียงกระทบกันของข้อต่อโลหะก็ดังระงมกึกก้องไปทั่วซอกมุมถ้ำ ฝูงแมงมุมทหารไหมเพลิงนับร้อยนับพันตัวที่เคยแฝงตัวอยู่ตามซอกหินและเพดานถ้ำเพื่อเตรียมซุ่มโจมตี ต่างพร้อมใจกันไต่ลงมาเบื้องล่างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกมันมีขนาดตัวที่ใหญ่โต ขาแมงมุมทั้งแปดแหลมคมและแข็งแกร่งประหนึ่งหอกเหล็กกล้าที่ชุบด้วยลาวาร้อนแรงสีแดงส้มสะท้อนแสงวิบวับ
ภาพการเคลื่อนทัพขุดเจาะแร่ที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นทันทีริมธารลาวาอันระอุเดือด
ฝูงแมงมุมทหารไหมเพลิงพากันเดินเรียงรายไปตามขอบแนวหน้าดินและหินผาที่ขนาบข้างธารลาวาสีส้มทองที่กำลังเดือดพล่านเสียงดังปุดๆ ไอความร้อนจัดจ้านแผ่กระจายจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ทว่าอสูรแมงมุมเหล่านี้กลับเดินก้าวเข้าไปได้อย่างมั่นคงโดยไร้ความเกรงกลัว ขาเหล็กแกร่งอันทรงพลังของพวกมันเริ่มปักฉีกกระแทกเจาะลงบนหน้าดินและผนังถ้ำหินผาอย่างบ้าคลั่งและพร้อมเพรียงกัน
ฉึก! ฉึก! ปัง! ปัง!
เสียงขาเหล็กกระทบเข้ากับชั้นหินแข็งหนาดังกึกก้องกัมปนาทสะท้อนกลับไปกลับมาประหนึ่งเสียงกลองศึก ทุกครั้งที่ปลายขาแหลมคมตอกกระแทกลงไป เศษหินลาวาสีดำทมิฬก็จะแตกกระจาย เผยให้เห็นก้อนแร่ดิบสีแสดแดงฉานประกายทองระยิบระยับที่ซ่อนตัวอยู่ภายในชั้นหิน แร่แต่ละก้อนมีไอพลังงานความร้อนสูงล้ำลอยอวลออกมาประหนึ่งถ่านไฟร้อนแรงมีชีวิต นั่นคือ "ศิลาไฟโลกันตร์" คุณภาพสูงสุดที่หาได้ยากยิ่งในดินแดนภายนอก!
หลีเฮง สืออิง และเย่เจาจวินต่างเฝ้ามองดูภาพความยิ่งใหญ่ดังกล่าวด้วยความตะลึงลาน ฝูงแมงมุมทหารทำงานร่วมกันอย่างมีระบบระเบียบและรวดเร็วปานจักรกลสังหารที่เปลี่ยนมาทำงานเหมืองแร่ แมงมุมตัวที่ขุดเจาะเสร็จจะใช้ขากลีบหนีบก้อนแร่ศิลาไฟโลกันตร์ขึ้นมาส่งต่อให้แมงมุมตัวถัดไปขนย้ายนำมาวางกองรวมกันไว้บนพื้นที่ปลอดภัยห่างจากธารลาวา
"นี่มัน... ช่างรวดเร็วยิ่งนัก!" สืออิงอุทานด้วยความทึ่ง "หากใช้แรงงานมนุษย์หรืออสูรสายพันธุ์อื่นขุดเจาะ คงต้องเสียเวลาหลายวันและเสี่ยงต่อการโดนลาวาลวกจนบาดเจ็บล้มตาย แต่ฝูงแมงมุมทหารเหล่านี้กลับทำงานเหมืองแร่อุณหภูมิสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด"
"เพราะพวกมันได้รับการโปรแกรมและปรับแต่งพันธุกรรมยีนส์จากพลังงานของรังมาตั้งแต่กำเนิดอย่างไรเล่า" เย่เจาจวินเอ่ยพลางคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจอย่างที่สุด "การได้เสี่ยวเหลียนมาร่วมทัพในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องป้อมค่ายแห่งนี้ แต่ยังทำให้พวกเราเข้าถึงแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุอุณหภูมิสูงได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตอนนี้พวกเราสามารถขุดแร่มหาศาลเพื่อเตรียมนำกลับไปอัปเกรดฐานหลักสู่ระดับสองได้ภายในวันเดียว!"
"ฮ่าๆๆ! ยอดเยี่ยม! เช่นนั้นพวกเราก็มาช่วยกันเก็บรวบรวมเถิดจ๊ะ!" หลีเฮงหัวเราะร่าเริงอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มล้วงเอา "ถุงย่ามมิติมาร" ที่มีพื้นที่เก็บของขนาดยักษ์ซึ่งเชื่อมต่อกับคลังฐานทัพออกมาจากอกเสื้อ ชายหนุ่มเดินเข้าไปริมกองแร่ศิลาไฟโลกันตร์ที่กองสูงพะเนินเทินทึกดุจภูเขาย่อมๆ แล้วเปิดปากถุงออกเพื่อทำการดูดซับรวบรวมแร่ทั้งหมดเก็บเข้าไปด้านใน
ฟู่... วูบ!
ก้อนแร่ศิลาไฟโลกันตร์สีส้มแดงประกายสว่างวาบจำนวนมหาศาลลอยม้วนตัวเข้าไปในปากถุงย่ามมิติมารประหนึ่งสายธารดวงดาวสีเพลิง ยิ่งเก็บรวบรวมมากเท่าใด ตัวถุงก็ยิ่งทอแสงอุ่นร้อนระยิบระยับมากขึ้นเท่านั้น บ่งบอกถึงพลังงานธาตุไฟอันหนาแน่นที่บรรจุอยู่ภายใน
อสูรหมาป่าสองขาและอสูรปีศาจพ่นพิษมารที่อยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงครางแผ่วด้วยความตื่นเต้น พวกมันช่วยทำหน้าที่ขนย้ายก้อนแร่ที่เหลืออยู่เข้ามาส่งให้หลีเฮงอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างขะมักเขม้นจนทั่วทั้งโถงถ้ำเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสำเร็จและการเฉลิมฉลองชัยชนะในการครอบครองแหล่งแร่มหาศาลแห่งนี้
เสี่ยวเหลียนเดินเข้ามาสวมกอดแขนของหลีเฮงเอาไว้แน่นพลางเอนศีรษะซบไหล่หนาของเขา "ท่านพี่... แร่ศิลาไฟโลกันตร์ที่เก็บรวบรวมได้ในวันนี้มีจำนวนมากพอที่จะยกระดับป้อมค่ายของท่านพี่สู่ระดับสองได้อย่างแน่นอนแล้วเจ้าค่ะ และหลังจากอัปเกรดเสร็จสิ้น ข้าจะคอยเฝ้าควบคุมรังแห่งนี้เพื่อขุดเจาะแร่ส่งให้ท่านพี่อย่างต่อเนื่องทุกวันมิให้ขาดแคลนเลยเจ้าค่ะ"
หลีเฮงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะลั่นด้วยความสะใจลึกๆ ในใจ ชายหนุ่มโอบกอดบั้นเอวคอดกิ่วของภรรยาคนใหม่พลางหันไปหยอดคำหวานใส่เย่เจาจวินและสืออิงอย่างหน้าด้านๆ "ฮ้า... ขอบใจเจ้ามากนะเสี่ยวเหลียนจ๊ะ เจาจวิน ยอดรัก สืออิงคนงาม เห็นหรือไม่ว่าการเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายของสามีในการทำภารกิจบำเพ็ญคู่ครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเหลือล้นจริงไหมจ๊ะ? ต่อจากนี้ค่ายทหารย่อยของพวกเราจะแข็งแกร่งเป็นสองเท่า และไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้ามาท้าทายพลังของพวกเราอีกต่อไปแล้ว!"
เย่เจาจวินได้ยินเช่นนั้นก็ค้อนขวับใส่เขาวงใหญ่ ทว่ารอยยิ้มบางๆ บนมุมปากของนางกลับเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด "เจ้าคนลื่นไหลปากหวาน... เอาเถอะ เห็นแก่แร่มหาศาลเหล่านี้และตัวช่วยชั้นยอดอย่างเสี่ยวเหลียน ข้าจะละเว้นโทษทัณฑ์ความหึงหวงครั้งนี้ไปก่อน แต่หากกลับถึงฐานแล้วเจ้ายังไม่รีบมาปรนนิบัตินวดผ่อนคลายให้ข้าและสืออิงล่ะก็... เจ้าโดนดีแน่!"
"ยินดีรับบัญชาด้วยความเต็มใจยิ่งเลยจ๊ะยอดรักของข้า!" หลีเฮงรับคำเสียงใส ใบหน้ากะล่อนเต็มไปด้วยความสุขล้นพ้น
การเคลื่อนพลรวบรวมแร่อย่างยิ่งใหญ่ริมธารลาวาเดือดพล่านดำเนินต่อไปจนกระทั่งถุงย่ามมิติมารเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลาไฟโลกันตร์คุณภาพสูงปริมาณมหาศาล พร้อมสำหรับการเคลื่อนพลทัพกลับฐานย่อยเพื่อเริ่มต้นแผนการขยายฐานรากและยกระดับป้อมค่ายสู่ระดับสองอย่างเป็นทางการต่อไปในวันรุ่งขึ้น...
---------------------------------------------------
[ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
* แต้มแมงดาคงเหลือ: 39,500 แต้ม (ยอดคงเหลือมั่นคงหลังจบมหาพิธีกรรมบำเพ็ญคู่ปิดฉากและสกัดยีนส์ในตอนก่อนหน้า)
* แต้มวิบัติสะสม: 56 แต้ม (เพิ่มขึ้น +1 แต้ม จากการตกลงยุทธศาสตร์ขยายฐานทัพและเริ่มเคลื่อนย้ายรวบรวมทรัพยากรระดับสูงกลางแอ่งลาวาเดือด)
* ค่าศักดิ์ศรีสะสม: -57 แต้ม (คงเดิม ดำรงเกียรติภูมิชายหนุ่มผู้ชอบควบสตรีและเกาะเมียกินอย่างเหนียวแน่นมั่นคงไม่มีเปลี่ยนแปลง)
* เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (คงที่ เนื่องจากเสี่ยวเหลียนจดทะเบียนในฐานะสนมรับใช้และวีรบุรุษฮีโร่ปกป้องฐานทัพย่อย มิใช่คู่พันธะหลักเกราะพลังเมีย)