ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 ชายอ้วนกลมที่เดินเข้ามา

           เยว่เฟิงเกอลากฉิงเอ๋อร์มานั่งลงที่เดิมกล่าวว่า “เจ้าบรรเลงเพลงได้ไพเราะเหลือเกิน ข้ายังฟังไม่อิ่มหนำเลย เจ้าช่วยเล่นให้ข้าฟังอีกสักเพลงเถิด”

           ฉิงเอ๋อร์บรรเลงเพลงต่ออย่างหวั่นใจยามที่อ้าปากร้องเพลง เสียงยังสั่นน้อยๆ

           เยว่เฟิงเกอลอบยิ้มในใจพลางคิดว่าเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายตกใจเข้าแล้วจริงๆ

           ด้านเยว่เฟิงเกอกำลังฟังดนตรีอยู่ส่วนกงซุนหนานเสียนที่หลังฉากกันลม เมื่อครู่เขาได้ชะโงกหน้ามาชมฉากที่นางกำลังหยอกล้อสาวน้อยอยู่

           แม้กงซุนหนานเสียนจะรู้สึกว่าเงาร่างตรงหน้าช่างคุ้นตาเหลือเกินแต่เมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายก็คิดว่าตนเข้าใจผิดไปหรือไม่ นั่นมันเสียงของบุรุษชัดๆไม่ใช่คนคนนั้นที่เขาคิด

           เมิ่งซีหลันร่ายรำเสร็จก็นั่งลงตรงหน้ากงซุนหนานเสียนนางรินสุราให้เขาอีกจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นคารวะชายตรงหน้าอีกครั้ง “คุณชายกงซุนเราดื่มกันอีกจอกเถิดเจ้าค่ะ”

           “ได้”กงซุนหนานเสียนไม่ลังเล รับจอกสุรามาดื่มรวดเดียวจนหมด

           เมิ่งซีหลันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกงซุนหนานเสียนเฝ้ามองใบหน้างดงามเหนือมนุษย์นั้น อดไม่ได้ให้รู้สึกอยากเป็นสตรีของอีกฝ่าย

           น่าเสียดายนางเป็นบุปผาอันดับหนึ่งแห่งหอชมบุปผา เป็นต้นไม้เงินของหอชมบุปผา

           หากไม่มีนางหอชมบุปผานี้คงต้องปิดตัวลงภายในหนึ่งเดือน

           เพราะเพียงบรรดาคนชั้นสูงมาที่นี่ก็มักจะเจาะจงเลือกให้นางมาร่ายรำบางคนยังถึงขนาดจะนอนค้างแรมกับนาง อยากจะสัมผัสรสชาติของการหลับนอนกับหญิงงาม

           เพียงแต่นางนั้นขายเพียงศิลปะไม่ขายเรือนร่าง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นสูงคนใด นางก็ล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา เว้นแต่จั้นอ๋องม่อหลิงหานและกงซุนหนานเสียนที่นั่งอยู่ตรงหน้านางผู้นี้

           หากไม่ใช่เพราะสถานะที่ขวางกั้นเมิ่งซีหลันจะต้องสำแดงฝีมือให้กงซุนหนานเสียนหลงรักนางจนหมดใจให้ได้

           หลังจากกงซุนหนานเสียนดื่มสุราในมือหมดก็เห็นว่ายามนี้ดึกมากแล้วควรจะกลับเรือนจิ้งจู๋ได้แล้ว เนื่องจากเขาแอบออกมาจากเรือนจิ้งจู๋จึงไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่นานมากได้ ไม่เช่นนั้นอาจถูกองค์ชายใหญ่จับได้

           ด้วยเหตุนี้กงซุนหนานเสียนไม่คิดรั้งรออีกต่อไปยืนขึ้นแล้วบอกลาเมิ่งซีหลันทันที

           “ดึกมากแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน คืนนี้มีแม่นางเมิ่งคอยอยู่เป็นเพื่อน ข้าอิ่มเอมใจยิ่งนัก”กงซุนหนานเสียนประสานมือคารวะเมิ่งซีหลัน

           เมิ่งซีหลันอยากจะรั้งเขาไว้ให้นานกว่านี้อีกสักหน่อยแต่กลับถูกปฏิเสธ

           ยามที่กงซุนหนานเสียนจำเป็นต้องเดินผ่านฉากกันลมเขาจงใจมองไปยังเงาร่างนั้นพร้อมกับที่เยว่เฟิงเกอได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้ามองไปยังบุรุษที่อยู่อีกฝั่ง

           เมื่อดวงตาสองคู่สบกันกงซุนหนานเสียนสบเข้ากับดวงตาดอกท้อทรงเสน่ห์คู่นั้น ใบหน้าของอีกฝ่ายช่างไม่คุ้นตาอย่างยิ่งไม่ใช่เยว่เฟิงเกอที่เขารู้จัก

           กงซุนหนานเสียนแอบหัวเราะเยาะตัวเองในใจที่จำคนผิดเขาไม่มองอีกฝ่ายอีก เดินก้าวยาวๆ จากไป

           ขณะเดียวกันเมิ่งซีหลันที่เดินตามมาหันไปมองทางเยว่เฟิงเกอทีหนึ่งด้วยเช่นกัน

           ฉับพลันนั้นใบหน้าเย้ายวนดวงนั้นของเยว่เฟิงเกอก็ดึงดูดสายตานางทันที

           เดิมนางคิดมาตลอดว่านอกจากจั้นอ๋องแล้วก็มีแค่กงซุนหนานเสียนนี่แหละที่เป็นบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดจึงไม่คิดว่าชายที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนผู้นี้จะหล่อเหลาไม่แพ้สองคนนั้นเลย

           เยว่เฟิงเกอเห็นว่าเมิ่งซีหลันจ้องมองนางค้างก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ทรงเสน่ห์ให้ “คาดว่าแม่นางคงเป็นอันดับหนึ่งแห่งหอชมบุปผาแม่นางเมิ่งซีหลันกระมัง”

           เสียงไพเราะของบุรุษลอดเข้าหูเมิ่งซีหลันนางถึงได้ดึงสติกลับมาได้ ยอบกายคารวะเยว่เฟิงเกอพร้อมยิ้มน้อยๆ“ผู้น้อยเมิ่งซีหลันเจ้าค่ะ”

           ท่าทางหันศีรษะชม้อยตามองอย่างไม่ปิดบังนี้ไม่ได้ส่งผลใดต่อเยว่เฟิงเกอนางเพียงกวาดตามองเมิ่งซีหลันเรียบๆ ไปทีหนึ่ง มุมปากประดับยิ้มเจ้าเล่ห์

           “วันนี้เดิมทีข้าต้องการให้แม่นางเมิ่งซีหลันมาดื่มสุราเป็นเพื่อนร่ายระบำให้ชมให้อิ่มเอม คิดไม่ถึงแม่นางเมิ่งซีหลันจะถูกจับจองไปแล้ว”ยามที่เอ่ยวาจา เยว่เฟิงเกอกะพริบตาปริบๆ ไปทางเมิ่งซีหลัน

           ดวงตาดอกท้องามขนตาเป็นแพยาว ทำให้เมิ่งซีหลันเห็นแล้วเป็นต้องหัวใจเต้นรัว

           อยู่ในหอชมบุปผามานานเพียงนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งซีหลันถูกสายตาของบุรุษคนหนึ่งหยอกเย้าจนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

           ทว่า ตอนที่เมิ่งซีหลันคิดจะพูดอะไรอยู่นั้นเยว่เฟิงเกอก็หันศีรษะกลับไปมองฉิงเอ๋อร์

           ยามนี้ฉิงเอ๋อร์ยังคงกอดผีผาไว้เนื้อตัวสั่นสะท้าน จะอย่างไรนางก็เห็นเยว่เฟิงเกอเป็นชายโฉดชั่วเช่นเดียวกับคุณชายพวกนั้นไปแล้ว

           เยว่เฟิงเกอจับพัดไว้แล้วเคาะเป็นจังหวะบนฝ่ามืออีกข้างตามทำนองที่ฉิงเอ๋อร์บรรเลงขึ้น

           เมิ่งซีหลันเห็นว่าคุณชายสูงศักดิ์ตรงหน้าไม่มองนางแล้วแต่กลับมองไปยังสาวใช้หน้าใหม่ตรงหน้าตาไม่กะพริบ นางก็ถลึงตามองฉิงเอ๋อร์อย่างดุร้ายส่งเสียงหึทางจมูก

           ถึงแม้เสียงจะเบามากแต่เยว่เฟิงเกอได้ยินชัดเจน

           เยว่เฟิงเกอไม่สนใจเมิ่งซีหลันเหตุที่นางมาเยือนหอชมบุปผานี้ก็ไม่ใช่ว่าเพื่อเมิ่งซีหลันเสียหน่อย

           นางแค่อยากมาเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตาเท่านั้น

           ส่วนว่าใครจะมาอยู่เป็นเพื่อนนางไม่ได้สนใจ

           เมื่อฉิงเอ๋อร์บรรเลงเพลงจบก็ก้มหน้าลงไปไม่กล้ามองเยว่เฟิงเกอ

           ทางด้านเยว่เฟิงเกอเมื่อเห็นว่าเมิ่งซีหลันยังยืนนิ่งไม่ยอมจากไป นางก็หันศีรษะไปมองด้วยความสงสัย

           “แม่นางเมิ่งยังมีเรื่องใดอีกหรือ? ”

           ชัดเจนว่าเยว่เฟิงเกอกำลังไล่แขกแล้วเมิ่งซีหลันจะฟังไม่เข้าใจได้อย่างไร นางหัวเราะเอียงอายไปทีหนึ่ง “นายท่านไม่ต้องการให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนแล้วหรือเจ้าคะ? ”

           เยว่เฟิงเกอส่ายหน้าเบาๆ“ไม่ต้องแล้ว ข้ามีนางก็เพียงพอแล้ว” พูดจบก็ใช้พัดชี้ไปที่ฉิงเอ๋อร์

           ฉิงเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

           เมิ่งซีหลันถลึงตาใส่ฉิงเอ๋อร์แล้วส่งยิ้มให้เยว่เฟิงเกอก่อนจะเดินทิ้งสะโพกจากไป

           เพียงไม่นาน ในตอนที่เยว่เฟิงเกอดื่มชาและกำลังจะให้ฉิงเอ๋อร์ร้องอีกเพลงประตูกลับถูกคนเปิดออกอย่างกะทันหัน

           ชายอ้วนเตี้ยกลมป้อมคนหนึ่งเดินเข้ามาเขาไม่แม้แต่จะมองเยว่เฟิงเกอ เพียงเข้ามาก็ยื่นมือเข้าหาฉิงเอ๋อร์

           เยว่เฟิงเกอได้กลิ่นสุราคละคลุ้งจากร่างชายคนนั้นเขาคงดื่มไปไม่น้อย

           ชายคนนั้นจับแขนฉิงเอ๋อร์ไว้ออกแรงจนฉิงเอ๋อร์อดส่งเสียงร้องไม่ได้

           “ขนมหวานของข้าที่แท้เจ้าอยู่ที่นี่ ข้าตามหาเจ้าไปทั่ว ช่างยากลำบากนักคืนนี้เจ้าจะหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ข้ารอไม่ไหวแล้วนะ” ชายคนนั้นพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ กกกอดฉิงเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับยื่นริมฝีปากไปยังใบหน้าของฉิงเอ๋อร์

           “อ๊า ช่วยด้วยปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” ฉิงเอ๋อร์ตกใจหน้าซีดขาวนางหลบเลี่ยงริมฝีปากของชายเตี้ยอ้วนกลมป้อมคนนั้นแล้วร้องออกมาด้วยความตกใจลนลาน

           เยว่เฟิงเกอยังคงนั่งอยู่นางมองเห็นทุกอย่าง แต่กลับไม่มีทีท่าจะยื่นมือเข้าช่วย นางทำเพียงดื่มชาอย่างเอ้อระเหยและเล่นพัดในมือต่อไป

           “คุณชายช่วยข้าด้วย”ฉิงเอ๋อร์เห็นว่าเยว่เฟิงเกอยังไม่ไป ด้วยความร้อนรนนางจึงเรียกหาความช่วยเหลือจากเยว่เฟิงเกอ

           จนถึงตอนนี้ชายอ้วนเตี้ยคนนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าในห้องนี้มีคนอื่นอยู่อีกเขามองเยว่เฟิงเกอไปทีหนึ่ง ส่งเสียงหึออกทางจมูก “จะบอกเจ้าให้นะ สาวใช้คนนี้เป็นของข้าวันนี้เวลาที่นางต้องร้องเพลงให้เจ้าหมดลงแล้ว เวลาที่เหลือต่อจากนี้ของนางเป็นของข้าเจ้ารีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”

           เยว่เฟิงเกอรู้สึกว่าน่าขำยิ่งนักนางทำทีเป็นแคะหูด้วยท่าทางเสเพลอย่างที่สุด

           “ใครบอกว่าเวลาร้องเพลงของนางหมดแล้วข้าซื้อนางไว้ทั้งคืน ห้องนี้ก็เป็นข้าที่จองไว้ แค่เจ้าบุกเข้ามาโดยพลการก็ทำให้ข้าโกรธมากอยู่แล้วหากเจ้ายังไม่รีบไสหัวไปอีก ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้”

           เมื่อเยว่เฟิงเกอพูดจบก็ได้ยินชายอ้วนเตี้ยคนนั้นหัวเราะฮ่าฮ่าคล้ายได้ฟังเรื่องที่ตลกขบขันที่สุดในชีวิตก็ไม่ปานหัวเราะจนไขมันทั้งร่างสั่นกระเพื่อม

           แม้ฉิงเอ๋อร์จะดิ้นรนแทบเป็นแทบตายเพื่อผละออกจากอ้อมแขนนั้นแต่กลับถูกอีกฝ่ายกอดรัดไว้แน่นกว่าเดิม

           ฉิงเอ๋อร์มองเยว่เฟิงเกอด้วยสายตาเศร้าสร้อยหวังให้คุณชายตรงหน้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ หวังว่าเขาจะช่วยให้นางหลุดจากวงแขนของบุรุษผู้นี้เสียที

           เยว่เฟิงเกอยกถ้วยชาขึ้นมามุมปากประดับรอยยิ้ม ก่อนจะออกแรงสาดน้ำชาในถ้วยไปที่ปากชายตรงหน้า

           น้ำชาพุ่งเข้าหาชายคนนั้นในจังหวะที่เขากำลังหายใจพอดีน้ำชาที่พุ่งตรงมาจึงเข้าสู่หลอมลมในทันใด

           เขายังไม่ทันได้หายใจหายคอก็กระแอมกระไอจนหน้าดำหน้าแดงกระนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยฉิงเอ๋อร์

           ดูท่าคืนนี้ชายคนนี้คงไม่คิดจะปล่อยฉิงเอ๋อร์ไป

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน