เจียงมั่วเลิกสนใจเขาแล้วก้มหน้าก้มตาลอกกระดาษข้อสอบในมือต่อ
เพียงแค่่เช้าวันเดียว เื่ที่เจียงมั่วส่งของกินให้ฉีอิ้นหรานแล้วฉีอิ้นหรานไม่ปฏิเสธ ก็แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนอวี้เต๋อ พวกผู้หญิงจำนวนไม่น้อยพากันวิ่งมาที่ห้องแปดเพราะอยากเห็นหน้าค่าตาของเจียงมั่วให้ชัด ๆ แน่นอนว่าส่วนใหญ่มาพร้อมสายตาจับผิดและเป็ศัตรู
ส่วนฉีอิ้นหรานเองก็ถูกรบกวนจนแทบคลั่ง แค่เขาแวบไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว ใต้โต๊ะเรียนก็ถูกยัดจนเต็มไปด้วยของกิน แถมยังเหมือนนัดกันมาไม่มีผิด เพราะทั้งหมดนั่นคือขาหมูพะโล้!
...
ภายในร้านค้าสหกรณ์
เถ้าแก่เห็นพวกเด็กผู้หญิงมาขอซื้อขาหมูพะโล้อีกรอบ เขาก็ลูบหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ พลางบ่นพึมพำในลำคอ "ทำไมมีแต่คนมาซื้อขาหมูพะโล้? ขายดีจนของถึงกับขาดตลาดเลยนะ หรือว่าพวกผู้หญิงโรงเรียนอวี้เต๋อจะนัดกันเปลี่ยนรสนิยมมาชอบกินขาหมูพะโล้พร้อมกันหมดแล้ว?"
ไม่ได้การ คืนนี้เขาต้องสั่งของมาเติมด่วนเลย
...
ภายในห้องเรียนห้องแปด
ฉีอิ้นหรานที่เดินกลับมาเห็นขาหมูพะโล้วางเต็มโต๊ะก็หน้าถอดสีทันที ส่วนเจียงมั่วทำเพียงแค่นั่งพิงพนักเก้าอี้ แม้เธอจะพยายามทำหน้าตายสุดฤทธิ์ แต่ฉีอิ้นหรานกลับรู้สึกว่าเธอกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ในใจเงียบ ๆ
"ใครส่งมา?!" น้ำเสียงของเขาเ็าและดังลั่นห้อง
คนในห้องเรียนหันมองหน้ากันไปมาด้วยความเลิกลั่ก ไม่กล้าตอบสักคน ฉีอิ้นหรานจึงต้องหันไปจ้องเจียงมั่วแทน "เธอพูดมา"
"จะใครซะอีกล่ะ ก็มีแต่พวกเอฟซีของนายนั่นแหละส่งมา"
ฉีอิ้นหรานหน้าบึ้งตึงจนน่ากลัว พอเห็นเจียงมั่วทำท่าทางเหมือนไม่ใช่ธุระของตัวเอง เขาก็กัดฟันกรอด "ทั้งหมดนี้มันฝีมือเธอชัด ๆ !"
ระหว่างที่ทุกคนคิดว่าฉีอิ้นหรานจะต้องะเิอารมณ์ใส่เจียงมั่วแน่ ๆ และพากันรอดูอยู่เงียบ ๆ กลับได้เห็นแค่เขาปัดของบนโต๊ะไปข้าง ๆ จนเจียงมั่วถูกกองขาหมูพะโล้ทับจมหายไปแทน จากนั้นฉีอิ้นหรานก็ยิ้มให้เธอพลางพูดอย่างอารมณ์ดี "ฉันให้เธอหมดนี่เลย ขาหมูช่วยบำรุงผิวพรรณนะ กินเยอะ ๆ ล่ะ"
"ฉีอิ้นหราน นี่นายเป็บ้าหรือไง!" เจียงมั่วหยิบขาหมูพะโล้ที่ตกลงบนหัวพอดีออก แล้วะโใส่ฉีอิ้นหรานอย่างโมโห
ส่วนฉีอิ้นหรานก็ยังคงทำหน้าตาสดใสราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"กินเยอะ ๆ บำรุงร่างกาย" พูดจบเขาก็ยกยิ้มมุมปากจนคนมองรู้สึกเย็นะเืไปถึงแผ่นหลัง
"ไม่ว่าวันหลังใครจะส่งของมาให้ฉัน ฉันรับรองเลยว่ามันจะไปโผล่อยู่บนโต๊ะของเธอแน่นอน เจียงมั่ว"
ประโยคนั้นของเขาทำเอาคนในห้องเรียนพากันอึ้ง
"คุณชายฉีหมายความว่ายังไงกันแน่?"
"แกโง่ป่ะ! คุณชายฉีหมายความว่า ต่อไปไม่ว่าใครจะส่งของให้เขา เขาก็จะเอาไปให้เจียงมั่วหมดเลยไง"
คนข้าง ๆ รีบอุดปากตัวเอง "อ้าว? แล้วถ้าเป็จดหมายรักล่ะ? ของแบบนั้นก็จะส่งให้ด้วยเหรอ? แต่ว่า... ถ้างั้นก็เท่ากับว่าคุณชายฉีส่งจดหมายรักให้เจียงมั่วเองเลยไม่ใช่เหรอ?"
"เออจริงด้วย! แต่พอนึกถึงท่าทางแปลก ๆ ที่คุณชายฉีมีให้เจียงมั่วใน่สองสามวันนี้ มันก็ดูสมเหตุสมผลอยู่นะ?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเซ็งแซ่ แต่ห่าวซือฉีกลับหรี่ตามองดูเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าจะ... ฟังดูมีเหตุผลทีเดียว เธอยกมุมปากยิ้มแล้วส่งข้อความหากู้หลิงเยว่ทันที
[หลิงเยว่ เกิดเื่ใหญ่แล้ว! เมื่อกี้ฉีอิ้นหรานบอกว่า ต่อไปถ้ามีผู้หญิงคนอื่นส่งของให้เขา เขาจะเอาไปให้เจียงมั่วทั้งหมด เธอคิดดูสิว่ามันหมายความว่ายังไง?]
ตอนที่กู้หลิงเยว่เห็นข้อความนี้ นิ้วมือที่กำโทรศัพท์มือถือก็ค่อย ๆ ขาวซีด เธอสูดหายใจเข้าลึกติดกันหลายครั้ง ถึงจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยนิ้วมือที่สั่นเทาได้ และแสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจ [แล้วยังไงล่ะ? ก็แค่เห็นเจียงมั่วเป็ถังขยะเท่านั้นแหละ]
ห่าวซือฉีเห็นข้อความตอบกลับของกู้หลิงเยว่ก็อดที่จะแอบขำไม่ได้ คิดจะหลอกใครเนี่ย? เหตุผลแบบนี้ตัวเธอเองเชื่อลงหรือไงกัน? ห่าวซือฉีไม่รอช้า รีบปั่นประสาทกู้หลิงเยว่ต่อทันที [ฉันก็อยากจะคิดแบบนั้นเหมือนกันนะ แต่ของอย่างอื่นมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเป็จดหมายรักล่ะ?]
หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ห่าวซือฉีก็เก็บโทรศัพท์มือถือทันทีด้วยความรู้สึกสะใจ
ทางด้านกู้หลิงเยว่ เธอกำโทรศัพท์มือถือแน่น จ้องข้อความสุดท้ายที่ห่าวซือฉีส่งมาตาไม่กะพริบ เหอะ จดหมายรักงั้นเหรอ...
กู้หลิงเยว่หลับตาลง นั่งปรับอารมณ์อยู่นานกว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเปิดหน้าแชตของกู้โย่วต่อ [พี่รอง เมื่อไหร่พี่จะถึงบ้านสักทีคะ? ฉันรู้สึกอึดอัดจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว!]
กู้โย่วที่เห็นแชตก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเหมือนเดิม [คืนนี้ก็ถึงแล้ว เป็อะไรไป? เ้าหญิงตัวน้อยของพี่ กู้เหลียนทำให้เธอไม่พอใจอีกแล้วเหรอ? หรือว่าเป็เพราะยัยเด็กคนนั้น?]
ผ่านไปพักใหญ่ กู้หลิงเยว่ถึงตอบกลับ [ฉันรู้สึกว่า... พี่ใหญ่เปลี่ยนไป วันนี้เจียงมั่วมีเื่ชกต่อยที่โรงเรียน ฉันแค่ถามด้วยความเป็ห่วงสองสามคำ พี่ใหญ่ไม่เพียงแต่จะเข้าข้างเธอออกนอกหน้า แต่ยังตำหนิฉันอีก หาว่าฉันยุ่งไม่เข้าเื่]
กู้โย่ว [เกินไปแล้ว! ฉันนึกว่ากู้เหลียนรับ่ดูแลธุรกิจครอบครัวมานานขนาดนี้จะดีขึ้น ที่ไหนได้ ยังหูเบาไร้สติเหมือนเดิม?]
[พี่รองอย่าไปว่าพี่ใหญ่เลยค่ะ เขางานยุ่ง...]
[จะอ้างว่างานยุ่งเพื่อไม่แยกแยะถูกผิดไม่ได้หรอก! เขาก็แค่ไม่อยากเห็นพวกเรามีความสุข ตอนนั้นถ้าเขาไม่ทำลายภาพวาดสีน้ำมันของฉัน ฉันจะพลาดโอกาสดี ๆ ขนาดนั้นไปเหรอ?]
พอเห็นอาการแบบนี้ของกู้โย่ว กู้หลิงเยว่ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที [พี่รอง คืนนี้พี่กลับมาแล้วห้ามพูดถึงเื่ภาพวาดสีน้ำมันอีกนะ แล้วก็อย่าไปว่าเจียงมั่วด้วย ตกลงไหมคะ? ฉันไม่อยากเห็นพี่กับพี่ใหญ่ต้องผิดใจกัน]
หลังจากส่งข้อความนี้ไป โทรศัพท์มือถือก็เงียบสนิท กู้หลิงเยว่ยกยิ้มมุมปาก เธอเริ่มจะตั้งตารอให้ถึงตอนเย็นเร็ว ๆ ไม่ไหวแล้วสิ ไม่รู้ว่าถ้าเจียงมั่วต้องเผชิญหน้ากับความเกลียดชังของกู้โย่ว หล่อนจะมีท่าทางยังไง? จะไม่ยอมรับ หรือว่าจะผิดหวังมากกันแน่?
ที่ห้องแปด ในคาบเรียนสุดท้ายที่เป็คาบอ่านหนังสือด้วยตัวเองเจียงมั่วไม่ได้เข้าเรียน เธอเดินออกไปที่ร้านหนังสือนอกโรงเรียน เพราะตั้งใจจะไปเลือกซื้อหนังสือคู่มือเรียนให้ฮั่วจิ่ง และในตอนนั้นเอง ที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเธอพอดี
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 13]
[กู้โย่ว : -80]
[กู้อวี๋ : -50]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ วันนี้ค่าความประทับใจมีการเปลี่ยนแปลงเกิน 15 แต้ม ได้รับรางวัลเป็ไอเทมภารกิจหนึ่งชิ้น โปรดตรวจสอบด้วยค่ะ]
เจียงมั่วชะงักมือไปครู่หนึ่ง รู้สึกงง ๆ อยู่บ้าง เพราะเธอมั่นใจว่าตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วทำไมกู้โย่วถึงมีค่าความประทับใจต่อเธอต่ำลงไปอีกแล้วล่ะ? สรุปใครเป็คนช่วยส่งแต้มให้เนี่ย? หรือว่าจะเป็กู้หลิงเยว่? เจียงมั่วคิดทบทวนดูแล้วคิดว่ามีความเป็ไปได้สูง คงเป็กู้หลิงเยว่ที่แอบไปฟ้องแถมยังใส่ร้ายป้ายสีเธอแน่นอน
กู้หลิงเยว่เอ๋ยกู้หลิงเยว่ เธอช่างเป็เครื่องผลิตแต้มชั้นยอดที่หาตัวจับยากจริง ๆ !
หญิงสาวจิ้มหน้าจอระบบเพื่อดูไอเทมแต่กลับพบว่าภาพมันมัวจนมองเห็นไม่ชัด เห็นแค่ว่าเป็วัตถุทรงกระบอกยาวสีแดง แล้วนี่มันตัวอะไรกันแน่เนี่ย?
'บอกมาเถอะ คราวนี้ต้องให้กู้เหลียนมีค่าความประทับใจกับฉันถึงเท่าไหร่ ถึงจะปลดล็อกได้?'
น้ำเสียงของระบบฟังดูเนือย ๆ เหมือนคนไม่มีแรงบันดาลใจ [ต้องถึง 30 นะคะ โฮสต์พยายามเข้านะ!]
พอค่าความประทับใจลดลง เจียงมั่วก็รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก เลยอดไม่ได้ที่จะเลือกซื้อชุดข้อสอบคู่มือเรียนเพิ่มให้ฮั่วจิ่งอีกสองสามชุด ผลลัพธ์คือ พอเธอเดินกลับมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ก็เห็นใครบางคนท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ กำลังวิ่งมาทางนี้ เจียงมั่วหรี่ตาลง แล้วแอบอ้อมไปจากด้านข้าง ก่อนจะคว้าคอเสื้อของหมอนั่นไว้ได้ทันควัน
"ฮั่วจิ่ง นี่มันยังไม่เลิกเรียนเลยนะ นายจะวิ่งออกมาข้างนอกทำไม?"
พอฮั่วจิ่งได้ยินเสียงของเจียงมั่ว ตัวเขาก็แข็งทื่อ พยายามดิ้นขัดขืนอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไม่เป็ผล เขาหันมาจ้องเจียงมั่วอย่างฉุนเฉียว "พี่ยังมีหน้ามาถามผมอีกเหรอ? พี่เองก็หนีเรียนออกมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?"
ที่เขาแอบออกมาก่อนก็เพื่อจะหลบหน้าเจียงมั่วแท้ ๆ เขาไม่อยากโดนใครกดหัวให้เรียนหนังสือสักหน่อย มันอึดอัดเกินไป แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจียงมั่วจะมานั่งรอจับเขาอยู่ที่ประตูโรงเรียน พี่สาวคนนี้ชักจะเ้าเล่ห์เกินไปแล้ว! โธ่เอ๊ย!
"พี่ตัดใจซะเถอะ ผมไม่มีวันยอมศิโรราบให้กับอำนาจบาตรใหญ่ของพี่หรอก!"
ฮั่วจิ่งเชิดหน้าหันไปทางอื่น ทำท่าทางเหมือนยอมตายดีกว่ายอมจำนน
เจียงมั่วอดที่จะขำไม่ได้ "นายรู้ไหมว่าอำนาจบาตรใหญ่แปลว่าอะไร? ถึงกล้าเอามาใช้มั่วซั่วแบบนี้?"
พูดแล้วเธอก็ยัดปึกหนังสือคู่มือเรียนในมือใส่มือของฮั่วจิ่ง "ดูสิ ฉันซื้ออะไรมาฝาก?"
ฮั่วจิ่งทำหน้าบูดบึ้ง ปรายตามองปึกหนังสือคู่มือเรียนเ่าั้แวบหนึ่งด้วยความรังเกียจเต็มทน "เอาออกไปเลย ๆ ผมไม่เอาหรอก!"
เจียงมั่วเปิดหน้าหนังสือผ่าน ๆ ในนั้นมีโจทย์บางข้อถูกวงกลมเน้นเอาไว้บ้างแล้ว "ฉันดูให้คร่าว ๆ แล้ว โจทย์ในหนังสือพวกนี้ไม่จำเป็ต้องทำทั้งหมดหรอก นายก็ทำแค่ข้อที่ฉันวงเอาไว้ก็พอ ส่วนคืนนี้... นาย..."
"เจียงมั่ว? ฉันตามหาเธอตั้งนาน ทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?"
เจียงมั่วเหลือบมองอย่างเฉยเมย จนเห็นว่ากู้หลิงเยว่เดินมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "มีอะไรหรือเปล่า?"
กู้หลิงเยว่สะกดกลั้นความดีใจและความคาดหวังในใจ พยายามทำสีหน้าท่าทางให้ดูปกติเหมือนทุกวัน "อืม พี่ใหญ่กลัวว่าตอนเย็นเธอจะไม่ยอมกลับบ้าน เลยกำชับให้ฉันกลับพร้อมกับเธอน่ะ"
เจียงมั่วกวาดสายตามองท่าทางกระตือรือร้นบนใบหน้าของกู้หลิงเยว่แล้วยิ้มออกมา หึ ยัยตัวแสบคนนี้คิดจะก่อเื่ล่ะสิ! ถ้าอย่างนั้น แน่นอนว่าต้องจัดให้สักหน่อยแล้ว!