อาณาจักรซิลเวอร์เมาท์ถูกแบ่งเป็ 10 เขตการปกครอง และเขตที่ 1 จะถูกปกครองโดยราชินี
เป็ที่รู้กันโดยทั่วไปว่าเขตที่ 1 คือพื้นที่เมืองหลวงที่เจริญและปลอดภัยที่สุด ถูกล้อมด้วยกำแพงและทหารคุ้มกันที่แ่า
พื้นที่ทั้ง 9 เขตที่เหลือจะตั้งอยู่โดยรอบเขต 1 มีสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ทั้งบนูเา ในป่า ริมทะเลหรือแม้กระทั่งบริเวณทะเลทราย
มีจำนวนบ้านเรือนและประชากรที่ราว 50,000 - 400,000 คนต่อเขต
ในเขต 9 จะเป็พื้นที่ที่อุดมไปด้วยพื้นที่การเกษตรเนื่องจากดินอุดมสมบูรณ์มากที่สุด
เขต 9 จัดเป็สถานที่แหล่งส่งเสบียงหลักของอาณาจักร โดยส่วนใหญ่จะเป็ธัญพืช ถั่ว ข้าวและผลไม้
มีครอบครัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ในเขต 9 มา 400 ปี นับั้แ่เกิดเขต 9 ใหม่ๆ
ครอบครัวแอนเดอร์สัน...
พวกเขาดำรงชีพด้วยการส่งขายมะนาว และข้าวเปลือกให้กับทางเมืองหลวง (เขต 1)
ถึงแม้พวกเขาจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีและถูกเก็บค่าบูรณะกำแพง แต่พวกเขาก็ไม่เรียกร้องใดๆ และยังคงจ่ายเงินตามที่ส่วนกลาง้า
ใน่สายวันหนึ่ง ขณะที่ครอบครัวแอนเดอร์สัน กำลังแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนที่สวนมะนาว
เ้าหน้าที่ในเครื่องแบบของราชินีก็ได้เดินมาหาพวกเขา
เ้าหน้าที่ในวัย 31 ปี สวมเครื่องแบบที่รัดตึงและดูสะอาดสะอ้าน
ตราสัญลักษณ์ แปะไว้ที่ปกเสื้อและหน้าอกสองจุด เพื่อระบุว่าเป็ตัวแทนของราชินี
ชายผู้สูงสง่าในชุดอาภรณ์ชั้นดี ยืนอยู่หน้าบ้านหลังเล็กของชาวนา "สวัสดี ฉันมาที่นี่ในนามของราชินีเพื่อแจ้งให้ทราบว่าที่ดินและทรัพยากรของคุณจะถูกยึดทั้งหมด เธอ้าที่ดินของคุณสำหรับโครงการใหม่ที่กำลังจะดำเนินการ"
พาเนล แอนเดอร์สัน ภรรยาของผู้นำครอบครัวรู้สึกประหลาดใจ กลัวและโกรธผสมปนเปกัน
" หมายความว่าไง นี่เป็พื้นที่ที่เราใช้ทำมาหากินกันทั้งชีวิต พวกเราต้องใช้พื้นที่นี้ในการทำมาหากิน คนที่นี่เองก็เหมือนกัน "
พื้นที่ทำกินของตระกูลแอนเดอร์สันมีราว 1,256 ไร่ มีคนงานกว่า 1,000 คน
พวกเขาจึงถูกจัดเป็ตระกูลเศรษฐีตระกูลหนึ่งรองจากขุนนางปกครองเขต
เสียงของเ้าหน้าที่นั้นเ็าและไม่ยอมแพ้ “ฉันเข้าใจ แต่ความ้าของอาณาจักรต้องมาก่อน ราชินีตัดสินใจว่าที่ดินของคุณจำเป็สำหรับโครงการ และเธอยินดีที่จะชดเชยให้คุณด้วย”
คาลอส แอนเดอร์สัน ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันพูดด้วยอาการไม่พอใจ
"ชดเชยบ้าอะไร! เงินไม่กี่เหรียญจะชดเชยพื้นที่ทำมาหากินของฉันได้ยังไง? ที่ดินนี้เป็บ้านของฉัน มรดกของครอบครัวฉัน!"
เกรย์ แอนเดอร์สัน ลูกชายเพียงคนเดียวที่ตอนนี้อายุ 18 ปีพูดขึ้น " เงินจำนวนเท่าไรจะชดเชยการสูญเสียบ้าน อาชีพการงานของคนเป็พันได้
พวกเราอาศัยอยู่บนพื้นดินนี้ คนจำนวนมากทำงานที่นี่ั้แ่ฉันจำความได้ "
ดวงตาของตัวแทนหรี่ลง “ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณทุกคน
แต่การตัดสินใจได้เกิดขึ้นแล้ว คำสั่งของราชินีคือกฎหมาย คุณจะได้รับค่าชดเชยสำหรับที่ดิน ที่ต้องทำแค่หางานใหม่กับบ้านหลังใหม่ ง่ายๆ แค่นั้นเอง
อีกอย่าง ถ้าเป็ฉันล่ะก็จะรีบไปเก็บของทันที เพราะพวกคุณจะต้องออกจากที่นี่ภายในเย็นนี้ "
คาลอสรู้สึกหงุดหงิดมาก "นี่มันบ้าเกินไป! ฉัน้าความเป็ธรรม! "
เ้าหน้าที่พูดด้วยเสียงที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเห็นใจ "ฉันไม่แนะนำอย่างนั้นหรอกนะ ราชินีมีมุมมองการจัดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการไม่เชื่อฟังและต่อต้าน การปฏิบัติตามคำสั่งของเธอจะเป็ประโยชน์สูงสุดของคุณมากกว่า"
ไหล่ของทั้งสามทรุดลงด้วยความพ่ายแพ้
คาลอสแสดงสีหน้าไม่พอใจ “ให้ตายเถอะ! งั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าราชินีมีโครงการอะไรถึง้าพื้นที่ของฉัน '
" ไม่มีอะไรมาก พระองค์แค่้าพื้นที่ปลูกดอกไม้ขนาดใหญ่ -- ช่วยไม่ได้นี่นะ พื้นที่ของคุณมันสวยเกินกว่าจะทำเป็สวนผักหรือผลไม้ "
พื้นที่กว่าพันไร่ของตระกูลแอนเดอร์สัน ฝั่งหนึ่งมองเห็นูเา ฝั่งหนึ่งเป็ทะเลสาบ อากาศของเขต 9 จะเย็นสบายอยู่ตลอดจนขึ้นชื่อว่าเป็แดน์ของอาณาจักร และพื้นที่ของแอนเดอร์สันถือเป็จุดที่สวยที่สุด
คาลอสมองไปที่เ้าหน้าที่ด้วยความสับสนและไม่อยากจะเชื่อ “สวนดอกไม้? ราชินีจะเอาที่ดินของฉัน บ้านของฉัน แล้วเปลี่ยนเป็สวนดอกไม้เหรอ? แค่ให้ราชินีเดินเล่นในยามที่เธอเบื่อแค่นี้?”
เสียงเ้าหน้าที่เ็าและไร้ความรู้สึก “ใช่ นั่นคือความปรารถนาของราชินี
เธอเห็นที่ดินของคุณเป็สิ่งรกหูรกตาและ้าทำให้สวยงามด้วยสวนดอกไม้ พวกคุณต้องคิดสิว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับสิทธิพิเศษในการมีส่วนสร้างความสุขให้กับราชินี”
ใบหน้าของคาลอสบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "โชคดี? แกเรียกสิ่งนี้ว่าโชคดีหรือ? ลองเป็บ้านของแกดูสิ จะยังเรียกว่าโชคได้อีกเหรอ "
ดวงตาของเ้าหน้าที่หรี่ลง “คำพูดของราชินีคือกฎหมาย และควรจำไว้ ถ้าขัดขืนจะถูกลงโทษ”
กำปั้นของคาลอสกำแน่นและชกไปที่เ้าหน้าที่ "ฉันไม่สน ฉันจะไม่ยอมยกที่ดินของฉันให้! "
เขาหันหน้ากลับมา แต่ไม่คิดจะลงมือกลับ “ดีมาก ถ้านี่คือการตัดสินใจของพวกคุณ”
จากนั้นเ้าหน้าที่ก็หันหลังและเดินจากไป
พาเนลรีบเข้ามาปลอบสามี
“ทำบ้าอะไรของคุณ เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับคำสั่งของราชินี สิ่งที่คุณทำจะทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน "
คาลอสสบตากับภรรยาด้วยแววตาสิ้นหวัง การต่อต้านของเขาโจ่งแจ้ง ถึงกับขัดราชโองการ มีผลถึงตาย
ในคืนนั้นเอง อากาศหนาวเย็นและเต็มไปด้วยเสียงสัตว์ร้องและเสียงลมกรรโชก ภายในบ้านไร่หลังเล็ก เกรย์ แอนเดอร์สันหลับสนิทโดยไม่รู้ตัวถึงโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
ใน่กลางดึก เขาตื่นขึ้นเพราะเสียงดังมาจากที่ไหนสักแห่งในบ้าน เมื่อคิดว่ามีโจรแอบเข้ามา เขาจึงรีบคว้ามีดแล้วเดินตามเสียงไป ขณะที่เขาเดินผ่านทางเดินมืดๆ ของบ้าน
เขาก็ไม่สามารถสลัดความรู้สึกไม่สบายใจที่เกาะกินอยู่ในท้องของเขาได้ ในที่สุดเมื่อเขาไปถึงที่มาของเสียง เขาก็ได้รับการต้อนรับด้วยภาพที่เขาจะไม่มีวันลืม
ที่นั่นพ่อและแม่ของเขาห้อยลงมาจากขื่อ
บิดาและมารดาผู้แข็งแกร่งและภูมิใจที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและสิ้นหวัง และเห็นได้ชัดว่าเขาปลิดชีวิตตนเอง
เกรย์รู้สึกโศกเศร้าและใอย่างท่วมท้น และเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครอบครัวของเขาจะสิ้นหวังเช่นนี้ เขาทรุดฮวบลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบหน้าเมื่อตระหนักว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาทำได้เพื่อพาพวกเขากลับมา
เขาไม่สามารถหลับได้ในคืนนั้น
จนกระทั่งเช้า เกรย์นั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะอาหาร เฝ้าหวนนึกถึง่เวลาอันแสนมีค่าและมีความสุขในอดีต
ในขณะเดียวกันนั้นเอง สิ่งประหลาดก็ได้เกิดขึ้นที่ด้านหลังของเขา
มิติเล็กๆ เปิดออกเป็รอยเชื่อมต่อสีม่วง ด้านในเปรียบเสมือนน้ำวนสีม่วง ดำขนาดเล็ก
สายรัดคอสีดำพุ่งออกมาจากมิติ และบังเอิญที่มันตรงกับคอของเกรย์ ทำให้มันรัดเข้าที่คอของเขาพอดี
เขารู้สึกใมากจนเผลอร่วงลงจากเก้าอี้
" อึก!! อะไรน่ะ! "
ทันทีที่มันรัดคอของเขา มันก็ได้ทำการซึมผ่านิั แทรกแซงผ่านเซลส์ลึกลงไปจนเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน
หลังจากนั้นก็มีเสียงของผู้ชายดังขึ้นในหูเขา มันคือเสียงของเขาเองแต่เขาไม่ได้เป็คนพูด
[การผสานเซลล์เสร็จสมบูรณ์]
เกรย์หันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่มาของเสียง
[ยืนยันผู้ใช้งาน ' เกรย์ แอนเดอร์สัน ']
มันคือชื่อเขาเอง เสียงใกล้มาก ราวกับเสียงกระซิบข้างหูแต่ไม่เห็นใครอยู่ดี
[กำลังเชื่อมต่อกับมัลติเวิร์ส เพื่อใช้ความสามารถของทุกจักรวาล]
เกรย์รู้ตัวแล้วว่าเสียงนั้นมันดังมาจากหัวเขาเอง
[ความสำเร็จในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 18%]
เสียงดังขึ้นทุกครั้งที่เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรและเกิดขึ้นได้ยังไง ทุกอย่างดำเนินไปหลังจากที่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างรัดคอ
เกรย์ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้มันดังต่อไป
ระหว่างนั้น ขณะที่เปอร์เซ็นต์ดำเนินไป 76% เ้าหน้าที่คนเมื่อวานก็ได้ปรากฏตัวที่หน้าบ้านพร้อมกับทหารอีก 5 คน
" ตามคำสั่งของราชินี บ้านหลังนี้ถูกยึดแล้ว
ไปพาทุกคนที่อยู่ด้านในออกมาให้หมด "
เขาบอก และทหาร 5 คนพร้อมดาบที่เหน็บไว้ที่เอว ค่อยๆ เดินไปยังประตูทางเข้า พวกเขาเข้าไปด้านในและไม่เห็นว่ามีใครอยู่
" พวกเขาออกไปหมดแล้วครับ " ทหารคนหนึ่งรายงาน " แต่ของไม่ได้เก็บไปด้วย คิดว่าน่าจะไม่มีเวลาพอ "
" อืม ชั่งมัน " เ้าหน้าที่ไม่ได้สนใจและมุ่งสู่ภารกิจต่อไป " ลื้อบ้านซะ และกั้นเขตแดนพื้นที่ปลูกดอกไม้ของราชินี เอาดินปุ๋ยมาถม ติดต่อหาคนที่อยากทำงานปลูกดอกไม้และดูแลสวน "
นายทหารพยักหน้า ไม่รู้ว่าเ้าหน้าที่คนนี้จะพูดกับเขาทำไม
หน้าที่ของเขาแค่มาพาผู้อยู่อาศัยออกไป ไม่ใช่หน้าที่ที่พวกเขาจะต้องมาลื้อบ้านหรือหาคนมาทำงาน
(นายทหาร)จะสั่งฉันทำไมวะเนี่ย แกไม่ได้มีอำนาจสั่งฉันสักหน่อย
ในพื้นที่ห่างออกไป เกรย์ แอนเดอร์สัน กำลังดูบ้านตัวเองโดนลื้อถอน โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย
เกรย์ได้แต่รู้สึกคิดถึง่เวลาอันแสนสงบสุขก่อนที่ราชินีจะขึ้นครองบัลลังก์
[ความสำเร็จในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 100%]
[คุณสามารถใช้ความสามารถของตนเองในจักรวาลอื่น]
[ปัจจุบันถูกจำกัดที่ 10 ความสามารถ]
เกรย์ฟังผ่านๆ สายตายังคงจ้องไปที่บ้านของตน
เขาจำได้ว่ากลุ่มฏเคยชักชวนพ่อของเขาให้เข้าร่วมกลุ่ม แต่คาลอสปฏิเสธเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของครอบครัว
แต่ถึงอย่างนั้นตระกูลแอนเดอร์สันก็ได้ให้การสนับสนุนฏอย่างลับๆ ในเื่ของเสบียงอาหาร
เกรย์เอาแผนที่ที่พวกฏทิ้งไว้ให้พ่อของเขาก่อนออกจากบ้าน และเริ่มเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว
มันคือเขตชายแดน เมืองคล่อมการปกครองระหว่าง 2 อาณาจักร
พื้นที่ห่างไกลจากเขต 9 ไป 3 เขต เขาขี่ม้าสีขาวและเดินทางอย่างไม่หยุดพัก
เขาเดินทางมาโดยใช้เวลากว่า 5 วัน โดยแวะพักเป็จุดๆ พร้อมเงินในกระเป๋าที่มีเพียงเล็กน้อยและหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือ
เมืองนี้จัดเป็เขตการปกครองพิเศษ ไม่ขึ้นตรงกับอาณาจักรใด
โดยมีข้อตกลงระหว่าง 2 อาณาจักรให้ดูแลร่วมกัน เป็เมืองกลางซึ่งมีไว้สำหรับการขนส่งสินค้าและการซื้อขาย
เกรย์ขี่ม้าเข้าเมือง ที่นี่จะมีแม่น้ำตัดผ่ากลางเมือง ครึ่งหนึ่งเป็ของซิลเวอร์เมาท์ อีกครึ่งเป็ของอาณาจักรอมรา
เรือแล่นสัญจรตัดผ่าน มีการค้าทางบกและทางน้ำ การจราจรครึกครื้น ผู้คนส่งเสียงเจื้อยแจ้วระหว่างการค้าขาย
เกรย์ดูแผนที่และไปยังอาคารแห่งหนึ่ง เป็อาคารไม้ 2 ชั้น
มันคือร้านอาหาร มีชื่อว่า ' แมคแอนด์ชีส '
เขาพาม้าไปเก็บที่คอก ซึ่งทางร้านจัดไว้ให้สำหรับลูกค้า
โดยมีคนคอยดูแลจัดการให้อย่างดี
เสียงกระดิ่งของร้านดังขึ้น... เกรย์ก้าวเท้าเข้าไป
ภายในร้านดูเรียบหรูสะอาดตา พื้นไม้ถูกขัดเงา โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดเป็ชุดๆ
พนักงานหญิงชายทำงานรับออเดอร์
เขาเดินต่อไปยังพนักงานชายคนหนึ่งที่กำลังยืนดูภาพรวมภายในร้าน
" ผมมาขอพบคุณออก้า -- นี่เป็แผนที่ที่เขาเคยให้กับพ่อผมไว้ "
เกรย์ยื่นกระดาษแผนที่ให้
ที่กระดาษ นอกจากจะมีแผนที่วาดไว้ ตรงสุดบรรทัดยังมีข้อความว่าให้มาหาคุณออก้าที่ร้านอาหารแมคแอนด์ชีส
พนักงานชายลองดูก็เห็นว่ามันคือลายมือคุณออก้าจริงๆ
" รอนี่นะ "
พอพูดจบเขาก็เดินไปที่หลังร้าน
ประมาณ 10 นาทีเขาก็เดินออกมาพร้อมกับชายในชุดเชฟ ที่คาดว่าจะเป็คุณออก้า
เขาเป็ชายตัวท้วมมีหนวดโค้งเหมือนปลาหมึก ทรงผมถูกแต่งด้วยแว็กซ์เหมือนสนามหญ้า ราบลงไปกับหนังหัว
" ลูกชายของคุณแอนเดอร์สัน -- ใช่ไหม " เขาถามด้วยความไม่มั่นใจ
" ครับ "
" มาคุยกันในห้องฉันเถอะ ตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ "
เกรย์เดินตามคุณออก้าไป ส่วนพนักงานชายยืนดูภาพรวมต่อตรงนั้น