เขตทิ้งคำพูดที่น่าสงสัยนั้นเอาไว้ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก ทิ้งให้เขมจิราต้องตั้งคำถามกับคำพูดของเขาซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งวัน
เธอตัดสินใจว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องคุยกับเรวัชให้ได้ หลังจากที่เขตเดินจากไปแล้ว เขมจิราเห็นว่าที่หน้าประตูนั้นมีกล้องวงจรปิดอยู่ และนั่นคงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขตยืนอยู่ที่บันไดเท่านั้น
เขาจงใจกลั่นแกล้งเธอ
และหากเรวัชได้ดูกล้องวงจรปิดในวันนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายคงต้องกลับมาที่คฤหาสน์เป็นแน่ คืนนี้เธอจึงตั้งใจจะรอเขาก่อน
เขมจิรานั่งรออยู่จนดึกดื่น ไฟภายในห้องโถงมืดสนิท ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามา เมื่อประตูถูกเปิดออกกลับเห็นเรวัชในสภาพที่พร้อมจะหลับได้ตลอดเวลา
เสื้อสูทและเนกไทถูกถอดออกทิ้งไปตามทางอย่างไม่ไยดี สีหน้าที่หมองคล้ำแสดงออกถึงความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน
“คุณมานั่งทำอะไรตรงนี้” เรวัชเอ่ยถาม ขณะที่กำลังจะเดินผ่านห้องโถง สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่คุ้นเคย
“ก็มารอคุยกับคุณน่ะสิ”
เรวัชถึงกับต้องกลอกตามองบน แสดงออกถึงความเบื่อหน่าย “จะพูดถึงเรื่องที่คุณแอบพยายามเข้ามาที่ห้องนอนของผมงั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้จะพยายามเข้าไปที่นอนของคุณสักหน่อย ที่นั่นมีห้องเดียวเองต่างหาก”
เขาพูดราวกับว่าเธอพยายามจะปีนขึ้นนอนบนเตียงของเขาอย่างนั้นแหละ
“อ้าวเหรอ ก็เห็นเดินวนเวียนหลายครั้ง นึกว่าอยากนอนบนเตียงของผม”
“ทำไมฉันต้องอยากนอนบนเตียงของคุณด้วย”
เขายักไหล่ นึกย้อนไปถึงบทสนทนาเมื่อตอนบ่ายก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง “ใครจะไปรู้ บางทีคุณอาจจะอยากสนิทกับผมเหมือนที่สนิทกับเมฆาบ้างก็ได้”
“วันนี้คุณไปเจอเมฆามาเหรอ” เขมจิราสงสัย
“เขามาหาผมเองต่างหาก ตั้งแต่ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ก็ดูจะมั่นใจขึ้นเยอะเลยนี่ เห็นทีคงไม่อยากเป็นแค่ประธานชั่วคราวหรอกมั้ง”
“อย่าพูดถึงเมฆาแบบนั้น”
“ทำไม หรือว่าคุณเองก็มีใจให้เขาเหมือนกัน” เรวัชเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิด แทบจะตัวติดกัน
“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ อีกอย่างก็อย่าดึงเมฆาเข้ามาเกี่ยวจะได้ไหม” เธอผลักเขาออก แต่กลับถูกชายคนนี้จับข้อมือไว้แน่น
“แค่พูดถึงนิดหน่อยไม่ได้เลยนะ ทำไมถึงดูห่วงยิ่งกว่าสามีที่ตายไปอีกล่ะ” เขากระซิบข้างหู
“หยุดได้แล้ว มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เขมจิราดิ้นหลุดจากการควบคุมของอีกฝ่าย “นี่คุณเป็นอะไรของคุณ”
ได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ เขาก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา ก่อนจะถามย้ำ “แน่ใจนะ”
“คุณอยากรู้ไปทำไม มันเกี่ยว-”
“แค่ตอบมาก็พอแล้ว” เขาเร่งรัด
“ไม่มี มันไม่อะไรทั้งนั้นนั่นแหละ”
เขมจิราเห็นท่าทางโล่งใจของอีกฝ่ายก็เริ่มรู้สึกตงิดใจขึ้นมา
“แล้วคุณมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ นี่กำลังรอผมอยู่งั้นเหรอ” เรวัชถาม
“ใช่ ฉันกำลังรอคุณอยู่” เธอเริ่มตรงเข้าประเด็น “ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร”
“เรื่องที่คุณจะแก้แค้นตระกูลเทวราช ในตอนแรกทำไมคุณถึงต้องการตัวของต้นน้ำด้วย คุณแก้แค้นเองไม่ได้เหรอ”
“ถ้าผมตอบแล้วผมจะได้อะไร”
“ไม่ได้อะไรทั้งนั้น”
“งั้นผมก็ไม่ตอบ” เขากำลังจะเดินหนี
“เดี๋ยวสิ!” เขมจิรารีบรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ “แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะ”
ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา ราวกับว่ารอมานาน
“นอนกับผมสิ”
“อะไรนะ”
“นอน-กับ-ผม” เขาพูดย้ำช้าๆ ชัดๆ อีกครั้ง
“ไม่มีทาง” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“งั้นผมก็ไม่มีทางตอบคำถามนั้นเหมือนกัน เรื่องนี้ถือว่าเจ๊ากันไปนะ”
“หยุดก่อน!” เธอรั้งเขาไว้อีกครั้ง ทำใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามออกไป “ทะ ที่บอกว่านอนนี่คือยังไง”
เรวัชเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ เขาเดินกลับเข้ามาหาเธออีกครั้ง ยืนใบหน้าเข้ามาประชิดคนตัวเล็ก ยิ่งเห็นเธอมีท่าทางอึกอักก็ยิ่งได้ใจ
“มันก็อธิบายในตัวชัดแล้วนะ คุณยังต้องถามผมอีกเหรอ”
“เอ๊ะ” เขมจิราชะงัก
“นอนก็คือนอนไง นี่คุณแอบคิดเรื่องอื่นอยู่หรือเปล่า” เขาแกล้งหยอก
“ไม่! ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นสักหน่อย นอนก็คือนอนสิ” เธอรีบตอบคำถามของเขาอย่างเร็ว “งั้นก็ไปนอนกันสักทีเถอะ จะได้รีบตอบคำถามนั้น”
“พูดแบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก แล้วเชิดหน้าไปที่บันได “งั้นก็เดินตามผมมาเลย”
เขมจิราเดินตามเรวัชมาเรื่อยๆ และทันใดนั้นเขาก็โพล่งขึ้นมา
“ที่ผมอยากรับต้นน้ำมาเลี้ยงก็เพราะว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเทวราชน่ะสิ แม่ของเขาตายไปพร้อมกับสามีคุณนะ”
“คุณคิดจะใช้ต้นน้ำเป็นเครื่องมืองั้นเหรอ”
“เปล่าสักหน่อย แต่ถ้าเขาต้องการแบบนั้นผมก็จะสนับสนุนเต็มที่”
เขมจิรานึกว่าอีกฝ่ายจะจงใจรับเลี้ยงต้นน้ำเพื่อแก้แค้นจริงๆ เสียอีก หากว่าเรวัชไม่ได้บังคับอีกฝ่าย แล้วทำไมสองชีวิตที่ผ่านมาต้นน้ำต้องทำแบบนั้นด้วย?
“แล้วทำไมคุณถึงไม่แก้แค้นเองตั้งแต่แรกล่ะ จะลากเด็กคนนั้นมาเกี่ยวด้วยทำไม”
เขาหยุดเดินที่ชานพักบันได แล้วหันมาถามเธอ “ใครบอกว่าผมจะไม่แก้แค้นเอง”
‘ก็สองชีวิตก่อนหน้านี้ คุณไม่ได้ทำแบบนั้นนี่!’ เขมจิราได้แต่นึกในใจ ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ
“แปลว่าคุณจะไม่ใช้ต้นน้ำแก้แค้นแล้วใช่ไหม”
“ใช่ ผมจะไม่ลากเด็กคนนั้นเข้ามาเกี่ยวด้วยแล้ว พอใจหรือยัง”
เขมจิราถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ประโยคเมื่อครู่ถือเป็นคำสัญญาของทั้งสองคน
ตอนนี้เธอเข้าใจคำพูดของเขตแล้วว่าทำไมเธอถึงทำให้เรื่องยุ่งวุ่นวายมากขึ้น นั่นคงจะเป็นเพราะเธอโผล่เข้ามาดูแลต้นน้ำเสียเอง ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแผนใหม่
เขมจิราเข้าใจแบบนั้น แต่ความจริงที่เธอจะได้รับรู้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่างต่างกันมากโข
“แล้ว-” เธอจะถามต่อ แต่กลับถูกพูดแทรกเสียก่อน
“หมดคำถามแล้ว”
“ไม่จริงสักหน่อย ฉันยังมีคำถามอีกตั้งเยอะ”
“แต่ก่อนหน้านี้คุณพูดมาแค่สองคำถามนี้นี่ ถ้าอยากถามมากกว่านี้ก็รอครั้งต่อไปแล้วกัน” พูดจบเรวัชก็เลือกที่จะนอนลงบนชานพักบันไดอย่างหมดแรง ไม่รอให้เขมจิราได้ถาม “ตอนนี้คุณก็ควรทำตามสัญญาบ้างเหมือนกัน”
“คุณเมาเหรอ” เธอสับสน ลองเข้าไปเขย่าตัวของคนที่นอนอยู่ เมื่อลองดมดูก็ไม่ได้กลิ่นของมึนเมา “คุณบ้าหรือไงมานอนตรงนี้”
นี่คือชานพักบันได...
“คุณลองมาเป็นผมที่ไม่ได้นอนมาเกือบสองวันดูสิ ตอนนี้ที่ไหนก็นอนได้เหมือนกันนั่นแหละ” เรวัชเอ่ย ขณะที่ดวงตาปิดไปแล้ว
“ถึงอย่างนั้นก็ควรขึ้นไปนอนที่ด้านบน” เธอแย้ง
“ผมไม่ใช่ผู้ดีอย่างพวกคุณ เหนื่อยตรงไหนก็แค่นอนตรงนั้น อีกอย่างที่ตรงนี้ก็นอนได้สบายมาก ถ้าคุณไม่ต้องการ ก็แค่เดินกลับเข้าไปในห้องนอนของคุณก็พอแล้ว ส่วนสัญญาอะไรนั่นก็ลืมมันไป”
เรวัชที่หลับตาอยู่เริ่มพูดไปเรื่อย ไม่มีสติ แต่กลับได้ยินเสียงยุกยิกข้างตัว ก่อนจะรู้สึกถึงอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ
เขาลืมตาหันไปมอง “ทำอะไรของคุณ”
“ก็นอนข้างๆ คุณไง สัญญาของพวกเราเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ” เธอตอบ ก่อนจะหลับตาลง “ฉันไม่ใช่คนชอบผิดสัญญาหรอกนะ“
ดวงตาสีดำเบิกกว้าง จ้องมองเขมจิราด้วยความคาดไม่ถึง และเห็นว่าเธอเอาเสื้อสูทของเขาที่ทิ้งเรี่ยราดไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมาทำเป็นผ้าห่มเรียบร้อยแล้ว
เขาตกใจมาก ถึงมากที่สุด
“สมัยเด็กฉันต้องฝึกเล่นเปียโนทั้งวัน จนแทบจะกินนอนอยู่ที่เปียโนตัวนั้นด้วยซ้ำ”
แววตาสีดำทมิฬคู่นั้นจ้องมองไปยังร่างเล็กที่อยู่ข้างๆ อย่างไม่วางตา ทั้งลมหายใจและร่างกายกลับเกร็งขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ราวกับว่าเขาได้สูญเสียการควบคุมไปแล้ว
“เลิกจ้องฉันได้แล้ว คุณง่วงมากไม่ใช่เหรอ” เธอพูดแม้จะหลับตาอยู่ก็ตาม “ฉันเองก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็อยากรู้ว่านอนตรงนี้มันทำให้หายเหนื่อยมากกว่าเดินไปนอนข้างบนตรงไหน”
คำพูดของเธอไม่ได้สื่อถึงใจเขาแม้แต่น้อย ชายคนนั้นยังคงเผลอจ้องมองเธอไม่หยุด ท่าทางผ่อนคลายบนใบหน้าและลมหายใจที่สม่ำเสมอเป็นเครื่องย้ำเตือนชั้นดีว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
“แปลกคนจริงๆ แถมฉันยังต้องมาเหนื่อยกว่าเดิมอีก”
ชายหนุ่มบ่น ขณะที่กำลังอุ้มร่างของเขมจิราขึ้นไปยังบนเตียงห้องนอนชั้นสาม
หลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย คนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทเหมือนเดิม ใบหน้าบางส่วนโผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา จนเขาอดไม่ได้ ต้องยื่นมือหนาลูบศีรษะของเธอไปมา ขณะที่มุมปากนั้นยกขึ้นไม่หุบ
“ข้างทางผมก็นอนมาแล้ว แค่ชานพักบันไดมันจะสักเท่าไหร่กันเชียว”
เขาเอ่ยพร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างเธอ พลางมองใบหน้าสวยของเขมจิราไปด้วย ไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อย