ตอนที่ 6 อู่เย่ว์เอาคืน (2)
หม่าเสี่ยวเฟิ่งนึกไม่ถึงว่าหญ้าพิษชนิดนี้จะรุนแรงเพียงนี้ตอนนี้นางโดนลมไม่ได้ โดนแสงแดดก็ไม่ได้ ทุกวันจำต้องอยู่แต่ในบ้านนั่งมองเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าจนในที่สุดอาการบวมแดงก็หายไปทว่าผิวกลับแดงผิดปกติ ใบหน้านางน่ากลัวราวกับถูกความร้อนเผาไหม้จนผิวลอกออกไปหนึ่งชั้นนางอุดอู้หลบอยู่แต่ในห้องทั้งวันไม่ยอมพบหน้าใคร กวนซื่อร้อนใจแต่ก็จนปัญญาระแวงอู่เย่ว์ทว่ากลับไม่พูดถึง ทำราวกับไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
ไม่มีหม่าเสี่ยวเฟิ่งกวนใจชีวิตของอู่เย่ว์ก็มีความสุขขึ้นมาก
จากการทำงานรีบเร่งติดต่อกันหลายวันในที่สุดงานซ่อมแซมห้องครัวก็เสร็จสมบูรณ์เย็นนี้กวนซื่อลงครัวตั้งใจทำกับข้าวเต็มโต๊ะอู่เย่ว์เพิ่งเดินออกมาจากห้องก็เห็นกวนซื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวกวักมือเรียกนางอย่างใจดี “รีบมากินข้าวสิ ป้ากวนมีข่าวดีจะบอกเ้าวันมะรืนครอบครัวเ้าก็จะส่งคนมารับเ้าแล้ว”
อู่เย่ว์ใจเต้นรัวทว่าใบหน้ากลับฉีกยิ้มออกไป “จริงหรือ แบบนั้นก็ดีมากเลยเ้าค่ะ”
อู่เย่ว์นั่งลงที่โต๊ะกินข้าวกวนซื่อยกจอกสุราขึ้นมา “เ้าเป็เด็กดีแบบนี้ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายวันข้าเริ่มรู้สึกเสียดายแล้ว ป้ากวนยากจน ไม่มีของดีอะไรสุรากานี้พ่อของเสี่ยวเฟิ่งหมักไว้ตอนมีชีวิตอยู่ ข้าเสียดายไม่กล้าเอามาดื่มวันนี้เอาออกมาก็ถือเป็การเลี้ยงส่งเ้า”
“พี่หม่าล่ะเ้าคะทำไมไม่เห็นนาง” อู่เย่ว์รู้แล้วยังถาม
กวนซื่อสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย“สงสัยจะยังงอนอยู่ ไม่ยอมออกมาจากห้องหลายวันแล้ว ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”
อู่เย่ว์ยิ้มให้ นางยกจอกสุราขึ้นมาสีของสุราขุ่นมัว กลิ่นสุราลอยเข้าจมูกกลบกลิ่นของยาบางอย่างได้เป็อย่างดีนางดมแล้วฉีกยิ้มพลางพูด “เป็สุราที่หอมมาก”
อู่เย่ว์จำได้ชัดเจนว่าเมื่อชาติก่อนกวนซื่อก็อาศัยการเลี้ยงส่งเพื่อให้นางดื่มสุราหลังจากดื่มเข้าไปนางก็ไม่ได้สติ ตื่นขึ้นมาก็ข้ามวันแล้ว แม้แต่คนร้ายที่พรากความบริสุทธิ์ของนางไปเป็ใครก็หาตัวไม่เจอต่อมานางกลับไปที่จวนด้วยความหวาดระแวง นึกไม่ถึงว่าจะมีคนถือปิ่นของนางไปหาถึงจวน
“ข้าเองก็ต้องขอบคุณป้ากวนกับพี่หม่าที่ช่วยดูแลข้าใน่หลายวันมานี้สุราจอกนี้ข้าขอดื่มให้” นางเงยหน้าดื่มหมดจอก เห็นกวนซื่อทำหน้าโล่งใจไปเปลาะหนึ่งนางก็หยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างใจเย็น จากนั้นแสร้งทำเป็ไม่สบายขอตัวกลับห้อง
กวนซื่อแอบดีใจพอเห็นอู่เย่ว์เดินเข้าห้องไปแล้วนางก็ยืนฟังเสียงตรงหน้าประตูอยู่นานเมื่อแน่ใจว่าข้างในเงียบไปแล้ว นางถึงได้ค่อยๆ เปิดประตูอู่เย่ว์นอนสลบอยู่ที่เตียงนานแล้ว ดูเหมือนยากำลังออกฤทธิ์
กวนซื่อหันกลับไปก็เห็นหม่าเสี่ยวเฟิ่งที่เอาผ้าปกปิดใบหน้าเดินออกมาจากห้องนางใมาก “เสี่ยวเฟิ่ง หน้าเ้า...”
หม่าเสี่ยวเฟิ่งมองอู่เย่ว์ที่สลบไม่ได้สติอยู่ในห้องจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นอย่างไม่ปิดบังว่า “ท่านแม่ ท่านต้องแก้แค้นให้ข้า!”
อู่เย่ว์ หลังผ่านคืนนี้ไปข้าจะทำให้เ้าได้รู้ว่าแบบไหนที่เรียกว่าตายทั้งเป็ข้าจะล้างแค้นที่ทำให้ข้าเสียโฉม!
ตกดึกทันใดนั้นก็มีเสียงแมวร้องอย่างแปลกประหลาดที่นอกบ้าน อู่เย่ว์ที่อยู่บนเตียงลืมตาโพลงแววตากระจ่างชัดเจน
แม้กันเฉ่าจะมีสรรพคุณช่วยเื่ความงามทว่ายางของมันสามารถแก้พิษยาสลบได้ยิ่งไปกว่านั้นยาสลบที่กวนซื่อได้มาก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก สองแม่ลูกจิตใจสกปรกก็อย่าหาว่านางไม่ไว้หน้าแล้วกัน
เสียงแมวร้องที่ด้านนอกแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆอู่เย่ว์ลุกขึ้น เดินคลำทางท่ามกลางความมืดไปที่ห้องของหม่าเสี่ยวเฟิ่ง
หม่าเสี่ยวเฟิ่งอยู่ในห้องด้วยท่าทางกระวนกระวายมองประตูไม้ที่ไม่รู้ว่าเปิดออกั้แ่เมื่อไร เงาของใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู นางเริ่มฉุนจมูกทันใดนั้นก็รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงไปทั้งตัว นางลองส่งเสียงกลับพบว่าแม้แต่แรงจะพูดยังไม่มี ชั่วพริบตานางก็สลบไป
หม่าเสี่ยวเฟิ่งรู้สึกตัวอีกทีก็ข้ามวันแล้วแม้แต่ความคิดอยากตายก็ปรากฏเข้ามาในสมอง
นางอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าประตูเปิดกว้าง มีร่องรอยถูกคนรุกล้ำอย่างเห็นได้ชัด นางยังไม่เคยแปดเปื้อนหากเกิดเื่อะไรขึ้นกับร่างกายตัวเองย่อมรู้ดี ตอนนี้แทบอยากจะเอาหัวพุ่งชนเสาให้ตายในใจรู้สึกเกลียดคนคนนั้นเข้ากระดูกดำ
การสูญเสียความบริสุทธิ์เป็เื่ที่ผิดศีลธรรมชีวิตนี้ของนางจบสิ้นแล้ว ด้วยเหตุนี้หลังจากฟื้นขึ้นนางถึงได้ร้องไห้อยู่ในห้องภายในใจทั้งร้อนรนทั้งโมโห
กวนซื่อตื่นขึ้นมากลางดึกได้ยินเสียงร้องไห้ อีกทั้งฟังดูแล้วรู้สึกไม่ชอบมาพากล พอตั้งใจฟังดูดีๆก็พบว่าเป็เสียงของหม่าเสี่ยวเฟิ่ง นางจึงรีบวิ่งไปที่ห้องของบุตรสาวโดยที่ไม่แม้แต่จะใส่รองเท้าพอเห็นบุตรสาวร้องไห้เหมือนใจจะขาดนางก็ใมากจากนั้นก็เห็นร่างเปลือยเปล่าที่อยู่ใต้ผ้าห่ม นางพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว
ไอ้...หูจื้อ...สมควรตาย!
อู่เย่ว์กลับนอนหลับสบายกลางดึกนางได้ยินเสียงร้องไห้น่าเวทนาดังออกมาจากในห้อง นางจึงพลิกตัวแล้วนอนต่ออย่างพอใจ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97