เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

    ตอนที่ 28 โฉมหน้าของกับดัก

    ตอนที่ 28 โฉมหน้าของกับดัก

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ พ่อบ้านเฟรดที่หลังจากรู้สึกตัวครั้งสุดท้ายก็เป็นตอนที่สหายที่รู้จักกันของเขาหักหลังและเหล่าเรื่องราวออกมาตอนนี้ตื่นมาอย่างสะลึมสะลือแต่ก็ยังไม่เรี้ยวแรงพอที่จะขยับตัวได้และได้ยินเสียงพูดคุยกันเป็นพัก ๆพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนจะโดนโยนใส่รถและพาไปยังที่ไหนสักแห่งจากนั้นก็สลบไปอีกครั้ง

            ...

            พ่อบ้านเฟรดรู้สึกตัวครั้งต่อมาก็ตอนที่รถหยุดนิ่งลงแล้วเขาได้ยินทหารพูดคุยกันอยู่ไม่ไกล

            “เอาผู้หญิงไปให้พวกแม่บ้านจัดการแต่งตัวแล้วไปไว้ในห้องนอน”

            “เอ๊ะ ตาแก่นี่ยังมีแรงลืมตาอีก แต่คงขยับตัวไม่ได้สินะเอามันไปขังคุกใต้คฤหาสน์ก่อนก็แล้วกัน เห็นว่าเป็นนักล่าน่าจะยังมีประโยชน์อยู่”

            ...

            “นายหญิงหนีไป!!!” พ่อบ้านเฟรดฟื้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างเต็มตัวแม้จะรู้สึกมึนหัวแบบสุด ๆ อยู่บ้างก็ตามแต่อาการอัมพาตก็หายไปแล้ว เพราะฤทธิ์ยาสัมผัสศพได้หมดลงแล้วถึงอย่างนั้นอาการข้างเคียงจากยาอย่างอาการอ่อนเพลียคล้ายคนอดอาหารมานานนับสัปดาห์ก็ยังมีผลอยู่บ้าง

            “คุกใต้ดิน!”พ่อบ้านเฟรดพึมพำออกมาหลังสะบัดหัวไปมาสองสามครั้งเพื่อไล่อาการมึนหัวออกไปเขาเงยหน้ากวาดสายตามองรอบตัว นอกจากโดนขังในหลังลูกกรงเหล็กแล้วตัวของพ่อบ้านเฟรดยังโดนจับใส่กุญแจมือทั้งแขนขาติดอยู่กับผนังในห้องขังจนจะขยับตัวก็ยังทำให้ยาก

            ‘ต้องไปช่วยนายหญิง...ต้องไปช่วยนายหญิง’พ่อบ้านเฟรดกล่าวในใจอยู่อย่างนั้นด้วยความโกรธแค้นและเป็นห่วงนายหญิงชายชราพยายามออกแรงกระชากโซ่ที่ล่ามตัวเองไปมาอยู่เสียงดังไม่หยุด แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีวี่แววว่าโซ่จะหลุดออก

            ‘โซ่เหล็กกล้า...บัดซบตาเฒ่าอย่างข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนายหญิงข้าสัญญากับนายท่านแล้ว’ พ่อบ้านเฟรดกัดฟันแน่นก่อนจะออกแรงที่ข้อมือขวาที่เหี่ยวย่นของตนและค่อย ๆ ดึงข้อมือขวาออกจากกุญแจมือเหล็กโดยไม่สนใจว่ากุญแจมือเหล็กนั้นจะบาดข้อมือตัวเองหรือไม่

            กุญแจเหล็กหยาบ ๆที่ล่ามข้อมือของพ่อบ้านเฟรดบาดเข้าข้อมือจนเกิดแผลเลือดไหลแต่นั่นก็ให้ทำข้อมือและกุญแจมือลื่นมากขึ้นสีหน้าของชายชราเจ็บปวดทุกครั้งที่เลือดหยดลงพื้นแต่เขาก็ไม่ยอมหยุด จนกระทั่งสามารถดึงมือออกจากกุญแจมือฝั่งขวาได้

            มือขวาที่หลุดออกมาชุ่มไปด้วยเลือด บาดแผลและรอยช้ำพ่อบ้านเฟรดหยุดมือพักหายใจอย่างเหนื่อยล้าจากการกลั้นใจดึงเมื่อครู่ก่อนจะเริ่มทำแบบเดียวกันกับมือข้างซ้ายโดยใช้เลือดจากมือก่อนหน้าทาไปที่ข้อมืออีกข้างหนึ่งจากนั้นก็อาศัยแรงและน้ำหนักตัวดึงมือให้ออกจากกุญแจข้อมือที่ล่ามมือซ้ายออก

            หลังจากผ่านไปสักครู่ภายในห้องขังก็มีเสียงหล่นดังตุบตัวของพ่อบ้านเฟรดหล่นลงพื้นพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่ข้อมือทั้งสองข้างเขานอนหอบหายใจที่พื้นสูดเอากลิ่นฟางและความอับชื้นจากพื้นห้องขังเข้าไปเต็มปอด แต่กลิ่นแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรสำหรับนักล่าแบบเขา

            พ่อบ้านเฟรดพยุงตัวนั่งอย่างอ่อนแรงโดยที่เลือดทั้งสองข้อมือยังไหลอยู่เขาไม่สนใจโว่ทั้งสองที่ล่ามขาของตนเองแต่กลับเอื้อมมือไปที่รองเท้าจากนั้นก็ถอดรองเท้าเดินของตัวเองออกมาแงะเอาพื้นรองเท้าที่ตรอกด้วยตะปูออกมา ซึ่งภายใต้พื้นรองเท้าหน้า ๆกลับมีช่องเล็ก ๆ ที่ใส่ขวดแก้วซึ่งมีของเหลวสีแดงอยู่ครึ่งขวด

            เป็นโพชั่นที่เจียน่าเคยเอามาให้พ่อบ้านเฟรดเมื่อครั้งที่เขาบาดเจ็บตอนนั้นในครั้งนั้นพ่อบ้านเฟรดลองดื่มไปครึ่งขวดซึ่งทำให้เขารู้ว่านี่คือยาวิเศษที่รักษาอาการบาดเจ็บได้ด้วยความที่เป็นนักล่าผู้มากประสบการณ์พ่อบ้านเฟรดรู้ถึงความสำคัญของยาวิเศษดีเขาจึงซ่อนที่เหลือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

            พ่อบ้านเฟรดคว้าขวดโพชั่นที่เหลืออยู่ครึ่งขึ้นมาด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดมือของเขาสั่นไม่หยุดขณะพยายามเปิดฝาขวด ก่อนจะดื่มลงไปทั้งในคราวเดียว

            ทันทีที่ดื่มโพชั่นชีวิตลงไปบาดแผลที่ข้อมือทั้งสองก็รักษาตัวเอง พ่อบ้านเฟรดรู้สึกคันยุบยับเป็นผลจากที่บาดแผลกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว

            พ่อบ้านเฟรดไม่คิดจะเสียเวลา เขาลุกขึ้นมา ก่อนจะลองขยับประตูห้องขังดูแต่เหมือนมันจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา พ่อบ้านเฟรดคิดจะให้กำลังพังออกไป

            แต่ในตอนนั้นเองอยู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นที่ประตูทางเข้าคุกใต้ดิน

            พ่อบ้านเฟรดไม่มีทางเลือก รีบทิ้งตัวลงนอนและแกล้งสลบในทันที

            ...

            ภายในห้องที่หรูหราที่ด้านซ้ายเป็นหน้าต่างกระจกสวยงามประดับด้วยผ้าม่านราคาแพงที่ถูกดึงเก็บไว้สองมุมของห้องแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกกระทบเข้ากับเตียงนอนสี่เสาสไตล์ยุโรปที่ดูหรูหราเป็นอย่างยิ่งแต่บนเตียงนอนนั้นกลับปรากฏร่างของหญิงสาวไม่ได้สติคนหนึ่ง

            เส้นผมสีน้ำตาลยาวสยายไปกับที่หมอน ใบหน้ารูปไข่มีแก้มอวบอิ่มเล็กน้อยจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีแดงคล้ายกรีบดอกกุหลาบยิ่งทำให้เธอนั้นงดงามและน่าหลงใหลเข้าไปอีก

            ในตอนนั้นเปลือกที่ปิดอยู่ก็สั่นไหวเบา ๆ ก่อนจะเปิดขึ้นออกมาในฉันพลัน

            “อ๊า...!” แนเดรียที่พึ่งได้สติลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าแตกตื่นตกใจก่อนจะก้มมองตัวเองที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดผ้าไหมบาง ๆ จนแทบจะมองทะลุผ่านได้ แถมแขนขาทั้ง4 ของเธอนั้นก็ถูกมัดติดกับเตียงอีกตั้งหาก

            สีหน้าของแอนเดรียไม่สู้ดีนัก เธอพยายามนึกย้อนไปว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากรู้ตัวว่าโดนวางยาเธอก็สลบไปในเสี้ยววินาทีต่อมาทั้งที่ได้ยินเสียงบอกให้หนีของพ่อบ้านเฟรด

            ที่จริงแล้วในระหว่างนั้นเธอเหมือนกับสะลึมสะลืออยู่ตลอดจนแทบจะจำอะไรไม่ได้แต่ก็พอจำได้ราง ๆ เหมือนกัน หลังจากพาตัวมาก็โดนจับเปลี่ยนชุดและพามาที่เตียงนอน

            เมื่อเธอเริ่มจำได้บ้างแล้วก็เข้าใจสถานการณ์ได้ไม่ยากเธอตกลงมาสู่กับดักที่วางไว้เพื่อรอเธอโดยเฉพาะ

            แอนเดรียมองไปรอบ ๆ เธอไม่เห็นพ่อบ้านเฟรดอยู่ที่นี่

            ‘พ่อบ้านเฟรดคงถูกจับไปที่อื่น’

            ‘ต้องไปจากที่นี่’

            แอนเดรียตั้งสติและเริ่มหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่ แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดคุยมาจากหน้าประตูดังขึ้นมา

            “นางถูกเตรียมไว้แล้วใช่ไหม”

            “ครับนายน้อย”

            “ดีมากพวกเจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว คืนนี้อย่าให้ใครขึ้นมาชั้นสองเป็นอันขาด”

            “ครับนายน้อย”

            หลังสิ้นเสียงพูดคุยก็มีเสียงฝีเท้าเดินมาใกล้ ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาแอนเดรียไม่ได้แกล้งสลบ เธอรู้ว่าสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้จะโดนอะไรบ้างแต่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้เช่นกัน

            “ฟื้นแล้วอย่างนั้นเหรอดีเหมือนกัน ฉันไม่ชอบหญิงสาวที่นอนเป็นศพ”คนที่เดินเข้ามาถามแอนเดรียด้วยรอยยิ้ม

            แอนเดรียจ้องมองไปที่ชายคนนั้นอย่างเย็นชา

            ขายที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นอายุราว ๆ 20-22 ปีเห็นจะได้ใบหน้าหล่อแต่แฝงรอยยิ้มและสายตาที่น่าขยะแขยงจนแอนเดรียเองก็ยังรู้สึกรังเกียจ

            “แกเป็นใคร? ต้องการอะไรจากฉัน?” แอนเดรียถามออกไป เพราะเธอต้องรู้ว่าใครที่เธอกำลังเผชิญอยู่

            “โอ้ ฉันชอบสายตาเย็นชาของเจ้าจัง ขอเดินไปดูใกล้ ๆ หน่อยนะ”ชายคนนั้นปิดประตูและล็อกอย่างแน่นหนาก่อนจะเดินเข้ามายืนจ้องแอนเดรียที่นอนอยู่บนเตียง ชายคนนั้นมองดูเธอราวกับสินค้าชั้นดีที่ตนพึ่งได้มาก่อนจะนั่งลงข้างเตียง ค่อย ๆ ใช้มือจับไปที่ขาของเธอ ก่อนจะลูบเบา ๆไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ผ่านต้นขา หน้าท้อง ผ่านกลางหน้าอกที่ปกปิดด้วยผ้าไหมบาง ๆเท่านั้น

            ก่อนจะคว้าจับเข้าที่คางหญิงสาว

            แอนเดรียจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาอาฆาตแค้นเธอพยายามดิ้นไปมาแต่ก็ไม่อาจจะหลุดจากโซ่ที่ล่ามอยู่ได้ การตอบสนองของแอนเดรียกับทำให้ชายหนุ่มตื่นเต้นเข้าไปอีก

            “แอนเดรีย...นายหญิงของบารอนแกริคสินะ สมแล้วกับความงามที่ร่ำลือกันไม่ว่าจะใบหน้า รูปร่าง หรือกลิ่น”ชายหนุ่มก้มหน้ามาสูดดมเส้นผมที่สยายขอแอนเดรียจากนั้นก็ใช้นิ้วสัมผัสริมฝีปากของเธอ

            แต่ในตอนนั้นเองแอนเดรียฉวยโอกาสกัดไปที่นิ้วของชายหนุ่มอย่างแรงจนทำให้มันต้องร้องเสียงหลงออกมากระโดดถอยไปจากเตียง พร้อมทั้งแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา

            “บัดซบสารเลวกล้ากัดมาลก้าผู้นี้อย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปก่อนจะตบหน้าของแอนเดรียอย่างรุนแรงจนมุมปากของเธอมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

            “มาลก้า? แกคือบุตชายของบารอนแมสันแกจะต้องชดใช้...” แอนเดรียกัดฟันพูดด้วยความเกลียดชังแต่มาลก้าก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยความดูถูก

            “ฮ่า ๆ ชดใช้ เธอจะทำอะไรได้ ให้บารอนแกริคฟื้นมาจากความตายมาสังหารฉันอย่างนั้นเหรอ อาณาจักรเวียเรเดียไม่มีอยู่อีกต่อไปดังนั้นชนชั้นสูงทั้งหมดก็มีแต่ชื่อเท่านั้น ส่วนไรแลนด์ แกริคบารอนแห่งตระกูลแกริคก็สิ้นชื่อเป็นศพซอมบี้ไปแล้ว แล้วคิดจะให้ใครมาจัดการฉันได้”

            “โอ้ หรือเธอคิดว่าแหวนที่เจอและเรื่องเล่านั้นเป็นเพียงเรื่องแต่ง จะบอกอะไรให้นะ”มาลก้าก้มหน้าลงมาแนบชิดหูของแอนเดรียก่อนจะกระซิบบอกเธอ “เรื่องที่ใช้หรอกเธอมาติดกับดักนั้นเป็นของจริงและฉันนี่แหละที่เป็นคนสังหารซอมบี้บารอนแกริค ก่อนจะเอาแหวนออกจากนิ้วของมันมา”

            แอนเดรียได้ฝังก็ยิ่งเหมือนมีเข็มนับหมื่นแทงเข้ามาที่หัวใจ เธอพยายามทำใจให้คิดว่าคำพูดของนักล่าตาบอดนั่นเป้นเพียงคำลวงแต่ยิ่งเห็นแหวนวงนั้นและคำพูดของมาลก้าก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำเธอเข้าไปอีก

            ดวงตาของหญิงสาวแดงก่ำ น้ำตาของแอนเดรียไหลออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้

            “เสียใจอย่างนั้นเหรอ เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันคนนี้มีประสบการณ์ดูแลหญิงสาวชนชั้นสูงของอาณาจักรเวียเรเดียมาสองคนแล้วเธอจะเป็นคนที่สามรับรองว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน”มาลก้ายิ้มออกมาก่อนจะลุกขึ้นและเริ่มถอดเสื้อนอกและกำลังจะก้มลงไปหาริมฝีปากของหญิงสาว

            แอนเดรียก็พยายามดินไปมาเผื่อขัดขืน

            แต่ในจังหวะนั้นเองอยู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะแก็ก ๆ ที่หน้าต่างอย่างต่อเนื่อง

            “บัดซบ”มาลก้าเงยหน้าหันกลับไปมองก็เห็นอีกกาสีดำที่มีดวงตาราวกับน้ำหมึกกำลังจิกกระจกหน้าต่างอย่างต่อเนื่องราวกับมันต้องการจะทำให้กระจกแตกออกเป็นรู

            มาลก้าพยายามทำเป็นไม่สนใจมัน แต่ยิ่งเขาพยายามจะจูบแอนเดรียอีกาดำก็ยิ่งจิกหน้าต่างแรงเท่านั้นมาลก้ารู้สึกอารมณ์เสียอย่างมากที่อยู่ ๆ ก็มีนกประหลาดมาจิกกระจก

            “ไปซะ!” มาลก้าปาเสื้อที่พึ่งถอดออกไปใส่หน้าต่าง ทำให้อีกาดำบินหายไปมาลก้าคิดว่ามันบินหนีไปแล้วจึงหันมาสนใจเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่

            เขาไม่สนใจจะจูบแอนเดรียอีก แต่ใช้มือคว้าจับไปที่ต้นขาของเธอและดึงชุดผ้าไหมบางๆ ออก

            แต่แล้วในจังหวะเดียวกันนั้นอีกาดำตัวเดิมก็บินพุ่งกระแทกใส่กระจกอย่างรุนแรงจนกระจกแตกละเอียดส่งเสียงดัง ซึ่งทำเอามาลก้าเบิกตากว้างมองอย่างตกใจ

            แอนเดรียหันหน้าไปมองอีกาดำที่เหมือนจะพยายามช่วยเธอ

            “ไปตายซะ!” มาลก้าหัวร้อนสุด ๆเขากำลังได้ริ้มรสสาวงามชนชั้นสูงที่นอนรอเขาอยู่บนเตียงแต่กลับต้องมาเจอนกสมองนิ่มมาลก้าลุกขึ้นยืนก่อนจะยกเท้าและคิดจะกระทืบไปที่อีกาดำที่ดิ้นอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยกระจก

            ปัง!