ตอนที่1ลากมาลงโทษ
ปวดหัวจัง...
ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบากรอบข้างมีแต่ความมืด แต่เสียงขยับตัวของผมคงทำให้ใครได้ยินเข้า
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยใครบางคนคนผู้นั้นเดินถือตะเกียงเข้ามา ผมเห็นหน้าเขาไม่ชัดนัก แต่ดูจากรูปร่างแล้วคงเป็ผู้หญิง
ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงที่ผมนอนอยู่
“คุณชาย ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ?” เธอวางตะเกียงลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะนั่งคุกเข่าลง
หือ?... คุณชายอะไรกัน
“น้ำ... ”
ผมเปล่งเสียงออกมาผ่านลำคอที่แห้งผากอย่างน้อยก็ขอให้ได้ดื่มน้ำก่อน
ไม่นานนักก็มีแก้วน้ำมาจ่ออยู่ที่ปาก ผมพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและดื่มน้ำลงไปอย่างกระหายก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่น้ำ ของเหลวนั้นมีรสขมฝาดและกลิ่นที่เป็เอกลักษณ์ของชาเธอคงให้ผมดื่มน้ำชา
“คุณชายนอนไม่ได้สติอยู่สองวันบ่าวเป็ห่วงยิ่งนักเ้าค่ะ”
“ฮะ? ”คำพูดของผู้หญิงคนนี้แปลกจัง คุณชงคุณชายอะไร ผมเป็แค่คนธรรมดาไม่ได้มียศมีอย่างอะไรกับเขา
แล้ว...เธอเป็ใครเนี่ย
“เอ่อ... เธอเป็ใคร?”
หลังจากที่ผมถามผู้หญิงคนนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่
“คุณ... คุณชายจำบ่าวไม่ได้หรือเ้าคะบ่าว... บ่าวเสี่ยวไป๋อย่างไรเล่าเ้าคะ”
เสี่ยวไป๋? ใครกัน... ทำไมผมไม่คุ้นชื่อนี้เลย และจากใบหน้าที่มีแสงตะเกียงส่องกระทบผมยืนยันได้ว่าไม่เคยเห็นคนๆ นี้มาก่อน
เมื่อเห็นผมนิ่งเงียบและมีท่าทางงุนงงผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มสะอื้น
“ฮึก... โธ่ คุณชายท่านจำบ่าวไม่ได้แล้วหรือเ้าคะ คุณชาย... ”
ผู้หญิงคนนั้นปิดหน้าร้องไห้เธอทิ้งตัวลงไปนั่งบนพื้นข้างเตียงและเริ่มสะอึกสะอื้น
เอ่อ... เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นผมลืมอะไรไปเหรอ?
ผมต้องจำเธอได้เหรอ?แต่ผมไม่รู้จักเธอจริงๆ นะ
ผมเริ่มหันซ้ายหันขวาพยายามมองว่าที่นี่คือที่ไหนโดยอาศัยเพียงแสงจากตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะพบว่าที่ที่ผมอยู่เป็ห้องนอน แต่มันไม่ใช่ห้องนอนในหอพักที่ผมเคยอยู่ เครื่องเรือนและสิ่งต่างๆที่อยู่ในนี้ รวมถึงการจัดวาง ช่างเป็อะไรที่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก
ผมหันรีหันขวางจนรู้สึกว่ามีบางอย่างตกลงมาจากหัวไหล่เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็เส้นผมเงางามที่ยาวจรดเอว
เฮือก...
ผมเกือบกรีดร้องออกมาแล้วด้วยบรรยากาศมืดสลัวและเรือนที่ทำจากไม้ ผู้หญิงที่นั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่ข้างเตียงและผมยาวที่ตกลงมาบนบ่า หากผมไม่ลองดึงเส้นผมนั้นดู คงคิดว่าเป็ผมผี
เกือบโดนเล่นแล้วไหมล่ะ
แต่เพราะความเจ็บตอนที่ดึงเส้นผมยาวสลวยนั้นและหลังจากจับศีรษะตัวเองเพื่อยืนยันว่าไม่มีผีมาอยู่บนหัวจริงๆ ผมจึงค้นพบว่ามันคือผมของผมเอง
นี่...ผมมีผมยาวั้แ่เมื่อไหร่
ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าผมไม่ได้สติมาสองวันแต่จากผมที่ยาวถึงเอวแบบนี้ ถ้านับแล้วคงต้องไว้ยาวมาเป็สิบปี แต่เวลาเพียงสองวันที่ผมหมดสติไปไม่สามารถทำให้ผมทรงบอยบ๊อบของผมยาวเหมือนผมผู้หญิงแบบนี้ได้...
ไม่ใช่ละ...
แปลกๆ ละ...
แปลกั้แ่ห้องที่ผมอยู่ มันคือที่ไหน?ผู้หญิงคนนี้คือใคร? ทำไมเธอพูดแปลกๆ ? แล้วเกิดอะไรขึ้นกับผม?ทำไมร่างกายของผมจึงมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง?
“เอ่อ... ” ผมคงต้องถามความจริงจากเธอ
ผู้หญิงคนนั้นยังคงนั่งร้องไห้ แต่เมื่อได้ยินเสียงของผมใบหน้าที่อยู่หลังฝ่ามือก็แง้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาของเธอแดงก่ำ ขนตาเปียกชุ่มทั้งยังมีเสียงสะอื้นแทรกมาเป็ระยะ
“คือ... เธอเป็ใครเหรอ”ก่อนจะหาคำตอบจากคำถามอื่น ผมควรรู้ชื่อเธอก่อนอย่างน้อยก็ถือเป็การผูกมิตรกับคนที่ไม่รู้จัก ใช่ไหม?
“ฮึก”
เอ่อ..
“ฮือ”
คงไม่น่าใช่...
“ฮือ.... ฮือ... ฮือ... คุณชาย...คุณชายจำบ่าวไม่ได้... ”
ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ออกมาอีกครั้งคราวนี้เธอร้องดังยิ่งกว่าครั้งแรก ทั้งยังสะอื้นจนตัวโยนเหมือนว่าเธอเสียใจมากที่ผมถามออกไปแบบนั้น
โอ้ยแม่! ทำยังไงดี! ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน
“เอ่อ... เสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋ใช่ไหม”ผมเรียกชื่อเธอ พยายามให้เธอหยุดร้องไห้ให้ได้ก่อน
ได้ผล เสียงของเธอเริ่มเบาลง แต่ยังมีอาการสะอึกสะอื้นอยู่บ้างแววตาที่มองมาที่ผมนั้นดูมีความเสียใจไม่น้อย
เสี่ยวไป๋พยักหน้าตอบรับเบาๆ
“เสี่ยวไป๋ พอดีฉันปวดหัวนิดหน่อยเพิ่งตื่นก็เลยมึนๆ ยิ่งห้องมันมืดแบบนี้เลยมองเห็นเธอไม่ชัด ความจริงฉันจำเธอได้”
“จริงหรือเ้าคะ? ” เสี่ยวไป๋ถามด้วยใบหน้าสับสน แววตาของเธอทอประกายความหวังเล็กน้อย
“จริงสิ คือว่านะ เธอบอกว่าฉันหลับไปสองวันใช่ไหมบางทีมันอาจส่งผลทำให้ความจำบางอย่างสับสนไปบ้าง ฉันเลยจำเธอไม่ได้ในทีแรก”ผมหาคำพูดมาอ้างเพื่อให้เธอสงบสติอารมณ์ ทั้งที่ความเป็จริงมันไม่ใช่อย่างนั้นผมจำเธอไม่ได้ และที่สำคัญคือ ผมควรสงบสติอารมณ์ตัวเอง
ตื่นมาแล้วโผล่มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเจอคนที่ไม่รู้จัก ผมควรต้องเป็ฝ่ายที่ร้องไห้ไม่ใช่เหรอ
“โธ่! คุณชายทำบ่าวใหมดเลยเ้าค่ะบ่าวนึกว่าเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้คุณชายจำอะไรไม่ได้”
เหตุการณ์นั้น?เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ?
“เอ่อ... คงเป็เหตุการณ์นั้นแหละ”ผมพยักหน้าเออออไปตามเธอ ทั้งที่ไม่รู้หรอกว่าเป็เื่อะไรแต่เดี๋ยวผมคงได้รู้แล้ว
“มิน่าเล่าเ้าค่ะคุณชายตื่นมาก็มีท่าทางแปลกๆ พูดจาแปลกๆ เป็ดั่งที่ท่านหมอกล่าวไว้ว่าหากคุณชายรอดกลับมา บางทีอาจมีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม”
เสี่ยวไป๋เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะพูดจาเจื้อยแจ้วกับผม และทำท่าทางเข้าใจอะไรบางอย่างกับตัวเอง
เอาเถอะ...
“คืออย่างนี้นะเสี่ยวไป๋ อย่างที่เธอพูดเพราะ ‘เหตุการณ์นั้น’ ทำให้ฉันเลอะเลือนนิดหน่อยดังนั้นเธอช่วยบอกฉันได้ไหมว่า ที่นี่คือที่ไหน? ” ผมยังคงเอ่ยตามน้ำไปกับเธอไม่แน่ว่าอาจมีใครแกล้งผม อาศัยตอนที่ผมเมาเหล้าเพราะเสียใจกับความรักจัดฉากพาผมมาในสถานที่แปลกๆ
หรืออาจเป็ผู้หญิงคนนั้นก็ได้...นางแพศยาคนนั้น
“ที่นี่คือจวนสกุลเฟิงอย่างไรเล่าเ้าคะ”เสียงของเสี่ยวไป๋ดังขึ้นมาขัดความคิดอาฆาตของผม
จวนสกุลเฟิง?
อะไรกัน? ชื่ออย่างกับหนังจีน
“จวนสกุลเฟิงเหรอ? ”
“เ้าค่ะ จวนสกุลเฟิงมีท่านผู้นำสกุลคือบิดาของคุณชาย ท่านแม่ทัพใหญ่เฟิง..... มารดาคือฮูหยิน....ทั้งยังมีคุณชายรองเฟิง.... น้องชายของคุณชายเ้าค่ะ”
เสี่ยวไป๋ร่ายรายละเอียดออกมายาวเหยียดจนผมอ้าปากค้าง
์! ตลกกันไปใหญ่แล้ว บิดาอะไร มารดาอะไร ฮูหยินอะไร ทั้งยังมีน้องชายอีก
ผมเป็เด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ไม่มีครอบครัว ถึงจะมีก็คงไม่ใช่คนที่มีชื่อแปลกประหลาดเป็ชื่อจีนแบบนี้ เพราะผมเป็คนไทย
ใครกันที่มันเล่นตลกกับผมรู้ว่าผมไม่มีครอบครัวแต่ก็เอามาล้อเล่น
ผมกำลังจะโวยวายแต่เมื่อเห็นหน้าตาใสซื่อของเสี่ยวไป๋ที่มองมาจึงหยุดคำพูดไว้ที่ลำคอใบหน้าราวกับคนบริสุทธิ์ของเสี่ยวไป๋ทำให้ผมเริ่มแปลกใจอีกครั้ง
ท่าทางของเธอเหมือนว่าที่พูดมาทั้งหมดเป็เื่จริงซึ่งมันทำให้ผมสับสน
“ฉันมีพ่อ มีแม่มีน้องชายด้วยเหรอ? ” จากที่กำลังจะเดือดดาล ผมกลับต้องถามเสี่ยวไป๋ด้วยความลังเล
“เ้าค่ะ ไม่เพียงเท่านั้นนะเ้าคะ คุณชายยังเป็ยอดดวงใจของเหล่านายท่านสกุลเฟิงอีกด้วยเ้าค่ะ”
ยอดดวงใจ? ผมเป็ที่รักของพวกเขาเหรอ...
คงดีนะหากมันเป็เื่จริง...แต่ความจริงคือผมไม่มีใคร
อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมสับสน มันเหมือนจริงเกินกว่าจะเป็เื่ล้อเล่นของใครบางคน
ผมของผมมันยาวจริงๆมันงอกออกมาจากหนังศีรษะ แม้จะเติมเต็มฝันคนที่คาดหวังว่าอยากจะมีผมยาวมาตลอดชีวิตแต่เหตุการณ์ประหลาดนี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หรือมันจะเป็ความฝัน...
ตกลงอะไรคือความจริงกันแน่ผมเป็อย่างที่เป็อยู่ มีผมยาว มีคนที่ไม่รู้จักอยู่ในชีวิต หรือเป็ ‘มาศ’ คนที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครคนเดียวที่เป็แสงสว่างในชีวิตของผมคือเขาคนนั้น ที่ตอนนี้คงเกลียดผมไปแล้ว
ความทรงจำสุดท้ายผมจำได้ว่าตัวเองกำลังเมามายเพราะความเสียใจ เสียใจที่ทำให้คนๆ นั้นผิดหวังเพราะผมเผลอไปทำร้าย ‘คนสำคัญ’ ของเขา
ผมเมาย้อมใจจนหมดสติไปเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้และเมื่อตื่นมาอีกครั้ง ผมก็มาอยู่ที่นี่ สถานที่แปลกประหลาด คนประหลาดบรรยากาศประหลาด และความรู้สึกประหลาดเหล่านี้
หากทั้งหมดเป็เื่เล่นขำขันของใครบางคนผมสาบานว่าจะลากคนๆ นั้นมาลงโทษ!