เสียงกระแทกจากอีกด้านของตู้เหล็กดังไม่หยุดหย่อน ตึง! ตึง! ตึง! โลหะสั่นะเืเป็จังหวะ ราวกับกำแพงบาง ๆ ที่อาจพังลงได้ทุกเมื่อ เสียงคำรามที่ลอดผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ยิ่งตอกย้ำถึงความบ้าคลั่งของฝูงผู้ติดเชื้อที่อยู่ภายนอก
ทุกคนยังหอบหายใจจากการวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ไม่มีเวลาให้พักนานนัก เจย์เปิดแผนที่กระดาษที่เขาพกติดตัวมา และเปรียบเทียบกับข้อมูลจากระบบ Genesis Core ของหลินเยว่ “ตรอกนี้เชื่อมไปยังลานจอดรถของอาคารสำนักงาน ถ้าเราเคลื่อนที่ต่ออีกประมาณสองร้อยเมตร จะออกไปยังถนนด้านหลังได้”
คินเหลือบมองตู้เหล็กที่สั่นอย่างต่อเนื่องด้วยแววตากังวล “งั้นเราควรรีบไปก่อนที่ของกั้นจะพัง”
หลินเยว่พยักหน้าเตรียมออกคำสั่ง แต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยปาก ข้อความจากระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
【ตรวจพบสถานการณ์วิกฤติ】
【แนะนำให้ทดสอบสกิล: คำสั่งเครือข่าย (ระดับ 1)】
หัวใจของเธอเต้นแรง สกิลที่ระบบมอบให้ั้แ่แรก พลังในการควบคุมซอมบี้ จนถึงตอนนี้ เธอยังไม่เคยใช้มันจริง ๆ “ถ้าใช้ได้…” เธอพึมพำกับตัวเอง อาจไม่จำเป็ต้องสู้หรือหนีทุกครั้งไป
เจย์สังเกตเห็นสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนไป “มีอะไรหรือเปล่า?”
หลินเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูดตรง ๆ “ฉันอาจมีวิธีหยุดพวกมัน”
คินขมวดคิ้วแน่น “หยุด… หมายถึงอะไร?”
หลินเยว่สูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า “ฉันจะลองควบคุมพวกมัน”
ความเงียบปกคลุมทันที แม้แต่เสียงกระแทกของฝูงซอมบี้ก็เหมือนห่างออกไปชั่วขณะ นัทเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?”
เจย์ดวงตาเปล่งประกายด้วยความสนใจอย่างแรงกล้า “ถ้าสำเร็จ มันจะเปลี่ยนทุกอย่าง… นี่คือการค้นพบครั้งสำคัญ!”
คินยังคงระแวง แต่ไม่ได้คัดค้าน “ถ้ามันไม่ย้อนกลับมาทำร้ายเรา”
หลินเยว่พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ถ้ามีอะไรผิดพลาด ให้ทุกคนถอยทันที” เธอเดินเข้าไปใกล้ตู้เหล็ก อีกด้านหนึ่ง ฝูงซอมบี้ยังคงคำรามและกระแทกอย่างบ้าคลั่ง
หลินเยว่หลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมด เปิดใช้งานสกิล ‘คำสั่งเครือข่าย’ ทันใดนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลผ่านสมองของเธอ ราวกับมีเส้นใยพลังงานบาง ๆ แผ่ออกไปจากจิตสำนึกของเธอ ทะลุผ่านโลหะ ัักับจิตใจที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความหิวโหยนับสิบดวง เสียงกรีดร้องและความเ็ปจากสัญชาตญาณดิบถาโถมเข้ามาในหัวของเธออย่างรุนแรง เธอแทบทรุดลง แต่ยังคงกัดฟันแน่น
“หยุด” เธอส่งคำสั่งออกไป เพียงคำเดียวที่สะท้อนก้องอยู่ในห้วงจิตสำนึกที่เชื่อมโยงกับพวกมัน
วินาทีแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงกระแทกยังคงดังต่อเนื่อง จากนั้น— เสียงหนึ่งหายไป แล้วอีกเสียง แล้วอีกเสียง จนในที่สุด ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกด้านของตู้เหล็ก ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีเสียงกระแทก มีเพียงความเงียบที่น่าตกตะลึง
หลินเยว่ลืมตาขึ้น เืกำเดาไหลลงมาจากปลายจมูก มีนรีบเข้ามาประคองด้วยความเป็ห่วง “หัวหน้า!”
หลินเยว่หอบหายใจแรง แต่รอยยิ้มแห่งความโล่งใจและภาคภูมิใจก็ปรากฏบนใบหน้า “สำเร็จแล้ว…”
ระบบแสดงข้อความทันที
【คำสั่งเครือข่ายใช้งานครั้งแรก】
【ระดับความสำเร็จ: 32%】
【จำนวนเป้าหมายที่ได้รับผล: 17】
【ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น】
เจย์แทบพูดไม่ออก “เหลือเชื่อ… นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆ!”
คินมองหลินเยว่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “ถ้าพลังนี้เติบโตต่อไป…”
นัทหัวเราะอย่างตื่นเต้น “เราจะมีกองทัพซอมบี้เป็ของตัวเอง!”
ฟ้าจับมือหลินเยว่ด้วยความชื่นชม “พี่เก่งมาก”
อาร์คก้าวเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาแตะคราบเืใต้จมูกเธออย่างแ่เบา ดวงตาสีแดงเข้มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “อย่าฝืนตัวเอง” น้ำเสียงของเขาแฝงความกังวลอย่างชัดเจน
หลินเยว่ยิ้มอ่อน “ฉันไม่เป็ไร” แม้สมองยังปวดหนึบและร่างกายอ่อนล้า แต่เธอรู้ดีว่าเมื่อครู่นี้ เธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเอง และเปิดประตูสู่พลังที่อาจเปลี่ยนแปลงสมดุลของโลก มนุษย์ที่สามารถสั่งการซอมบี้ได้ หากข่าวนี้แพร่ออกไป ทั้งมนุษย์และสัตว์ประหลาดต่างก็จะหวาดกลัวเธอ
หลินเยว่เช็ดเืที่จมูกออก ก่อนเงยหน้ามองเส้นทางข้างหน้าด้วยแววตาที่มุ่งมั่น “ไปต่อกันเถอะ” น้ำเสียงของเธออ่อนล้า แต่ดวงตากลับเปล่งประกายหนักแน่นกว่าเดิม เพราะตอนนี้ เธอรู้แล้วว่า พลังในตัวเธอไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันอาจเป็กุญแจที่จะเปลี่ยนชะตาของมนุษย์และซอมบี้ทั้งโลกใบนี้