เหมยเซียวเหรินโมโหขึ้นมาแล้วพบเจอคนต่ำช้านางควรทำเช่นไร
เช่นนั้นก็ไปสงบสติในคุกเถอะ
เหมยเซียวเหรินโบกมือสั่งการเสียงดัง“พากลับไป!”
เจียงรุ่ยตะลึงงันคาดไม่ถึงว่านายอำเภอเล็กๆ คนนี้จะเอาจริงกับเขา รอกระทั่งสติของเขากลับคืนมา มือปราบสองคนก็เข้ามาใกล้ตัวเสียแล้ว
เพียงครู่เดียวมือปราบทั้งสองกลับตะลึงนิ่งไป พวกเขามองไปยังเหมยเซียวเหรินที่อยู่ด้านหลังพร้อมกันเพราะเจียงรุ่ยล้วงสิ่งหนึ่งออกมา
เหมยเซียวเหรินเห็นแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น
สิ่งที่เจียงรุ่ยนำออกมาคือจดหมายที่ใต้เท้าผู้ว่าการเขียนด้วยตัวเอง
“เป็อย่างไรล่ะ เ้ายังจะกล้าจับคุณชายเช่นข้าอีกหรือไม่” เจียงรุ่ยนำจดหมายนั้นแสดงต่อสายตาของเหมยเซียวเหริน โบกไปมา “บอกเ้าตามตรง ใต้เท้าผู้ว่าการคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่าเ้าจะลงมือกับข้าจึงมอบ ‘เครื่องรางป้องกันตัว’ ใบนี้ให้ข้าอย่างไรล่ะ”
เหมยเซียวเหรินมุมปากกระตุกก่อนหน้านี้นางเดาว่าชายหนุ่มผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดา แต่ไม่คาดเลยว่าจะไม่ธรรมดากระทั่งใต้เท้าผู้ว่าการก็ยังต้องให้หน้า
ตำแหน่งขุนนางสูงกว่าหนึ่งขั้นก็ข่มคนได้แล้วใต้เท้าผู้ว่าการสูงกว่านางไม่ใช่เพียงขั้นเดียว ใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดหลี่ขอให้นางอย่าทำให้‘คุณชายเจียง’ ลำบาก เหมยเซียวเหรินจะยังทำอะไรได้อีกหรือ
นางข่มไฟในใจอยู่เนิ่นนานหลับตาสูดหายใจลึก กัดฟันพูดว่า“เ้าไปเถอะ รีบไปเสีย ต่อไปอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”
เจียงรุ่ยก้มตัวมาใกล้ใบหน้าของนางหัวเราะเยาะถามว่า“ทำไมล่ะ ข้าทำให้เ้าลำบากจริงๆ หรือ”
“ไสหัวไปซะ!”
เหมยเซียวเหรินนำความโกรธเกลียดทั้งหมดระบายออกมาผ่านประโยคนี้พูดจบก็พุ่งออกจากประตูไป
อะไรคือความคับแค้นใจนั่นก็คือการใช้อำนาจส่วนตัวที่ยากจะได้ใช้สักครั้ง แต่แล้วกลับพบว่าอำนาจนี้ช่าง...กระจ้อยร่อยนัก
ขั้นเจ็ดชาวบ้านยังให้เกียรตินางบ้าง ทว่าออกไปนอกอำเภอชิวสุ่ยแล้ว นางยังสามารถข่มใครได้หรือ
นางที่ทุ่มเททำงานหนักตามองเห็นความใฝ่ฝันที่กำลังจะเป็จริง กลับถูกคนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยคนหนึ่งทำให้งานใหญ่ทั้งหมดล้มเหลวในตอนสุดท้าย
ขณะที่เหมยเซียวเหรินเดินลงบันไดย่างก้าวก็ทอดช้าลงไม่ถึงกับไร้ิญญา เพียงแต่ครุ่นคิดทุกย่างก้าว เมื่อมาถึงชั้นหนึ่งก็เลือกโต๊ะที่ใกล้แล้วนั่งลง
เยี่ยจือเดินตามเหมยเซียวเหรินอยู่ตลอดแต่กลับไม่ส่งเสียงใดๆจนเหมยเซียวเหรินนั่งลง เขาจึงรับกาน้ำชาจากเสี่ยวเอ้อมารินให้นางด้วยตัวเอง
“ใต้เท้าสงบอารมณ์ก่อน”
เหมยเซียวเหรินผงกศีรษะเงียบๆให้เยี่ยจือกับโจวหู่นั่งลงด้วยกัน
“ใต้เท้าขอรับ ใต้เท้าผู้ว่าการถึงกับเขียนป้ายคุ้มครองให้เขา เ้าเด็กนั่นแท้จริงแล้วมีที่มาเช่นไรกันแน่”โจวหู่ไม่เข้าใจ
เยี่ยจือพูดว่า “ไม่ว่าเขาจะเป็ใคร หวังเพียงให้เขาสนุกพอแล้วจากไปก็พอ”
“พี่เยี่ย ของเตรียมพร้อมหรือยัง”
เยี่ยจือรู้ว่าสิ่งที่เหมยเซียวเหรินถามถึงคือการตระเตรียมเงินที่ต้องให้กับจังหวัดสีหน้าเขาดูลำบากใจ“หลังจากบรรเทาทุกข์ชาวบ้านครั้งก่อนก็เหลือไม่มากแล้ว…”
“ไม่เป็ไร ข้าจะคิดหาหนทางละกัน” เหมยเซียวเหรินหัวเราะเบาๆแต่ไม่ปกตินัก
ถึงแม้ใต้เท้ากับกุนซือเยี่ยจะพูดจาคลุมเครือโจวหู่ที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ในใจก็พอจะเดาได้ไม่น้อย
“ใต้เท้าขาดเงินหรือ”
เหมยเซียวเหรินเหลือบตามองโจวหู่ “ใช่แล้วจะอย่างไร เ้าจะให้ข้ายืมเงินเช่นนั้นหรือ”
“ใต้เท้าอย่าพูดเล่นกับข้าน้อยเลย ข้าน้อยมีเงินเท่าไหร่ ใต้เท้ายังไม่กระจ่างอีกหรือ”โจวหู่เกาหัวพูดช้าๆ ว่า “แต่ว่าข้าน้อยมีวิธีให้ใต้เท้าสามารถมีเงินจนใช้ไม่หมดขอรับ”
“เ้ายังมีวิธีหรือ”
“ใต้เท้าเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลเซียวหรือไม่ขอรับ”
เหมยเซียวเหรินถามต่อ “ตระกูลเซียวแห่งอำเภออวิ๋นหรือ”
“ถูกต้อง คือครอบครัวที่มีเงินนั่นขอรับ”
เยี่ยจือก็นึกบางอย่างออกแล้วจึงพูดว่า “ตระกูลเซียวแห่งอำเภออวิ๋นเป็คหบดีที่ร่ำรวยเป็อันดับหนึ่งในเจียงหนาน ไม่ต้องพูดแค่ในอำเภออวิ๋นหากเสวียนโจวไม่มีตระกูลเซียว ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปีก็ไม่อาจได้ชื่อว่าเป็เขตจังหวัดอันดับหนึ่งในภาคตะวันออกของต้าหนิงได้”
เหมยเซียวเหรินแววตาล้ำลึกพูดอย่างราบเรียบว่า“แล้วอย่างไร หากข้าไปเยี่ยมเยือนถึงหน้าประตูสักครั้ง คหบดีเซียวจะมอบเงินให้ข้าเปล่าๆเช่นนั้นหรือ”
“ข้าน้อยได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันก็จะเป็วันเกิดของคหบดีเซียว เบื้องหน้าจวนเซียวคิดจัดงานเลี้ยงวันเกิดแต่แท้จริงแล้วคิดฉวยโอกาสนี้หาคู่ให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเซียว ใต้เท้าอาจใช้โอกาสนี้ไปเยี่ยมตระกูลเซียวพบปะคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนผู้นั้น”
สีหน้าดุจน้ำแข็งของเหมยเซียวเหรินพังทลายทันทีหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง“ที่แท้ที่เ้าคิดก็คือวิธีนี้สินะ”
“เื่นี้น่าสนุกนัก ใต้เท้าเป็คนมีความสามารถ หากใต้เท้าไปล่ะก็ รับรองได้เลยว่าต้องทำให้คุณหนูตระกูลเซียวหลงใหลได้แน่”
โจวหู่พูดเกลี้ยกล่อมขณะที่เหมยเซียวเหรินฟังมันเป็เื่ตลก พลางดื่มชาเงียบๆ
โจวหู่พยายามเกลี้ยกล่อมต่อไปว่า “ใต้เท้าขาดเงินมิใช่หรือขอรับหากใต้เท้าแต่งกับคุณหนูตระกูลเซียวแล้ว ก็เหมือนกับอุ้มูเาทองกลับมายังอำเภอชิวสุ่ยของเราเลยนะขอรับ”
“จากที่ข้ารู้ นายน้อยของตระกูลเซียวด่วนจากไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน คหบดีเซียวจึงเหลือเพียงบุตรสาวคนเดียวเ้าจะให้ข้าไปเป็ลูกเขยแต่งเข้าหรือ”
โจวหู่เห็นว่าตัวเองเกลี้ยกล่อมใต้เท้าไม่ได้จึงใช้ข้อศอกกระทุ้งเยี่ยจือ
เยี่ยจือไว้หน้าโจวหู่ครั้งหนึ่งช่วยเขาพูดเกลี้ยกล่อมว่า“หากใต้เท้าอยากแต่งงาน ลองดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย อีกอย่างใต้เท้าเป็ขุนนางตระกูลเซียวเป็คหบดี ฐานะแตกต่างกัน ตระกูลเซียวไม่อาจให้ใต้เท้าเป็ลูกเขยแต่งเข้าหรอกขอรับ”
“ข้าแค่พูดไปอย่างนั้น พวกเ้าก็จริงจังไปได้”
เยี่ยจือพูดอีกว่า “สมาชิกบรรพบุรุษตระกูลเซียวล้วนเป็ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยของเสวียนโจวเคยเป็ตระกูลพ่อค้าอันดับหนึ่ง แม้ว่าตระกูลเซียวแห่งอำเภออวิ๋นจะเป็สายรอง แต่มั่งคั่งยิ่งกว่าตระกูลของเซียวว่านฉายที่อยู่ในเขตจังหวัดหากใต้เท้าได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเซียว คิดว่าใต้เท้าผู้ว่าจังหวัดคงจะไม่เชื่อข่าวลือขุนนางสมคบคิดกับโจรอะไรนั่นอีกขอรับ”
“พี่เยี่ย เ้ารู้เยอะถึงเพียงนี้ หรือว่าอยากลองไปดูไหมล่ะ”
“ใต้เท้า...”
เหมยเซียวเหรินมองไปรอบๆอย่างไร้จุดหมาย ถามเรียบๆ ว่า“พวกเ้า้าบังคับให้ข้าไปตระกูลเซียวเพื่อร่วมสนุกให้ได้อย่างนั้นรึ”
โจวหู่กับเยี่ยจือกลัวว่าใต้เท้าจะโกรธจึงไม่กล้าพูดอีก
เหมยเซียวเหรินลุกขึ้นมาพร้อมถอนใจยาวหยิบพัดที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วหมุนกายเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงหนึ่งประโยค “ได้ ข้าจะไปร่วมสนุก”
โจวหู่กับเยี่ยจือใพร้อมกันเกลี้ยกล่อมได้ง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
มือปราบแต่ละคนมาอย่างท่าทางดุดันจากไปอย่างเป็ระเบียบ เจียงรุ่ยพิงระเบียงบนชั้นสอง ขบคิดถึงบทสนทนาด้านล่าง
อาชิ่งที่กลับมาจากข้างนอกโรงเตี๊ยมถามว่า “คุณชายขอรับ ได้ยินว่านายอำเภอมาหรือขอรับ”
“มาแล้วจะทำไม” เจียงรุ่ยโบกพัดในมืออย่างไม่เดือดร้อนใจมองไปที่ประตูใหญ่ของโรงเตี๊ยม ริมฝีปากมีรอยยิ้มลึกลับ “เขาคิดอยากหาต้นไม้ใหญ่ไว้พึ่งพิงรึฝันไปเถอะ!”
“คุณชายอยู่ที่นี่มาพักหนึ่งแล้ว นายอำเภอนั่นเป็ที่ชื่นชอบของชาวบ้านที่นี่คุณชายยังจะอยู่ที่นี่ต่อต้านเขาอีกหรือขอรับ”
“ไม่ ไปอำเภออวิ๋น”
“คุณชายจะไปทำอะไรที่อำเภออวิ๋นขอรับ”
แววตาเจียงรุ่ยจริงจังเคร่งขรึมพูดว่า “ขุนนางละโมบเช่นนี้กำจัดไปได้หนึ่งคนก็ยังดีแน่นอนว่าต้องคอยจับตามอง!”
เหมยเซียวเหรินกลับไปยังที่ว่าการอำเภอแล้วก็แจ้งขอลาสิบวันกับใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดจริงๆเตรียมเดินทางไปอำเภออวิ๋นที่อยู่ข้างเคียง
ยามแสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่างเหมยเซียวเหรินเก็บเสื้อผ้าอยู่คนเดียว การเดินทางนี้แม้แต่เยี่ยจือนางก็ไม่พาไป พกเพียงเกาปิ่ง[1]กองหนึ่งที่เยี่ยจือทำไว้ไปเป็อาหารแห้ง
เก็บของเสร็จแล้วเหมยเซียวเหรินหยิบจดหมายฉบับหนึ่งในห่อสัมภาระออกมาเผากับเปลวเทียน ความจริงแล้วต่อให้เยี่ยจือกับโจวหู่ไม่เกลี้ยกล่อมนางนางก็จะไปอำเภออวิ๋นอยู่แล้ว ไม่เพียงเพราะนางขาดเงินจริง ยังเป็เพราะจดหมายฉบับนี้
คหบดีเซียวจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดทั่วทั้งจังหวัดเสวียนโจวต่างร้อนใจ เส้นทางจากจังหวัดเสวียนโจวไปอำเภออวิ๋นผ่านทางอำเภอชิวสุ่ยเรียกได้ว่าคึกคักส่วนใหญ่เป็คหบดีจากบ้านนอกที่มุ่งหน้าไปอวยพรวันเกิด
เหมยเซียวเหรินปะปนกับคนเหล่านี้จ้างรถม้าสีเขียวไม่สะดุดตาคนคันหนึ่งเร่งเดินทาง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306
[1] เกาปิ่ง คือ ของว่างจีนที่คล้ายๆ กับขนมเปี๊ยะ