หลันหลันตั้งใจเก็บเงินกลับบ้านไปให้หลี่มามาเก็บไว้สักหน่อย ท่านป้าจะได้เลิกร้องห่มร้องไห้ เห็นความหวังในการใช้ชีวิตขึ้นมาบ้าง
ว่าแล้วก็ให้ทอดถอนใจ เธอนี่ช่างเป็คนดีจริง ๆ
หลันหลันคิดแล้วฮึกเหิมมากขึ้น แม้ว่าของจะล้นตะกร้าทำเอาเวลาสะพายต้องโน้มตัวไปด้านหน้า เหงื่อผุดพรายบนใบหน้า แต่สีหน้าและอารมณ์ของนางเครื่องปรุงก็ต้องครบครัน เบิกบานสุด ๆ นี่แหละรสชาติของการแก้ปัญหาได้ มีแต่ความสุข ความโล่งใจ หลันหลันชอบความรู้สึกแบบนี้จริงๆ
นางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของเมือง ทว่าระหว่างทางก็มีเื่ที่น่าสนใจเกิดขึ้น เพราะหน้าร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง เด็กขายของของร้านกำลังตีฆ้องป่าวประกาศหน้าร้านอยู่
“ทุกท่านได้เวลาแข่งขัน เพื่อชิงรางวัลหรงเซียงแล้ว”
หลันหลันหยุดเดิน เพราะหลังจากการประกาศรอบนั้น ก็มีคนแห่เข้าไปดูมากมาย อยู่โลกเดิมนางไม่เคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เห็นว่าเวลายังพอมี หลันหลันจึงไปมุงกับเขาด้วยคน
หลันหลันได้ยินชาวบ้านคนหนึ่งพูดว่า “ปีนี้ใครจะได้รางวัลกันนะ ปีก่อนงานได้ที่หนึ่งถูกส่งไปเมืองหลวงด้วย ได้ยินว่าไทเฮาทรงชอบมาก เลยประทานป้ายเกียรติยศนั่นให้”
นางมองตามมือของชายคนที่พูด เขากำลังชี้ไปที่ป้ายเกียรติยศ แม้จะเป็เพียงป้ายไม้เล็ก ๆ แต่ตัวอักษรทั้งอ่อนช้อยและทรงพลัง มันเขียนไว้ว่า “หรงเซียง งดงาม เอกอุ” (หมายถึงสินค้าของหรงเซียงนั้นทั้งงดงาม และเป็เลิศหนักหนา)
หลันหลันมองสิ่งนั้น อ้าปากค้าง พลางคิดว่านี่สินะถึงเื่ว่าความภาคภูมิใจของคนยุคก่อน
เพราะเสียงคนคุยมากเกินไป บวกกับเสียงประทัดเรียกแขก ทำให้หลันหลันไม่ค่อยได้ยินสิ่งที่เด็กขายของประกาศนัก นางจึงดึงแขนเสื้อของชายคนที่ชี้ป้าย เมื่อเขาหันมาสนใจ หลันหลันก็โค้งคำนับและถามอย่างมีมารยาท
“รางวัลหรงเซียงคืออะไรเหรอเ้าคะ” ชายคนนั้นมองเธออย่างประหลาดใจ แต่แล้วก็ยิ้มออกมาก่อนเอ่ยปากเล่าอย่างยินดี
“เป็รางวัลของร้านหรงเซียง ร้านขายเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดของเรา เ้าก็เห็นว่าที่นี่เป็เมืองเล็ก ๆ แม้จะไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก ก็ไม่ใช่เมืองสำคัญอะไร มีเพียงร้านหรงเซียงเท่านั้นที่เชิดหน้าชูตาของเราได้ ...”
หลันหลันฟังคำบอกเล่าเ่าั้ ในหัวก็คำนวณแล้วคำนวณอีก...
ถ้า้าอยู่ดีกินดีเร็ว ๆ มองยังไงนี่ก็เป็ทางลัดของนาง
ใช่แล้วล่ะ! นาง้ารางวัลที่หนึ่งนั่น
หลันหลันมองป้ายประจำตัวผู้สมัครแข่งขันในมือ นางถึงกับต้องใช้เงินสิบอีแปะเป็ค่าธรรมเนียมการสมัคร เงินนี้หากส่งผลงานและเข้ารอบจริง ทางผู้จัดการแข่งขันจะคืนเงินให้ ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันคนที่มาสมัครเล่น ๆ หรือพวกที่ไม่เอาจริงเอาจัง สมัครเพื่อเข้ามาก่อกวน ไม่ให้คณะกรรมการที่เป็ผู้มีชื่อเสียงต้องเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปนัก
ดีที่การประกวดครั้งนี้เป็แค่การออกแบบเท่านั้น หลันหลันเลยตัดสินใจได้ไม่ยากนัก เพราะหากเป็การแข่งขันเหมือนสมัยปัจจุบัน ที่บางครั้งต้องทำงานจริงออกมาด้วยนั้น นางก็ไม่มีปัญญางานด้านช่างเครื่องประดับ หลันหลันทำเป็แบบง่าย ๆ เท่านั้น ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยแม้แต่น้อย
และจากปากคำของชายที่เล่าให้นางฟังก็คือ รางวัลหรงเซียนนั้นตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งธุรกิจเครื่องประดับตระกูลหรง เมื่อเกือบห้า สิบปีก่อนหรงเซียนที่แต่เดิมเป็ลูกชาวนา แต่ขยันหมั่นเพียรจนสอบซิ่วไฉ่ได้ เขามีพร์ในด้านการวาดภาพเป็อย่างมาก
นับเป็จิตรกรอายุน้อยที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ก่อนสอบเป็ซิ่วไฉ่เขาก็หาเงินและส่งตัวเองเรียนด้วยการรับจ้างวาดภาพ วันหนึ่งภาพที่วาดไปถูกใจองค์หญิงเข้า องค์หญิงเรียกหรงเซียงเข้าพบ และนั่นก็เกิดเป็ตำนานรักต่างชนชั้นที่ใคร ๆ ก็ประทับใจ
หรงเซียงได้แต่งเป็ฟูหม่า เขาเลยไม่สามารถทำงานราชการได้ แต่ก็เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมองค์หญิงที่มีหัวการค้าสุดๆ ทั้งสองเปิดร้านเครื่องประดับที่เมืองสุยโจวแห่งนี้ และเพราะบารมีขององค์หญิงทำให้งานของร้านหรงเซียง ได้ถวายเข้าไปในวังทุกปี
ดังนั้นพูดถึงเมืองสุยโจวนอกจากทิวทัศน์ที่งดงามในฤดูใบไม้ผลิแล้ว ก็ยังมีเครื่องประดับจากร้านหรงเซียง ที่งดงามมีเอกลักษณ์ ทั้งยังผลิตจากช่างฝีมือที่หาได้ยากยิ่งของแผ่นดินด้วย ผู้คนทุกสารทิศหากมีเงินขึ้นมาหน่อย เป็ต้องขวนขวายเอามาไว้ในความสักชิ้นสองชิ้น ถือว่าเป็ของประดับบารมี
ร้านหรงเซียนไม่ได้แบ่งสินค้าตามคุณภาพหรือความยากง่ายของการผลิตเป็หลัก แต่จะแบ่งเป็สินค้าใน กับสินค้านอก สินค้าในหมายถึงออกแบบและผลิตจากคนในตระกูล หรือช่างที่ตระกูลหรงรับรอง ส่วนสินค้านอกก็คงสินค้าที่ผู้อื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลหรงออกแบบ แต่ช่างของหรงเซียนเป็ผู้ผลิต แน่นอนว่าถ้าเป็สินค้าใน ก็ยิ่งจะมีราคาสูงขึ้น
หลันหลันนึกชื่นชมอยู่ในใจ เพราะการทำแบบนี้ ทำให้สินค้าของหรงเซียนมีความหลากหลาย แล้วก็ไม่ต้องลดทอนคุณค่าของสินค้าดั้งเดิมของตนด้วย ถ้ามีเงินถึงจะซื้อสินค้าในก็ได้ แต่ถ้าไม่ถึงสินค้านอกก็ไม่ขี้เหร่อะไร ถึงยังไงก็มาจากหรงเซียงเหมือนกัน
การแข่งขันรางวัลหรงเซียนก็เช่นกัน ทั้งที่ทีแรกเปิดขึ้นเพราะฉลองอายุครบเจ็ดสิบปีของฟู่หม่าท่านนั้น และครบรอบการก่อตั้งร้านหรงเซียงห้าสิบปี แต่ในปีนั้นพอแบบเครื่องประดับที่ส่งเข้ามามีดี ๆ หลายอัน ก็ทำให้การแข่งขันเปิดต่อเนื่องมา
แม้กระทั่งท่านฟูหม่าผู่ก่อตั้ง และองค์หญิงได้สิ้นลมไปนานแล้ว การแข่งขันเครื่องประดับนี้ก็นับเป็จุดขายประจำปีของร้านหรงเซียงที่ทุกคนรอคอย
เพราะยิ่งจัดยิ่งอลังการ ของรางวัลก็เพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากผู้ชนะที่หนึ่งถึงที่สาม จะได้รับเงินสองพันตำลึง หนึ่งพันตำลึง และห้าร้อยตำลึง ตามลำดับแล้ว ผู้ชนะเลิศยังได้สิทธิ์เป็ผู้ออกแบบเครื่องประดับที่ร้านหรงเซียนรับรอง สามารถส่งงานไปขายให้กับทางร้าน
หากเ้าของร้านสนใจก็จะนำไปผลิตเป็สินค้านอก แน่นอนว่าร้านหรงเซียงไม่รับพิจารณาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ถึงเป็สินค้านอกก็ต้องเป็คนที่ทางร้านรับรอง แล้วเท่าที่ผ่านมาคนที่ได้รับการรับรองก็มีแต่คนที่ชนะเลิศเท่านั้น
การแข่งขันหรงเซียงจัดมานานห้าสิบปี มีคนที่ได้รับการรับรองห้าสิบคน ล้มหายตายจากกันไปตามกาลไปหลายคนแล้ว ตอนนี้ทั้งแผ่นดินมีที่ได้รับรองจากตระกูลหรงเพียงแค่ห้าคนเท่าน ในห้าคนก็ยังมีบางคนที่ชราแล้วเลิกเขียนแบบส่งไปบ้าง หรือไม่ก็มีพวกที่ป่วยหนักร่างกายไม่สามารถสร้างสรรค์ค์งานดี ๆ ได้อยู่ด้วย
เลยทำให้งานของช่างเ่าั้ ทวีความแพงและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
ช่างเป็การแข่งขันที่น่าตื่นเต้น...หลันหลันคิดพลางทอดถอนใจ