เฮือก!!!
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก..."
ชายหนุ่มพลันสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีทีสบตาเข้ากับมัน
ภาพของลูกตาั์ที่กลอกตาไปมาทำให้ชายหนุ่มหวาดผวาถึงเพียงนั้น
เหงื่อไคลไหลท่วมตัวชายหนุ่มจนที่นอนเปียกชุ่ม
หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกจากร่าง
ใบหน้าและริมฝีปากที่ซีดเผือดเหมือนกับศพที่เพิ่งตายได้ไม่นาน
สภาพของชายหนุ่มในตอนนี้นั้นดูย่ำแย่สุดๆไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังจะตาย
ท่ามกลางความคิดที่สับสนและร่างกายที่สั่นเทาจู่ๆก็มีแสงสว่างสีขาวลอดออกมาจากตู้เสื้อผ้า
ชายหนุ่มที่ในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายรีบวิ่งออกไปนอกบ้านโดยทันที
เขาเอาหลังพิงกำแพงแล้วค่อยๆนั่งลงพลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝันและแสงประหลาดที่ลอดออกมาจากตู้เสื้อผ้า
'นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย'
ความสับสนและไม่รู้ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนชายหนุ่มคิดอะไรไม่ออก
เขานั่งก้มหน้ากอดเข่าอยู่หน้าบ้านซักพักก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินกลับเข้าไปใหม่
ตึก ตึก ตึก...
แอด....
ชายหนุ่มค่อยๆแง้มประตูออกและจ้องมองเข้าไปในตู้เสื้อผ้า
ท่ามกลางห้องที่มืดมิดมีเพียงแสงในตู้เสื้อผ้าเท่านั้นที่สว่างสไว
อึก..
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่และเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา
แอดดด!!! วิ้งงง..
"ฮ่าฮ่า...."
ความแฟนตาซีและสิ่งลี้ลับ เหล่านี้คือสิ่งที่ชายหนุ่มมักจะจินตนาการถึงแทบจะตลอดเวลา
ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายและการผจญภัยในดินแดนที่ไม่คุ้ยเคย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มนั้นทำให้ความคิดที่ว่า"ถ้าหากสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงคงจะวิเศษไม่น้อย"อาจจะเกิดขึ้นจริงก็เป็ได้
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
หัวใจเต้นระรัวแข้งขาอ่อนแรงหายใจไม่เป็จังหวะ ภาพตรงหน้าเผยให้เห็นรอยแยกสีขาวสว่างไสว
ชายหนุ่มพยุงตัวขึ้นแล้วเดินเข้าไปไกล้กับรอยแยกโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้น
ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าจะเป็อะไรชายหนุ่มก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับราวกับตามหามันมานาน
เขาสอดมือเข้าไปเป็อย่างแรกแล้วค่อยๆเข้าไปทั้งตัว
วิ้งงง...
ทันใดนั้นเองทัศนียภาพรอบตัวพลันดำมืดไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆแต่แปลกที่ความมืดมิดเหล่านี้กลับอบอุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ
[หืม....?]
[ได้ยังไงกัน..เป็ไปไม่ได้.....]
'นั่นใคร!?'
สุ้มเสียงปริศนาจู่ๆก็ดังขึ้นมาภายในหัวของชายหนุ่ม เป็น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับคนที่กำลังเบื่อหน่าย
[เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก...]
[แต่น่าแปลกทีเดียวสำหรับมนุษย์ที่สามารถข้ามมาฝั่งนี้ได้]
[ไม่สิ...ต่อให้ไม่ใช่มนุษย์ก็ยังเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้อยู่ดี....]
'เ้าเสียงนี่มันอะไรกันฝันอีกแล้วหรอ'
[ไม่หรอกนี่คือความจริง...]
'มันอ่านใจเราได้!?'
[ใช่...]
ชายหนุ่มเริ่มจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายอ่านใจได้ั้แ่ตอนที่พูดคำว่า"นั่นใคร"ั้แ่แรกแล้วและการตอบกลับในครั้งนี้คือสิ่งที่ช่วยยืนยัน
'แล้วที่นี่คือที่ไหน'
[นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เ้าจำเป็ต้องรู้....]
เสียงปริศนานั้นไม่แม้แต่จะตอบคำถามนั่นทำให้ชายหนุ่มเกิดความไม่ไว้วางใจขึ้นมา
[ข้าขอถามเ้าหน่อย..เ้า..ทำได้ยังไง...]
'คุณไม่จำเป็ต้องรู้หรอก'
....
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศซักพักก่อนที่เสียงปริศนาจะดังขึ้นมาอีกครั้ง
[ก็ได้ๆแต่ข้าจะตอบเฉพาะแค่ว่าที่นี่คือที่ไหนนะ...]
[ที่นี่คือ..ความว่างเปล่า...]
'ความ..ว่างเปล่า?'
[ใช่...]
[และถึงคราวที่เ้าต้องตอบคำถามของข้าแล้ว..เ้า..ทำได้ยังไง]
'ทำอะไร?'
ชายหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เสียงปริศนา้าจะสื่อซักเท่าไหร่ นั่นก็เพราะชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเื่แบบนี้ได้ยังไง
[รอยแยก..เ้าเปิดมันได้ยังไง]
น้ำเสียงที่เคยไร้อารมณ์เริ่มให้ความรู้สึกที่ขึงขังและจริงจัง
'ผมเองก็ไม่รู้'
[ไม่รู้?]
'ใช่'
[....อ่า..ช่างเถอะ...]
แล้วก็กลับมาไร้อารมณ์
ราวกับมันนึกบางสิ่งออกน้ำเสียงของมันก็เปลี่ยนมาเป็ตื่นเต้นทันทีทันใด
[ข้ามีเื่ที่จะให้เ้าช่วยหน่อย..จะได้หรือไม่?]
'อะไรล่ะ'
[ก็ง่ายๆ-]
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปริศนาอีกเสียงแทรกเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม
[อย่าไปฟังมัน!!]
'ค-ใครน่ะ'
[ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว!!!]
วิ้งงงง!!
ทันใดนั้นเองทัศนียภาพของชายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนอีกครั้งไปเป็ใจกลางป่าใหญ่