บทที่ 2: ยาเม็ด์
ผมเดินน้าวไหล่หมุนคอเสียงกระดูกดังกร๊อบแกร๊บออกมาจากห้องหอ โดยมีลู่เหมยหลินก้าวเท้าตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ใบหน้าของนางยังคงฉายแววกังวลปนแปลกใจที่จู่ ๆ สามีขยะคนนี้กลับเสนอตัวออกมารับหน้าแทน แต่ก็ยังไม่วายส่งเสียงขู่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันไล่หลังผมเบา ๆ
"เซียวเฉิน... ถ้าเ้าทำเื่พัง หรือคิดจะหนีล่ะก็ ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้น ๆ โยนลงแม่น้ำแน่!"
"โธ่... ฮูหยินจ๋า" ผมหันกลับไปยิ้มกะล่อน สายตาเลื่อนลงไปลูบไล้ดวงหน้างามสะคราญและสัดส่วนทรวดทรงรูปนาฬิกาทรายของนางวับแวม "สามีรูปหล่อล่ำฟิตปั๋งขนาดนี้ เ้าทำใจโยนลงแม่น้ำลงคอจริง ๆ เหรอ? เก็บไว้ใช้งานบนเตียงอุ่น ๆ ดีกว่านะจ๊ะ"
"เ้า! เ้าคนสารเลว!" เหมยหลินหน้าขึ้นสีแดงก่ำถลึงตาใส่ผมอย่างโกรธแค้น แต่ทว่าในความรู้สึกของนาง... ความขี้ขลาดและน่ารังเกียจของเซียวเฉินคนเดิมดูเหมือนจะจางหายไป กลายเป็ความกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความมั่นใจชวนให้หัวใจเต้นตึกตักแปลก ๆ
พวกเราเร่งเดินทางมาถึงโกดังสินค้าหลักของตระกูลลู่ที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือเมืองหลงไห่ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินขรึมกว่ายี่สิบคนยืนถือกระบองไม้และดาบสั้นล้อมหน้าโกดังไว้ โดยมีชายหนุ่มท่าทางหยิ่งยะโส สวมเสื้อผ้าหรูหราสีสันฉูดฉาดประหนึ่งนกแก้วยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ตรงกลาง ชายคนนั้นคือ 'หวังเทิง' คุณชายใหญ่แห่งหอการค้าตระกูลหวัง คู่แข่งตลอดกาลของตระกูลลู่ และที่สำคัญ... มันเคยเป็หนึ่งในแมลงวันที่พยายามตามจีบเหมยหลินอย่างบ้าคลั่งแต่โดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
"ฮ่า ๆ ๆ! ลู่เหมยหลิน ในที่สุดเ้านางโลมค้าขายก็ยอมโผล่หัวออกมาเสียที!" หวังเทิงหัวเราะร่าอย่างอวดดี ทันใดนั้นสายตาของมันก็เหลือบมาเห็นผมที่ยืนเคียงข้างนางในชุดเ้าบ่าวสีแดงมงคล ดวงตาของมันพลันแปรเปลี่ยนเป็เย้ยหยันแกมริษยา "โอ้... นี่น่ะหรือสุนัขรับใช้ตัวใหม่ที่แต่งเข้าตระกูลลู่? ไอ้ขยะเซียวเฉินที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่! เมียคนสวยเดือดร้อนขนาดนี้ เ้ายังสะเออะโผล่หัวออกมาเสนอหน้าอีกเหรอ?"
พวกสมุนตระกูลหวังพากันหัวเราะเยาะเสียงดังลั่นประหนึ่งเห็นตลกคาเฟ่
"คุณหนูใหญ่ลู่... ถ้าอยากให้ข้าถอนคนออกไปจากโกดังของเ้าง่าย ๆ ก็แค่เขียนหนังสือหย่ากับไอ้สุนัขหน้าขาวตัวนี้ซะ แล้วมาปรนนิบัติข้าที่จวนสักสามคืน ข้าสัญญาว่าจะช่วยแบ่งปันสินค้าให้หอการค้าตระกูลลู่ไม่ให้ล้มละลายยังไงล่ะ ฮ่า ๆ ๆ!" หวังเทิงเอ่ยข้อเสนอต่ำช้าพร้อมจ้องมองรูปร่างสะโอดสะองของเหมยหลินด้วยสายตาหยาบโลนโลภะ
ลู่เหมยหลินโกรธจนตัวสั่นสะท้าน มือเรียวสวยกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงในเนื้อ ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากด่ากราด ผมก็ก้าวเท้าออกไปบังร่างของนางไว้ทันที สายตาของผมจ้องมองหวังเทิงราวกับมองตัวตลกไร้รสนิยม
"นี่... คุณชายนกแก้วจมูกเบี้ยว" ผมแคะหูพลางเป่าลมใส่ปลายนิ้วด้วยท่าทางกวนบาทาเป็ที่สุด "เมื่อกี้เ้าเห่าว่าอะไรนะ? อยากได้เมียข้าไปปรนนิบัติเหรอ? สงสัยหน้าตาเ้าจะห่วยจนไม่มีหญิงใดยอมนอนด้วยล่ะสิ ถึงต้องพาสมุนขยะฝูงใหญ่มาเห่าหน้าโกดังคนอื่นเพื่อขอความเมตตาแบบนี้"
"เ้า! เ้าเศษขยะเซียวเฉิน เ้ากล้าด่าข้าเร็วงั้นเหรอ!" หวังเทิงหน้าสลับสีจากแดงเป็เขียวด้วยความเดือดดาล "คนของข้าทุกคนมีพลังยุทธ์รวบรวมลมปราณขั้นต้น! เพียงแค่ข้าสั่ง มือเท้าของเ้าก็แหลกเหลวได้ในพริบตา!"
*ติ๊ง!*
[ เปิดใช้งานระบบตรวจสอบพลังยุทธ์เป้าหมาย ]
[ หวังเทิง: ขอบเขตรวบรวมลมปราณ ขั้นที่ 2 (กากระดับมดปลวก) ]
[ สมุนตระกูลหวัง: ขอบเขตรวบรวมลมปราณ ขั้นที่ 1 (กากระดับจุลินทรีย์) ]
[ สถานะของโฮสต์ปัจจุบัน: ขอบเขตรวบรวมลมปราณ ขั้นที่ 3 (ผลลัพธ์จากยาเม็ด์หยินหยางและกายาะ) ]
[ คำแนะนำระบบ: ใช้พละกำลังที่เหนือกว่าตบสั่งสอนพวกมันโชว์ฮูหยินคนงามเพื่อสะสมแต้ม! ]
ในหัวของผมมีความคิดพิเรนทร์ลามกผุดขึ้นมาทันที ยาเม็ด์หยินหยางมันดีจริง ๆ พลังลมปราณในตัวผมตอนนี้หมุนวนเป็เกลียวคลื่นอุ่นร้อน ทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาปานช้างสาร แถมส่วนล่างในกางเกงยังคึกคักดุนดันกระชับแน่นจนแทบจะอยากปล่อยของขยี้สาวงามเสียเดี๋ยวนี้
"หืม... สมุนยุทธ์รวบรวมปราณเหรอ?" ผมหัวเราะหึ ๆ เดินนวยนาดออกไปข้างหน้าพลางชี้นิ้วสั่ง "งั้นส่งตัวที่เก่งที่สุดออกมาเลยดีกว่า ข้าี้เีเสียเวลา จะรีบกลับไปขึ้นเตียงอุ่นเตียงกับฮูหยินต่อ คืนวันแต่งงานเวลาเป็เงินเป็ทองนะโว้ย!"
เหมยหลินที่ยืนอยู่ด้านหลังหน้าร้อนวาบกึ่งอายกึ่งโมโหปะปนกัน *"ไอ้คนหน้าด้านลามกผู้นี้! ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้มันยังคิดเื่พรรค์นั้นได้อีกเหรอ!"*
"เสี่ยวหลิว! ออกไปสับมือขาของมันทิ้งซะ!" หวังเทิงคำรามลั่นสั่งสมุนร่างใหญ่ที่ถือกระบองเหล็กหนา
ชายร่างั์นามเสี่ยวหลิวก้าวเท้าออกมาพร้อมแผ่พลังปราณสีฟ้าจาง ๆ รอบตัว มันแยกเขี้ยวแสยะยิ้มเหี้ยมก่อนจะฟาดกระบองั์ตรงมาที่หัวของผมด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่มีทางหลบพ้น เหมยหลินถึงกับร้องอุทานด้วยความใและกำลังจะชักกระบี่ออกมาช่วยทว่าภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
ผมไม่ได้หลบหลีกแม้แต่นิ้วเดียว ทว่าลมปราณอุ่นร้อนไหลเวียนผ่านกายาะส่งกำลังไปยังฝ่ามือขวา ผมก้าวสวนทางเข้าหาแรงเหวี่ยงของกระบองอย่างฉับไวฉีกกฎฟิสิกส์ มือขวายกขึ้นตบฉาดลงบนใบหน้าของเ้าั์เสี่ยวหลิวเข้าอย่างจัง!
*เพียะ!*
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วน่านน้ำท่าเรือ ร่างั์ใหญ่หนักร่วมร้อยกิโลกรัมของเสี่ยวหลิวปลิวกระเด็นลอยละลิ่วเคว้งคว้างกลางอากาศราวกับปุยฝ้าย ก่อนจะกระแทกพื้นโกดังดินดักปัง เืกลบปากฟันร่วงไปหลายซี่และสลบเหมือดคาที่ในพริบตาเพียงแค่การตบสั่งสอนครั้งเดียว!
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหน้าโกดังทันที ลมทะเลพัดผ่านร่างของหวังเทิงที่ดวงตาเบิกกว้างแทบหลุดออกจากเบ้าขากรรไกรค้างสั่นพั่บ ๆ สรรพเสียงตระหนกใแผ่ซ่านทั่วฝูงชน
"นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน?!" หวังเทิงละล่ำละลักด้วยความกลัวก้าวถอยหลังกรูด
ขณะที่เหมยหลินที่ยืนอยู่ด้านหลังมองแผ่นหลังกว้างของผมในชุดแต่งงานเ้าบ่าวสีแดงชาดด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอัศจรรย์ใจดวงจิตปั่นป่วนเลื่อนลอยลึก ๆ ลมปราณที่เซียวเฉินเพิ่งแสดงออกมานั้นแข็งแกร่งและหนาแน่นกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า! นี่ใช่สุนัขรับใช้ที่นางเคยรู้จักจริง ๆ งั้นหรือ?
[ ติ๊ง! ]
[ ระดับความประทับใจของ 'ลู่เหมยหลิน' (Affection) พุ่งขึ้นจาก 15% เป็ 30%! ]
[ ได้รับแต้มเทพแมงดาเริ่มต้นสะสม: 1,000 แต้ม! ]
ผมหันกลับไปยิ้มโปรยเสน่ห์ขยิบตาให้เมียคนสวยทีหนึ่งพลางยกไหล่อวดแผงกล้ามเนื้อประหนึ่งจะบอกนางว่า *"เป็ไงจ๊ะฮูหยินจ๋า... พลังยุทธ์และพละกำลังสะโพกของสามีคนนี้แข็งแกร่งสะท้านทรวงพอไหมจ๊ะ?"* เหมยหลินเห็นสายตาหื่นกระล่อนปนทะลึ่งทะเล้นนั่นก็รีบสะบัดหน้าหนีหน้าแดงฉ่าเพื่อบดบังความเขินอายที่กำลังก่อตัว
"หวังเทิง... เ้าอยากลองโดนฝ่ามืออุ่นเตียงของข้าอีกคนไหม?" ผมเดินยิ้มกะล่อนก้าวเท้าเข้าหาหวังเทิงช้า ๆ
"ยะ... อย่าเข้ามานะไอ้ขยะเซียว!" หวังเทิงร้องเสียงหลงพลางหลบหลังสมุน "ต่อให้เ้ามีกำลังยุทธ์แล้วยังไง! หอการค้าตระกูลลู่ไม่มีวันรอดหรอก! วันนี้ใต้เท้าผู้ตรวจการศุลกากรผู้คุมกฎท่าเรือได้รับการประสานงานจากพ่อข้าแล้ว อีกไม่กี่อึดใจพวกทหารทางการก็จะนำหมายคำสั่งมาสั่งปิดและยึดโกดังสินค้าทั้งหมดของพวกแกฐานซุกซ่อนสินค้าต้องห้ามเลี่ยงภาษี!"
คำขู่ของหวังเทิงยังไม่ทันขาดคำ เสียงเกือกม้าหนักแน่นและขบวนทหารติดเกราะโบราณในชุดทางการศุลกากรเมืองกว่าสามสิบคนก็ควบขบวนฝ่าความมืดเข้าล้อมท่าเรือหน้าโกดังอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำขบวนเป็ขุนนางร่างอ้วนพีในชุดกวานฝู สีกรมท่าสวมหมวกปีกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโลภและความเ้าเล่ห์
"ใครกล้าสร้างความวุ่นวายที่โกดังท่าเรือ!" เสียงขุนนางอ้วนคำรามประกาศอำนาจสะท้านลานกว้าง
"ใต้เท้าหลี่!" หวังเทิงรีบวิ่งเข้าไปประจบคารวะทันทีพร้อมชี้นิ้วมาทางพวกเรา "ไอ้พวกตระกูลลู่มันขัดขืนคำสั่งและทำร้ายคนของข้าขอรับ! แถมโกดังนี้ยังมีหลักฐานสินค้าหนีภาษีซุกซ่อนอยู่มากมายตามที่ข้าแจ้งใต้เท้าไว้เลยขอรับ!"
ใต้เท้าหลี่หรี่ตาลงจ้องมองมาที่ลู่เหมยหลินและผม ก่อนจะดึงม้วนกระดาษสีเหลืองตราประทับทางการออกมาคลี่อ่านด้วยน้ำเสียงเ็า
"ตระกูลลู่ต้องสงสัยว่าซุกซ่อนเหล็กไหลป่าและสมุนไพรเถื่อนหนีภาษี ข้าขอกฎหมายเข้าตรวจยึดและปิดตราประทับโกดังทั้งหมดนับแต่บัดนี้! หากผู้ใดกล้าขัดขืน... ทหาร! จับกุมตัวลู่เหมยหลินเข้าคุกคุมขังทันที!"
ทหารศุลกากรดึงดาบออกจากฝักล้อมกรอบเข้ามาพร้อมแผ่รังสีคุกคาม หลิวเหมยหลินหน้าซีดสลดสะท้อนถึงวิกฤตครั้งใหญ่หลวงที่สุดของชีวิตหอการค้าของนาง
ผมจ้องมองขุนนางอ้วนใต้เท้าหลี่พลางมองขยับลงไปเป้ากางเกงตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างกะล่อนในใจ... หึ ๆ ไอ้ขุนนางโลภมากกับพวกตระกูลหวัง สงสัยอยากจะลองชิม 'กลยุทธ์เล่ห์เหลี่ยมมนุษย์ออฟฟิศข้ามภพ' ผสมผสานระบบวิเศษของผมเสียแล้วสิ! งานนี้ผมจะโชว์ให้เมียรักเห็นว่าการเกาะเมียกินระดับเทพแมงดาน่ะ... เขาจัดการกับพวกกังฉินพรรค์นี้กันยังไง!
(โปรดติดตามบทต่อไป...)