สามวันต่อมา เสิ่นว่านอวี๋พาเหยาเหยาไปทำบุญที่วัดเทียนหนิงตามที่นัดไว้กับฮองเฮา ซึ่งที่จริงคือการพบปะลับเพื่อปรึกษาเื่อ๋องรอง โดยอาศัยการทำบุญเป็ฉากบังหน้า
เหยาเหยาเดินเล่นอยู่ในลานวัดกับแม่นมหลิว ขณะที่ซ่งฮูหยินเข้าไปสนทนากับคนของฮองเฮาในศาลาด้านใน เด็กหญิงวัยหกขวบเพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาในสระ ไม่ทันระวังว่าตนกำลังถูกจับตา
จู่ๆ ยันต์เตือนภัยใต้เสื้อของเหยาเหยาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาฉับพลัน!
'ยันต์ร้อน!' เหยาเหยาตัวแข็ง 'มีคนคิดร้ายเข้ามาใกล้! ที่ไหน! ใคร!'
นางกวาดสายตามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง แล้วก็เห็นบ่าวรับใช้หน้าใหม่สองคนของวัด กำลังเดินเข้ามาทางนาง ท่าทางดูปกติ แต่สายตาจับจ้องนางอย่างมีพิรุธ และที่ชายเสื้อของพวกเขา มีบางอย่างนูนขึ้นคล้ายอาวุธซ่อนไว้!
'ไม่ดีแล้ว! พวกนี้จะมาลักพาตัวข้า!' เหยาเหยาหัวใจเต้นแรง 'อ๋องรองลงมือกับข้าซึ่งหน้าแล้ว! เขาสงสัยว่าความลับตระกูลซ่งอยู่ที่ข้าจริงๆ ด้วย!'
'ใจเย็นๆ เหยาเหยา ตื่นตูมตอนนี้พวกมันจะรีบลงมือ ต้องหาทางส่งสัญญาณให้แม่นมหลิวกับคนของท่านแม่!'
——————
เหยาเหยาแสร้งทำเป็เด็กไร้เดียงสา หันไปกอดขาแม่นมหลิว ส่งเสียงอ้อนดังๆ "แม่นมหลิว ข้าอยากเข้าไปหาท่านแม่ พาไปหน่อยสิ!"
แม่นมหลิวที่เป็คนช่างสังเกต เห็นสีหน้าผิดปกติของคุณหนูที่ยิ้มแต่ตาเต็มไปด้วยความตื่นกลัว ก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นางรีบอุ้มเหยาเหยาขึ้น หันหลังจะเดินไปทางศาลาด้านใน
แต่บ่าวหน้าใหม่สองคนเร่งฝีเท้าเข้ามาขวาง "คุณหนูเดี๋ยวก่อนขอรับ ทางนั้นห้ามเข้า บ่าวพาไปทางลัดดีกว่า"
หนึ่งในนั้นยื่นมือจะคว้าตัวเหยาเหยาจากอ้อมแม่นมหลิว
ในจังหวะคับขันนั้น เหยาเหยาตัดสินใจเด็ดขาด นางเปิดร้านค้าบุญในใจ คว้า ‘ยันต์ควันพรางตา’ สองชุดที่เพิ่งปลดล็อกด้วยแต้มบุญสามสิบแต้มออกมาหนึ่งแผ่น ขยี้ในมือ — พลันควันสีขาวหนาก็พวยพุ่งออกมาปกคลุมตัวนางกับแม่นมหลิวในพริบตา!
"ควันอะไร! มองไม่เห็น!" บ่าวหน้าใหม่ใ คว้าไปในอากาศแต่ไม่โดนตัวใคร
"แม่นมหลิว วิ่ง! ไปหาท่านแม่!" เหยาเหยาะโ
แม่นมหลิวอุ้มเหยาเหยาพุ่งฝ่าม่านควันออกไปทางศาลา พลางะโสุดเสียง "มีคนร้าย! ช่วยด้วย! คนร้ายจะลักพาคุณหนู!"
——————
เสียงร้องดังก้องไปทั้งวัด คนของฮองเฮาที่อยู่ในศาลารีบกรูออกมา เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินเสียงลูกก็พุ่งออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
แต่บ่าวหน้าใหม่สองคนไม่ยอมแพ้ พวกเขาชักมีดสั้นออกมา หมายจะแย่งตัวเหยาเหยาให้ได้ก่อนที่กำลังเสริมจะมาถึง หนึ่งในนั้นพุ่งตรงเข้าหาแม่นมหลิว เงื้อมีดขึ้น——
เงาร่างหนึ่งพุ่งปราดเข้ามาขวางเร็วราวสายฟ้า!
เป้ยจิ้งหาน!
เขาที่แอบติดตามมาคุ้มกันเคลื่อนไหวรวดเร็ว เขาชักดาบปัดมีดของคนร้ายกระเด็น แล้วฟาดด้ามดาบเข้าที่ท้ายทอยอย่างแม่นยำ คนร้ายล้มลงสลบคาที่
ส่วนอีกคนเห็นท่าไม่ดี รีบหันหลังจะหนี แต่เป้ยจิ้งหานเร็วกว่า เขาพุ่งตามไปเตะขาคนร้ายล้มลง แล้วใช้เชือกรัดมือไว้แน่น
"คราวนี้... เ้าหนีไม่พ้น" เป้ยจิ้งหานเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ กดคนร้ายไว้กับพื้น
——————
เหยาเหยาในอ้อมแม่นมหลิว เห็นเป้ยจิ้งหานปราบคนร้ายได้ทั้งสอง ก็ถอนหายใจโล่งอกครั้งใหญ่
'พี่หานมาช่วยอีกแล้ว!' นางคิดทั้งดีใจทั้งซาบซึ้ง 'เขาคอยตามคุ้มครองข้าตลอดเลย... พี่หานนี่เป็พระเอกตัวจริงนะ ไม่ใช่แค่ในนิยาย'
เสิ่นว่านอวี๋พุ่งเข้ามาคว้าเหยาเหยาจากอ้อมแม่นมหลิว กอดแน่น มือสั่นเทาด้วยความใที่กลั้นไว้ "เหยาเหยา! ลูกไม่เป็ไรนะ! ไม่เป็ไรใช่ไหม!"
'ท่านแม่... ท่านแม่ใมากเลย' เหยาเหยาซบหน้ากับอกแม่ น้ำตาคลอ 'ข้าก็กลัวเหมือนกัน แต่ดีที่มียันต์ควันพรางกับพี่หาน... ดีที่ข้ามีระบบ ดีที่ครอบครัวคอยปกป้อง'
'แต่นี่มันน่ากลัวจริงๆ อ๋องรองกล้าลงมือลักพาตัวข้าถึงในวัด แสดงว่าเขาเอาจริงแล้ว ต่อไปจะอันตรายกว่านี้อีก' นางกอดแม่แน่น 'ข้าต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยครอบครัวให้ผ่านศึกนี้ไปให้ได้'
เป้ยจิ้งหานก้าวสืบเท้าเข้ามาในห้อง สายตาพลันประสานเข้ากับร่างเล็กของเหยาเหยาที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของมารดาอย่างปลอดภัย ทันใดนั้นแววตาที่เคยเ็าดุจน้ำแข็งพันปีก็อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "ไม่เป็ไรแล้ว ข้าจับกุมตัวคนร้ายทั้งสองไว้ได้แล้ว"
'พี่หาน...' เหยาเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสุกใสที่เอ่อคลอไปด้วยความซาบซึ้งระคนโล่งอก "พี่หาน... ขอบคุณนะเ้าคะ พี่หานช่วยเหยาเหยาไว้อีกแล้ว"
เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปลูบศีรษะทุยสวยของเด็กหญิงอย่างแ่เบาและทะนุถนอม "ตราบใดที่ข้ายังอยู่ตรงนี้ จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเ้าได้แม้แต่ปลายก้อย"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าหนักแน่นและก้องกังวานประหนึ่งคำสัตย์สาบานที่สลักลึกในจิติญญา
'พี่หานพูดจริงจังเกินไปแล้ว' เหยาเหยาคิดในใจ พลางช้อนสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับคู่นั้นที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า 'ทำไมพี่หานถึงดีกับข้าขนาดนี้นะ... ในนิยายต้นฉบับ เขาออกจะเ็าไร้หัวใจกับคนทั้งโลก รักเพียงยัยฟ่านคนเดียวแท้ๆ แต่ในชีวิตจริง เขากลับคอยปกป้องข้าราวกับข้าเป็น้องสาวแท้ๆ ของเขา'
'เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุใด ข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้ชั่วชีวิต พี่หานเป็คนดีเหลือเกิน ในเมื่อเขาดีต่อข้า ข้าก็จะทำดีตอบแทนเขาอย่างสุดความสามารถ!'
เป้ยจิ้งหานหารู้ไม่ถึงเสียงในใจของเด็กหญิง เขาเพียงเห็นดวงตากลมโตใสซื่อที่ทอดมองมายังตนด้วยความไว้วางใจอย่างหมดหัวใจ พลันรู้สึกราวกับมีกระแสธารอันอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านชโลมหัวใจที่เคยด้านชามาทั้งชีวิตของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์
เด็กหนุ่มลั่นวาจาสาบานกับตนเองในใจทันทีว่า ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด หรือต้องบุกน้ำลุยไฟเพียงไหน เขาจะต้องปกป้องรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ของเด็กหญิงคนนี้ไว้ให้จงได้
เสิ่นว่านอวี๋ซึ่งได้ยินเสียงสะท้อนในใจของบุตรสาว ทอดสายตามองเด็กหนุ่มตระกูลเป้ยด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง ในส่วนลึกของความคิด นางได้ตัดสินใจบางอย่างเงียบๆ
——————
ค่ำคืนนั้น ณ ห้องประชุมลับอันเงียบสงัด บรรยากาศภายในห้องทวีความตึงเครียดจนแทบจะบีบคั้นลมหายใจให้ขาดห้วง หลังจากทุกคนได้รับฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
"อ๋องรองถึงกับกล้าลงมืออุกอาจลักพาตัวเหยาเหยาถึงในเขตอารามหลวง!" ซ่งจงอี้กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เส้นเืบนหลังมือปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "เขากำลังสงสัยว่าความลับและไพ่ตายของตระกูลเราอยู่ที่เหยาเหยา นับจากนี้ไป... ลูกสาวของเราจะตกอยู่ในอันตรายทุกฝีก้าว"
ซ่งจิ้งอันที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการเค้นสอบปากคำคนร้ายที่จับเป็มาได้ เอ่ยสมทบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "จากการสอบสวน ยืนยันแน่ชัดว่าเป็คนของจวนอ๋องรองจริง ทว่าพวกมันเป็เพียงเบี้ยล่างระดับล่างที่ไม่รู้ถึงแผนการใหญ่เบื้องบน... อ๋องรองเพียงสั่งการให้ลักพาตัวเหยาเหยาไปเพื่อ 'สอบเค้น' ว่าเหตุใดตระกูลซ่งจึงสามารถล่วงรู้อนาคตและกลยุทธ์ต่างๆ ได้ล่วงหน้า... ตอนนี้เขาปักใจเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า เหยาเหยาคือกุญแจสำคัญของเื่ทั้งหมด"
เป้ยจิ้งหานที่นั่งร่วมรับฟังอยู่ในห้องประชุมลับ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าเปี่ยมด้วยพลังสะกดผู้ฟัง "ใต้เท้าซ่ง ข้าขออนุญาตทำหน้าที่คุ้มกันคุณหนูเหยาเหยาอย่างใกล้ชิด ตระกูลเป้ยของเรามีวรยุทธ์และกองกำลังคุ้มกันที่แข็งแกร่ง ข้าขอเอาชีวิตเป็ประกันว่าจะไม่ยอมให้อ๋องรองระคายผิวของนางได้แม้แต่ปลายเล็บ"
ซ่งจงอี้หันไปสบตากับเด็กหนุ่มตระกูลเป้ย ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้ง สายตาอันเฉียบคมของผู้าุโย่อมมองออกว่าเป้ยจิ้งหานมีความรู้สึกพิเศษอันลึกซึ้งให้แก่บุตรสาวของตน และในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ การมีผู้คุ้มกันฝีมือฉกาจที่พร้อมถวายชีวิตอยู่เคียงข้างเหยาเหยา ย่อมเป็เื่ที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
"ขอบใจเ้ามาก... จิ้งหาน" ซ่งจงอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจ "เื่ความปลอดภัยของเหยาเหยา... ข้าฝากเ้าด้วย"
——————
ลึกเข้าไปในเรือนชั้นใน เหยาเหยานอนกอดกำไลกระดิ่งทองเหลืองแน่น ร่างกายยังคงสั่นผวาจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อกลางวัน
'วันนี้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วจริงๆ' เด็กหญิงคิดในใจอย่างอกสั่นขวัญแขวน 'ยังดีที่ข้ามียันต์เตือนภัยกับยันต์ควันพรางตาคอยช่วยไว้ และโชคดีเหลือเกินที่พี่หานมาช่วยได้ทันเวลา... ดูท่าว่า 'ระบบแต้มบุญ' นี้จะช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้งหลายคราแล้ว เห็นทีข้าต้องเร่งสะสมแต้มบุญให้มากกว่านี้เพื่อความปลอดภัย'
'แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ เซียวจิ่งหรงปักใจเชื่อแล้วว่าความลับทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า ต่อจากนี้เขาไม่มีทางรามือ และคงจะส่งคนมาไล่ล่าข้าไม่จบไม่สิ้นแน่' เด็กหญิงกระชับกำไลในมือแน่น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินวัย 'ข้าจะเอาแต่หนีและซ่อนตัวไปตลอดชีวิตไม่ได้ ทางเดียวที่จะยุติฝันร้ายนี้และทำให้ทุกคนปลอดภัยได้อย่างแท้จริงก็คือ... ข้าต้องโค่นอ๋องรองลงให้ได้!'
'เอาละ! ข้าต้องพยายามเค้นสมองนึกถึงเนื้อหาในนิยายต้นฉบับให้ละเอียดกว่านี้ หาจุดอ่อนของอ๋องรอง เพื่อมช่วยท่านพ่อท่านพี่ล้มล้างอำนาจของเขาให้ราบคาบ!' เด็กหญิงตั้งปณิธานอันแรงกล้าในใจ 'คอยดูเถอะอ๋องรอง วันที่ท่านคิดจะไล่ล่าข้า... มันจะกลายเป็วันที่ท่านขุดหลุมฝังตัวเอง!'
เสิ่นว่านอวี๋ที่นอนเฝ้าไข้คอยดูแลอยู่ข้างเตียงพลันได้ยินเสียงสะท้อนแห่งความเด็ดเดี่ยวในใจของบุตรสาวตัวน้อย นางรู้สึกเ็ปรวดร้าวปนเปไปกับความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของลูก มือนุ่มเอื้อมไปกุมมือเล็กๆ ที่ยังคงกำกำไลแน่นไว้เบาๆ
"เหยาเหยาของแม่..." นางกระซิบเสียงแ่เบาด้วยความรักสุดหัวใจ "เ้าไม่ต้องคิดจะไปโค่นล้มใครทั้งนั้น ขอเพียงเ้าเติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัยและมีความสุขก็พอแล้ว ส่วนเื่ของอ๋องรองชั่วช้านั่น... ปล่อยให้เป็หน้าที่ของคนทั้งตระกูลซ่งที่จะจัดการมันเอง"
ภายนอกหน้าต่าง... สายลมหนาวพัดกระโชก หอบเอาไอเย็นะเืของมรสุมลูกใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน—ศึกครานี้เดิมพันด้วยชะตากรรมของคนทั้งตระกูล และชีวิตของแก้วตาดวงใจดวงน้อยที่ทุกคนพร้อมจะปกป้องด้วยชีวิต!