หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 19

    เมื่อหลงเฟยก้าวเข้ามาภายในห้องรับรองที่ถูกจัดไว้สำหรับรับรองแขกคนสำคัญอย่างองค์ราชา องค์ราชินี และองค์หญิงน้อย บรรยากาศก็เงียบสงบลงทันตา ผิดกับด้านนอกที่มีเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจดังลอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะๆ องค์ราชาฟังเสียงพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น คึกคัก จากประชาชนของพระองค์ที่ดังลอดเข้ามาอย่างมีความสุข ช่วงก่อนหน้านี้บรรยากาศในเมืองค่อนข้างตึงเครียดจากข่าวมอนสเตอร์โจมตีหมู่บ้านต่างๆ ดังนั้นการได้เห็นประชาชนคึกคักแบบนี้ ทำให้พระองค์เบาใจลงได้ไม่น้อย ชุดอาหารในมื้อนี้เป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยวซุปกระดูกในบ้านเรา เพียงแต่เปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเส้นขนมจีน เพื่อลดขั้นตอนการลวกเส้น “มื้อนี้ไม่มีน้ำสีเข้มๆ แบบเมื่อเช้าหรือ” องค์หญิงน้อยกล่าวถามทันทีที่หลงเฟยวางอาหารจนครบแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นสิ่งที่เธอถามถึง“น้ำนั้นเรียกว่า ‘กาแฟ’ พะยะค่ะองค์หญิง สิ่งนั้นเราดื่มกันวันละแก้วก็เพียงพอต่อร่างกายแล้วพะยะค่ะ” หลงเฟยอธิบาย“กาแฟรึ ช่างเป็นน้ำที่ชื่อประหลาดนัก” องค์ราชากล่าว“แต่เราว่าน้ำนั้น รสชาติออกจะขมเกินไปสักหน่อย” องค์ราชินีเสริม“ถูกแล้วพะยะค่ะ กาแฟนั้นมีรสขม แต่ที่เราดื่มมันนั้น เพราะเราต้องการสรรพคุณจากมันที่ช่วยให้เราไม่ง่วงนอน มีกำลังทำงานได้ตลอดวันพะยะค่ะ” หลงเฟยอธิบายให้องค์ราชินีฟังต่อ“อ้อ เช่นนั้นเองหรอกรึ มิน่าล่ะ วันนี้เรายังไม่รู้สึกง่วง หรืออยากงีบยามบ่ายเลย” องค์ราชาเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่หลงเฟยชี้แจง“งั้นพรุ่งนี้อย่าลืมน้ำของเราด้วย!!” เมื่อเห็นพระบิดา พระมารดากล่าวถึงเรื่องน้ำที่เธอไม่ได้ลองดื่มเมื่อเช้ากันอย่างออกรสชาติ องค์หญิงน้อยจึงไม่วายเอ่ยเตือนหลงเฟยอีกครั้ง“ไม่ลืมพะยะค่ะ องค์หญิง” หลงเฟยยืนยัน พลางหันไปยิ้มให้องค์หญิงน้อยอย่างเอ็นดู องค์ราชา และองค์ราชินี มององค์หญิงน้อยที่มีท่าทางร่าเริงขึ้นมาก ต้องแต่ได้ทานอาหารจนอิ่มท้องมาหลายมื้อ แถมยังทีท่าทางอยากอาหารอย่างที่พวกพระองค์ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เกิดความประทับใจในอาหารของหลงเฟยเพิ่มมากขึ้นไม่น้อย “พ่อครัว เจ้ามีนามว่าอะไร” พระองค์ราชาเอ่ยถาม ไม่บ่อยนักที่พระองค์จะทรงใส่ใจประชาชนเป็นรายบุคคลเช่นนี้ เนื่องจากประชาชนของพระองค์มีจำนวนมาก การทำความรู้จักแต่ละคนเป็นการส่วนตัวจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากตามไปด้วย “ทูลองค์ราชา กระหม่อมมีนามว่า หลงเฟย พะยะค่ะ”“เอาล่ะหลงเฟย เราอยากให้เจ้ามาทำอาหารให้กับเรา และองค์หญิง ที่ในวัง เจ้าสามารถเข้าไปได้เมื่อใด” องค์ราชากล่าวจุดประสงค์ หลงเฟยได้ยินดังนั้นก็รีบขุกเข่าลง จนองค์ราชาเองก็แปลกใจในท่าทีของหลงเฟยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าหลงเฟยไม่ดีใจ เขาดีใจมากที่องค์ราชา องค์ราชินี และองค์หญิงน้อยประทับใจอาหารของเขา แต่หากต้องเขาไปทำอาหารในวัง ความฝันที่จะได้เรียนรู้จักผู้คนในโลกนี้ ได้ผจญภัยค้นหาสิ่งที่ปู่ฝากฝังไว้คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น “ขอประทานอภัย ที่กระหม่อมไม่สามารถรับข้อเสนอนี้ได้” หลงเฟยพูด พลางคุกเข่า ก้มหน้าแทบติดพื้น ใจหนึ่งก็กลัวองค์ราชาจะลงโทษ อีกใจหนึ่งก็ยังอยากออกผจญภัยในโลกกว้างอย่างมีความสุขตามคำสั่งเสียของปู่“เพราะเหตุใด” องค์ราชาถามเสียงห้วน รู้สึกไม่พอใจอยู่เล็กน้อยที่มีคนกล้าปฏิเสธพระองค์ สมองหลงเฟยรีบประมวลผลหาคำตอบที่คิดว่า พอจะใช้เป็นเหตุผลให้องค์ราชายอมเข้าใจ และรับฟังได้อย่างรวดเร็ว “ขอบังอาจทูลตามตรง หม่อมฉันคงดีใจมาก หากได้เข้าไปทำอาหารให้พวกพระองค์ทาน หากเป็นเช่นนั้นคนที่จะได้ทานอาหารเหล่านี้ ก็จะมีเพียงแค่พระองค์ทั้ง 3 แต่หากหม่อมฉันยังทำอาหารอยู่ที่นี่ ผู้คนมากมายจะได้ทานอาหารเหล่านี้ด้วย” หลงเฟยอธิบาย พลางลอบสังเกตสีหน้าขององค์ราชา และรีบอธิบายขยายความต่อ“หากต้องการ พระองค์สามารถเสร็จมาทานอาหารที่นี่ หรือสั่งให้คนมานำอาหารไปให้ที่วังได้ แต่ประชาชนไม่สามารถตามเข้าไปทานอาหารเหล่านี้ในวังได้ กระหม่อมได้ยินมาว่าพระองค์ทรงรัก และห่วงใยประชาชนมาก ขอพระองค์ทรงเข้าใจกระหม่อมในเหตุผลนี้ด้วย” “... ที่เจ้ากล่าวมานั้นก็มีเหตุผล เราเจ้าใจแล้ว เจ้าลุกขึ้นเถอะ มาอธิบายอาหารของเจ้าให้เราฟังหน่อย” องค์ราชานิ่งคิดไปสักพัก และเหตุด้วยในเหตุผลของหลงเฟย“ขอบพระทัยพะยะค่ะ” หลงเฟยกล่าวขอบคุณและลุกขึ้นยืน “น้ำซุปนี้ทำจากการต้มกระดูกของมอนสเตอร์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘หมู’ เมื่อนำกระดูกไปต้มน้ำเนื้อที่อยู่ตามกระดูกหมูที่จำให้น้ำซุปหอมและมีรสชาติเข้มข้นมากขึ้น หลังจากนั้นก็ปรุงรสเพิ่มอีกนิดหน่อยพระยะค่ะ” หลงเฟยอธิบายถึงที่มาของน้ำซุปก่อน“ส่วนเส้นสีขาวที่พระองค์เห็น เรียกว่า ‘ขนมจีน’ ทำจากการนำข้าวมาหมัก ก่อนจำทำไปบดและนวดจนได้เป็นตัวแป้ง จากนั้นจึงนำขึ้นรูปเป็นเส้นเช่นนี้พะยะค่ะ” “อืมม เป็นกรรมวิธีการทำอาหารที่แปลกใหม่ยิ่ง เราไม่เคยได้ยินวิธีการทำอาหารเช่นนี้มาก่อนเลย เช่นนั้นเราลองชิมตอนอาหารยังอุ่นๆ อยู่เถิด” องค์ราชินีกล่าวอย่างสนใจวิธีการทำอาหารที่หลงเฟยอธิบาย ก่อนจะชวนสวามีและบุตรสาวทานอาหารตรงหน้า“เช่นนั้น เชิญทั้ง 3 พระองค์ตามสบายนะพะยะค่ะ กระหม่อมขอตัวออกไปช่วยเหลืองานที่ด้านนอกต่อก่อน” หลงเฟยทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกจากห้องรับรอง หลังจากออกมาจากห้องรับรอง หลงเฟยก็กลับไปที่ร้าน ซึ่งตอนนี้ผู้คนบางตาลงไปมากแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้รับอาหารแล้วก็นำกลับไปกินที่บ้าน หรือสถานที่งานของตน เนื่องจากร้านของหลงเฟยมีที่นั่งไม่เพียงพอ อีกทั้งเนื้อที่ร้านยังคับแคบอีกด้วย “เป็นยังไงกันบ้างครับ มานี่มา เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง เชิญคุณไปรับอาหารได้เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ” หลงเฟยกล่าวทักทายทุกคน ก่อนจะหันไปบอกนายทหารที่อาสามาช่วยตักอาหารแทนเขาเมื่อครู่“เหนื่อยนะ แต่ก็สนุกดี” การินตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น โดยมีทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยตาม หลังจากแจกจ่ายอาหารจนหมดแล้ว ทุกคนก็ช่วยกันเก็บกวาดร้าน ล้างอุปกรณ์ และนำไปจัดเก็บเข้าที่ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว หลงเฟยกล่าวขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลืออีกครั้ง พวกลีมูนก็กล่าวลาและแยกย้ายกันไปพักผ่อน