บทที่ 23 าาหน้ากากปีศาจ
“เสี่ยวชี คุณครูของนายไปแล้วเหรอ?”
หลังจากส่งจ้าวคงเฉิงออกไปแล้ว ป้าก็รีบร้อนออกมาจากห้องครัว “อ้าว ทำไมไม่ชวนเขากินข้าวด้วยกันก่อนล่ะ! เด็กคนนี้...”
หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “เขามีธุระต่อ คงไม่อยู่กินข้าวหรอกครับ”
“คุณครูของนายพูดอะไรบ้าง?”
“ไม่มีอะไรครับ แค่บอกว่ามีการทดสอบสมรรถภาพอะไรสักอย่าง ก็เลยมาถามเื่ดวงตาของผมก่อน”
“คุณครูจ้าวคนนี้เป็คนดีจริง ๆ เลย ยังอุตส่าห์มาถามอาการถึงบ้านด้วย อ้อใช่ ก่อนที่นายจะกลับมา เขายังช่วยป้าล้างผักในครัวอีกนะ ดูเขาตัวใหญ่ ๆ แบบนั้น ไม่คิดเลยว่าจะทำงานละเอียดขนาดนี้”
ป้าใช้มือเช็ดผ้ากันเปื้อน ปิดเครื่องดูดควันที่ส่งเสียงดัง แล้วพูดกับหลินชีเยี่ยว่า
“อาหารเกือบเสร็จแล้ว ไปเรียกน้องมากินข้าวได้แล้ว”
“ครับ”
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็นั่งล้อมโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีอาหารตั้งเจ็ดอย่าง ทั้งสีสัน กลิ่นหอม และรสชาติชวนให้น้ำลายสอ!
“ไข่ผัดมะเขือเทศ ซุปไก่ตุ๋น ถั่วฝักยาวผัดแห้ง... แล้วยังมีซี่โครงหมูราดซอสเปรี้ยวหวาน?!” หยางจิ้นมองอาหารบนโต๊ะ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แม่ครับ ั้แ่เมื่อไหร่ที่บ้านเรามีกับข้าวเยอะขนาดนี้เนี่ย?”
“ตาของเสี่ยวชีหายแล้ว นี่เป็เื่ที่น่ายินดียิ่งกว่าวันตรุษจีนเสียอีก แน่นอนว่าต้องพิเศษหน่อย!” ป้าพูดอย่างภาคภูมิใจ
หลินชีเยี่ยก้มหน้ามองเ้าดำน้อยที่กำลังกระดิกหางอย่างบ้าคลั่ง แล้วหัวเราะ
“ดูเหมือนว่าคืนนี้เ้าดำน้อยจะได้กินอิ่มหนำสำราญแล้ว”
“โชคดีของมันแล้วล่ะ” ป้าหัวเราะพลางยกถ้วยชาขึ้น “เพื่อเฉลิมฉลองที่ตาของเสี่ยวชีหายดีแล้ว ชนแก้ว!”
“ชนแก้ว!”
“ชนแก้ว!!”
......
ใต้นภาอันมืดครึ้ม แสงสนธยาในยามโพล้เพล้พลันจางหาย ราวกับโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยผ้าม่านสีดำ
สายฝนโปรยปรายท่ามกลางสายลม
แสงไฟส่องประกายรำไรในย่านตัวเมืองที่อยู่ห่างไกล
ท่ามกลางย่านที่อยู่อาศัยเก่า ๆ แห่งนี้ มีร่างหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มกำลังวิ่งฝ่าสายฝน มือของเขาถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
สายฝนไหลลงมาตามใบหน้าของจ้าวคงเฉิง แม้จะเป็ฝนในฤดูร้อน แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบอย่างประหลาด
"พวกนายแน่ใจนะว่าาาหน้ากากปีศาจกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น?" จ้าวคงเฉิงขมวดคิ้ว
เสียงของอู๋เซียงหนานดังขึ้นในหูฟัง
"ไม่แน่ใจ สิบนาทีก่อน หน่วยค้นหาของเราพบรอยเืของาาหน้ากากปีศาจในท่อระบายน้ำใกล้เคียง จากร่องรอยการเคลื่อนไหว คาดว่าจุดหมายปลายทางน่าจะเป็ย่านที่อยู่อาศัยเก่า ๆ นั่น หรือไม่ก็ใจกลางเมือง"
"มีสองแห่งที่ต้องสงสัยงั้นเหรอ?"
"ใช่"
"แล้วจะทำยังไง? แบ่งกำลังกันไปเฝ้าสองที่เลยไหม?"
“ในทางทฤษฎีแล้วก็ต้องเป็แบบนั้น แแต่ใจกลางเมืองมีผู้คนพลุกพล่าน เราไม่สามารถอพยพผู้คนได้ง่าย หากาาหน้ากากปีศาจปรากฏตัวในใจกลางเมือง ไม่เพียงแต่จะทำให้มีผู้าเ็ล้มตายจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความตื่นตระหนกได้ง่าย เช่นนั้นเราจึงส่งกำลังพลส่วนใหญ่ไปประจำการที่ใจกลางเมืองแล้ว”
“แล้วย่านที่อยู่อาศัยเก่าล่ะ? หากาาหน้ากากปีศาจปรากฏตัวที่นี่ ผู้คนแถวนี้ก็จะตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน!”
“ย่านที่อยู่อาศัยเก่ามีผู้อยู่อาศัยน้อย กระจายตัวค่อนข้างกว้าง เมื่อเทียบกับใจกลางเมืองแล้วจะอพยพได้ง่ายกว่า และ…”
“และถึงแม้าาหน้ากากปีศาจจะมาที่นี่ ก็คงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนักใช่ไหม?” น้ำเสียงของจ้าวคงเฉิงมีโทสะแฝงอยู่ “คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เป็คนเหมือนกันนะ!”
“ใจเย็น ๆ ก่อน อาจ้าว!” อู๋เซียงหนานน้ำเสียงจริงจัง “ผมไม่เคยพูดเลยว่าจะละทิ้งย่านที่อยู่อาศัยเก่า ตอนนี้หงอิงกำลังนำคนไปที่นั่นแล้ว ภารกิจของพวกนายคือการอพยพผู้อยู่อาศัยในย่านเก่า ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
“อีกอย่าง ถึงแม้าาหน้ากากปีศาจจะไปที่นั่นจริง ๆ ก็อย่าเผชิญหน้ากับมันโดยตรง พวกนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของาาหน้ากากปีศาจ ในกรณีที่จำเป็ ให้ปลดผนึก [น่านฟ้าไร้แดน] เพื่อกักขังมันไว้”
จ้าวคงเฉิงค่อย ๆ คลายกำปั้น แล้วถอนหายใจออกมา
“รับทราบ”
ถึงแม้ในใจของจ้าวคงเฉิงจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาย่อมตระหนักดีว่านี่เป็วิธีที่ถูกต้องที่สุด
หากปล่อยให้าาหน้ากากปีศาจไปยังเขตเมืองที่มีผู้คนหนาแน่นแบบนั้น มันเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดแล้วฆ่าคนไปสองสามคนก็เพียงพอที่จะฟื้นฟูาแของมันแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หากมันปรากฏตัวต่อสาธารณชน ย่อมก่อให้เกิดความตื่นตระหนก
ดังนั้น ไม่ว่าจะส่งคนไปที่เขตใจกลางเมืองมากแค่ไหนก็คงไม่เพียงพอ
ส่วนย่านที่อยู่อาศัยเก่าแห่งนี้มีผู้คนอยู่ค่อนข้างน้อย และบ้านแต่ละหลังก็ห่างกันพอสมควร แม้ว่าาาหน้ากากปีศาจจะมาที่นี่ มันก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอาการาเ็ และโอกาสที่จะถูกพบเห็นก็มีน้อย
ในสถานการณ์เช่นนี้ อู๋เซียงหนานยังสามารถส่งคนมายังย่านที่อยู่อาศัยเก่าได้ ย่อมถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
ตอนนี้เขาต้องรีบอพยพผู้คนในย่านที่อยู่อาศัยเก่าโดยเร็วที่สุด
นี่คือการแข่งขันกับเวลา!
เงาร่างของจ้าวคงเฉิงพุ่งทะยานฝ่าสายฝนด้วยความเร็วที่น่าใ หยาดฝนที่ตกลงมากระทบกับกระเป๋าเดินทางในมือจนเกิดเป็ละอองน้ำระยิบระยับ
ไม่ไกลนัก ท่ามกลางสายหมอกอันพร่าเลือน บ้านหลังเล็ก ๆ ที่คุ้นเคยก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาก็เพิ่งออกมาจากที่นั่น
ใจของจ้าวคงเฉิงเปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เมื่อคำนวณเวลา ครอบครัวนั้นก็น่าจะเริ่มทานมื้อเย็นกันแล้วกระมัง? เขานึกถึงซี่โครงหมูราดซอสเปรี้ยวหวาน มะเขือเทศผัดไข่ และถั่วฝักยาวผัดแห้ง...
จริงสิ ถั่วฝักยาวนั่นเขาเป็คนล้างเอง
บ้าเอ๊ย เมื่อกี้เพิ่งไปอวดเก่งต่อหน้าเด็กนั่น บอกว่าปล่อยให้เื่ปกป้องโลกเป็หน้าที่ของตัวเอง ทว่าตอนนี้ต้องขึ้นไปเคาะประตูบ้านพวกเขาเพื่ออพยพ...
แบบนี้มันไม่เสียหน้าเกินไปเหรอ?
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจเื่หน้าตาแล้ว
จ้าวคงเฉิงวิ่งฝ่าสายฝนไปข้างหน้า แต่ในตอนนั้นเอง กลิ่นเหม็นอันน่าสะอิดสะเอียนพลันพุ่งเข้ามาในโพรงจมูก!
ม่านตาของเขาพลันหดเล็กลง หยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน!!
ซ่า ซ่า ซ่า...
เสียงสายฝนดังก้องอยู่ในหัวของจ้าวคงเฉิง เขาผินหน้าอย่างระมัดระวัง ดวงตาเบิกกว้าง ไม่ยอมพลาดแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
สายตาจับจ้องไปยังฝาท่อระบายน้ำที่อยู่ไม่ไกลออกไป
กลิ่นเหม็นนั้นยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
จ้าวคงเฉิงกำที่จับกระเป๋าเดินทางแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ โค้งตัวเล็กน้อย แล้ววางกระเป๋าลงบนพื้น
เขาตระหนักดีว่ากลิ่นเหม็นนี้หมายถึงอะไร
“รายงาน ผู้เฝ้าระวังจ้าวคงเฉิงพบาาหน้ากากปีศาจในย่านที่พักอาศัยเก่า…” เขาเปิดไมโครโฟน น้ำเสียงนิ่งสงบ
ขณะที่พูด เขาก็กดปุ่มบนกระเป๋าเดินทาง
ตุบ——!
กระเป๋าเดินทางเปิดออก เผยให้เห็นป้ายประกาศสามแผ่นที่เรียงรายเป็ระเบียบและดูใหม่อยู่ภายใน
จ้าวคงเฉิงหยิบป้ายประกาศทั้งสามแผ่นขึ้นมา วางหนึ่งแผ่นไว้ที่เดิม แล้วรีบวิ่งไปอีกทางหนึ่ง!
ทันทีที่จ้าวคงเฉิงพูดจบ เสียงของอู๋เซียงหนานก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของหูฟัง
“รับทราบ! ผมได้ออกคำสั่งไปแล้ว หน่วยพิทักษ์ราตรีกำลังมุ่งหน้าไปยังย่านที่พักอาศัยเก่า หงอิงกับคนอื่น ๆ ก็ใกล้จะถึงแล้ว อีกไม่เกินสิบนาที!”
“สิบนาที! อาจ้าว จัดวาง [น่านฟ้าไร้แดน] กักขังมันไว้ก่อน!”
จ้าวคงเฉิงวางป้ายประกาศแผ่นที่สอง ขณะวิ่งไปยังอีกจุดหนึ่งของสามเหลี่ยม เขากล่าวอย่างหมดหนทาง
“เซียงหนาน [น่านฟ้าไร้แดน] ใช้เพื่อซ่อนการต่อสู้ ไม่ใช่ใช้เพื่อกักขังคน มันขังาาหน้ากากปีศาจไว้ได้ไม่ถึงสิบนาทีหรอก”
กลุก กลุก กลุก...
น้ำฝนไหลไปตามพื้นลาดเอียง ไหลลงไปในท่อระบายน้ำ ทว่าทันใดนั้นฝาท่อระบายน้ำก็สั่นะเือย่างรุนแรง น้ำฝนที่เคยไหลเข้าไปราวกับน้ำพุที่เดือดพล่าน พุ่งทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
“ไม่ว่ายังไง นายก็ห้ามปะทะกับาาหน้ากากปีศาจโดยเด็ดขาด!” เสียงของอู๋เซียงหนานดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด “อาจ้าว ย่านที่พักอาศัยเก่านี้กว้างขวางมาก ถึงแม้าาหน้ากากปีศาจจะออกมาแล้ว ก็ไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ในเวลาอันสั้น”
“สิบนาทีนี้ ต่อให้มันฆ่าคนไปสองสามคน มันก็คงฟื้นฟูพลังได้ไม่มากนักหรอก!”
“การเสียชีวิตของพลเรือนที่เกิดจากสิ่งลี้ลับนี้เกิดขึ้นทุกวันเวลา พวกเราหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ใช่เทพเ้า ไม่สามารถยับยั้งการาเ็ล้มตายทั้งหมดได้ ถ้าหากต้องเสียสมาชิกหลักไปหนึ่งคนเพียงเพราะาาหน้ากากปีศาจที่าเ็นี่ มันย่อมไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน!”
“อาจ้าว อาจ้าว! ได้ยินผมไหม?”
ปัง——!
ฝาท่อระบายน้ำถูกกระแทกจนลอยขึ้นไปบนฟ้าราวกับลูกปืนใหญ่ จากปากท่อระบายน้ำที่มืดมิด แขนอันน่าขนลุกพลันโผล่ขึ้นมา ตามมาด้วยสัตว์ประหลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าาาหน้ากากปีศาจตัวเดิมหลายเท่าะโออกมาจากท่อ!
จ้าวคงเฉิงพินิจสถานการณ์นี้อย่างใจเย็น ค่อย ๆ วางป้ายประกาศแผ่นสุดท้ายในมือลง กัดปลายนิ้วจนเลือกไหล แล้ววาดเป็เส้นตรงลงบนแผ่นป้ายประกาศ
“เซียงหนาน นายยังจำคำปฏิญาณที่เคยให้ไว้ได้ไหม…”
จ้าวคงเฉิงจ้องมองาาหน้ากากปีศาจตรงหน้า ค่อย ๆ ย่อตัวลง ชำเลืองมองไปยังตึกที่พักอาศัยหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
‘หากรัตติกาลพึงมาเยือน ข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่ง…’
ครั้งนี้เื้ัของฉันไม่มีผู้คนนับหมื่น
แต่ว่า…
เื้ัของฉัน...
มีโลกทั้งใบของเด็กคนนั้น
เขาประสานมือเข้าหากันอย่างฉับพลัน
ม่านแห่งความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นปกคลุมสามเหลี่ยมเล็ก ๆ นี้เอาไว้
“ผนึกต้องห้าม… [น่านฟ้าไร้แดน]!”