ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
คำเตือน นิยายเื่นี้ไรท์มโนขึ้นมาความสมเหตุสมเหตุสมผลมีบ้างไม่มีบ้าง รบกวนอ่านเพื่อความบันเทิงใจ ขอบคุณค่ะ
+++++++++++++++++++++++
"อาเจี้ยน เห็นแก่ลูกของเ้าเถอะ เลิกหัวแข็งสักที"
"ขะ ข้า...ขอรับท่านลุงแต่ท่านออกให้ข้าแค่ครึ่งเดียวก็พอขอรับ"
"ดียิ่ง!! แค่ครึ่งเดียวก็ดีแล้ว ฮูหยินนี่เป็ครั้งแรกที่อาเจี้ยนยอมรับความช่วยเหลือจากเราแล้ว"
"เ้าค่ะท่านพี่"
"ท่านลุงท่านป้าจะดีใจเกินไปหรือไม่ขอรับ"
"เ้าเด็กหน้าเหม็น เ้าเด็กดื้อดึง ดื้อเหมือนบิดาของเ้าไม่มีผิด เหอะ!! ไม่คุยด้วยแล้ว ไปดีกว่า อ่อ..ลุงขอเตือนเ้าไว้ก่อน จนกว่าลุงจะสืเื่ประมุขเสวี่ยนเสร็จสิ้น อย่าริอาจเอาของเก่าในแหวนออกไปขายที่อื่นโดยเด็ดขาด "
"ขอรับๆ "
หยางมี่มองผู้ใหญ่สามคนพูดคุยกันถึงเื่ราวในสมัยก่อน นางก็พอจะเดาทางออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อและท่านปู่แท้ๆ ของนาง ดูจากสีหน้าของพี่ใหญ่ ดูเหมือนพี่ใหญ่จะรู้เื่ต่างๆ ของท่านพ่อเป็อย่างดีด้วยสินะ
"ท่านปู่ข้าเพิ่งรู้ว่าท่านเป็คนร่ำรวย"
"หึหึ...ปู่ของเ้าคนนี้ไม่ได้ร่ำรวยหรอก "
"อ้าว...แล้วท่านปู่เอาตำลึงมาจากไหนจ่ายให้พวกเราหรือเ้าคะ"
"หึหึ...เมื่อครั้งอดีตปู่กับย่าของเ้าเคยเป็ทหารมาก่อน จึงมีเงินเก็บอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้รวยเหมือนคหบดี"
หยางเจี้ยนมองลูกสาวที่ทำสีหน้าสงสัยอยากถามแต่คงไม่กล้าเอ่ยออกมา
"มี่เอ๋อเ้าสงสัยสิ่งใดหรือ"
"เออ..คือว่าท่านปู่แท้ๆ ของข้าก็เป็ทหารใช่หรือไม่"
"ใช่แล้ว ปู่แท้ๆ ของเ้าเป็ทหาร"
"แล้วทำไมท่านปู่ไม่มีเงินเก็บเหมือนท่านปู่ซ่งล่ะเ้าค่ะ"
"จริงๆ แล้วปู่ของเ้าก็มีตำลึงมากเช่นกัน แต่พ่อเอามาประมูลสมุนไพรหายากเพื่อใช้รักษาแม่ของเ้าน่ะ ตอนนี้ก็เลยเหลือไม่มากนัก"
"อ่อ..เป็เช่นนั้น ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ เงินทองเป็ของนอกกายตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เงินหมดไปก็หาใหม่ได้"
ท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อพี่ใหญ่มองหยางมี่ด้วยความภาคภูมิใจ ที่สามารถพูดจาราวกับบัณฑิตน้อย
"คำพูดของเ้าดีมากเลยมี่เอ๋อร์ พ่อภูมิใจในตัวเ้ายิ่งนัก"
"แหะ!! ข้าจำเขามาเ้าค่ะ"
เมื่อทั้งสี่คนได้ยินคำตอบของมี่เอ๋อร์ก็พากันถอนหายใจ ก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
"ปู่ก็คิดไว้แล้ว ฮ่าาๆๆ เด็กแสบอย่างเ้าจะกลายเป็บัณฑิตน้อยไปได้อย่างไร"
"เอาล่ะๆ จบเื่นี้ข้ากับเมียรักของข้าจะไปพักผ่อนแล้ว"
หิมะที่เคยทับถมเริ่มละลายหายไปกับดิน อากาศหนาวเริ่มคลายตัวลง ต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสี ดอกไม้เริ่มแตกยอดอ่อนเตรียมผลิบานครั้งแรกในปีนี้ สัตว์ป่าออกจากการจำศีล
ชาวบ้านก็เริ่มออกมาดำเนินชีวิตกันตามปกติ บ้านไหนทำนาปลูกผักก็เริ่มจัดการเตรียมดินให้พร้อม เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออกไปขายของ ทำให้ตลาดในเมืองเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทุกวันนี้หยางมี่ตื่นมาก็ต้องก่อไฟก่อนเป็อันดับแรก นางทำเช่นนี้จนกลายเป็กิจวัตรประจำวันไปแล้ว
"ทำไมท่านพ่อตื่นเช้ากว่าปกติล่ะเ้าคะ"
"มี่เอ๋อร์เป็เ้าต่างหากที่ตื่นเช้ากว่าคนอื่น แล้วที่สำคัญนะ เ้าเพิ่งจะหกหนาวเองนะลูก พ่อต่างหากที่ต้องตื่นก่อนพวกเ้าเพื่อจะมาดูแลและปกป้องพวกเ้า"
เมื่อชาติที่แล้วนางเป็เพียงเด็กกำพร้า ไม่เคยรับรู้ว่าความรักของพ่อกับแม่ที่มีต่อลูกเป็อย่างไร แต่พอได้ยินคำพูดแบบนี้ของท่านพ่อก็ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
"เ้าค่ะท่านพ่อ"
"เช้านี้พ่อจะเข้าป่าไปวางกับดักก่อนนะแล้วพ่อจะรีบกลับมา พวกเ้าทั้งสี่ตัวมีใครจะไปกับข้าหรือไม่"
เป็หม่าฮั่นกับจางหลงที่รีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งติดตามหยางเจี้ยนเข้าป่าไปอย่่างรวดเร็ว
"มี่เอ๋อร์ท่านพ่อไปไหนแล้ว"
"ท่านพ่อเข้าป่าเ้าค่ะ"
"โถ่..ท่านพ่อไม่รอพี่เลย"
"ก็พี่ใหญ่ตื่นสาย"
"ถ้าอย่างนั้นพี่ไปดูน้องก่อนแล้วกัน"
"เ้าค่ะ"
หลังจากที่นางจัดการทำความสะอาดบ้านและทำอาหารเช้าเสร็จ ท่านพ่อก็กลับมาทันกินข้าวเช้าพอดี
"มี่เอ๋อร์ ลูกจะเอาน้องไปด้วยหรือ"
"เ้าค่ะ ท่านพ่อก็ต้องไปจัดการกับดินในสวน ปล่อยน้องอยู่บ้านคนเดียวข้าก็กล้วน้องจะเหงา "
"เอาเช่นนั้นก็ได้"
หยางจื่อเอารถม้าออกมาจากโรงเก็บรถ พร้อมกับเรียกก๊วยเจ๋งและจั่นเจาที่พวกเขาให้มันอยู่อย่างอิสระเมื่อม้าทั้งสองตัวได้ยินเสียงผิวปากของหยางจื่อ ทั้งสองตัวก็รีบวิ่งหน้าตั้งออกมาจากป่าทันที
'อาจื่อจะไปกันแล้วหรือ'
"ใช่แล้วล่ะ..แล้วพวกเ้าไปไหนกันมา"
'ข้าทั้งสองตัวก็ต้องออกสำรวจนะอาจื่อ'
"แล้วเจออะไรหรือไม่"
'ข้าไปน้ำตกที่หนึ่งงดงามมาก'
"จริงหรือ ถ้าอย่างนั้นหลังจากขายของเสร็จพวกเ้าพาข้าไปได้หรือไม่"
'ไม่ได้หรอกมันไกล'
ระหว่างทางหนึ่งคนกับม้าสองตัวพูดคุยกันเื่ที่มันทั้งสองไปพบเห็นสิ่งใดในป่ามาบ้าง
"จั่นเจา ก๊วยเจ๋ง เ้าต้องระวังสัตว์กินเนื้อในป่าด้วยนะ ข้าเป็ห่วง"
'อื้อ..พวกข้าเข้าใจแล้ว'
หยางมี่ที่นั่งฟังพี่ใหญ่กับม้าทั้งสองคุยกันจึงได้นึกออกว่าลืมอะไร นางลืมบอกพี่ใหญ่ว่าต่อให้เป็เสือสิงโตหมีป่าก็ทำอะไรม้าทั้งสองตัวนี้ไม่ได้
หยางจื่อบังคับรถม้ามาถึงตรงพื้นที่ที่ท่านพ่อได้ทำการเช่าไว้ จากนั้นก็จอดรถม้าโดยหันหน้าตามแนวที่ทางหอการค้าจัดเอาไว้
หยางจื่อปล่อยม้าทั้งสองตัวแล้วเอาน้ำกับหญ้าให้ม้าทั้งสองตัวกินอยู่ด้านหลังรถม้า ส่วนหยางมี่นางก็จัดการก่อไฟ
"เฉินเอ๋อร์เ้านั่งตรงนี้นะ ถ้าหากง่วงนอนหรือว่าเมื่อยเ้าต้องบอกพี่นะรู้หรือไม่"
"ขอรับ"
หยางเฉินพยักหนักลงหลายครั้ง ทำให้แก้มกลมๆ ของหยางเฉินขยับดุ๊กดิ๊กไปมา หยางมี่จึงจัดการหยิกแก้มน้อยชายไปหลายที
"มี่เอ๋อร์ เ้าแกล้งน้องอีกแล้ว ดูสิแก้มกลมๆ แดงหมดแล้ว หึหึ"
หยางจื่อเดินขึ้นมาเห็นมี่เอ๋อร์กำลังแกล้งเฉินเอ๋อร์อยู่ก็ทำให้เขาอมยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าแก้มกลมของน้องชายแดง เขาเองก็อดใจไม่ไหวจึงเข้าไปบีบแก้มน้องอีกคน เฉินเอ๋อร์เองก็ไม่รู้จะฟ้องใครก็ได้แต่กอดอกทำสีหน้าบึ้งตึง
หลังจากพากันแกล้งนน้องจนเฉินเอ๋อณ์เริ่มจะงอน นางกับพี่ใหญ่จึงหยุดแกล้ง นางจึงเริ่มถ่ายทอดวิธีการทำขนมแป้งกลมทอดให้กับพี่ชาย
"พี่ใหญ่ จริงๆ แล้วมันสามารถใส่ได้หลายไส้นะเ้าคะ อันนี้เรียกว่าหมูรมควัน อันนี้คือปลาหมึก ส่วนอันนี้ทำจากนมวัวเรียกว่าชีส "
"แล้วเ้าทำของพวกนี้เป็หรือไม่"
"ข้าทำเป็แต่หมูรมควันและชีส แต่ต้องมีวัตถุดิบนะเ้าค่ะ"
หยางมี่สอนขั้นตอนการเตรียมของ และวิธีการผสมแป้งสำหรับทำทาโกะยากิให้กับพี่ใหญ่เพียงอย่างเดียว เมนูอื่นค่อยสอนวันหลัง เพราะยังเหลือเวลาเปิดร้านอีกหลายวัน
นางคิดไว้ว่าวันเปิดร้านขายของวันแรก นางจะขายเพียงขนมแค่อย่างเดียวไปก่อน
ส่วนราเมนนางจะขายก็ต่อเมื่อมีสถานที่กว้างพอเพราะนางต้องใช้พื้นที่ในการตั้งโต๊ะและเก้าอี้ และต้องมีคนงานเข้ามาช่วย
และในอนาคตนางจะทำหมูกรอบชาชูและกระต่ายย่างสูตรพิเศษเพิ่มเติม นางต้องเก็บเงินไว้ให้เยอะๆ เพื่อจะได้ช่วยท่านพ่อส่งให้พี่ชายและน้องชายไปร่ำเรียนวิชา ส่วนนางไม่จำเป็ต้องเรียนก็ได้ เพราะนางมีอาชีพค้าขายเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
"พี่ใหญ่เ้าคะ ท่านจำสูตรได้แล้วหรือไม่"
"พี่จำได้แล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงการทอดขนมให้มันกลมสวย พี่ใหญ่ทำตามข้านะเ้าค่ะ"
"ได้ๆ "
หยางจื่อทำตามที่น้องสาวบอกทุกขึ้นตอน ั้แ่การผสมแป้ง จนไปถึงการทอดขนม ตอนแรกเขาคิดว่ามันยากมากที่จะทำให้ขนมมันกลมและกรอบได้อย่างที่น้องสาวทำ แต่พอทำไปหลายๆ ครั้ง มันก็จะชินมือไปเอง จนขนมแป้งกลมเริ่มสวยขึ้น
"พี่ใหญ่เราทอดเตรียมไว้เถอะเ้าค่ะ"
"กว่าจะมีลูกค้ามาซื้อมันจะไม่เย็นก่อนหรือ"
"ไม่เย็นหรอกเ้าค่ะ เราทำเอาไว้แล้วก็เอาใส่ถาดเหล็กตรงนั้น ข้างใต้ถาดมีไอน้ำร้อนอยู่เ้าค่ะ พี่ใหญ่ลองก้มลงไปดูข้างล่างสิเ้าคะ"
"อ่า...พี่ใหญ่เห็นแล้ว"
"เราต้องคอยมองน้ำเรื่อยๆ นะเ้าคะ เผื่อมันแห้ง"
"ได้ๆ "
บนรถม้ามีเตาทำขนมแป้งกลมอยู่สี่เตา เตากะทะเรียบหนึ่งเตา เตาราเมนอีกหนึ่งเตา โดยสองพี่น้องแบ่งกันทำขนมคนละสองเตา
"พี่ใหญ่ ข้าจะเป็คนขายเอง ส่วนท่านเป็คนทำขนมนะเ้าคะ"
"ได้ๆ "
"แม่ค้าตัวน้อย เปิดร้านหรือยัง"
"อ๊ะ!!พี่เจี้ยนหัว ท่านมาแต่เช้าเลย"
"หึหึ..ถ้าพี่มาสายพี่อาจจะไม่ได้กินนะสิ"
"ท่านรอสักครู่นะเ้าคะ ข้ากำลังทำอยู่พอดีเลย"
"อืม.."
"อาจื่อวันนี้เ้าจะเข้าป่ากับข้าหรือไม่"
"ข้าก็อยากไป แต่ไม่รู้จะขายของเสร็จเมื่อไหร่"
"ขายเสร็จตอนไหนก็ไปตอนนั้นแหละ"
"อะไรกัน..ข้ายืนอยู่ตรงนี้ พวกท่านจะไม่ชวนข้าไปด้วยหรือ"
"หึหึ...เ้ายังเด็ก"
หยางมี่หน้าบึ้งตึงอมลมแต่มือก็ยังคงพลิกขนมอย่างคล่องแคล่วคล่อง
"พี่ขอไปสำรวจป่าก่อน วันหลังพี่จะพาเ้าไปด้วย"
"ก็ได้เ้าค่ะ"
ระหว่างที่เจี้ยนหัวรอสองพี่น้องช่วยกันทำขนมอยู่นั้น เขาก็มองเข้าไปในรถม้าพร้อมกับทำสีหน้าแปลกใจ
"ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่ารถม้าก็สามารถทำแบบนี้ได้"
"ข้าซื้อต่อคนอื่นมาอีกทีน่ะ ข้าเองเห็นครั้งแรกก็อึ้งเหมือนเ้านั้นแหละ"
ระหว่างที่เจี้ยนหัวรอขนมอยู่นั้นก็ได้มีลูกศิษย์ของพรรคภูผามายาจำนวนหนึ่งเดินมามาเห็น
"พวกเ้า นั้นใช่ศิษย์พี่เจี้ยนหัวหรือไม่"
"ใช่จริงๆ แล้วศิษย์พี่เจี้ยนหัวกำลังรอซื้ออะไรอยู่ "
"เ้าถามข้าแล้วข้าจะไปถามใคร แต่ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน"
"เอาเป็ว่าพวกเราเดินไปถามเถอะ"
ลูกศิษย์กลุ่มนั้นเดินเข้าไปยืนมองรถม้า พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมๆ ที่ลอยออกมา
"เออ..ศิษย์พี่เจี้ยนหัว ทะ ท่านกำลังซื้ออะไรอยู่หรือขอรับ"
เจี้ยนหัวหันกลับไปมองลูกศิษย์สายนอกกลุ่มหนึ่งอย่างแปลกใจ ว่าเหตุใดถึงมีคนจำหน้าเขาได้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ค่อยได้เข้ามาที่พรรคเท่าไหร่ เพราะส่วนมากเขาจะเรียนวิชากับท่านพ่อที่้บ้านมากกว่า
"อ่อ..ข้ากำลังซื้อขนมแป้งกลมทอดน่ะ พวกเ้าลองซื้อไปกินดูสิอร่อยมากนะ"
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่แนะนำ พวกเราจะลองซื้อกินดูขอรับ"
"ขายอย่างไรขอรับ"
"6 ลูก 12 อีแปะ 12 ลูก 20 อีแปะเ้าค่ะ"
"เออ...ข้าเอา12ลูก พวกเ้าเอาด้วยหรือไม่"
"เอาๆ "
"ข้าเอา12ลูก 4 กระทง "
"รอสักครู่เ้าค่ะ ของพี่เจี้ยนหัวได้แล้วเ้าค่ะ "
เจี้ยนหัวจ่ายเงินไป20อีแปะและยื่นมือรับขนมมาถือไว้ พร้อมกับมองขนมที่ตอนนี้มีแผ่นบางๆ กำลังดิ้นไปมาราวกับสิ่งมีชีวิต
"พี่ไปก่อนนะ"
"ขอบคุณที่อุดหนุนเ้าค่ะ"
oooooooooooooooooooooooo
ขอบคุณค่า