ตอนที่7
“มีแค่พ่อของหลานที่โทรมาบอกเื่อุบัติเหตุนั้น หลานไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้ว หรือว่ามีเื่อื่น ที่ยายควรรู้อีกอย่างนั้นหรือ”หญิงชราวางแก้วน้ำสำหรับหลานสาว และแขกอีกสองคนที่ตามเข้ามาลงบนโต๊ะรับแขก
“คุณยายนั่งเถอะค่ะ”เมื่อหญิงชรานั่งลงตามที่หลานสาวบอก ซูเจียวจึงเริ่มเล่ารายละเอียดต่างๆให้หญิงชราฟังหญิงชราสีหน้าเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ที่หลานสาวเล่า
“สรุปคือหนูไม่ใช่หลานสาวที่แท้จริงของคุณยายค่ะ”เจียวเจียวสรุปเื่ราวทั้งหมดหลังจากเล่าทั้งหมดจบลง
“...”คุณยายเหยาเมื่อฟังเื่ราวจบก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจออกมา เดิมที่เธอเคยสงสัยท่าทีของบุตรสาวบุตรธรรมที่ปฏิบัติต่อหลานสาวคนนี้ของเธออย่างลำเอียงในที่สุดเธอก็รู้ถึงเหตุผลที่ลูกสาวลำเอียง ถึงขั้นเกลียดชังหลานสาวคนนี้
“หนูโกรธแม่ของหลานเอ่อไม่ใช่ หนูโกรธจงเหม่ยหรือเปล่า”คุณยายถามหญิงสาวที่เธอเลี้ยงดูมาั้แ่เด็กถึงแม้ตอนนี้จะรู้ว่าไม่ใช่หลานโดยสายเืแต่ยายแก่อย่างเธอก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็หลานสาวเสมอ เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเธอหลินซูเฟิง หลินจงเหม่ย ที่ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของเธอกับสามี เป็เด็กกำพร้า ที่พวกเขาสองสามีภรรยาช่วยมาจากพวกค้ามนุษย์ ก่อนนำมาเลี้ยงดู จนกระทั้งเติบใหญ่เด็กทั้งสองอยู่ด้วยกันนาน จนเกิดความผูกพันธ์ และแต่งงานกันในที่สุดเพียงแต่สุดท้ายกับอยู่ด้วยกันไม่ยืด จนต้องหย่าร้าง
“ไม่ค่ะ”ซูเจียวตอบน้ำเสียงไร้ความรู้สึกใบหน้างดงามอย่างเด็กสาวยังคงไม่มีร่องรอยของอารมณ์ใดๆเกิดขึ้นทำให้ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรกันแน่
เดิมทีเธอก็ไม่ใช่เ้าของร่างอยู่แล้วจึงไม่ได้มีความรู้สึกกับใครทั้งนั้นเพียงแต่ก็มีบ้างที่ความรู้สึกเดิมของเ้าของร่างยังติดอยู่ในใจเช่นความรู้สึกรักและผูกพันธ์กับยายคนนี้ ที่เลี้ยงเ้าของร่างเดิมมาั้แ่แบเบาะจนกระทั้งเติบโต
“หลานจะไปอยู่กับพ่อแม่ของหลานใช่ไหมไปเถอะ ไม่เป็ไร หลานควรมีอนาคตที่ดี”หญิงชรามองไปยังหลานสาวต่างสายเื ดวงตาเต็มไปด้วยความเมตตาั้แ่กลับมา เธอรู้สึกว่าหลานสาวเปลี่ยนไป ไม่ใจร้อน วู่วามเหมือนเก่าดูเหมือนจะเติบโตขึ้นแล้ว
“แต่คุณยายจะอยู่ยังไง คนเดียว”หญิงสาวถามอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วงการที่เธอเลือกกลับมาที่นี่ มีเพียงเหตุผลเดียว คือเป็ห่วงหญิงชราคนนี้ที่เ้าของร่างเดิมผูกพันรักใคร่ ในเมื่อเธอมายืมใช้ร่างนี้ก็จำต้องทำอะไรเพื่อเ้าของร่างบ้าง
“ไม่เป็ไรแม่ของหลาน เอ่อ ยายหมายถึงจงเหม่ยน่ะ จะส่งคนมาอยู่เป็เพื่อนยายที่นี่”คุณยายหลินลูบศีรษะหลานสาวด้วยความรักใคร่แม้คนอื่นจะมองว่าหลานสาวของเธอคนนี้ ก้าวร้าว เอาแต่ใจ เกเร และ โมโหร้ายเพียงใดแต่สำหรับเธอแล้วหลานสาวน่ารักเสมอ
“หลานไม่ต้องเป็ห่วงยายไปใช้ชีวิตของหลานให้ดีก็พอ”คำพูดของหญิงชรา ทำให้ซูเจียวเม้มริมฝีปากแน่นแม้สีหน้าจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับมีความอุ่นวาบเกิดขึ้นที่กลางใจ
“ทำไมยายไม่ย้ายไปอยู่ในเมือง”ซูเจียวไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงชรายังคงยึดติดอยู่ที่นี่ มากกว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกับลูกสาวของเธอ
“ไม่ล่ะยายชอบที่นี่มากกว่า”ยายหลินยิ้มอบอุ่นให้หลานสาว เลี่ยงที่จะตอบความจริง
“ได้”ซูเจียวยังจะทำอะไรได้อีกเธอเพียงพยักหน้ายอมรับความ้าของอีกฝ่าย
“ไปเถอะ ไปเก็บของจะได้ไม่เสียเวลา”หญิงชรา เห็นท่าทีกระวนกระวายใจของคนที่ตามหลานสาวมาก็รู้ว่าอีกฝ่าย้าพาหลานสาวเธอจากไป จึงให้หลานสาวขึ้นไปเก็บของ โดยที่เธอเดินตามหลังหลานสาวขึ้นไป
สามชั่วโมงต่อมาหลินซูเจียว ก็ได้นั่งอยู่บนเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปยังปักกิ่งในมือเธอมีกล่องสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งเป็ของที่ก่อนมาผู้เป็ยายยัดเข้ามือเธอมา บอกเป็ของที่คุณตาฝากไว้ให้เธอโดยเฉพาะ เธอลูบมันเบาๆััได้ถึงสัญลักษณ์บางอย่างที่คุ้นเคย ด้านล่างของกล่องทันใดนั้นรอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปากแวบหนึ่ง แล้วหายไปพร้อมกับยัดกล่องใบนั้นเข้ากระเป๋าเดินทางและไม่สนใจมันอีก
เมื่อรถที่หลินซูเจียวนั่งมาวิ่งผ่านประตูคฤหาสน์ตระกูลหยางเข้ามาก็เป็เวลาเกือบสองทุ่มตอนนี้ทุกคนในคฤหาสน์กำลังรับประทานอาหารกันอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
“นายท่านคุณผู้หญิง คุณหนู มาถึงแล้วค่ะ”สาวใช้เดินเข้ามารายงานเ้านายที่กำลังรับประทานอาหารค่ำ
“มาถึงแล้วรึ”หยางิฟ่งวางช้อนในมือลงก่อนยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม หยิบผ้ามาเช็คมือ เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นทันที
“คุณจะไปไหนคะ”จ้างหลี่อิงวางช้อนก่อนมองไปยังสามีพร้อมกับเอ่ยถาม
“ไปดูลูกสักหน่อยทุกคนก็ควรออกไปต้อนรับเธอเช่นกัน”ประธานหยางตอบพลางตวัดสายตาคมดุมองไปยังลูกๆที่ยังคงนั่งเฉย กินข้าวต่อโดยไม่คิดจะลุกออกไปต้อนรับผู้เป็น้องสาวสักนิด
“อี้หงลูกไม่เป็ไร ใช่ไหม”จ้าวหลี่อิงหันไปมองลูกสาวที่นั่งก้มหน้าอย่างเศร้าสร้อยอยู่ข้างๆอย่างสงสาร เธอดึงมืออี้หงมากุมเอาไว้อย่างปลอบโยน
“ไม่ค่ะ คุณแม่ในเมื่อคุณหนูตัวจริงกลับมาแล้ว คุณหนูตัวปลอมอย่างหนูก็ควรออกไปต้อนรับเธอ”หยางอี้หงพยายามยิ้มทำสีหน้าให้เข้มแข็ง แต่ภายในใจของเธอกำลังเดือนพล่านด้วยความโกรธสุดขีด
“ลูกพูดอะไรนะคุณหนูตัวจริง ตัวปลอมอะไรกันยังไงซะลูกก็คือลูกสาวของครอบครัวเรา”จ้าวหลี่อิงเอ็ดบุตรสาว พร้อมกับกอดปลอบเธออย่างเป็ห่วง
“อี้หงน้องอย่าได้กังวลไปเลย ไม่แน่น้องอาจเข้ากันได้ดีกับซูเจียวก็ได้พวกน้องจะได้เป็เพื่อนกัน”อี้คุณมองน้องสาวที่เขารักและทะนุถนอมมาั้แ่เด็กอย่างสงสารพลางเอ่ยปลอบใจ
“อี้หงน้องไม่ต้องกลัว พี่รองไม่มีทางปล่อยให้เธอถูกรังแกแน่ๆ”อี้เฟิงดวงตาลุกวาบ ในขณะที่อี้ฟ่านยังเอาแต่นั่งเงียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
“ใช่ยังไงลูกก็ยังเป็เ้าหญิงของพวกเรา ไม่มีใครมาแทนที่ลูกได้ แม่ไม่มีทางปล่อยให้ลูกต้องน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแน่นอนลูกเคยใช้ชีวิตอย่างไรก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น อย่าได้เก็บเื่นี้มาใส่ใจคิดเสียว่าเธอเป็น้องสาวคนหนึ่งก็พอ ไปกันเถอะแม่จะแนะนำหนูให้รู้จัก”จ้าวหลี่อิงปลอบใจบุตรสาวพร้อมจับจูงมือเธอเดินออกไปยังห้องโถง หยางอี้หงพยายามกลืนก้อนความโกรธแค้นลงไป อยากจะอาละวาดออกไปหากเป็เหมือนเมื่อก่อนจริง เธอยังจะต้องทนเก็บความโกรธแค้นนี้ไว้ในอกอีกเหรอป่านนี้เธอคงอาละวาดจนบ้านพังไปแล้ว แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ใช่สายเืที่แท้จริงนิสัยเอาแต่ใจหรือโรคเ้าหญิงก่อนหน้า ก็ถูกเธอซ่อนไว้อย่างมิดชิดแสดงเพียงด้านที่น่าสงสารและอ่อนแอออกมาเพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
เพียงแต่เมื่อเห็นหน้าของหญิงสาวผู้มาใหม่หยางอี้หงก็ลอบกำมือแน่น สายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาใบหน้างดงามนั้นถอดแบบมาจากบิดามารดาไม่มีผิด ผิวขาว ร่างบอบบางแม้จะผอมไปสักหน่อย เส้นผมดำขวับถูกมัดเป็หางม้าไว้ง่ายๆ แต่กับดูชวนมองท่านั่งตัวตรงไม่มีความหวาดกลัวนั้นอีก ไม่มีเค้าของเด็กสาวบ้านนอกสักนิดหากบอกว่าเธอถูกเลี้ยงดูจากการตระกูลใหญ่ก็มีคนเชื่ออย่างแน่นอน หึ นี่หรือบุตรสาวที่ถูกปล่อยปละละเลยของตระกูลหลินไม่ใช่ว่าถูกเลี้ยงไว้กลางฝ่ามือหรอกหรือ
“เอาล่ะในเมื่อลูกเดินทางมาถึงแล้ว ต่อไป ที่นี่จะเป็บ้านของลูกลูกคือลูกสาวคนเล็กของตระกูลหยาง”เมื่อทุกคนมาครบ ประมุขของบ้านก็เริ่มเปิดเื่อย่างไม่้าเสียเวลา
“หยางซูเจียวคือชื่อของลูกนับจากนี้ คนอื่นลูกคงรู้จักหมดแล้ว และนั่นคือหยางอี้หงเธอจะเป็พี่สาวของลูก”ทุกคนต่างจับสังเกตสีหน้าของเด็กสาวที่หันไปมองน้องสาวที่รักของพวกเขาด้วยสีหน้าแข็งเกร็ง
“ออ”ซูเจียวเพียงส่งเสียงรับรู้ก่อนละสายตากับมาทุกคนที่เฝ้ามองต่างตลึง เมื่อเห็นอาการไม่ใส่ใจของเธอเช่นเดียวกับหยางอี้หงที่ลอบกำมือแน่น ไม่นาน ดวงตาของเธอก็แดงกล่ำหยาดน้ำตาสั่งได้ก็ไหลออกมา
“ฮึก น้องสาวคุณไม่ชอบฉันอย่างนั้นหรือ คุณพ่อคุณแม่ ให้หนูจากไปเถอะ”หยางอี้หงน้ำตาไหลอาบแก้มมองไปยังซูเจียวอย่างน่าสงสาร
หยางิฟ่งได้ยินคำพูดของอี้หงก็คิ้วขมวดทันที เขายกมือขึ้นกุมขมับ เมื่อรู้สึกได้ถึงเื่ชวนปวดหัวกำลังจะเกิดขึ้น เหมือนกับครั้งแรกที่อี้หงรู้เื่นี้ เธออาละวาดบ้านแทบแตกกว่าจะปลอบใจลงได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน เธอถึงยอมรับเื่นี้ได้คาดไม่ถึงว่าวันแรกที่ลูกสาวตัวจริงกลับบ้าน เื่น่าปวดหัวนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
“นี่เธออย่างไรเสียน้องสาวอี้หงก็คือคนของครอบครัวหยาง ไม่มีทางที่เราจะทอดทิ้งเธออย่างได้รังแกกันเกินไปนัก ”อี้เฟิงลุกขึ้นชี้หน้าซูเจียวด้วยความโมโห
“อี้เฟิงลูกกำลังทำอะไร นั้นน้องสาวลูกนะ”หยางิฟ่งตำหนิลูกชายคนรอง ที่เสียมารยาท
“เฮอะผมยังไม่ยอมรับเธอสักหน่อย อี้หงต่างหากถึงจะเป็น้องสาวของผม”อี้เฟิงแค่นเสียงเยาะเย้ยซูเจียวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ คิดว่าเป็น้องสาวเขาแล้ว จะรังแกอี้หงได้อย่างนั้นหรือไม่มีทาง
“ออ”ซูเจียวเพียงส่งเสียงในลำคอรับรู้ มองละครตรงหน้าเงียบๆ
“นี่ท่าทีอะไรของเธอนะ”อี้เฟิงถลึงตาใส่หญิงสาวที่นั่งมองดูพวกเขาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ไม่เอา อย่าร้องแม่กับพ่อไม่มีทางทอดทิ้งลูกอย่างแน่นอนลูกจะเป็ลูกสาวของเราตลอดไป”จ้าวหลี่อิงกอดลูกสาวไว้แนบอก เอ่ยปลอบด้วยความสงสาร
“แต่ ว่าน้องสาว..”อี้หงสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจสุดขีด
“ไม่ต้องไปสนใจเธอมาวันแรกก็สร้างปัญหาแล้วเด็กบ้านอกไร้การอบรมอย่างเธอไม่รู้ต่อไปจะสร้างปัญหามากแค่ไหนอีก”จ้าวหลี่อิงส่งค้อนให้ลูกสาวในสายเื สีหน้าไม่พอใจ เธอมาถึงยังไม่ทันไร ก็สร้างเื่แล้วต่อไปไม่รู้ว่าจะทำเื่ชวนปวดหัวมากแค่ไหนกัน
“หลี่อิงเธอพูดอะไรของเธอน่ะ”หยางิฟ่งขมวดคิ้วไม่พอใจคำพูดของภรรยา
“หรือว่าไม่จริง”จ้าวหลี่อิงหันไปถลึงตาใส่สามี