EP 2
ห้ อ ง แ ค น ที น พ นั ก ง า น ในเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง ยังคงมีพนักงานกะเช้า ที่เพิ่งเคลียร์งานของตัวเองเสร็จมานั่งรับประทานอาหารกันอย่างประปราย
เมนูมื้อเที่ยงวันนี้ คือข้าวมันไก่
ปีกุนได้น้ำซุปร้อนๆที่เพิ่งถูกยกขึ้นจากเตาด้วยความกรุณาของป้ากุ๊ก ที่ช่วยอุ่นให้อีกรอบรับประทานคู่กับพริกเขียว ต้นหอมอ่อนกรุบกริบ กับแตงกวาสไลซ์ ขนาดพอดีคำเพียงเท่านี้ มื้อเที่ยงที่ปีกุนโหยหามาตั้งนาน ก็กลายเป็ของขวัญอันล้ำค่าพอจะชดเชยกับศักดิ์ศรีความเป็ลูกช่าง ที่เพิ่งสูญเสียไปได้ทันที
เมล็ดข้าวสีขาวหม่นมันวาวพร้อมไก่ต้มสุกราดซอสเต้าเจี้ยว ผสมขิงปั่นสูตรป้ากุ๊ก ปริมาณพูนช้อนถูกเธอตักเสิร์ฟเข้าปากของตัวเองอย่างเนิบช้า
หญิงสาวค่อยๆ พริ้มตาลงอย่างแสนสุขปล่อยให้เมล็ดข้าวและชิ้นไก่ถูกบดเคี้ยวอย่างละเมียดละไม รากผักชีและขิงแก่ที่ถูกผสมอยู่ในซอสเต้าเจี้ยว อวลกลิ่นอยู่ในกระพุ้งแก้ม
อืมม์... ช่างเป็มื้อเที่ยงที่ดีงามอะไรเช่นนี้...
ปีกุนคิดกับตัวเองขณะเคี้ยวหมดไปได้เพียงแค่หนึ่งคำ และกำลังจะเอื้อมตักซุปหอมกรุ่นควันร้อนๆขึ้นจากถ้วย หากแต่กลับต้องชะงักมือด้วยเสียงเรียกอันแหบแห้งที่ดังมาจากด้านหลัง
“ลูกหมู!” ลุงยามหอบแฮ่กๆวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา “กินข้าวอยู่นี่เองวอ.หาช่างไม่มีใครตอบสักคน มีเื่ให้ช่วย”
"อีกแล้วเหรอ!"หญิงสาวพ่นลมหายใจยาวเหยียด “คราวนี้เื่อะไรอีกล่ะ”
“จับแมว”
“ห๊ะ? จับแมว!”
ลุงยามพยักหน้า
"ใช่... ลูกแมวมันปีนขึ้นไปเดินเล่นอยู่บนกิ่งต้นมะเดื่อริมระเบียงห้องแขก ส่งเสียงแง้วๆ ดังรบกวนมาั้แ่เช้าแล้วแขกโวยวายจะขอเช็คเอาท์ แล้วจะไม่ยอมจ่ายค่าห้องด้วย ...นี่แม่บ้านก็ช่วยกันจับแล้ว แต่จับไม่สำเร็จ วอ.ตามนายอูคนสวนนายอูก็ไม่ตอบวอ.เหมือนกัน สงสัยปีนขึ้นไปเกี่ยวลูกมะพร้าวอยู่บนยอดนี่ลุงก็เลยโดนพนักงานที่หน้าฟร้อนท์ใช้ให้มาตามช่างให้ช่วยปีนขึ้นไปจับให้หน่อย"
"มันก็แค่แมวไหมไม่ใช่งูเขียวหางไหม้สักหน่อย ช่างมันไม่ได้เหรอ?" เธอพูดพร้อมๆ กับมือที่ตักข้าวมันไก่ใส่ปากอีกคำเน้นชิ้นที่เนื้อแน่นๆหนังหนาๆ เลยรอบนี้
ลุงยามทำหน้าเศร้า “ช่างมันไม่ได้ ... แขกบอกว่ารำคาญเสียงมันจะเช็คเอาท์ถ้าไม่เอามันออกไปให้พ้นๆ ... ลูกหมูช่วยไปจับลงมาให้หน่อยเถอะ"
"เดี๋ยวพอแมวมันเดินเล่นจนเบื่อมันก็กลับลงมาเองละน่า ลุงอย่าห่วงเลย"
ลุงยามส่ายหน้า ดวงตาแห้งกร้านโรยล้ามีแววว่าจะร้องไห้
"รอจนแมวมันเบื่อแล้วลงมาเองไม่ได้หรอกลูกหมู แขกบอกไม่ยอม ขู่จะเช็คเอาท์ไม่จ่ายค่าห้อง ต้องรีบจับลงมาให้ได้ตอนนี้ ช่วยทีนะ"
เห้อะ! ที่นี่พองานอะไรๆที่หาแผนกไหนช่วยทำไม่ได้ ก็เอามาโยนลงที่แผนกช่าง.... เธอบ่นอยู่ในใจขณะสบสายตาเหนื่อยล้าของลุงยาม
“ส่วนลุงเองก็ไม่ว่างเลย” ลุงยามรีบออกตัวทันที
“จ้า... ลูกหมูรู้" เธอย่นหน้า
เธอล่ะเชื่อเลย!จะมีที่ไหนแร้นแค้นขาดแคลนพนักงานได้เท่าที่นีอีกไหมฮึ?
รปภ.มีกันอยู่แค่กะละสองนายเฝ้าประตูหน้าคอยแลกบัตรคนนึง อีกคนอยู่ประตูหลังทางเข้าออกของพนักงานกับรอรถเทศบาลมาเก็บขยะ
ส่วนคนสวน ที่นี่ก็มีอยู่เพียงคนเดียวเป็แรงงานต่างด้าว สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวัน พี่แกก็ทำงานล่อไปซะทั้งเจ็ดวันไม่เคยลาพักร้อน ลากิจ ลาป่วย
ขณะที่แผนกช่าง มีกันทั้งหมดห้าคน แต่ก็แข่งกันหยุดงานซะจริง ... หยุดอย่างกับจะเอาโล่รางวัล ทั้งลากิจ ลาป่วยลากลับบ้านต่างจังหวัด
ปีกุนตัดใจจากมื้อเที่ยงที่กำลังอร่อยชำเลืองมองหาป้ากุ๊ก
ป้ากุ๊กเดินเก็บเช็ดทำความสะอาดหน้าเตาอยู่หลังครัวหันมาถาม
"งานเข้าอีกแล้วละสิลูกหมู?”
ปีกุนพยักหน้าตาละห้อย
“ฝากจานนี้ไว้แป๊บนะป้า เดี๋ยวกลับมากินต่อ”
“เออๆ ไปเหอะเดี๋ยวป้าเก็บจานนี้ของเราเอาไว้ให้ . . . อย่าลืมกลับมากินล่ะ"
"ขอบคุณจ้ะป้า” เธอบอก รวบช้อน แล้วลุกขึ้น พร้อมกับบ่นไปตลอดทาง …
" จับ งู ก็ ช่าง ตี รัง แตน ก็ ช่าง นี่ จับ แมว ก็ ช่าง ... เ ฮ้ อ ! "
ถึงปากบ่นปาวๆ แต่เ้าตัวก็เดินกลับมาถึงแผนกช่างจนได้
เหลียวมองทั่วออฟฟิศไม่เจอใคร ทั้งๆที่เวลานี้พี่หยัด ช่างกะบ่ายต้องมาเข้าเวรแล้วสิ
เดินอ้อมโต๊ะพี่เอ๋ ไปเปิดอ่านสมุด Log-book งานช่าง
กวาดสายตาลวกๆ งาน Workorder ล่าสุดที่ถูกเรียกใช้ คือ ซ่อมชักโครกห้องน้ำล็อบบี้ ระบุเวลาเริ่มออกไปดำเนินการ 14:35 น. . .. ก็เมื่อครู่นี้เองนะสิ?
ดังนั้น เดาได้เลยว่า พี่หยัดยังซ่อมไม่เสร็จเพราะส้วมที่นี่เก่าเท่ากับส้วมยุคหลังาโลก น่าจะต้องใช้เวลาซ่อมยาวนาน
พี่เขียวไม่อยู่ส่งข้อความไลน์ส่วนตัวมาบอกเธอว่า ขอโดดงานสักชั่วโมง ไปดูถ่ายทอดสดวัวชนนัดสำคัญเดิมพันไว้เยอะ ปีกุนรับปากว่าจะไม่บอกใคร แต่ถึงไม่บอกบรรดาเพื่อนๆ ทีมช่างต่างก็ทราบดี เท่าๆ กับที่พี่เขียวเองก็รู้อยู่แก่ใจ
พี่ทำเนียบ เข้ากะดึก ส่วนพี่เอ๋หัวหน้าช่างลากลับบ้านต่างจังหวัด สรุปคือเหลือเธอเพียงคนเดียวสำหรับภารกิจจับแมวลงจากต้นมะเดื่อ
เวรจริงๆ เลยใช่ไหมล่ะ?! ทำงานอยู่แผนกช่าง ถูกใช้ขับรถรับลูกเ้านายบ้างล่ะ จับแมวบ้างล่ะ อีกหน่อยคงถูกเรียกไปช่วยทำสวนแทนนายอูแรงงานต่างด้าวที่อยู่มาไม่เคยลากลับบ้านเกิดภูมิลำเนาเลยสักครั้ง
บันไดสแตนเลส รุ่นสไลด์ความสูงได้สามเมตร ถูกแบกทุลักทุเลออกจากโรงเก็บด้านหลังห้องสโตร์ ปีกุนยกมันขึ้นใส่ท้ายรถบั๊กกี้สองตอน ที่ต่อกะบะท้ายเอาไว้เพื่องานแผนกช่างโดยเฉพาะ
เอาเหอะวะ! จับตุ๊กแก จับงูเขียวจับลูกค้าเมาอาละวาด ยังเคยจับมาแล้วเลย นี่แค่จับแมว งานง่ายกว่านี้ไม่มีอีกละ
รถบั๊กกี้บรรทุกบันไดถูกจอดเทียบกับริมทางเดินหน้าตึก A
ต้นมะเดื่อที่ลุงยามพูดถึงคือต้นไม้เก่าแก่ต้นเดียวที่เหลืออยู่นับจากต้นตะเคียนที่ถูกลมพายุพัดจนหักโค่นเหลือแต่ตอเมื่อฤดูฝนที่ผ่านมา
ปีกุนลงมาอุ้มบันไดออกจากท้ายรถแบกขึ้นพิงกับไหล่ขวา แค่บันไดสแตนเลส ถือด้วยแรงเพียงมือเดียวก็ยังไหว
จากรถที่จอดอยู่เดินมาถึงต้นมะเดื่อที่มีเสียงแมวเ้าปัญหากำลังส่งเสียงร้องแง้วๆบอกทิศทางอยู่เบื้องบน
ไม่ชักช้าปีกุนจับบันไดสไลด์พาดเฉียงกับต้นมะเดื่อ ก่อนจะพาร่างโปร่งบางที่น้ำหนักตัวไม่ถึงห้าสิบกิโลของตนเองไต่ขึ้นบันไดสไลด์อย่างคล่องแคล่วว่องไว
"แง้ว...แง้ว..."กู้ภัยเฉพาะกิจเลียนเสียงแม่แมว ขณะค่อยๆ ตะกายร่างขึ้นไปเกาะกิ่งมะเดื่อ
ลูกแมวหน้าตาน่าเอ็นดูจ้องมองเธอกลับมาตาแป๋ว เนื้อตัวสั่นเทา
"ไม่ต้องกลัวนะ...มานี่มา"มือเรียวยาวยื่นออกไป ลุ้นแทบขาดใจตอนที่เ้าลูกแมวจดๆ จ้องๆ ที่มือของเธอ
"มาสิจ้ะ แง้วๆ ... มาเร้วเด็กดีมาหาพี่คนสวยนี่มา"
"แง้ว..." ลูกแมวส่งเสียงตอบขณะมองมือเธอ ทำหน้าลังเล
"แง้ววววว"คราวนี้ปีกุนลากเสียงให้นุ่มนวลและทอดยาว "แง้ว...แง้วๆ"
ในที่สุดเสียงเลียนแบบแม่แมวของเธอ ก็ได้ผลบางทีเสียงเธออาจเริ่มคล้ายเสียงแม่แมวหรือไม่ก็เป็เพราะกลิ่นไก่ที่อวลตลบออกมาจากลมปากของเธอ เ้าลูกแมวน้อยยอมเดินไต่ลงมาบนฝ่ามือที่เธอส่งไป
"แง้ว..."เ้าลูกแมวทำตาแป๋วใส่เธอ
ทันทีที่ได้ลูกแมวมาเธอก็รีบกอดมันไว้แนบกับอก มันคงกำลังใเสียขวัญถึงได้ส่งเสียงร้องแง้วและตัวสั่นเทิ้มตลอดเวลา
"ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะเดี๋ยวจะพาไปหาแม่" เธอบอก ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะรับรู้ด้วยการขานแง้วรับคำเธอลำคอน้อยๆ แหงนขึ้นเอียงๆ เหมือนเด็กน้อยที่คอไม่ค่อยแข็งแรง เพื่อมองหน้าเธอสัญญาณแห่งมิตรภาพบังเกิดขึ้นทันที ผ่านดวงตากลมแป๋วชนิดที่บรรดาทาสแมวเห็นแล้วต้องใจละลาย
ปีกุนยิ้มตอบผ่านสายตาเป็มิตรและด้วยความรู้สึกเอมอิ่มล้นพ้นใจ ที่สามารถปฏิบัติภารกิจนี้ได้สำเร็จทำให้เธอลืมหิวข้าวมันไก่ที่ยังกินค้างไว้ไปเสียสนิท
จากกิ่งก้านอวบหนาของต้นมะเดื่อเ้าของร่างบางที่ใบหน้าโชกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราวไต่กลับลงบันไดอย่างคล่องแคล่วว่องไว
หญิงสาวรวบเก็บบันได และถือไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนมืออีกข้าง อุ้มลูกแมวน้อยไว้แแ่ ราวกับว่าเธอนี่แหละ เป็เ้าของของมัน
อาการรีบร้อนเดินกลับไปที่รถของเธอทำให้ไม่ทันเหลียวหลังขึ้นมามองว่า ยังมีสายตาคู่หนึ่งของชายร่างสูงซึ่งยืนตรงระเบียงกระจกห้องพัก มองเธออยู่นานแล้ว
เอรายกมือขึ้นกอดอกขณะหรี่มองตามหญิงสาวที่ในมือพะรุงพะรังไปด้วยบันไดสแตนเลสขนาดใหญ่กับลูกแมวที่กำลังก้าวไวๆไปจนถึงรถ ซึ่งเป็บั๊กกี้แบบเปิดโล่ง ไม่มีประตูปิดเธอพาดบันไดเก็บใส่ท้ายรถอย่างชำนิชำนาญ
คิ้วเข้มดกของชายหนุ่มขมวดขึ้นเล็กน้อยตอนที่เห็นหญิงสาวยัดลูกแมวใส่ลงกระเป๋าหนาท้อง ชุดเอี๊ยมหมีซึ่งมีลักษณะคล้ายชุดช่างประปาก่อนจะใช้มือทั้งสองรวบผมหางม้ายาวกระเซอะกระเซิงตลบขึ้น และม้วนวนจนเป็มวยสูง
มวยผมสีดำขลับนั้น สอดรับกับลำคอขาวยาวระหงภายใต้ใบหน้าแบบไทยๆ ของเธอ ส่งผลให้เอราเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งอันที่จริง อย่าให้ต้องพูดตรงๆเลยว่า เอราเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวนานกว่าสิบห้านาทีแล้วนับั้แ่ตอนที่หญิงสาวเอาบันไดพาดต้นไม้ เพื่อไต่ขึ้นมาคุยกับลูกแมวคุยกันเป็วรรคเป็เวร ดูรู้ความ อย่างกับว่าทั้งคนและแมวต่างเคยเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้อง ในสำนักเดียวกัน
ปี กุ น พ ร้ อ ม ลู ก แ ม ว ในอ้อมกอดเดินกลับเข้าออฟฟิศ หลังจากจอดรถและวางพักบันไดไว้หลังโรงจอดอย่างลวกๆเพื่อรีบเข้ามาเอาน้องแมวเก็บในที่ปลอดภัย แต่ต้องผงะให้กับใบหน้าดำคล้ำของพี่ประหยัดซึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนเบาะนวมเก่าผุหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ส่งรายงานประจำวัน
ตายล่ะหว่า. . . ปีกุนรีบซ่อนอาการหน้าตื่น
นี่พี่หยัด . . . เพฌชฆาตมือหนึ่งของแผนกช่าง เธอรีบซุกลูกแมวกลับลงกระเป๋าหน้าท้อง
นึกถึงวีรกรรมของพี่หยัดแล้ว หัวใจเธอเสียววาบพี่แกเคยจับงูเหลือมริมระเบียงห้องแขกได้ เมื่อต้นเดือนก่อนแทนที่จะปล่อยมันคืนสู่ป่า ดันเอากลับบ้านไปทำงูเหลือมคั่วกลิ้งแถมแพ็คใส่กล่องเรี่ยมเร้เรไรเอามาฝากเพื่อนๆ ในออฟฟิศ ปีกุนแทบผงะหงายหลังตึง
จิ้งจก ตุ๊กแก แม้ตะกวดก็ไม่เว้นพี่แกห้ำหั่นจนมันไม่าเ็สาหัสก็ตายโหงโก้งขวิด...ศัพท์เฉพาะการที่พี่เขียวชอบบ่นแขวะวีรกรรมอำมหิตของพี่หยัด
แล้วก็เมื่อวานสดๆ ร้อนๆพี่หยัดจับหมาแม่ลูกอ่อนได้หลังล้อบบี้ เอามันใส่ปี๊บไปปล่อยวัด !!!
ปีกุนสุดจะหาทางช่วย ทำไงได้ที่นี่มันรีสอร์ทห้าดาวไม่ใช่สถานรับเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน
ขณะที่พี่หยัดกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานประจำวันปีกุนก็เลยพยายามเดินอ้อมหลังเก้าอี้พี่แก เพื่อจะหลบเข้าห้องสโตร์กะจะหาลังกระดาษเล็กๆ ซ่อนน้องแมวเอาไว้ก่อน
ร่างบางที่เกือบถอดจิตทำตัวโปร่งแสงได้ของปีกุนกำลังจะรอดพ้นเส้นทางสายตาของพี่หยัดได้อยู่แล้วเชียว
แต่ดั๊น! น้องแมวน้อยเ้ากรรมคงหิวจัดเลยส่งเสียงร้องแง้วขึ้นแหลมปรี้ด
ปีกุนสะดุ้งวาบเหลียวมองพบหน้าเข้มคล้ำของพี่หยัด ส่งยิ้มสบตาพี่แกแบบปริบๆ
"ม่ายต้องหย็อบ!"พี่หยัดตำหนิเสียงดุ มือยังคงรัวแป้นพิมพ์รายงานประจำวัน แต่สายตาชำเลืองมองเธอ
"ไปเอาแมวแค่ไหนมาแล้วหราว!ไหนเอามาให้แลทิ?"
ปีกุนยิ้มแหยๆ ล้วงลูกแมวขึ้นมาหน้าเจื่อน
"หมูจับมันลงมาจากต้นไม้ข้างห้องแขกวีไอพีตะกี้พี่หยัดอย่าเอามันไปปล่อยวัดเลยนะจ๊ะ ดูสิ มันยังเด็กอยู่เลยปล่อยไปคงอดตายแน่ๆ"
มือเล็กของเธอลูบลงบนหัวกลมๆ ของเ้าแมวน้อยเพื่อโชว์ความไร้เดียงสาของมันให้พี่หยัดพิจารณาซึ่งเ้าแมวน้อยก็ช่างแสดงความน่าสงสารได้อย่างสมบทบาท ด้วยการแหงนคอมองแววตาละห้อยปากน้อยๆ ส่งเสียงร้องแง้ว แง้ว
พี่หยัดละมือจากรายงานประจำวันเสียงเข้มขึงขังตามสไตล์คนปักษ์ใต้ถามเธอกลับมาอีก
"ไม่ให้เอาไปหลง แล้วใครจะเอาไปรักษา?"
ปีกุนหน้าม่อย ...แมวมันไม่ได้เจ็บป่วยอะไรคำว่า 'รักษา' ในรูปประโยคของพี่หยัดคือถามว่าแล้วใครจะเป็คนดูแล
"เดี๋ยวหมูช่วยเลี้ยงให้พลางๆรอจนมันโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ พี่หยัดค่อยเอาไปปล่อย ได้มั๊ย นะพี่หยัดนะ"เธอส่งสายตาวิงวอนซึ่งเ้าลูกแมวก็เหมือนจะช่วยวิงวอนอีกแรงด้วยการส่งเสียงร้องแง้วๆ ตาโตกลมแป๋ว
"แล้วจะเอาไปไว้แค่ไหนนั่น?"
คนถูกถามยิ้มกว้าง "ที่หอพักจ้ะ" เธอตอบกระตือรือร้น "ป้าละเมียดใจดี คงยอมให้เลี้ยงได้อยู่แล้ว"
เพราะป้าละเมียด คนเฝ้าหอพักพนักงานมักจะใจดีเสมอกับใครก็ตามที่ยอมจ่ายใต้โต๊ะให้ป้าแก เพื่อเป็ค่าปิดปากสำหรับคนที่ฝืนกฎของหอพักเื่สัตว์เลี้ยง ซึ่งทุกคนต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองให้อยู่แต่ในห้องปราศจากเสียงรบกวนและการขับถ่ายเรี่ยราดให้เพื่อนพนักงานคนอื่นเอาไปฟ้องหัวหน้าฝ่ายบุคคลเท่านั้นก็เป็อันพอ
"เออๆ ตามใจ อยากทำไอ้ไหรก็ทำแต่ระวังหิดนะ พี่เอ๋ กะม่ายโหย่ หามีใครคอยคุ้มกะลาหัวเราไม่นะ "พี่หยัดตักเตือน แววตาคาดโทษ
ปีกุนผงกคอรับคำ "จ้ะ หมูจะดูแลมันให้ดีๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครแน่นอน"ก่อนที่รอยยิ้มบานแฉ่งจะแผ่กว้าง เมื่อพี่หยัดลุกจากเก้าอี้เดินไปก้มหยิบกล่องกระดาษA4ว่างเปล่าที่ปกติจะเก็บเอาไว้ใส่กระดาษรียูส ส่งมาให้เธอ
"เอามันไว้ในนี่ก่อนแล้วกันหาน้ำหาข้าวให้มันด้วย จะได้เลิกร้องแง้วๆ เสียงฉาวหูน่ารำคาญ"
ปีกุนรีบรับกล่องเปล่ามาจากพี่หยัดด้วยความดีใจ
เธอค่อยๆ หย่อนลูกแมวลงกล่องใบน้อย
มะเดื่อคือชื่อชั่วคราวที่ปีกุนใช้เรียกลูกแมว
มันดูจะชอบชื่อนี้หรือไม่มันก็ชอบนมสดแสนอร่อย ที่ได้รับความอนุเคราะห์มาจากป้ากุ๊กมันจึงได้เลียจนหมดชาม ก่อนจะหลับตาพริ้ม นอนพุงกลมแปล้สบายตัว อยู่ในลังกระดาษ A4 อย่างผาสุก
ส่วนปีกุนก็กลับมานั่งซ่อมสายแพทีวีต่อด้วยหัวใจที่เป็สุขเช่นกัน
ดูเหมือนสัญชาตญาณความเป็แม่แมวจะกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในความรู้สึกเธอ
.................