เจตจำนงอมตะ A Path Through Immortal

    ภาค1 ตอนที่42 ฝึกปรือกับอาจารย์ของตน

    ฟางหยวนและ อาจารย์ของเขา ฉางหลิวฟง ได้สอนแนวทางการเดินลมปราณที่ถูกต้อง และอธิบายถึงที่มาที่ไปต่างๆ ให้แก่ฟางหยวน รวมทั้งยังสอนเคล็ดลับของตนเองให้อีกด้วย ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจนเวลาล่วงเลยไปหลายวัน



    ฉางหลิวฟง นั้นค่อนข้างแปลกใจในตัวฟางหยวน อยู่พอสมควร เนื่องจากสิ่งต่างๆที่เขา ไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่ฟางหยวนนั้น โดยทั่วไปแล้ว มันจะต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะ เรียนรู้ และฝึกมันได้

    แต่ฟางหยวน เพียงทำความเข้าใจไม่กี่วันกลับสามารถ ฝึกปรือและเรียนรู้สำเร็จได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว นี่นับว่าประหลาดอย่างมาก สำหรับเด็กน้อยผู้นี้ " ดูเหมือน ข้าจะโชคดีที่ได้ศิษย์ที่ดีมากแบบนี้สินะ " ฉางหลิวฟงคิดไปหัวเราะไปพลาง

    " เจ้าเด็กนี่ ข้าผู้เป็นอาจารย์สอนเคล็ดลับและวิธีฝึกให้ไม่กี่วัน กลับรุดหน้าเร็วถึงเพียงนี้ นี้มันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก " ฟางหยวนนั้นได้ฝึกปรือ วิธีเดินลมปราณของผู้เป็นอาจารย์ของตน ซึ่งมันมีชื่อเรียกว่า เคล็ดจิตเย็น

    ซึ่งมันจะทำให้ ผู้ที่ทำการฝึกนั้น สามารถนั่งสมาธิหรือ สงบนิ่งอยู่ ฟื้นฟูบาดแผลและกำลังภายใน ได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งมันยังสามารถต่อต้าน ไอเย็นทุกชนิดได้อีกด้วย ครั้งแรกที่ฟางหยวนได้ยินมันเขาถึงกับตะลึงในความสามารถนี้

    แต่ว่าวิชาฝึกได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องมีกำลังภายในที่มากพอสมควรถึงจะฝึกปรือมันได้ แต่ฟางหยวน กลับฝึกมันได้เนื่องจากเขามีปราณทมิฬซึ่งมี ปริมาณความหนาแน่นของลมปราณมากกว่าลมปราณปกติหลายเท่าตัว

    บัดนี้ ทั้งคู่ต่างเริ่มเข้าใจนิสัยใจคอ ของกันและกัน ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์จริงๆแล้ว ไม่น่าเชื่อส่าบุคลิคจะต่างกับที่เห็นจากภายนอก ต่อหน้าคนทั้งหลายเขาต้องมีความเป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบ แต่นิสัยจริงๆโดยกำเนิดนั้น

    เป็นคนขี้เล่น และอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้บ่อยครั้งในระหว่างที่ฟางหยวนฝึกอยู่ จะชอบโดนผู้เป็นอาจารย์กวนและยุแหย่อยู่เป็นประจำ นั่นทำให้ ฟางหยวนค่อนข้างที่จะผิดหวังกับอาจารย์ของตน

    " ท่านอาจารย์ ท่านอายุปูนนี้แล้ว เหตุใดยังชอบเล่นซุกซนเป็นเด็กไปเสียได้ เล่า... " ฟางหยวนกล่าวพร้อมถอดหายใจ  ฉางหลิวฟงได้ยินดังนั้น ใจไม่ได้โกรธเคืองกลับหัวเราะลั่น หนักกว่าเดิม

    " เหตุใดเจ้าต้องผิดหวังขนาดนั้นด้วย ข้าก็มีนิสัยเช่นนี้แหละ เพียงแค่ไม่สามารถแสดงมันออกมาได้ต่อหน้า ผู้อื่นเท่านั้น ข้าก็ดีใจที่ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง ปล่อยตัวตามสบายระหว่างอยู่กับศิษย์ตนเอง เจ้าโชคดีจะตายที่มีข้า คุยเป็นเพื่อน "

    ฟางหยวนได้ยินเช่นนั้นกับพลางส่ายหัว " ท่านอาจารย์ ท่านนี่ช่างต่างกับบุคคลที่ข้าได้พบตอนงานประลองเสียจริง เห้ออ... " ฟางหยวน กล่าวกับตนเอง

    ทั้งคู่นั้นมีกำหนดการในการฝึกอยู่เนื่องจาก ฉางหลิวฟงเองก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น เขามีเวลาจำกัดในการ ฝึกสอนศิษย์ของเขาอยู่เพียง 1ปีเต็มเท่านั้น ก่อนที่ จะได้ไปคุมตำแหน่งก่อน ดังนั้น เวลามันมีค่า 

    เขาจึงพยายามที่จะใช้เวลาให้มาก ที่สุดในการถ่ายทอด เคล็ดวิชาของสำนักและตนเองให้แก่ลูกศิษย์ของตน ฟางหยวน ทุกวันนี้ทรัพยากรไม่ได้ขาดแคลนเช่นเดิมอีกต่อไป เขาได้มันมากที่สุดในสำนัก นั่นทำให้การฝึกปรือของเขารุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

    นั่นทำให้ตบะของเขาตอนนี้ใกล้จะทะลุไปยัง ค้นหาลมปราณขั้น7 แล้วอีกเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น ตบะก็จะทะลุผ่านแล้ว ฟางหยวนตอนนี้หลังจากสำเร็จวิชาเคล็ดจิตเย็น เขาไม่รอช้าทุ่มเทการฝึกทั้งหมดในการฝ่าทะลวงตบะ โดยมี ฉางหลิวฟง ผู้เป็นอาจารย์คอยดูแลกับกำชับ เรื่องทั้งยังแนะนำวิธีการฝึกตบะให้มีความเร็วมากขึ้นอีกด้วยทำให้ฝีมือของฟางหยวน ตอนนี้ค่อนข้างรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

    ต่างกับตอนที่อยู่งานประลองอย่างเทียบไม่ติดห่าง เขาต้องสู้กับผู้คนที่เขาเคยประลองด้วยกันอีกครั้งละก็มันจะทำให้ฟางหยวน สู้ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งจนเกินเลย

    เขายังคงอยู่ในขอบเขตของความสามารถที่จำกัดอยู่ จนในที่สุดตอนนี้ฟางหยวน สามารถทะลวงตบะไปสู่ค้นหาลมปราณ ขั้นที่7ได้เสียที บัดนี้ ปราณทมิฬที่โคจรอยู่ข้างในจุดตันเถียนของเขามีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

    รวมทั้งมันยังหมุนเร็วกว่าเดิมทำให้ตอนนี้ ฟางหยวน แผ่รัศมีพลังปราณทมิฬด้านลบออกมาเป็นจำนวนมาก ตาของเขาที่มีสีดำอยู่แล้วยิ่งดำมากขึ้นกว่าเดิม ผมที่ยาวและดำสนิท กลับยาวและดำยิ่งกว่าเดิม ผิวของเขาตอนนี้หายหมองคล้ำกลับมีผิวสีขาวซีดเนียนอย่างมาก

    ทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องรู้สึกตะลึง ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์ของฟางหยวน บัดนี้กลับเห็นศิษย์ตนเองตะลวงตบะ ตกใจเสียยิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก " นี้มัน...ช่างเหลือเชื่อ พลังหยินด้านลบแผ่ออกมาเป็นจำนวนมากขนาดนี้ แถมยังร่างกายนั่นอีก นี่มันเกินคำว่าเหลือเชื่อแล้ว เพียงแค่ทะลวงตบะเล็กน้อยแค่นี้กลับเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์เช่นนี้ขึ้น มันต้องเป็นความสามารถของตำราวิถีมารอย่างแน่นอน! "

    บัดนี้ฟางหยวนได้ทะลวงสู่อีกขั้นหนึ่งที่เหนือกว่าเดิมและเริ่มเข้าใกล้การเป็นเซียนขึ้นทีละก้าวแล้ว แต่ทว่า.... ตัวเขากลับไม่รู้ว่า ทางที่เขากำลังจะเดินไปนั้น มันต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง มันทั้งอันตรายและเสี่ยงอย่างมาก รวมทั้งมันยังจะเปลี่ยนแปลงตัวเขา เป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิดอย่างแน่นอน ....

    ที่แผ่นหลังของเขารอยสักประหลาดที่มีลักษณะคล้ายปีก ที่ถูกหักนั้น มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและมีสีดำสนิทมากขึ้น รวมทั้งยังแผ่รัศมีพลังประหลาดออกมา ก่อนที่จะจางหายไป 

    แต่ฟางหยวนกลับไม่ได้สังเกตุมัน ตอนนี้พละกำลังและกำลังภายใน ฟื้นฟูกลับมาอยู่สภาพพร้อมเรียบร้อยแล้ว " เอาละตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับฝึกปรือมากที่สุดแล้ว ดังนั้นควรจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ "

    ฟางหยวนใช้โอกาสนี้ ในการฝึกร่างทมิฬขั้นสุดท้าย หนังมาร " ถ้าหากข้าสำเร็จร่างทมิฬแล้วละก็ ทีนี้ข้ายังสามารถเปิดหนังสือหน้าต่อไปของ ตำราวิถีมารได้อีกด้วย และระดับฝีมือเพิ่มพูนมากอย่างแน่นอน

    ฟางหยวน ได้บอกเรื่องนี้กับอาจารย์ของตน ฉางหลิวฟงเข้าใจถึงความหมายของฟางหยวน เขาจึงได้จักเตรียม ทั้งหินลมปราณระดับสูงจำนวนมาก และ น้ำยาล้างกระดูกระดับสูง ให้กับศิษย์ของตน

    ฟางหยวนเห็นดังนั้นก็อดที่จะดีใจมิได้ " ขอบคุณ ท่านอาจารย์ที่ชี้ทางให้ศิษย์ผู้นี้ " ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแน่นแฟ้น บัดนี้ ทั้งคู่ราวกับ บิดาและบุตรชาย ฟางหยวนนั้นรักและเคารพอาจารย์ของตนมาก

    ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่มีบิดามารดา ที่คอยชี้แนะและให้ความอบอุ่นมีเพียง ท่านลุงซาน ที่เก็บเขาจากข้างทางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็ก นี้ทำให้ เขาซึ้งใจต่ออาจารย์คนนี้ของตนเองอย่างมาก 

    ฉางหลิวฟงผู้เป็นอาจารย์ก็เช่นกัน เขารู้สึกแบบเดียวกับฟางหยวน ราวกับเป็นบุตรชายของตนเอง แต่ทว่า เวลาที่เหลืออยู่นั้นมีอีกไม่มากเสียแล้ว ....

    คล้ายกับเรื่องเจตจำนงอมตะ A Path Through Immortal ที่คุณอ่าน