พวกเราสองคนยืนจับมือกันนิ่งอยู่ข้างประตูทางเข้ามองผู้คนที่เดินเข้าเดินออกจากห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นแต๋วมาสักทีฉันจึงโทรไปตามแต่ทางนั้นบอกว่าเจอเพื่อนขอตัวเดี๋ยวให้พวกเราสองคนตามสบายไม่ต้องห่วงเธอก่อนส่งเสียงหยอกล้อมาตามสาย
“ขอให้มีความสุขนะคะคุณนุช” พอได้ฟังฉันก็รู้ความหมายของสาวทอมคนสนิทแล้ว
“เราไปกันเถอะจ้ะน้องหนิง พี่แต๋วมีธุระ เดี๋ยวเวลาใกล้จะกลับค่อยโทรตามเอา”ฉันจูงมือเธอเดินเข้าประตูไปพลางพูดไปพลางโดยไม่ได้หันไปมองด้านหน้า
“อุ๊ย...พี่นุชระวังค่ะ..”ยังไม่ทันสิ้นเสียงร่างผอมบางก็ดึงแขนฉันอย่างแรง จนผวาไปกอดเธอไว้แน่น แก้มของเราแนบกันโดยไม่รู้ตัวผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองแล้วก็ยิ้มพลันเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงคิดว่าก็เด็กผู้หญิงสองคนกอดกัน...
พอฉันยั้งตัวได้จึงมองหน้าสวยที่เริ่มขึ้นสีระเรื่ออีกครั้งของน้องสาวคนใหม่เธอชี้ไปที่รถเข็นตรงหน้า “ก็พี่ไม่มองทางนี่คะ เกือบไปแล้วชนเข้าไปมีหวังพรุนทั้งตัวแน่เลย ทุเรียนเต็มคันรถแบบนั้น คิกคิก” พอพูดจบเธอก็หัวเราะคิกคักสองมือกอดแขนฉันไว้อย่างลืมตัว
ฉันมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยยิ้มของเธออย่างมีความสุขอือ รู้สึกดีจัง นี่เหรอความรู้สึกของการมีน้องสาว...ไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร...แต่สำหรับฉันนอกจากแม่คนสวยแล้วก็มีน้องสาวคนสวยนี่แหละที่ฉันอยู่ใกล้แล้วมีความสุขมาก
หนิงเดินมองสิ่งของต่างๆตาเป็ประกาย บางอย่างเธอยืนจ้องอยู่นานแล้วก็เดินผ่านไปไม่ยอมซื้ออะไรเลยจนฉันแปลกใจฉันจำได้ว่านอกจากเงินที่ให้เธอไว้ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว แม่ยังโอนให้เธออีก50,000 บาท
“หนิงไม่อยากได้อะไรเลยเหรอจ๊ะ”อดรนทนไม่ได้ฉันจึงเอ่ยถามเธอตรงๆ
สาวสวยนิ่งอึ้งก้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าช้าๆ มองเข้ามาในดวงตาฉันอีกครั้ง “เอ่อ หนู หนู เสียดายตัง ค่ะพี่ อีกอย่างก็ยังไม่จำเป็”เสียงเธอขาดหายเป็ห้วงๆ ราวกับกำลังต่อสู้อะไรอยู่ในใจ
“มานี่มา...” ฉันจับมือเย็นๆ ของเธอไว้พลางจูงเดินเข้าไปในร้านเครื่องดื่มสไตล์วัยรุ่นใกล้ๆ นั้น ก่อนหามุมเงียบ นั่งลงเคียงข้างกัน
“ฟังพี่นะจ๊ะ คนดี เดี๋ยวนี้น้องไม่ได้อยู่คนเดียว ที่ต้องพึ่งพาแต่ตัวเองอีกแล้วนะจ๊ะน้องมีพ่อ มีแม่ ถึงจะไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆแต่ก็มั่นใจได้ว่าท่านรักน้อง...แล้วยังพี่สาวคนสวยคนนี้อีกเื่เงินน่ะไม่ใช่ปัญหาอีกแล้ว ขอแค่น้องมีความสุขก็พอ” ฉันพูดร่ายยาวพลางอมยิ้มเมื่อพูดถึงตัวเอง
หนิงมองหน้าฉันแล้วยิ้มให้อย่างจริงใจดวงตามีหยาดน้ำใสสะท้อนแสงไฟแวววาว ทำให้ฉันอดใจที่จะดึงร่างนั้นเขามากอดไม่ได้ร่างนุ่มนิ่มหอมอ่อนๆ ในวงแขน กระตุ้นจิตใจของฉันให้ปั่นป่วนขึ้นมาอีกแล้วฉันเป็อะไรไปนี่ อยากจูบเธอจัง ฉันดันร่างเธอออกห่างเบาๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปชิดหน้าหวานอย่างเผลอตัว
แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากของฉันจะได้ัักับปากแดงสวยตรงหน้าพลันได้ยินเสียงแหลมๆ สองสามเสียงดังลั่นมา “ เฮ้ย พวกเรา นั่นมันยายนุชคนสวยไม่ใช่เหรอ แอบมานั่งอยู่นี่ได้ไง” เสียงนั้นทำให้ฉันรู้สึกตัวหันไปมองที่มาของเสียงทันที
แทบไม่ทันสิ้นเสียงหญิงสาวในชุดนักเรียนหญิงสามคนก็เดินตรงเข้ามานั่งเบียดฉันอย่างถือวิสาสะทันทีทั้งสามคนนี้เป็เพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกันมาก
“ยายนุชนี่ใครอ่ะน่ารักดีนี่...”หญิงสาวที่ดูแก่นแก้วคนหนึ่งจ้องมองหนิงก่อนเอ่ยถามอย่างล้อเลียนดูแล้วเธอน่าจะเห็นอาการของฉันตอนกำลังพากันเดินเข้ามาในร้านแน่เลย
“ฮืย...นี่น้องสาวฉันชื่อหนิง...เอ่อหนิงจ๊ะ นี่เพื่อนพี่ ที่โรงเรียนน่ะ” ฉันทำหน้ายุ่งยากพลางแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน หนิงยกมือไหว้ทั้งสามคนทันที
ทำเอาสามนักเรียนสาวทำหน้าไม่ถูกเลยก็รุ่นนี้เคยแต่ไหว้คนอื่น “อุ๊ย ไม่ต้องไหว้หรอกจ้า น้อง อายุเราพอๆ กัน”
ทั้งสามสาวพูดคุยทักทายอยู่สักครู่ก็จากไปเพราะมากับครอบครัว หลังจากดื่มเครื่องดื่มที่สั่งมาหมดแล้ว ฉันก็จูงมือน้องสาวเดินย้อนกลับไปร้านที่เธอยืนจ้องนานๆ อีกครั้ง
ในที่สุดเราสองพี่น้องก็หิ้วถุงใส่ของหลากสีสันต์กันเต็มสองมือ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้านฉันเล็งร้านปิ้งย่างซูกิชิไว้แล้ว จึงเดินนำไปทันทีแต่พอเดินผ่านมาถึงบูทวิกตอเรียซิกเครส เห็นชุดนอนที่อยู่บนหุ่นกลางร้านก็ชะงักเท้าทันที ตาเป็ประกาย...ว้าว สวยเซ็กซี่มาก...
“หนิงยังไม่มีชุดนอนนี่ไปเข้าร้านนี้เดี๋ยวพี่ซื้อให้” ฉันดันร่างบางเข้าไปในร้านทันที
“น้อง้ารับอะไรดีคะ ชุดชั้นใน ชุดนอน หรือชุดอื่นมีให้เลือกหลายแบบเลยค่ะ” พนักงานขายสาวสวยรีบปรี่เข้ามาทันที มองจากถุงหลายสีหลากยี่ห้อที่พวกเราหิ้วเข้ามาเธอก็ประเมินได้คร่าวๆ ว่า สองสาวนี่คงใช้เงินไปหลายหมื่นแล้ว...วันนี้เธอน่าจะได้ค่าคอมหลายบาทแน่ๆ
“เอ่อชุดแบบในหุ่นนั่นล่ะคะมีสีอะไรบ้าง”ฉันเอียงหน้าไปที่หุ่นกลางห้อง พลางเปิดปากถามทันที
“อือพี่ แบบนั้นจะโป๊ ไปไหมคะ” หนิงถามเบาๆ อย่างไม่แน่ใจ
“อ้อเรามีเสื้อคลุม ด้วยค่ะ คุณน้อง เวลาออกนอกห้องนอนก็สวมได้สบาย”ไม่ต้องรอให้ฉันเอ่ยปากถามพนักงานขายก็รีบตอบทันที
“อ้อเอาแบบนี้ก็ได้ค่ะ เอาแบบในหุ่น สีชมพูอ่อน สีฟ้าอ่อน อย่างละชุด แล้วพี่ก็เลือกสไตล์เซ็กซี่แบบนั้นอีกอย่างละสองชุด เอาสีโทนฟ้าอ่อน กับชมพูนะคะ พร้อมเสื้อคลุมด้วย อย่างละสิบชุด”ฉันพูดออกไปแบบง่ายๆ ทำเอาพนักงานขายตาค้าง นิ่งอึ้งไปทันที
“เอ่อคุณน้องไม่ได้พูดเล่นใช่ไหมคะ” หญิงสาวคนนั้นถามกลับมาหน้าตาตื่น
“จัดการเลยค่ะพี่”ฉันยิ้มให้ ก่อนล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหา แต๋ว
แต๋วมาถึงฉันก็จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยพอดี “พี่แต๋ว เอาของนี้ไปเก็บที่รถ ให้ก่อนนะคะแล้วขึ้นมากินข้าวกัน นุช รอที่ร้านซูกิชินะคะ”พอออกคำสั่งเสร็จฉันก็จูงมือหนิงเดินออกไปทันที ปล่อยทุกอย่างให้เป็หน้าที่แต๋ว
“ขอบคุณนะคะคุณน้อง วันหลังแวะมาอีก” พนักงานขายสาวกระพุ่มมือไหว้ตามหลังอย่างนอบน้อมต่างจากขามา ที่เธอเพียงยิ้มทักทายเท่านั้น
...
พวกเรากลับมาถึงบ้านเกือบๆสามทุ่ม พ่อกับแม่ขึ้นห้องไปแล้ว ฉันบอกให้แต๋วขนของทั้งหมดไปที่ห้องหนิง “หนิงเข้าห้องไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะตามไปลองชุดกัน”
น้องสาวคนใหม่พยักหน้าเบาๆไม่ได้พูดอะไร แต่ช่วยแต๋วหิ้วถุงต่างๆขึ้นไปที่ห้องนอนของตนเองทันทีจากนั้นแต๋วก็กลับไปที่เรือนด้านหลัง
...
“ก๊อกก๊อก หนิง หนิง”
ฉันเคาะประตูพลางส่งเสียงเรียกเบาๆประตูบานหนาก็เปิดออก ก่อนจะปิดเข้าที่ เมื่อร่างในชุดนอนหวาบหวิวสีฟ้าอ่อนของฉันผลุบหายเข้าไป
“อ้าวหนิงทำไมไม่ใส่ชุดนอนสวยๆล่ะ” เมื่อเห็นร่างบางในชุดเสื้อยืดคอกลมกางเกงขาสั้นผ้านิ่ม ฉันก็เอ่ยถามทันที
“เอ่อว่าจะรอซักก่อนน่ะ ค่ะพี่” เสียงตอบมาอ่อยๆ อย่างเกรงใจ
“เราลองชุดกันก่อนดีไหมจ๊ะถ้าไม่สวยพรุ่งนี้จะได้เอาไปเปลี่ยน” ฉันยิ้มก่อนเปลี่ยนไปพูดเื่ลองชุด
หนิงยืนยิ้มมองฉันนิ่งอยู่เหมือนจะไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีฉากนี้เหมือนจะคุ้นๆ นะใช่แล้วตอนนั้น ที่แม่บอกให้ฉันลองชุด ก็มีบรรยากาศแบบนี้ฉันยิ้มตาเป็ประกาย...
“เอ่อพี่ว่าเริ่มจากชุดชั้นในดีไหมจ๊ะ” พูดพลางฉันก็ล้วงลงไปในถุงหยิบชุดชั้นในบางเบาผ้าน้อยชิ้นหลากสีออกมาเต็มกำมือยื่นส่งไปให้หญิงสาวตรงหน้า แก้มเธอขึ้นริ้วสีชมพูจางๆเอื้อมมือรับไว้ก่อนจะหันกายไปอีกด้านหนึ่ง
“อ้าวจะไปไหนจ๊ะ...”ฉันแกล้งถามเสียงสูงเพราะเดาทางได้แล้ว
“เอ่อไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยมาอย่างแ่เบา
“พี่ว่าเปลี่ยนตรงนี้ก็ได้จ้ะไม่ต้องอายหรอกน่าเราเป็ผู้หญิงเหมือนกัน แล้วอีกอย่างพี่ก็เคยเห็นหมดแล้วนี่”ฉันพูดเสียงขึงขังรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าท่าทางสบายๆแต่ในใจกับตื่นเต้นเกินระงับได้
“เอ่อ...หนู...”เธอยังคงยืนนิ่งลังเล อึกอักขบริมฝีปากแน่น หน้าเริ่มแดงเข้มขึ้น
“เอาแบบนี้แล้วกันพี่ถอดด้วยก็ได้ จะได้เหมือนกัน” ฉันยื่นไม้ตายแบบที่แม่เคยทำ
“โอ๊ะ...”เสียงอุทานอย่างใ เมื่อฉันปลดเสื้อคลุมออก แล้วรูดชุดนอนเดรสสายเดี่ยวบางเบาให้หลุดจากไหล่ลงไปกองที่พื้นก่อนเขี่ยไปข้างๆ
ปล่อยให้แสงไฟที่สว่างจ้าราวกับกลางวันไล้โลมอกอวบขาวผ่องนุ่มลื่นของฉันที่อยู่ใกล้น้องสาวคนสวย จนแน่ใจว่าเธอคงเห็นเส้นเืสีเขียวจางๆใต้ิัได้อย่างชัดเจน
ไม่รอให้หนิงตอบรับหรือปฏิเสธฉันรูดเสื้อยืดคอกลมของเธอออกทางศีรษะอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยกางเกงขาสั้นร่างบางทำท่าขัดขืนเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็ยืนนิ่งให้ฉันถอดเสื้อผ้าออกจากกายได้ตามอำเภอใจ
ร่างสวยเหลือเพียงชุดชั้นในที่ฉันซื้อให้ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลฉันแค่เหลือบตามองแม้ชุดนี้จะดูสวยเซ็กซี่ไม่เบาแต่ฉันยังอยากเห็นชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมามากกว่ามือเรียวของฉันยังเอื้อมไปไม่ทันถึงร่างบางก็หมุนตัวหันหลังให้ทันที
“เอ่อหนู หนู ถอดเอง...ค่ะ” พร้อมเสียงเล็กๆ เอ่ยมาตะกุกตะกักชั่วครู่ชุดชั้นในบนร่างนั้นก็หายไป
แผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าขาวผ่องสะท้อนแสงไฟแวววาวตรงหน้าทำเอาฉันต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ต่ำลงมาเป็เอวบางคอดกิ่วชนิดที่มือผู้ชายหนาๆ กำได้รอบ...อื้อก้อนเนื้ออวบขาวอมชมพูสองก้อนตรงก้น...หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว...
ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆเด็กตัวผอมที่เหม็นมาก เหม็นราวกับคลานออกมาจากกองขยะในวันนั้นจะซ่อนรูปร่างที่สวยงาม เย้ายวนเต็มไปด้วยเสน่ห์ เอาไว้อย่างมิดชิดมาได้นานขนาดนี้...เป็โชคดีของฉันจริงๆ...เอ๋นี่เราเป็อะไรไปนี่...ทำไมถึงรู้สึกหลงใหลร่างกายหญิงสาวได้ขนาดนี้
พอเห็นมือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบชุดชั้นในที่วางกองรวมกันอยู่ฉันก็รีบผวาเข้าไปหยิบส่งให้ทันที พลางจ้องมองแผ่นหลังขาวเนียนนั้นไม่วางตาชั่วอึดใจส่วนบนก็มีสายเส้นบางรัดเอาไว้ฉันเลื่อนสายตาต่ำลงไปแล้วก็ใจหายแวบเมื่อร่างนั้นโน้มกายไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อดึงกางเกงในตัวน้อยขึ้นมาจากเข่าชั่วเสี้ยววินาทีนั้นรอยแยกของแคมเนื้อที่อยู่ใต้ร่องแก้มก้นอวบก็ผ่านแว๊บผ่านสายตาฉันไป...ใจฉันเริ่มสั่นรัว...
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆ อ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า