อันเยว่เองยังอยู่เพียงขั้นตอนการปรึกษาหารือ ทันทีที่นางกล่าวคำพูดนี้ออกมา ก็เห็นสีหน้าของเซียวสิงเยี่ยนดำทะมึน “ไม่ได้!”
“ข้าไม่ได้บอกให้เ้าไปทำงานที่ต้องใช้กำลังสักหน่อย ทั้งยังไม่ได้ให้เ้าทำโดยเปล่าประโยชน์ เ้าหามาก่อนเถอะ หากข้ามีเงินแล้วข้าจะให้เ้าทันที”
ช่างน่าโมโห ก็เห็นอยู่ว่าเป็สามีของนางและใช้ชื่อเสียงของตระกูลอัน กลับไม่เคยอ่อนน้อมต่ออันเยว่ แล้วนี่ยังจะคิดเงินกับทุกเื่
ั้แ่แต่งเข้ามา นางไม่แม้แต่จะได้แตะต้องเขาเลยสักนิด ตอนนี้กลับมาคิดเงินอย่างชัดแจ้งเสียอย่างนั้น
“เ้าดูสภาพข้าตอนนี้สิ เ้าจะให้ข้าไปเช่าที่นาอย่างไร? หรือจะให้ข้าเข็นไปทั้งแบบนี้?”
อันเยว่รู้สึกโมโหจนต้องหัวเราะเช่นกัน นางอยากไปด้วยตัวเองอยู่หรอก อย่างไรเสีย ภูมิประเทศที่แตกต่างกันสำหรับปลูกพืชต่าง ๆ ล้วนต้องใช้วิธีการบางอย่างที่พิถีพิถันทั้งสิ้น
หยูยวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังรอดูเื่ขำขัน เขารอดูว่าคำพูดประโยคไหนของอันเยว่ที่จะยั่วโทสะเซียวสิงเยี่ยน และทำให้เซียวสิงเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะลงมือกับนาง
ในทางกลับกัน เมื่อก่อนหากอันเยว่และเซียวสิงเยี่ยนทะเลาะกัน ซูจือฉือจะเป็คนที่กังวลที่สุด ทว่าวันนี้เขากลับผิดแปลกเล็กน้อย เขากำลังช่วยหยูยวนเก็บสมุนไพรที่ตากแห้งแล้ว และพลิกกลับไปกลับมาอย่างระมัดระวังอยู่ตรงนั้น
“ระวังเทียนตง ทั้งสองต้นของข้าด้วยล่ะ”
“พี่รอง ไม่เห็นเทียนตงอะไรนี่ ในนี้มีเทียนตงด้วยหรือ?”
ในเวลาที่ซูจือฉือติดตามอยู่ข้างกายหยูยวนอย่างไม่มีอะไรทำ เขาก็มักทำความเข้าใจสมุนไพรบางชนิดไปด้วย ยามที่หยูยวน้าให้เขาช่วย เขาก็ยังสามารถช่วยได้บ้าง
สีหน้าของหยูยวนเปลี่ยนไปทันที จู่ ๆ เขายืนขึ้นแล้วเดินไปยังชั้นวางที่ใช้ตากสมุนไพร หลังจากมองดูทั้งหมดแล้วสีหน้าของเขาพลันซีดเผือด
“ใครแตะต้องสมุนไพรของข้า?”
หากไม่ใช่เพราะเสียงคำรามต่ำที่เต็มไปด้วยโทสะนี้ อันเยว่ก็เกือบลืมไปแล้วว่าในคราที่นางไม่มีอะไรทำเมื่อก่อนหน้านี้ นางเห็นว่าสมุนไพรที่พวกเขาเก็บกลับมายังมีบางส่วนที่สามารถปลูกได้ อีกอย่าง ใบของมันก็แยกตามจำพวก และเมื่อแน่ใจถึงลักษณะของมันแล้ว นางถึงจะลงมือปลูก
ตอนนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว อันเยว่แอบเหลือบมองไปยังแปลงดอกไม้ เมื่อแน่ใจแล้วว่าพืชสองต้นนั้นเติบโตเป็อย่างดี นางก็ยืดหลังตรงและเอ่ยขึ้น “ข้าเอง”
“เ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!”
หยูยวนกัดฟันและเดินไปหาอันเยว่ด้วยความโมโห มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าแขนเสื้อ ในขณะที่เขากำลังจะวางยาพิษนาง อันเยว่ก็รีบชี้ไปที่แปลงดอกไม้ขนาดเล็ก
“การขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเป็การดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงื่อนไขตามธรรมชาติ หากบนเขาไม่มีสมุนไพรหรือเก็บสมุนไพรไม่ได้จะทำอย่างไร?”
คำถามนี้สามารถหยุดหยูยวนได้สำเร็จ ทว่าคนเราใช้ชีวิตเช่นนี้มาหลายพันปีแล้ว เขาจะทำอย่างไรได้เล่า?
“จะให้โอกาสเ้าพูดอีกครั้ง”
หยูยวนหยิบขวดเครื่องเคลือบขนาดเล็กออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธจริง ๆ อันเยว่จึงรีบเข็นรถไปด้านหลัง กลับพบว่าเ้าของสิ่งนี้เร็วไม่เท่าการเดินจริง ๆ
“ฉะนั้น ข้าตัดสินใจว่าจะเพาะปลูกแบบเพิ่มผลผลิต แบบนี้พวกเ้าก็ไม่ต้องขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรอีก และสามารถสมุนไพรล้ำค่าได้จากการเพาะปลูก”
เดิมทีนี่เป็แนวโน้มในอนาคต ก็แค่กล่าวถึงวิธีการนี้ก่อนล่วงหน้าหนึ่งพันแปดร้อยปี ส่วนจะยอมรับได้หรือไม่ก็เป็เื่ของพวกเขา ยิ่งกว่านั้น เทียนตงสองต้นนี้ไม่ได้เฉาตาย แต่กลับยังเจริญเติบโต
หยูยวนกำขวดเครื่องเคลือบเดินไปยังแปลงปลูกดอกไม้ขนาดเล็ก มิใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะปลูกสมุนไพร แต่ความพยายามหลายหนกลับจบลงด้วยความล้มเหลวเสียทุกครั้ง
เทียนตงสองต้นในแปลงปลูกดอกไม้เจริญเติบโตค่อนข้างดีทีเดียว และนี่ยิ่งทำให้หยูยวนประหลาดใจมากกว่าเดิม เหตุใดนางถึงทำสำเร็จ?
“ไม่้าฟังคำสำนึกใด ๆ และไม่ต้องบอกข้าว่าประเมินเ้าต่ำไป แต่ช่วยไปเช่าที่นาให้ข้าทีเถอะ!”
อันเยว่พูดด้วยน้ำเสียงวิงวอน นางมองหยูยวนสลับกับมองเซียวสิงเยี่ยน และในที่สุดก็เห็นคนหลังพยักหน้า นางจึงรู้สึกโล่งอก
เซียวสิงเยี่ยนเพิ่งจากไป หยูยวนก็เข็นอันเยว่ไปที่ใต้ร่มไม้ในลานกว้างหน้าเรือน
“หยูยวน ตอนนี้เราอยู่ในความสัมพันธ์แบบมีชีวิตร่วมกัน เ้ามีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้ หากปะปนกับเื่อื่นจะสะสางกันไม่สะดวก”
เมื่อเผชิญกับรอยยิ้มจอมปลอมของหยูยวน อันเยว่ก็ไม่อยากพูดอ้อมค้อม เพราะนางคงวางแผนสู้กับผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยาพิษไม่ได้แน่ ๆ
การก้มหัวให้กับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่เป็การสั่งสมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง จากนั้นถึงจะมีแรงเปลี่ยนตัวเองให้เป็ฝ่ายชนะ
“เ้าไม่เหมือนเดิม”
“ข้ากลับเนื้อกลับตัวแล้ว!”
อันเยว่ยิ้มและแสร้งทำไม่รู้เื่ราวเพื่อปกปิดเื่นี้ หากเจาะลึกลงไป นางก็ไม่ใช่อันเยว่ผู้นั้นจริง ๆ แต่ก็อธิบายได้ไม่ชัดเจนเช่นกัน
แทนที่จะพยายามอธิบาย มิสู้ทำให้พวกเขายอมรับความจริงว่านางเปลี่ยนไปแล้ว
หยูยวนสังเกตยกใหญ่ รูปร่างหน้าตายังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างไปคือพลังที่แผ่ออกมาจากตัวและทุกเื่ที่นางกระทำอยู่ในตอนนี้
อันเยว่ที่รู้จักแต่กิน ดื่ม เที่ยวหอคณิกา และเล่นพนันคนนั้น นางจะทำสบู่เป็ได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังคิดวิธีปลูกสมุนไพร?
“ไม่ นี่ไม่ใช่เ้า”
“พูดเป็เล่น ข้าจะไม่ใช่ข้าได้อย่างไร ถูกพวกเ้าทุบตีจนเกือบตาย หลังจากเดินอยู่ที่ปากประตูผีมารอบหนึ่ง ข้าก็คิดได้แล้ว คนเรา ต้องคิดหาความก้าวหน้า ต้อง…”
“เ้าพอเถอะ”
หยูยวนทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาเก็บรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้า ก็พอดีเห็นซูจือฉือยืนยกยิ้มมุมปากอยู่ด้านข้าง
ยามนี้ผู้คนมารวมตัวอยู่นอกประตูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถึงกับมีคนมองเข้ามาจากนอกรั้วกำแพง เมื่อเห็นดังนั้นอันเยว่ก็มั่นใจมากว่าการค้ามาหาถึงที่อีกครั้ง
“หยูยวน ข้าช่วยเ้าปลูกเทียนตงสองต้นแล้ว ข้าขอพู่กันกับหมึกสักชุดได้ไหม?”
“ข้าจะเห็นแก่เทียนตงแล้วกัน”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง วันนั้นเพื่อ้าเขียนหลักฐานการยืม จนถึงตอนนี้นิ้วมือที่ถูกกัดยังไม่หายดี ยามนี้เทียนตงสองต้นมีค่ามากกว่านิ้วของตัวเองเสียอีก
อันเยว่ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา แม้บ้านจะเป็ของนางเอง แต่เมื่ออยู่ใต้ชายคาบ้านมีใครบ้างไม่ก้มหัว
หลังจากเขียนตัวเลขติดต่อกัน อันเยว่ก็โบกมือเรียกซูจือฉือ เมื่อสั่งการเสร็จก็เอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “ทำให้เ้าลำบากแล้ว”
เมื่อเห็นพวงแก้มของเขาแดงขึ้นอย่างรวดเร็วและลามไปถึงใบหู อันเยว่ก็ปล่อยมือที่กำลังจับชายเสื้อของเขา
“เ้ากินจือฉืออย่างแ่าแล้ว”
หยูยวนยิ้มร้ายและมองไปยังซูจือฉือ ทว่ากลับมีความประหลาดใจฉายวาบในดวงตาของเขา
ในราชวงศ์นี้ที่บุรุษต้องพึ่งพาสตรี ชายทุกคนเป็เพียงสิ่งของจัดแสดง คนรูปงามก็จะถูกพาออกมาช่วยเป็หน้าเป็ตา ส่วนคนที่มีวงศ์ตระกูลดีไม่จำเป็ต้องเอ่ยเสียด้วยซ้ำ มีเพียงเหล่าบุรุษที่รวมตัวกันอยู่ในบ้านของอันเยว่ หากมิใช่เพราะอาศัยชื่อเสียงของตระกูลอัน ก็ไม่รู้ว่ายามนี้พวกเขาจะทำอะไรอยู่ที่ใด
“เรามาซื้อสบู่ เ้าให้ของสิ่งนี้กับเราหมายความว่าอย่างไร?”
“ทำไม หรือว่าพอถึงตาเราซื้อ ของกลับไม่มีเหลือแล้ว?”
“เ้าอย่าหลอกเรานะ!”
……
ผู้คนด้านนอกประตูต่างส่งเสียงดัง เดิมทีซูจือฉือพูดไม่เก่ง ยามนี้ยิ่งถูกโวยวายที่ประตูบ้าน เขายิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางถูกรังแก
แม้แต่อันเยว่ยังรังแกเขาไม่ได้ บังอาจรังแกคนของข้า อย่าอยู่เลย!
“หยูยวนช่วยเข็นข้าที จือฉือถูกคนรังแก เราไม่สามารถนิ่งดูดาย!”
หยูยวนกลอกตามองบนอย่างแรง อันเยว่แสร้งมองไม่เห็น หยูยวนเองก็มิได้โต้แย้ง จากนั้นเข็นอันเยว่ไปยังประตูใหญ่