เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 2 ตรวจสอบรายละเอียด (Rewrite)

    การเกิดขึ้นของเรื่องราวที่ไม่คาดฝันของผมมันก็ดีแล้วแต่ว่าในตอนนี้ยังมีสิ่งสำคัญมากที่ต้องทำก่อนนั่นก็คือสิ่งที่อยู่รอบๆตัวรวมไปถึงเจ้าแถบสถานะที่อยู่ตรงหน้าของผมด้วย
    “ก่อนอื่นก็ต้องศึกษาเจ้า “แถบสถานะ” นี่ก่อนก็แล้วกัน”
    แถบสถานะ!
    โรเบิร์ต ซัมเมอร์เลเวล 1เผ่า แวมไพร์ ขั้น 1อาชีพ ผู้สืบทอดแวมไพร์ฉายา จุติใหม่ต่างโลก , สิ่งผิดปกติพลังชีวิต 99/99พลังเวทย์ 120/120กำลัง 10ว่องไว 99ปัญญา 120ทักษะอัพเกรด เลเวล 1รังสรรค์ เลเวล 1เรียนรู้อย่างรวดเร็ว เลเวล 1กลืนโลหิต เลเวล 1 “พอมาตั้งใจดูจริงๆก็เหมือนเกมในโลกก่อนไม่มีผิด โดยรวมแล้วผมก็รู้อยู่แล้วแต่ตรงจุดเผ่าพันธุ์นี่มันค่อนข้างจะแฟนตาซีไปไหมนะ แวมไพร์เหรอ?”
    ติ๊ง!
    แวมไพร์ คือ ตัวตนที่มีความสามารถในการดูดกลืนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด พวกเขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งสุด พวกเขายังมีความสามารถในการนำพลังชีวิตของคู่ต่อสู้ที่ดูดกลืนไปนั้นมาเพิ่มให้แก่ตนเอง และยังเป็นหนึ่งในเผ่าที่มีความสามารถทางเวทมนตร์ที่สูงที่สุด แวมไพร์มีทั้งหมด 9 ขั้น พลังที่แสดงออกก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละขั้นพลัง
    สายตาของผมกวาดผ่านทุกตัวอักษรอย่างบรรจงไม่ให้คลาดเคลื่อนไปสักตัวอักษรเพราะสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามันเหนือจินตนาการไปไกลมาก
    “แวมไพร์จริงเหรอเนี่ย โอ้! พระเจ้า นี่มันความฝันของลูกผู้ชายทั้งหลายจะได้ดื่มด่ำไปกับค่ำคืนที่มีเหล่าหญิงสาวในฝันมากมายที่จะถูกผมดูดเลือด เดี๋ยว! นี่ผมคิดอะไรไป คิดฟุ้งซ่านไปอีกแล้วแต่จะทำยังไงได้กันละก็โลกก่อนหน้านี้ผมเกรงใจภรรยาทั้งหกคนของผมมากเพราะพวกเธอรักผมกันขนาดนั้นผมจะกล้าออกไปเที่ยวเล่นสบายใจตาม ผับ บาร์ ได้ยังไงใช่ไหมละ”
    “ตรวจสอบต่อดีกว่า อาชีพ “ผู้สืบทอดแวมไพร์” มันน่าจะตามมาจากเผ่าของผมตั้งแต่แรก ฉายา “จุติใหม่ต่างโลก” นี่พอเข้าใจได้แต่เจ้าคำว่า “สิ่งผิดปกติ” นี่มันอะไร? ไม่ต้องไปสนใจมันตอนนี้ก็ได้ ต่อไปเลยดีกว่า กำลัง ว่องไว ปัญญา มันเหมือนกับเกมไหมนะ”
    ติ๊ง!
    กำลัง คือ ค่าที่เพิ่มขึ้นเพิ่มเติมของ พลังชีวิต พลังป้องกัน และพลังโจมตีทางกายภาพ
    ว่องไว คือ ค่าที่เพิ่มขึ้นเพิ่มเติมของ ความเร็วในการเคลื่อนที่ การหลบหลีกความเสียหาย และความเร็วในการโจมตี
    ปัญญา คือ ค่าที่เพิ่มขึ้นเพิ่มเติมของ พลังเวทย์ พลังโจมตีทางเวทมนตร์ และความรุนแรงของเวทมนตร์ที่ใช้ไป “เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด มันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเกมในโลกก่อนมากนัก ต่อไปก่อนที่จะลองใช้ทักษะก็ต้องตรวจดูทักษะให้ครบทั้งหมดก่อน ไล่ไปที่ละอันเลยก็แล้วกัน”
    ติ๊ง!
    ทักษะอัพเกรด คือ ทักษะที่มีความสามารถในการเพิ่มระดับอุปกรณ์ทุกชนิด หากสามารถอัพเลเวลถึงเลเวลที่กำหนดจะมีความสามารถในการเลื่อนขั้นอุปกรณ์ได้
    ทักษะรังสรรค์ คือ ทักษะที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใดก็ได้ตามแต่จินตนาการของผู้ใช้งานทักษะ แต่จะมีขอบเขตที่สร้างได้ตามแต่เลเวลที่ผู้ใช้ทักษะมีอยู่ในปัจจุบัน
    ทักษะเรียนรู้อย่างรวดเร็ว คือ ทักษะสายสนับสนุนที่มีความสามารถในการทำให้ผู้ใช้ทักษะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าปกติโดยความเร็วในการเรียนรู้จะขึ้นอยู่กับเลเวลที่ผู้ใช้ทักษะมีอยู่ในปัจจุบัน
    ทักษะกลืนโลหิต คือ ทักษะเฉพาะตัวของเผ่าแวมไพร์มีความสามารถในการนำพลังชีวิตที่ดูดกลืนมาเพิ่มให้กับผู้ใช้ทักษะ “ทักษะอัพเกรดเป็นทักษะที่ถือว่าโกงใช้ได้เลยสามารถเพิ่มระดับให้อุปกรณ์ได้แบบนี้ผมก็สามารถทำกำไรในต่างโลกแห่งนี้ได้แล้ว ทักษะรังสรรค์นี่ก็...ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ค่อนข้างเรียกได้ว่าพระเจ้าให้มาเลย ไม่ใช่แค่ให้อัพเกรดมาด้วยแต่ถึงกับให้รังสรรค์มาด้วยแบบนี้ก็เป็นการรวมกันของทักษะสุดโกง”
    “ส่วนเรียนรู้อย่างรวดเร็วถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ ดีไม่ดีอาจสามารถเรียนรู้ทักษะของฝ่ายตรงข้ามด้วยการมองได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือการเรียนทักษะ ทักษะนี้ควรอัพเลเวลให้มากที่สุด ทักษะสุดท้ายนี่มันทักษะประจำเผ่าเลยอย่างนั้นเหรอ โอ้! มีความสามารถในการดูดเลือดฝ่ายตรงข้ามแล้วมาเพิ่มให้ตัวเอง เดี๋ยวนะ! มันไม่มีการใช้พลังเวทย์หรือสูญเสียอะไรเลยซึ่งมันก็หมายความว่า...”
    มันก็หมายความว่าผมสามารถใช้งานมันได้ไม่จำกัด แค่เริ่มต้นก็ได้ทักษะสุดโกงมาถึงสี่ทักษะ ถ้าจะเรียกตัวผมว่าผู้กล้าต่างโลก ผมเองก็จะน้อมรับไว้ด้วยความยินดีเลยเพราะความสามารถแบบนี้มันสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตนเองได้ในภายหลัง ถึงแม้ว่าตอนนี้อาจยังไม่มีผลอะไรมากนัก แต่ผมก็คาดว่าถ้าเพิ่มเลเวลไปมากกว่านี้มันก็สามารถทำให้โลกใบนี้ตกในความวุ่นวายได้เลย
    ผมมองสำรวจร่างกายของตนเองก็พบว่าตัวของผมกำลังใส่เสื้อผ้าสีขาวที่ขาดวิ่นที่ค่อนข้าง...ไม่ต่างไปจากคนจรจัดเพราะมันหมองคล้ำไปหมดแล้ว จนถึงขั้นเรียกว่าเปลี่ยนจากขาวกลายเป็นดำ ทั้งกลิ่นตัวของผมเองก็ไม่ได้ต่างไปจากคนที่ไม่ได้อาบน้ำมามากกว่าสี่เดือน ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาที่ผมเองต้องใช้ทักษะของตัวเองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของมันดูบ้างแล้ว
    รังสรรค์
    “จิตนาการในหัวเอาไว้ อ่างอาบน้ำขนาดเท่าตัวของผมเองจากนั้นก็ใส่น้ำลงไป โอ๊ะ! ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นแซมพูกับครีมอาบน้ำ ต่อไปก็เอาราวแขวนผ้าพร้อมไม้แขวนเอาชุดที่จะเปลี่ยนแขวนเอาไว้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เดี๋ยวก่อน! ที่ลืมไม่ได้ก็คือการสร้างกำแพงไว้สักหน่อยจะดีกว่าเผื่อมีคนผ่านมาแถวนี้แล้วจะแก้ตัวลำบาก”
    ช่วงเวลาแห่งความสุขกับการอาบน้ำแต่งตัวใหม่ก็ได้ผ่านไป ตอนนี้ตัวผมเองก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าสีดำที่เป็นเอกลักษณ์ประจำของตนเองในโลกก่อนเช่นเดิม ผมต้องกำหนดจุดหมายของการเดินทางเอาไว้สักเล็กน้อย จะว่าไปแล้วมันจะมีไหมนะเจ้าสิ่งนั้นที่เมืองไหนสักเมือง ถ้ามีก็คงจะดีไม่น้อยเพราะมันก็เป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของลูกผู้ชายเช่นกัน
    หลังจากทำทุกอย่างที่ควรทำเสร็จแล้วผมก็เริ่มสังเกตดูรอบๆตัวของตนเองเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติในจินตนาการที่ใครต่อใครในโลกก่อนของผมวาดฝันเอาไว้เพราะที่นี่มันอุดมไปด้วยบรรยากาศที่บริสุทธิ์ยังมีต้นไม้ที่ห่างออกไปจากตัวผมไม่ไกลมากพวกมันเขียวขจีรวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมที่สมบูรณ์
    เมื่อสังเกตดูและรวบรวมข้อมูลทุกอย่างได้คราๆแล้วผมก็ต้องตั้งจุดหมายที่จะเดินทางไปต่อแต่ว่าผมพึ่งจะมาโลกใบนี้ได้ไม่นานนักจะให้เดินไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้เพราะผมยังไม่รู้ว่าโลกใบนี้มันเป็นโลกแบบไหน ถ้าไม่มีจุดหมายที่จะไปจริงๆละก็ เดินทางไปที่เมืองใหญ่ที่อยู่ตรงเส้นขอบฟ้านั่นก่อนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าเป็นเวลาแบบนี้ต้องสร้างอะไรออกมาดีนะ หรือว่าจะเป็นเจ้าคู่หูของผมในโลกก่อนดีนะ ต้องเป็นความคิดที่ดีแน่ๆ
    ผมก็เสียเวลาไปอีกสามสิบนาทีก็สร้างรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าความเร็วสูงจากโลกก่อนขึ้นมาได้เล่นเอาผมเองสมองจวนจะระเบิดออกมาในจังหวะนั้น เพราะกว่าตัวเองจะรื้อฟื้นชิ้นส่วนของมันทั้งคันได้แบบนี้แต่มันก็เป็นแค่ของระดับต่ำเพราะความสามารถในการรังสรรค์ผมยังเลเวลน้อยตอนนี้ก็น่าจะวิ่งได้อย่างต่ำๆแค่ร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ยังดีกว่าเดินไปทางเท้าที่ใช้เวลานานมากและสิ้นเปลื้องเวลาไปโดยใช่เหตุ
    “ทุกอย่างพร้อมแล้วออกเดินทางเลยก็แล้วกัน”
    ……….
    มุมมอง เอลิซาเบธ นาเดีย ดาร์เลเน่ เจ้าหญิงลำดับที่สามของอาณาจักรคาริทีส
    ถึงแม้ว่าบรรยากาศในห้องรับแขกของฉันที่ประดับไปด้วยดอกไม้นานาชนิดอยู่และก็เต็มไปด้วยศิลปะแห่งธรรมชาติหลายอย่างให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งพร้อมกับแสดงท่าทีกลุ่มใจกับภาพนิมิตที่ฉันได้มองเห็นตอนที่หลับไป
    เผ่ามนุษย์กำลังใกล้จะถึงคราวล่มสลายในอีกไม่ช้าแล้ว แต่ฉันที่เป็นแค่เจ้าหญิงของอาณาจักรเล็กๆจะไปทำอะไรได้ถึงจะมีความสามารถในการทำนายอนาคตที่มีอัตราเป็นความจริงสูงถึงขั้นที่เรียกว่าแน่นอนก็ตาม
    แต่ตอนนี้มันก็กลายเป็นไร้ประโยชน์ไปแล้ว สิ่งที่ฉันได้พูดออกไปกับพวกประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นและประเทศต่างๆ พวกเขาก็ทำทีเป็นรับฟังจากนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาอีก ตอนนี้ต้องหาที่พึ่งก็คือการขอให้คนที่มีความสามารถเข้ามาช่วยเหลือ
    “ต้องทำยังไงถึงจะสามารถเสาะหาคนที่จะมาช่วยเผ่ามนุษย์ของพวกเราได้แบบนี้หรือว่าต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตาที่มันควรจะเป็นไป”
    “เจ้าหญิงโปรดอย่าได้คิดมากเรื่องนั้นเลย กระผมเองก็จะพยายามให้สุดความสามารถติดต่อพวกเผ่าต่างๆอีกสักครั้ง”
    เจ้าของเสียงที่พูดออกมานั้นก็คือท่านทูตประจำอาณาจักรคาริทีสแห่งนี้ เขาคือคนที่คอยติดต่อกับคนต่างเผ่า แต่ครั้งก่อนที่ไปนั้นกลับได้รับคำตอบที่ฉันไม่ต้องการที่สุดเพราะพวกเขาบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเผ่าอื่นนอกจากเผ่าตนเองมันทำให้ฉันโกรธจนถึงขั้นอยากจะบุกไปหาถึงที่แล้วใช้ฝ่ามือตบเข้าไปที่หน้าจริงๆ
    “ท่านทูตไม่ต้องมาพูดแบบนี้หรอกเพราะมันก็หลายครั้งแล้วที่พวกเราของความช่วยเหลือไปแต่ก็ไม่มีใครตอบตกลงกลับมาแม้แต่เผ่าเดียว ทั้งที่เมื่อก่อนก็เป็นเผ่ามนุษย์ให้การช่วยเหลือพวกนั้นไม่เช่นนั้นบนโลกใบนี้ก็คงเหลือแค่เผ่ามนุษย์ที่ยังคงดำรงอยู่”
    “แต่ว่า เจ้าหญิงท่านจะ...”
    “ไม่ต้องแล้วยกเลิกไปเลยถ้ามันจะล่มสลายก็คงเป็นเพราะมันถึงคราวของมันแล้วต่อให้ฝืนไปขนาดไหนก็ไม่มีทางหนีความจริงที่ว่ามันถึงจุดที่เราต้องล่มสลายไปแล้ว”
    ฉันไม่กังวลเกี่ยวกับตนเองแม้แต่ครั้งเดียวแต่ที่กังวลก็คือความปลอดภัยของประชาชนในอาณาจักรแห่งนี้ เมื่อถึงคราวที่หายนะมาเยือนทุกคนก็จะได้เข้าใจในสิ่งที่ฉันได้อธิบายให้คนทั้งโลกได้รับฟังไปก่อนหน้านี้.......... . . .