บทที่ 1 ชิงอี้หราน
ในเมืองหลวงแคว้นโย่ว หากกล่าวถึงตระกูลชิงย่อมไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก ตระกูลชิงนำโดยอัครมหาเสนาบดีชิงหยวนเปาเป็หนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดเป็ที่รู้จักในฐานะผู้มีอำนาจบารมีหยั่งรากฝังลึกผู้ที่อยู่ใต้คนเดียวแต่เหนือคนนับหมื่น แม้แต่ฮ่องเต้เองยังพูดสามฟังสี่ด้วยซ้ำความเหี้ยมโหดของชิงหยวนเปาเป็ที่เล่าลือ หากผู้ใดกล้าขัดแย้งผู้นั้นย่อมไม่อาจมีชีวิตรอด
ชิงหยวนเปามีบุตรชายสาม บุตรหญิงหนึ่งได้แก่ ชิงหยาง ชิงหลง ชิงเฟย และชิงอี้หราน โดยชิงอี้หรานบุตรสาวคนสุดท้องและลูกสาวคนเดียวของอัครมหาเสนาบดีชิงหยวนเปา ชิงอี้หรานเป็ดั่งแก้วตาดวงใจของครอบครัวเนื่องจากหลังจากที่หญิงสาวเกิดไม่นาน สุขภาพของฮูหยินชิงก็เริ่มย่ำแย่ และเมื่อชิงอี้หรานอายุเพียงห้าปีฮูหยินชิงก็ล้มป่วยและจากไปชิงหยวนเปาจึงต้องรับหน้าที่เป็ทั้งบิดาและมารดาให้แก่หญิงสาว อีกทั้งพี่ชายทั้งสามของชิงอี้หรานต่างก็รักและเอาใจใส่หญิงสาวดุจดังเป็บิดา ชายทั้งสี่คนในบ้านต่างก็ช่วยกันเฝ้าเลี้ยงดูและทะนุถนอมชิงอี้หรานอย่างยิ่งหญิงสาวจึงเติบโตมาด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างมากไม่เคยต้องประสบพบเจอกับความโหดร้ายหรือผิดหวัง ทำให้ชิงอี้หรานเติบใหญ่เป็หญิงสาวอ่อนโยนมีจิตใจดีและมองโลกในแง่ดีเสมอ
ในเช้าตรู่ของฤดูใบไม้ผลิกลิ่นหอมของดอกเหมยหอมอบอวลไปทั่วบริเวณสวนหลังจวนของอัครมหาเสนาบดีชิงหยวนเปาใบไม้สีเขียวสดและดอกไม้หลากสีประดับประดาเสริมให้สวนดูงดงามดั่งภาพวาดโบราณท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ มีเสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กหญิงดังขึ้นจากด้านในเรือน
"พี่ชายใหญ่ ข้าจะเก็บดอกเหมยนี้ให้เ้าค่ะ!" ชิงอี้หราน เด็กสาววัยแปดขวบร้องเรียกพลางยิ้มสดใส มือเล็ก ๆ ของเด็กสาวจับดอกเหมยสีชมพูเข้มที่เพิ่งเด็ดได้ เด็กสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดขอบด้วยด้ายสีทอง เส้นผมยาวสลวยของเด็กสาวถูกถักเป็เปียยาวสองเส้นติดโบว์สีชมพูดูอ่อนหวานเหมือนดอกเหมยที่ถืออยู่
ชิงหยวนเปา บิดาผู้เป็อัครมหาเสนาบดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน "อี้หราน ลูกสาวข้า เ้าช่างงดงามดั่งเทพธิดาหากมารดาเ้าเห็นคงดีใจมาก"
ชิงอี้หรานยิ้มเขินอาย วิ่งเข้าหาบิดา"ท่านบิดา ข้าคิดถึงท่านแม่ ท่านแม่จะอยู่บน์และมองลงมาดูข้าใช่หรือไม่"
ชิงหยวนเปาหยุดก้าวและนั่งลงพยุงตัวลูกสาวขึ้นมา "แน่นอน อี้หรานมารดาของเ้ารักเ้าเหนือสิ่งอื่นใด แม่เ้าคงจะยิ้มอยู่ทุกครั้งที่เห็นเ้ามีความสุข"
ขณะที่พวกสองพ่อลูกกำลังสนทนาพี่ชายทั้งสามของชิงอี้หรานก็ก้าวเข้ามาในสวน พี่ชายคนโต ชิงหยางผู้เป็ทหารฝีมือดี สวมชุดเครื่องแบบของทหารประจำตำแหน่งอันสง่างาม ชายหนุ่มมองน้องสาวด้วยความรักและห่วงใย"อี้หราน เ้าระวังอย่าไปเล่นไกลนักนะล่ะ"
พี่ชายคนที่สอง ชิงหลงผู้เป็อาจารย์หนุ่มในสำนักศึกษา ก้าวเข้ามาแตะหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน"ใช่แล้ว อี้หราน หากเ้าอยากเรียนหนังสือ ข้าจะสอนเ้าเอง"
พี่ชายคนที่สาม ชิงเฟยผู้ยังเรียนอยู่ในสำนักศึกษา กอดน้องสาวอย่างอบอุ่น "และหากเ้ามีปัญหาใดข้าจะช่วยเ้าอย่างเต็มที่"
ชิงอี้หรานมองพี่ชายทั้งสามและบิดาของนางด้วยความรู้สึกอุ่นใจ"ข้ารู้ ข้ารักท่านบิดาและพี่ชายทุกคนมาก ข้าจะเป็เด็กดีและไม่ทำให้ท่านต้องกังวล"
ในครอบครัวชิงอี้หรานไม่มีใครเลยที่ไม่รักและเอาใจใส่หญิงสาว ั้แ่บิดาผู้เป็อัครมหาเสนาบดีผู้เก่งกล้าและโเี้ในสายตาผู้อื่นแต่กับนางแล้วเขาเป็บิดาผู้รักใคร่และอบอุ่นเช่นเดียวกับพี่ชายทั้งสามที่เฝ้าดูแลหญิงสาวอย่างใกล้ชิด พวกเขาต่างเป็ดั่งเงาอยู่ข้างนางเสมอ
ชิงอี้หรานเติบโตขึ้นในบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายหรือความผิดหวัง ทำให้ชิงอี้หรานกลายเป็หญิงสาวที่อ่อนโยนจิตใจดีและมองโลกในแง่ดีเสมอ จนบางครั้งอาจดูอ่อนต่อโลกเกินไปแต่ในสายตาของคนในครอบครัว นางเป็ดั่งแก้วตาดวงใจที่ทุกคนอยากปกป้องให้ดีที่สุด
"ไปเถิด อี้หราน พวกเราจะเดินเล่นในสวนด้วยกัน" ชิงหยางเอ่ยชวนน้องสาวยิ้มกว้างและจับมือพี่ชายไว้แน่นทั้งหมดเดินเล่นในสวนด้วยความสุขใจเต็มเปี่ยม
เวลาในสวนดอกเหมยนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ในหัวใจของชิงอี้หรานแล้ว ทุก่เวลาที่ได้อยู่กับคนในครอบครัวนั้นเป็สิ่งที่หญิงสาวจะจดจำและทะนุถนอมไปชั่วชีวิต