(จบ) เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยของพี่ชายทั้งห้า

    บทที่ 35 หากไม่ฟื้น ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย (รีไรต์)

    บทที่ 35 หากไม่ฟื้น ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย (รีไรต์)


    หลังจากกลุ่มของอวี้หย่งไป๋กับน้อง ๆ มาถึง ชาวบ้านใจดีก็รีบแจ้งข่าวให้ตระกูลอวี้ที่กำลังออกตามหาอวี้หย่งจวี๋ คนในบ้านส่วนใหญ่จึงรีบกลับมา 


    ซูโหรวเอ๋อร์ได้ยินว่าเจอตัวลูกชายแล้วก็ตื่นเต้นมาก พยายามลงจากเตียง เดินโซเซไปที่ห้องโถงหลัก นั่งอยู่บนเตียงที่ห้องโถงไม่ไปไหน จับมือของอวี้หย่งจวี๋ที่ยังคงหมดสติอยู่ ร้องไห้ฟูมฟายข้างลูกชาย


    บังเอิญว่าแม่หมอต๋าซีอยู่แถวนั้นพอดี พ่อเฒ่าอวี้จึงเชิญนางมา


    แม่หมอต๋าซีผมหงอกขาว รูปร่างผอมและเตี้ย แต่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง ดวงตาเปล่งประกาย  


    บนศีรษะของนางประดับด้วยเครื่องประดับแปลก ๆ  ว่ากันว่าเป็นมรดกตกทืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนของนาง


    ตอนที่อวี้หย่งไป๋และคนอื่น ๆ รีบกลับมา แม่หมอต๋าซีเพิ่งตรวจชีพจรของอวี้หย่งจวี๋เสร็จ 


    "พวกเจ้าพบเขาที่เชิงเขาหรือ?  คาดว่าตอนที่เด็กกลิ้งตกเขามา หัวน่าจะกระแทก มีเลือดคั่งในสมอง ถ้าไม่มีใครช่วย เขาก็คงจะไม่ฟื้น " แม่หมอต๋าซีคลำทั่วร่างของอวี้หย่งจวี๋  "ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไร  แค่รอยขีดข่วนเล็กน้อย... โชคดียังดีที่พวกเจ้าพบเขาได้ทันเวลา เด็กคนนี้อยู่บนเขาทั้งคืน หากช้ากว่านี้อีกนิดหน่อย เหอะ ๆ "


    แม่หมอต๋าซีหัวเราะอย่างน่าขนลุกสองครั้ง 


    ซูโหรวเอ๋อร์ปิดปาก น้ำตาไหลไม่หยุด


    แม่เฒ่าเว่ยหน้าซีดเผือด "พี่ต๋าซี หลานชายของข้าอาการสาหัสขนาดนี้...ยังพอจะรักษาได้ไหม?" 


    ชาวบ้านร่ำลือกันว่าแม่หมอต๋าซีเป็นคนอารมณ์ร้าย แต่นางกลับทำท่าทีใจดีกับแม่เฒ่าเว่ย นางปรายตามองแม่เฒ่าเว่ยแวบหนึ่ง "วางใจเถอะ ไม่ตายหรอก พวกเจ้าโชคดีแล้วที่หาเจอทันเวลา ข้าเองก็บังเอิญผ่านมาพอดี อีกประเดี๋ยวข้าจะจัดยาให้ กินติดต่อกันไม่กี่วันก็คงฟื้นแล้ว.. .แต่ถ้าช้ากว่านี้อีกสักสองสามชั่วยามละก็ ...คงได้เรื่อง" 


    แม่เฒ่าเว่ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ขาสั่นจนแทบล้มลงไปกองกับพื้น ดีที่หลี่ชุนฮวาเข้ามาช่วยพยุงไว้ทัน 


    แม่เฒ่าเว่ยพนมมือขึ้น พร่ำบอก "ขอบคุณสวรรค์คุ้มครอง ขอบคุณสวรรค์คุ้มครอง" 


    แม่เฒ่าเว่ยคิดอะไรบางอย่างออก น้ำตาคลอหน่วย "ที่จริงแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณหลาน ๆ ของข้า พวกเขาช่วยกันออกตามหาจวี๋เอ๋อร์ในป่านานกว่าครึ่งค่อนวัน" 


    "ย่าครับ" อวี้หย่งไหวรีบพูดขึ้น "ซิ่งซิ่งเป็นคนเจอตั๊กแตนจวี๋เอ๋อร์ที่ทำตกใต้พุ่มไม้ พวกเราเลยคิดว่าเขาน่าจะอยู่แถวนั้นครับ" 


    "ซิ่งซิ่งหรือ?" แม่เฒ่าเว่ยยิ้มทั้งน้ำตา "ย่ารู้แล้วหลานซิ่งซิ่งของเราโชคดีที่สุด เป็นเด็กนำโชคที่สวรรค์ประทานมาให้ตระกูลอวี้ของเรา"


    ซิ่งซิ่งทำท่าทางเขินอาย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาให้แม่เฒ่าเว่ย "ย่า" 


    แม่หมอต๋าซีเหลือบมองซิ่งซิ่งแวบหนึ่ง ทันใดนั้นนางก็ทำสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่กำไลลูกประคำที่ข้อมือของซิ่งซิ่งแล้วอุทานออกมาเบา ๆ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไป ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ 


    แต่สุดท้ายแม่หมอต๋าซีก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นางหยิบขวดเล็กขวดน้อยมากมายที่พกติดตัวมาเป็นประจำ เทผงยาต่าง ๆ ออกมาผสมกัน จากนั้นก็นำไปบดจนละเอียด เสร็จแล้วจึงบรรจุใส่ขวดใบหนึ่ง


    "ต้มน้ำโดยใช่ยาครั้งละสองเฉียน*[1] วันละครั้งก็พอ" แม่หมอต๋าซีสั่ง "พอผงยาในขวดนี้หมด เด็กคนนี้ก็คงจะฟื้น" 


    ทุกคนในครอบครัวพยักหน้ารับ 


    ซูโหรวเอ๋อร์เอ่ยถามทั้งน้ำตา "แล้วถ้าไม่ฟื้นล่ะคะ"


    แม่หมอต๋าซีไม่แม้แต่จะชายตามอง นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ถ้าไม่ฟื้นก็เตรียมจัดงานศพได้เลย"


    ใบหน้าของซูโหรวเอ๋อร์ซีดเผือดในทันที!


    แม่เฒ่าเว่ยก็หน้าซีดเผือดเช่นกัน เอ่ยเรียกเสียงสั่น "พี่ต๋าซี!"


    แม่หมอต๋าซีเริ่มมีน้ำโห "พอได้แล้ว ข้าทนเห็นหล่อนเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายแบบนั้นไม่ได้! ...เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ผงยานี้คาดว่าคงใช้ไม่หมด เด็กคนนี้ก็คงจะฟื้น ถ้าถึงตอนนั้นยังไม่ฟื้น เจ้าก็ไปตามหาข้าที่หมู่บ้านก็แล้วกัน"


    ซูโหรวเอ๋อร์ไม่กล้าร้องไห้เสียงดังอีก ได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้จนเอ่อคลอ


    แม่เฒ่าเว่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก "พี่ต๋าซี พี่ทำข้าตกใจแทบแย่ ... ครั้งนี้พี่เดินทางมาลำบาก ค่ารักษาเท่าไหร่หรือ"


    แม่หมอต๋าซีหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า "ถึงแม้พวกเราจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ยาของข้าล้วนเป็นของดีทั้งนั้น ค่ารักษาจะขาดแม้แต่อีแปะเดียวก็ไม่ได้ อีกอย่างยาเป็นของช่วยชีวิต ถ้าให้เงินน้อยไป จะเป็นการทำลายโชคชะตาของลูกหลานเจ้านะ!"


    แม่เฒ่าเว่ยพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้องแล้ว"


    แม่หมอต๋าซีชี้นิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "หนึ่งตำลึงเงิน"


    หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งเกือบจะร้องออกมา


    เท่าไหร่นะ?!


    หนึ่งตำลึงเงิน?!


    แต่แม่เฒ่าเว่ยกลับพูดอย่างไม่ลังเลว่า "ได้ พี่รอครู่หนึ่งนะ เดี๋ยวข้าไปเอาเงินมา"


    ไม่นาน แม่เฒ่าเว่ยก็ไปหยิบห่อเล็ก ๆ ที่ห่อไว้อย่างแน่นหนาออกมาจากใต้หีบในห้องด้านใน


    แม่เฒ่าเว่ยค่อย ๆ แกะออกทีละชั้น ข้างในมีเพียงเงินแท่งอยู่ก้อนหนึ่งกับเหรียญทองแดงอีกไม่กี่เหรียญ


    แม่เฒ่าเว่ยส่งแท่งเงินก้อนนั้นให้แม่หมอต๋าซี แม่หมอต๋าซีรับมาแล้วกัดดูทันที พยักหน้าพลางพูดว่า "หนึ่งตำลึงเงินพอดีเลย ดีล่ะ ข้าขอตัวก่อน"


    หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งมองตามแม่หมอต๋าซีที่ถือเงินแท่งออกไปนอกประตู


    ซูโหรวเอ๋อร์มองจนนิ่งงันไป


    ในห่อผ้าของแม่เฒ่าเว่ย เหลือเพียงเหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญเท่านั้น


    ถึงกระนั้น แม่เฒ่าเว่ยก็ยอมจ่ายหนึ่งตำลังเงินโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย...


    ในใจของซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกบอกไม่ถูกอย่างประหลาด


    ...


    หลานชายคนเล็กถูกพบตัวแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ฟื้น แต่ฟังจากน้ำเสียงของแม่หมอต๋าซีแล้ว เขาน่าจะฟื้นขึ้นมาอย่างแน่นอน


    ทุกคนจึงพากันออกจากห้องโถง เหลือเพียงซูโหรวเอ๋อร์ที่อยู่เป็นเพื่อนอวี้หย่งจวี๋


    ตอนแรกที่หลานชายคนเล็กอยู่ในอันตราย หลี่ชุนฮวากับไป๋เสี่ยวเฟิ่งไม่ได้คิดอะไรกับการที่ต้องจ่ายเงินค่ารักษา แต่ตอนนี้พอออกจากห้องโถงแล้ว พอนึกถึงคำพูดของแม่หมอต๋าซีที่มั่นใจว่าเด็กชายจะต้องไม่เป็นไร พอใจเย็นลงแล้ว พวกนางก็นึกถึงค่ายานั้น ในใจของพี่สะใภ้ทั้งสองรู้สึกไม่ค่อยดีนัก


    ถ้าไม่ใช่เพราะซูโหรวเอ๋อร์เอาแต่ใจ ไม่ยอมกลับจากบ้านเดิม หลานชายคนเล็กคงไม่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้


    หากอวี้หย่งจวี๋ไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พวกเขาก็คงไม่ต้องเสียเงินไปหนึ่งตำลึงเงินไปเปล่า ๆ!


    นั่นมันเงินตั้งหนึ่งตำลึงเงินเชียวนะ!


    พี่สะใภ้ทั้งสองรู้สึกปวดใจและทรมานใจ


    โดยเฉพาะไป๋เสี่ยวเฟิ่ง ยังลดเสียงลงพูดกับหลี่ชุนฮวาว่า "พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ใช่ข้าจะพูดอะไรหรอกนะ แต่เหมือนน้องชายคนเล็กของเรากับอวี้หย่งไหวต่างก็กำลังจะขอแต่งงานกับคนอื่น เงินหนึ่งตำลึงเงินนี้สามารถทำอะไรได้ตั้งมากมาย... เฮ้อ ข้าไม่ได้หมายความว่าเสียดายที่ต้องใช้เงินรักษาจวี๋เอ๋อร์หรอกนะ แต่ก็แค่คิดว่า ถ้าตอนนั้นน้องสะใภ้สามของเราไม่ก่อเรื่อง เงินนี้ก็คงประหยัดไว้ได้จริงไหม?"


    คำพูดของไป๋เสี่ยวเฟิ่งตรงใจหลี่ชุนฮวามาก


    หลี่ชุนฮวายิ่งรู้สึกแย่ขึ้นไปอีก สุดท้ายได้แต่พูดเสียงอู้อี้ว่า "ช่างเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว จะไม่ช่วยชีวิตจวี๋เอ๋อร์ก็คงไม่ได้"


    เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้แหละ


    พี่สะใภ้ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างก็ถอนหายใจ


    ...


    พอถึงตอนเย็น อวี้ซานเป้าที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยความยากลำบากก็กลับมาแล้ว


    เขาใช้เวลาครึ่งค่อนวัน วานคนให้ช่วยสืบหาข่าวในเมือง ได้ความเพียงเด็กที่ตรงกับคำบรรยายของเขาคนหนึ่งวิ่งออกจากเมืองไปเมื่อวาน 


    อวี้ซานเป้าแทบจะเป็นบ้า


    โชคดีที่มีชาวบ้านมาแจ้งข่าวในเมือง บอกว่าเจอตัวลูกชายแล้ว เขาจึงรีบร้อนกลับไป


    เจ้าตัวน้อยยังไม่ตื่น อวี้ซานเป้านั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง มองลูกชายที่ไม่ได้สติอยู่นาน ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

     


    [1] เฉียน คือหน่วยน้ำหนักจีนโบราณ 1 เฉียน = 5 กรัม


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยของพี่ชายทั้งห้า ที่คุณอ่าน