จื่อหลานเดินออกไปตามหาอพาร์ทเม้นท์อยู่ชั่วคราว มีเงินติดตัวอยู่หนึ่งแสนห้าพันหยวนไม่รู้ว่าจะพอไหมที่จ่ายรายเดือนได้บ้าง เสื้อผ้าในช่องร้านสะดวกซื้อมีแค่สองชุด ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน แชมพู สบู่ล้างหน้าเธอซื้อในร้านสะดวกซื้อของโลกนี้ราคาไม่แพงต่างกันกับร้านสะดวกซื้อจาก์ที่ผสมน้ำทิพย์์ กลีบดอกไม้หอมหมื่นลี้และกลิ่นดอกไม้หลายอย่าง เธอนั้นอยากได้มาใช้แต่มันวางขายกระปุกละพันหยวน
"สวัสดีค่ะที่นี่ยังเหลือห้องว่างไหมคะ"
"ยังเหลืออยู่เธอจะพักกี่วันละ"
"เช่ารายเดือนเดือนเท่าไหร่คะ"
"หนึ่งพันหยวนถ้า้าเครื่องปรับอากาศด้วยหนึ่งพันห้าร้อยหยวน" จื่อหลานมองอพาร์ทเม้นท์ที่นี่ดูดีกว่าที่เธออาศัยอยู่กับเพื่อนที่รู้จักในหมู่บ้าน มันเป็ที่ใกล้ศูนย์การค้า ดูปลอดภัยและสะอาดเพราะมียามรักษาความปลอดภัย
"เช่ารายเดือนห้องที่มีเครื่องปรับอากาศค่ะ"
"มีบัตรประชาชน ใบขับขี่ไหม"
"ฉันมีแค่บัตรประชาชนค่ะ"
"อืม ชั้นห้าห้อง531"
จื่อหลานจ่ายค่ามัดจำและค่าเช่าเดือนแรกเอาไว้เพราะเธอคิดว่าจะอยู่เมืองนี้ไม่นานจะกลับไปหาครอบครัวสักหน่อยก่อนที่จะเดินทางไปที่อื่น ห้องนี้เป็ห้องใหญ่มีห้องน้ำในตัวไม่ต่างจากโรงแรมที่เธอเช่าพัก ดูสะอาดดีเตียงก็ไม่ได้แข็งมากและเครื่องปรับอากาศเย็นกำลังดี มีระเบียงเอาไว้จากผ้าด้วยแต่เสียดายไม่มีลิฟต์
"ไหนดูสิว่าฉันกินยาเม็ดนี้จะเหมือนแบบที่อาจารย์ให้กินไหม"
ครั้งแรกเธอได้กินโอสถหลอมกระดูกตัดเส้นเอ็นของอาจารย์บอกเลยว่าปวดร้าว ทรมานเจียนตายดีที่ผ่านมาได้ความเ็ปเธอเคยรับรู้แล้วจะเจ็บอีกสักหน่อยคงไม่เป็ไร เธอได้กินโอสถเสริมความงามไปด้วยเพราะถ้าปล่อยสภาพนี้บอกได้คำเดียวว่าแย่มากเพราะทั้งผอม ทั้งดำไร้ราศีแม้ว่าหน้าตาคงความงามให้เห็น
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
จื่อหลานขัดสมาธิข่มความเ็ปที่ไม่ต่างจากเธอที่เคยได้รับเมื่อชาติก่อน แต่ความที่เคยผ่านมาแล้วไม่ได้เกียดกลิ้งร้องลั่นแต่มีครางกระเส่าด้วยความเจ็บอยู่บ้าง เธอนั่งฟังกระดูก เส้นเืที่สลับกันหัก สลับกันขาด ร่างกายดิ้นไปมาเพราะมันเป็แบบนี้สลับกับต่อเข้าด้วยกันสร้างความทรมานจนแทบครองสติตัวเองไม่อยู่ กระทั่งทุกอย่างจบสิ้นลงดีที่เธอขัดสมาธิอยู่ในห้องน้ำ เมื่อหลับตาทางเดินกระแสปราณดีขึ้นเธอรับรู้พลังธรรมชาติทำให้หลับตาดูดซับอากาศบริสุทธิ์เข้ามา
ผ่านไป5วัน
"ฟู่" จื่อหลานพ่นควันส่วนเกินออกมาจากปากจากนั้นจ้องมองตัวเองที่มีพลังมั่นคง ร่างกายปลอดโปร่ง เบาสบาย สดชื่นดียิ่งนัก เธอลุกขึ้นไปอาบน้ำผ่านไปไม่นานเดินไปตรงโต๊ะเครื่องแป้งได้แต่ยกยิ้ม ใบหน้ายังคงเดิมแต่ดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากขึ้นเหมาะสมแก่ลูกสาวของผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน
ใบหน้านี้เป็ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตาจิ้งจอกหวานฉ่ำเย้ายวนใจ คิ้วตรงดูอ่อนโยนไม่ได้แข็งกระด้าง จมูกโด่งรั้นดูดื้อดึง ปากอวบอิ่มเป็กระจับสีพีชคงความงดงามเหมือนพวงแก้ม เวลายิ้มมีลักยิ้มสองข้างแก้มที่มีไขมันเหมือนเด็กที่อ่อนเยาว์ รูปร่างสูง170 รูปร่างดีมากเพราะมีหน้าอกใหญ่ไซส์36จับล้นมือ เอวบางคอดรับกับสะโพกกลมกลึงที่สวยงาม เรียวขาตรงสวยเหมือนแขนที่มีนิ้วมือเรียวยาวสวยงาม ผิวกระจ่างใส่เหมือนหิมะแรกของฤดูกาลที่ต้องแสงจันทร์ ผมตรงยาวถึงสะโพกสีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติดั่งสีตาขับเน้นให้เธอโดดเด่นมาขึ้น ผู้หญิงคนนี้สมบูรณ์แบบเหมาะเป็คุณหนูในเมืองหลวงมากกว่าเด็กสาวที่เกิดในชนบทเสียอีก
"เธอไม่ต่างจากนางจิ้งจอกที่สร้างความหายนะชวนผู้คนลุ่มหลง แต่ฉันก็ชอบนะเพราะโลกที่ฉันจากมานอกจากพลัง มันสมอง อำนาจสิ่งที่สำคัญที่สุดคือใบหน้ารูปร่างที่ไม่อาจมีตำหนิได้ ต่อไปฉันจะทำให้ชีวิตเธอมีคุณค่าใช้ความงามนี้ให้เกิดประโยชน์และสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวเธอได้อยู่สุขสบายจงจากไปอย่างสงบเถอะ" จื่อหลานเธอหลับตาเพื่อส่งิญญาที่เหมือนจะถูกขังในห้วงจิติญญาของเธอ
"ขอบคุณค่ะท่านจอมยุทธ" รอยยิ้มสุดท้ายก่อนหายไปทำให้จื่อหลานยิ้มอ่อนโยนเธอได้ส่งิญญาดวงนี้ไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้วต่อไปก็เริ่มหาความร่ำรวยของตัวเองแล้วละ เธอโทรหามู่หวางเพราะตอนนี้เต็มเปี่ยมกำลังภายในแล้ว
"สวัสดีค่ะคุณตาวันนี้ฉันพร้อมที่จะทำงานแล้วค่ะ"
(เธอพร้อมแล้วเหรอดีจัง เธออยู่ไหนจะให้คนไปรับ)
"อยู่อพาร์ทเม้นท์ตรงซอยหลวนเฟยค่ะ"
(ได้ๆ เธอรออยู่ที่นั่น)
ผ่านไป30นาที
"คุณตาไม่ใช่ว่าจะให้คนมารับเหรอคะ" จื่อหลานโค้งเคารพเขาแล้วถามขึ้น
"ฉันว่างไปพร้อมเธอดีกว่าวกไปมาไม่ใช่เหรอ"
"อ้อ! งั้นเชิญเถอะค่ะ"
"ทานข้าวกันก่อนไหมฉันจะพูดเื่ของเพื่อนสนิทให้ฟัง"
"ได้ค่ะ แต่ต่อไปถ้าคุณตาอยากให้ฉันช่วยเื่สื่อิญญาฉันรับเดือนละครั้งนะคะ แต่ถ้าคนไหนป่วยฉันสามารถรักษาได้"
"เธอเป็หมอเหรอ"
"เปล่าค่ะฉันได้รับความรู้จากคุณปู่มา"
"อ้อ แบบนี้เองแต่จะว่าไปเจอไม่กี่วันเธอดูดีขึ้นมาก" จื่อหลานยิ้มเธอสวมชุดคลุมมิดชิดเผยแต่ใบหน้าที่ขาวเนียนใสเท่านั้น
"อ๋อ ฉันได้ครีมดีจากเพื่อนมาค่ะ"
"อืมๆ ธุรกิจที่เธอให้ลูกชายไปเจรจาผ่านไปได้ด้วยดีเขาร่วมลงทุนให้เกินคาดหมายขอบใจมากแต่ฉันคิดว่ามันเอาเปรียบเธอเกินไปไหม"
"ฉันเพียงแค่พูดไม่กี่คำฉันได้เงินครบแล้วถือว่าคุณตามีวาสนาร่วมกันกับฉัน ถ้าในวันนั้นคุณตาไม่เชื่อฉัน ฉันคงไม่อาจฝืนชะตาลิขิตช่วยเหลือได้"
มู่หวางเขาเป็คนฉลาดไม่ได้ถามต่อได้แต่คิดว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่เด็กที่เกิดจากชนบทธรรมดาตามที่พ่อเขาเคยเล่าให้ฟังมีโลกนึงที่อยู่โลกเดียวกันเรียกว่าจอมยุทธ นักทำนาย นักอัญเชิญอยู่ที่นั่นทำให้เขาเลือกที่จะเชื่อเธอครึ่งนึงอีกครึ่งไม่ได้คิดว่าเขาจะพบเจอจอมยุทธจริงๆ เพราะเท่าที่เขารู้จอมยุทธมักแฝงตัวเราคนธรรมดาไม่สามารถรู้ได้ โลกนี้มีกฏเกณฑ์ของแต่ละโลกจอมยุทธไม่สามารถใช้พลังฆ่าคนธรรมดาได้ ถึงฆ่าได้ควรทำให้เงียบที่สุด ในเมื่อเขาเจอจอมยุทธสักคนควรผูกมิตรเข้าไว้ไม่ใช่เหรอสิ่งที่ควรรู้ก็ควรรู้แค่นี้พอ